รับแอปรับแอป

สรุป Digital Marketing 2026: 7 อินไซต์ลับ + 6 เทรนด์แรงที่นักการตลาดห้ามพลาด

ปฏิภาณ รุ่งเรือง01-31

ทำไมปี 2026 คือปีชี้ชะตานักการตลาดดิจิทัล

กลางกระแสเทคโนโลยีที่วิ่งเร็วกว่าที่เคย และผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมซับซ้อนขึ้นทุกวัน นักการตลาดไทยต้องเผชิญกับสมรภูมิใหม่แบบรอบด้าน ทั้งการปรับเกมของแพลตฟอร์ม E-commerce การถาโถมของ AI Slop ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านของโลก Influencer ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ภายใต้บริบทแบบนี้ รายงาน “Digital Marketing Trends Report 2026” ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยนักการตลาด “ปรับโฟกัสให้ตรงจุด” ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องมือเก่ง แต่ต้องรู้ว่าควรทุ่มพลังไปตรงไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด

หัวใจการตลาดปี 2026 ถูกสรุปเป็น 3 แกนสำคัญที่ทุกทีมควรหยิบขึ้นมาเช็กตัวเองทันที

  • Focus on Acquisition: หยุดวัดผลแค่ยอด Reach หรือ Awareness แต่หันมาโฟกัสที่ ลูกค้าใหม่ และ ยอดขายจริง ที่แตะต้องได้

  • Focus on Authenticity: ในโลกที่ AI ผลิตคอนเทนต์ได้ทุกวินาที ความจริงใจ ความน่าเชื่อถือ และความเป็นมนุษย์ กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุด

  • Focus on Adaptation: คนทำงานต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ลงมือทำทุกอย่างเอง” ไปสู่การเป็น “ผู้กำกับ AI” ที่รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด

ปีแห่งการวัดผลจริง ไม่ใช่แค่สร้างกระแส

ภาพรวมของปี 2026 ชี้ชัดว่านักการตลาดไม่ได้มองเรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เริ่มหันกลับมาทบทวนทั้ง กลยุทธ์ และ เป้าหมายที่แท้จริง ของแคมเปญมากขึ้น

เป้าหมายการตลาดไม่หยุดอยู่ที่คำว่ารู้จักแบรนด์อีกต่อไป แต่ขยับไปสู่การทำให้ คนที่รู้จักกลายเป็นลูกค้า และทำให้ ลูกค้ากลายเป็นรายได้ อย่างเป็นรูปธรรม นี่คือยุคที่ตัวเลข Performance จะพูดแทนน้ำเสียงของทุกคนในทีม

7 อินไซต์เดือดจาก Digital Marketing Trends Report 2026

ภายในงานมีการเปิดผลสำรวจจากนักการตลาดดิจิทัลทั่วประเทศ และนี่คือ 7 สัญญาณสำคัญที่กำลังบอกอนาคตของวงการการตลาดไทย

1. เป้าหมายการตลาดขยับชัด “ยอดขาย” และ “ลูกค้าใหม่” นำโด่ง

เป้าหมายหลักของนักการตลาดในปี 2026 กำลังเปลี่ยนจากการเล่นใหญ่ด้าน Brand Awareness ไปสู่การวัดผลที่จับต้องได้มากขึ้น

  • การสร้างการรับรู้ยังสำคัญ แต่ไม่ใช่พระเอกอีกต่อไป

  • เป้าหมาย การหาลูกค้าใหม่ และ การสร้างยอดขาย ขึ้นมาอยู่แถวหน้าอย่างจริงจัง

นี่คือปีที่ทุกบาทของงบโฆษณาต้องตอบได้ว่ากลับมาเป็นรายได้เท่าไร

2. GEO และ Referral กลายเป็นม้ามืดที่ห้ามมองข้าม

เทคนิคการตลาดที่มาแรงแบบก้าวกระโดดในปีนี้คือสองตัวนี้

  • GEO (Generative Engine Optimization): การทำให้แบรนด์และคอนเทนต์ไปโผล่ในผลลัพธ์ของ AI Search แทนที่จะคิดถึงแค่ SEO บน Search Engine แบบเดิม

  • Referral Marketing: การตลาดแบบบอกต่อที่ไม่ได้เป็นแค่ของแถมปลายทางอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับให้เป็นกลยุทธ์หลัก

ทั้งสองแนวทางนี้มีแนวโน้มถูกใช้มากขึ้นในระดับ พุ่งเกิน 100% เทียบกับเดิม สะท้อนว่านักการตลาดเริ่มมองหาแชนแนลที่ “คุณภาพผู้ใช้” สำคัญไม่แพ้ “ปริมาณทราฟฟิก”

3. วิดีโอครองทุกสมรภูมิ คอนเทนต์ยาวเริ่มถอย

รูปแบบคอนเทนต์ที่นักการตลาดวางแผนทำมากที่สุดยังคงเป็น “วิดีโอ” แบบไม่มีใครมาโค่น

  • Video รูปแบบปกติยังเป็นอันดับหนึ่งในลิสต์ที่ต้องทำ

  • Short Video ก็ยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทำ Performance ได้ดีจะยิ่งให้ความสำคัญกับวิดีโอมากเป็นพิเศษ

ในทางกลับกัน คอนเทนต์สาย ** Long-form ที่ยาวและใช้เวลามาก** เริ่มถูกลดสัดส่วนลง นักการตลาดต้องคิดใหม่ว่า “เรื่องยาว” จะถูกเล่าในรูปแบบไหนให้คนดูยังอินอยู่ได้

4. TikTok Shop ผงาดขึ้นเป็น E-Marketplace เบอร์ 1

ในสนาม E-Marketplace การแข่งขันไม่ได้มีแค่เจ้าตลาดเดิมอีกต่อไป ปี 2026 กลายเป็นปีที่ TikTok Shop ขึ้นมาเป็นตัวเลือกหลักของนักการตลาด

เมื่อแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นเพิ่มฟีเจอร์ขายของได้ครบวงจร การปิดการขายบนแพลตฟอร์มบันเทิงจึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่กลายเป็นกลยุทธ์หลักของหลายแบรนด์ไปแล้ว

5. นักการตลาดเริ่มกระจายความเสี่ยงสู่ Social Media ทางเลือก

การฝากอนาคตแบรนด์ไว้กับแพลตฟอร์มใหญ่ไม่กี่เจ้ากำลังกลายเป็นความเสี่ยง นักการตลาดจึงเริ่มมองหา “บ้านหลังใหม่” เพิ่มเติม

แพลตฟอร์มที่โดดเด่นคือ

  • Lemon8 ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทำ Performance ดี มีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง

  • LinkedIn ที่เหมาะกับสาย B2B และ Personal Branding มืออาชีพ

  • X (Twitter) ที่กลับมาถูกจับตามองในฐานะแพลตฟอร์มคอนเทนต์เรียลไทม์

การกระจายตัวแบบนี้ช่วยให้แบรนด์ เจาะกลุ่มเฉพาะ ได้ลึกขึ้น และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มใหญ่

6. AI ขยับบทบาทจาก “คนรับจ้างทำคอนเทนต์” สู่ “คู่คิดกลยุทธ์”

ตัวเลขการใช้ AI ในหมู่นักการตลาดเพิ่มขึ้นจนเกือบแตะระดับทุกคน และที่สำคัญคือ วิธีใช้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

  • จากเดิมใช้ AI แค่ช่วย Generate ชิ้นงาน เช่น รูป หรือคำโปรย

  • กลายเป็นการใช้ AI เพื่อ ระดมสมอง ขยายไอเดีย และช่วยคิดแนวทางใหม่ ๆ ในสัดส่วนที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ

กล่าวได้ว่า AI กำลังเลื่อนขั้นจากเครื่องมือผลิตงาน ไปเป็น Partner ในการคิดงาน อย่างแท้จริง

7. AI Specialist กลายเป็นอาชีพดาวเด่นของปี

องค์กรไม่ได้มองหาแค่คนที่ใช้เครื่องมือเป็นอีกต่อไป แต่ต้องการคนที่มีทักษะเฉพาะทางด้าน AI แบบจริงจัง

  • ตำแหน่ง AI Specialist ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของทีมการตลาดยุคใหม่

  • รองลงมาคือสาย Content Creator ที่ต้องเก่งทั้งการเล่าเรื่องและการใช้ Tech ให้คุ้ม

ภาพรวมคือ โลกการตลาดกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่ Skills ด้านเทคโนโลยีและการสร้างสรรค์ต้องเดินคู่กัน ใครมีแค่ด้านใดด้านหนึ่งอาจเริ่มตามไม่ทัน

6 เทรนด์ใหญ่จากเวที Digital Marketing Trends 2026

ภายในงานยังอัดแน่นด้วย Session จากคนทำงานตัวจริงในหลากหลายสมรภูมิ ทั้งสาย E-commerce, Social Media, Influencer ไปจนถึงสาย AI และอาชีพการตลาด

ด้านล่างนี้คือ 6 เทรนด์ที่นักการตลาดควรจดใส่ To-do List ของปีนี้แบบด่วน ๆ

1. อ่านเกม MarTech และ AI ให้ทะลุ ไม่ใช่แค่ใช้ตามกระแส

อินไซต์จากรายงานถูกขยายความต่อว่า ภูมิทัศน์การตลาดปี 2026 เต็มไปด้วยเครื่องมือ MarTech และ AI มากมาย แต่ คำถามสำคัญไม่ใช่มีเครื่องมืออะไรบ้าง แต่อยู่ที่ใช้แล้ววัดผลได้จริงแค่ไหน

  • ทุก Tech ที่ใช้ต้องเชื่อมโยงกับ Performance ชัดเจน

  • นักการตลาดต้องรู้ว่าควร Automate อะไร ควร Optimize ตรงไหน และควรใช้ Data อย่างไรให้ตอบเป้าหมายธุรกิจ

ยุคนี้ไม่ได้แข่งกันที่ใครมี Tech เยอะกว่า แต่อยู่ที่ใครใช้ Tech ได้คุ้มกว่ากัน

2. E-commerce ในยุค Marketplace ครองเมือง แข่งกันมากกว่าราคา

สมรภูมิ E-commerce เข้าสู่ช่วงเดือดจัด แพลตฟอร์มต่าง ๆ ปรับตัวถี่ขึ้น ทั้งด้านฟีเจอร์ โฆษณา และกติกาเบื้องหลัง แบรนด์จึงต้องหมุนให้ทันแบบไม่มีวันหยุด

ทิศทางที่น่าสนใจคือ

  • แบรนด์ต้องเรียนรู้กติกาเฉพาะของแต่ละ Marketplace อย่างละเอียด

  • การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่ที่ “ราคา” แต่รวมถึง รีวิว ประสบการณ์ลูกค้า ความเร็วการจัดส่ง คอนเทนต์ในหน้าสินค้า และการยิงแอดในระบบของแพลตฟอร์มเอง

ใครยังมอง Marketplace แค่เป็นช่องทางวางของขาย อาจเสียโอกาสให้คู่แข่งที่ใช้เป็น “สนามกลยุทธ์” แบบเต็มระบบ

3. เทรนด์สายอาชีพการตลาด: โตสวนกระแส AI

แม้ AI จะเข้ามาแย่งงานในหลายวงการ แต่ตลาดแรงงานด้านการตลาดกลับเดินหน้าเติบโต

  • จำนวนประกาศงานสายการตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่าองค์กรยังต้องการคนทำการตลาดอยู่มาก

  • รูปแบบการจ้างงานขยับเข้าใกล้ยุค Integration & Maturity ซึ่งคือช่วงที่ Tech ไม่ใช่ของเล่นใหม่ แต่เป็น เครื่องมือที่ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยกำไร

คนการตลาดยุคใหม่จึงต้องอัปสกิลทั้งด้านกลยุทธ์ การใช้ Tech และความเข้าใจธุรกิจควบคู่กันไป

4. Social Media Marketing ยุค AI Slop: ต้องทำคอนเทนต์ให้ “คนเชื่อ” ไม่ใช่แค่ “คนเห็น”

เมื่อฟีดของผู้ใช้เต็มไปด้วยคอนเทนต์จาก AI คำถามคือแบรนด์จะสร้าง Trust ได้อย่างไรท่ามกลางความล้นเกินของข้อมูล

คำตอบอยู่ที่แนวทางแบบ Hybrid Content

  • ผสมผสานระหว่างคอนเทนต์ที่ใช้ AI ในบางส่วน กับการถ่ายทำจริง (Real Shoots)

  • สร้างเนื้อหาที่เห็นชัดว่า “มีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง” ทั้งในแง่น้ำเสียง วิธีเล่า และรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ AI ยังเลียนแบบได้ไม่เนียน

ยุคนี้ไม่ได้วัดกันที่ทำคอนเทนต์ได้เยอะแค่ไหน แต่อยู่ที่คนดูเลือกจะเชื่อใครมากกว่า

5. AI ในการตลาด: จากเครื่องผลิตงาน สู่เครื่องขยายไอเดีย

นักการตลาดกำลังเปลี่ยนมุมมองจากการใช้ AI เพื่อ “ช่วยทำงานให้เสร็จไวขึ้น” ไปเป็นการใช้เพื่อ “คิดงานให้ลึกและหลากหลายขึ้น”

ตัวอย่างการใช้ AI ที่โดดเด่นในปีนี้ เช่น

  • ใช้ AI ช่วยระดมไอเดียแคมเปญหลายแนว แล้วค่อยให้ทีมมนุษย์คัดสรรและต่อยอด

  • ใช้ AI ทำ Scenario Planning จำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อนเลือกลงมือจริง

ผลลัพธ์คือ AI กลายเป็นเหมือน ทีมสมองเสริม ของฝ่ายการตลาด ที่ช่วยให้คิดได้ไกลกว่าที่เคยคิดคนเดียว

6. Influencer Marketing: จากจ้างโพสต์ครั้งเดียว สู่พาร์ตเนอร์ระยะยาว

เกมของ Influencer Marketing เปลี่ยนไปไกลจากยุคที่วัดกันแค่ “ยอดไลก์ต่อโพสต์”

แนวโน้มใหม่คือ

  • ทำงานกับ Influencer แบบ Long-term Partner ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวแล้วจบ

  • มอง Influencer เป็นทั้ง Media Channel และ Sales Channel ในตัวเดียวกัน

  • โฟกัสโมเดลแบบ Performance-based มากขึ้น วัดกันที่ผลลัพธ์จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขผิวเผิน

แบรนด์ที่ใช้ Influencer ได้เก่งจะสามารถสร้างทั้งการรับรู้ ความน่าเชื่อถือ และยอดขายในเส้นทางเดียวกัน

สรุป: ปีนี้ใครรู้เทรนด์ก่อน ปรับตัวเร็วกว่า นำเกมได้ตั้งแต่ต้นปี

ปี 2026 ไม่ใช่ปีที่นักการตลาดจะรอดด้วยการ “ทำเหมือนเดิมแล้วหวังผลใหม่” อีกต่อไป ทั้ง 7 อินไซต์ และ 6 เทรนด์ที่ถูกพูดถึงในงานนี้ ชี้ตรงกันว่า

  • โฟกัสต้องย้ายจาก Vanity Metrics ไปสู่ตัวเลขที่สร้างรายได้จริง

  • AI ต้องถูกใช้เป็นคู่คิด ไม่ใช่แค่เครื่องผลิตงานราคาถูก

  • แพลตฟอร์มใหม่ ๆ และอาชีพใหม่ ๆ ในสายการตลาดจะยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ

นักการตลาดที่พร้อมทดลอง ปรับตัวไว และมอง Tech เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ของเล่น จะยืนหนึ่งได้ในยุค Digital Marketing 2026 ที่แข่งขันดุเดือดกว่าที่เคย