ทำไมปี 2026 คือปีชี้ชะตานักการตลาดดิจิทัล
กลางกระแสเทคโนโลยีที่วิ่งเร็วกว่าที่เคย และผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมซับซ้อนขึ้นทุกวัน นักการตลาดไทยต้องเผชิญกับสมรภูมิใหม่แบบรอบด้าน ทั้งการปรับเกมของแพลตฟอร์ม E-commerce การถาโถมของ AI Slop ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านของโลก Influencer ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ภายใต้บริบทแบบนี้ รายงาน “Digital Marketing Trends Report 2026” ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยนักการตลาด “ปรับโฟกัสให้ตรงจุด” ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องมือเก่ง แต่ต้องรู้ว่าควรทุ่มพลังไปตรงไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด
หัวใจการตลาดปี 2026 ถูกสรุปเป็น 3 แกนสำคัญที่ทุกทีมควรหยิบขึ้นมาเช็กตัวเองทันที
Focus on Acquisition: หยุดวัดผลแค่ยอด Reach หรือ Awareness แต่หันมาโฟกัสที่ ลูกค้าใหม่ และ ยอดขายจริง ที่แตะต้องได้
Focus on Authenticity: ในโลกที่ AI ผลิตคอนเทนต์ได้ทุกวินาที ความจริงใจ ความน่าเชื่อถือ และความเป็นมนุษย์ กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุด
Focus on Adaptation: คนทำงานต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ลงมือทำทุกอย่างเอง” ไปสู่การเป็น “ผู้กำกับ AI” ที่รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด
ปีแห่งการวัดผลจริง ไม่ใช่แค่สร้างกระแส
ภาพรวมของปี 2026 ชี้ชัดว่านักการตลาดไม่ได้มองเรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เริ่มหันกลับมาทบทวนทั้ง กลยุทธ์ และ เป้าหมายที่แท้จริง ของแคมเปญมากขึ้น
เป้าหมายการตลาดไม่หยุดอยู่ที่คำว่ารู้จักแบรนด์อีกต่อไป แต่ขยับไปสู่การทำให้ คนที่รู้จักกลายเป็นลูกค้า และทำให้ ลูกค้ากลายเป็นรายได้ อย่างเป็นรูปธรรม นี่คือยุคที่ตัวเลข Performance จะพูดแทนน้ำเสียงของทุกคนในทีม
7 อินไซต์เดือดจาก Digital Marketing Trends Report 2026
ภายในงานมีการเปิดผลสำรวจจากนักการตลาดดิจิทัลทั่วประเทศ และนี่คือ 7 สัญญาณสำคัญที่กำลังบอกอนาคตของวงการการตลาดไทย
1. เป้าหมายการตลาดขยับชัด “ยอดขาย” และ “ลูกค้าใหม่” นำโด่ง
เป้าหมายหลักของนักการตลาดในปี 2026 กำลังเปลี่ยนจากการเล่นใหญ่ด้าน Brand Awareness ไปสู่การวัดผลที่จับต้องได้มากขึ้น
การสร้างการรับรู้ยังสำคัญ แต่ไม่ใช่พระเอกอีกต่อไป
เป้าหมาย การหาลูกค้าใหม่ และ การสร้างยอดขาย ขึ้นมาอยู่แถวหน้าอย่างจริงจัง
นี่คือปีที่ทุกบาทของงบโฆษณาต้องตอบได้ว่ากลับมาเป็นรายได้เท่าไร
2. GEO และ Referral กลายเป็นม้ามืดที่ห้ามมองข้าม
เทคนิคการตลาดที่มาแรงแบบก้าวกระโดดในปีนี้คือสองตัวนี้
GEO (Generative Engine Optimization): การทำให้แบรนด์และคอนเทนต์ไปโผล่ในผลลัพธ์ของ AI Search แทนที่จะคิดถึงแค่ SEO บน Search Engine แบบเดิม
Referral Marketing: การตลาดแบบบอกต่อที่ไม่ได้เป็นแค่ของแถมปลายทางอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับให้เป็นกลยุทธ์หลัก
ทั้งสองแนวทางนี้มีแนวโน้มถูกใช้มากขึ้นในระดับ พุ่งเกิน 100% เทียบกับเดิม สะท้อนว่านักการตลาดเริ่มมองหาแชนแนลที่ “คุณภาพผู้ใช้” สำคัญไม่แพ้ “ปริมาณทราฟฟิก”
3. วิดีโอครองทุกสมรภูมิ คอนเทนต์ยาวเริ่มถอย
รูปแบบคอนเทนต์ที่นักการตลาดวางแผนทำมากที่สุดยังคงเป็น “วิดีโอ” แบบไม่มีใครมาโค่น
Video รูปแบบปกติยังเป็นอันดับหนึ่งในลิสต์ที่ต้องทำ
Short Video ก็ยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทำ Performance ได้ดีจะยิ่งให้ความสำคัญกับวิดีโอมากเป็นพิเศษ
ในทางกลับกัน คอนเทนต์สาย ** Long-form ที่ยาวและใช้เวลามาก** เริ่มถูกลดสัดส่วนลง นักการตลาดต้องคิดใหม่ว่า “เรื่องยาว” จะถูกเล่าในรูปแบบไหนให้คนดูยังอินอยู่ได้
4. TikTok Shop ผงาดขึ้นเป็น E-Marketplace เบอร์ 1
ในสนาม E-Marketplace การแข่งขันไม่ได้มีแค่เจ้าตลาดเดิมอีกต่อไป ปี 2026 กลายเป็นปีที่ TikTok Shop ขึ้นมาเป็นตัวเลือกหลักของนักการตลาด
เมื่อแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นเพิ่มฟีเจอร์ขายของได้ครบวงจร การปิดการขายบนแพลตฟอร์มบันเทิงจึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่กลายเป็นกลยุทธ์หลักของหลายแบรนด์ไปแล้ว
5. นักการตลาดเริ่มกระจายความเสี่ยงสู่ Social Media ทางเลือก
การฝากอนาคตแบรนด์ไว้กับแพลตฟอร์มใหญ่ไม่กี่เจ้ากำลังกลายเป็นความเสี่ยง นักการตลาดจึงเริ่มมองหา “บ้านหลังใหม่” เพิ่มเติม
แพลตฟอร์มที่โดดเด่นคือ
Lemon8 ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทำ Performance ดี มีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง
LinkedIn ที่เหมาะกับสาย B2B และ Personal Branding มืออาชีพ
X (Twitter) ที่กลับมาถูกจับตามองในฐานะแพลตฟอร์มคอนเทนต์เรียลไทม์
การกระจายตัวแบบนี้ช่วยให้แบรนด์ เจาะกลุ่มเฉพาะ ได้ลึกขึ้น และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มใหญ่
6. AI ขยับบทบาทจาก “คนรับจ้างทำคอนเทนต์” สู่ “คู่คิดกลยุทธ์”
ตัวเลขการใช้ AI ในหมู่นักการตลาดเพิ่มขึ้นจนเกือบแตะระดับทุกคน และที่สำคัญคือ วิธีใช้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
จากเดิมใช้ AI แค่ช่วย Generate ชิ้นงาน เช่น รูป หรือคำโปรย
กลายเป็นการใช้ AI เพื่อ ระดมสมอง ขยายไอเดีย และช่วยคิดแนวทางใหม่ ๆ ในสัดส่วนที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ
กล่าวได้ว่า AI กำลังเลื่อนขั้นจากเครื่องมือผลิตงาน ไปเป็น Partner ในการคิดงาน อย่างแท้จริง
7. AI Specialist กลายเป็นอาชีพดาวเด่นของปี
องค์กรไม่ได้มองหาแค่คนที่ใช้เครื่องมือเป็นอีกต่อไป แต่ต้องการคนที่มีทักษะเฉพาะทางด้าน AI แบบจริงจัง
ตำแหน่ง AI Specialist ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของทีมการตลาดยุคใหม่
รองลงมาคือสาย Content Creator ที่ต้องเก่งทั้งการเล่าเรื่องและการใช้ Tech ให้คุ้ม
ภาพรวมคือ โลกการตลาดกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่ Skills ด้านเทคโนโลยีและการสร้างสรรค์ต้องเดินคู่กัน ใครมีแค่ด้านใดด้านหนึ่งอาจเริ่มตามไม่ทัน
6 เทรนด์ใหญ่จากเวที Digital Marketing Trends 2026
ภายในงานยังอัดแน่นด้วย Session จากคนทำงานตัวจริงในหลากหลายสมรภูมิ ทั้งสาย E-commerce, Social Media, Influencer ไปจนถึงสาย AI และอาชีพการตลาด
ด้านล่างนี้คือ 6 เทรนด์ที่นักการตลาดควรจดใส่ To-do List ของปีนี้แบบด่วน ๆ
1. อ่านเกม MarTech และ AI ให้ทะลุ ไม่ใช่แค่ใช้ตามกระแส
อินไซต์จากรายงานถูกขยายความต่อว่า ภูมิทัศน์การตลาดปี 2026 เต็มไปด้วยเครื่องมือ MarTech และ AI มากมาย แต่ คำถามสำคัญไม่ใช่มีเครื่องมืออะไรบ้าง แต่อยู่ที่ใช้แล้ววัดผลได้จริงแค่ไหน
ทุก Tech ที่ใช้ต้องเชื่อมโยงกับ Performance ชัดเจน
นักการตลาดต้องรู้ว่าควร Automate อะไร ควร Optimize ตรงไหน และควรใช้ Data อย่างไรให้ตอบเป้าหมายธุรกิจ
ยุคนี้ไม่ได้แข่งกันที่ใครมี Tech เยอะกว่า แต่อยู่ที่ใครใช้ Tech ได้คุ้มกว่ากัน
2. E-commerce ในยุค Marketplace ครองเมือง แข่งกันมากกว่าราคา
สมรภูมิ E-commerce เข้าสู่ช่วงเดือดจัด แพลตฟอร์มต่าง ๆ ปรับตัวถี่ขึ้น ทั้งด้านฟีเจอร์ โฆษณา และกติกาเบื้องหลัง แบรนด์จึงต้องหมุนให้ทันแบบไม่มีวันหยุด
ทิศทางที่น่าสนใจคือ
แบรนด์ต้องเรียนรู้กติกาเฉพาะของแต่ละ Marketplace อย่างละเอียด
การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่ที่ “ราคา” แต่รวมถึง รีวิว ประสบการณ์ลูกค้า ความเร็วการจัดส่ง คอนเทนต์ในหน้าสินค้า และการยิงแอดในระบบของแพลตฟอร์มเอง
ใครยังมอง Marketplace แค่เป็นช่องทางวางของขาย อาจเสียโอกาสให้คู่แข่งที่ใช้เป็น “สนามกลยุทธ์” แบบเต็มระบบ
3. เทรนด์สายอาชีพการตลาด: โตสวนกระแส AI
แม้ AI จะเข้ามาแย่งงานในหลายวงการ แต่ตลาดแรงงานด้านการตลาดกลับเดินหน้าเติบโต
จำนวนประกาศงานสายการตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่าองค์กรยังต้องการคนทำการตลาดอยู่มาก
รูปแบบการจ้างงานขยับเข้าใกล้ยุค Integration & Maturity ซึ่งคือช่วงที่ Tech ไม่ใช่ของเล่นใหม่ แต่เป็น เครื่องมือที่ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยกำไร
คนการตลาดยุคใหม่จึงต้องอัปสกิลทั้งด้านกลยุทธ์ การใช้ Tech และความเข้าใจธุรกิจควบคู่กันไป
4. Social Media Marketing ยุค AI Slop: ต้องทำคอนเทนต์ให้ “คนเชื่อ” ไม่ใช่แค่ “คนเห็น”
เมื่อฟีดของผู้ใช้เต็มไปด้วยคอนเทนต์จาก AI คำถามคือแบรนด์จะสร้าง Trust ได้อย่างไรท่ามกลางความล้นเกินของข้อมูล
คำตอบอยู่ที่แนวทางแบบ Hybrid Content
ผสมผสานระหว่างคอนเทนต์ที่ใช้ AI ในบางส่วน กับการถ่ายทำจริง (Real Shoots)
สร้างเนื้อหาที่เห็นชัดว่า “มีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง” ทั้งในแง่น้ำเสียง วิธีเล่า และรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ AI ยังเลียนแบบได้ไม่เนียน
ยุคนี้ไม่ได้วัดกันที่ทำคอนเทนต์ได้เยอะแค่ไหน แต่อยู่ที่คนดูเลือกจะเชื่อใครมากกว่า
5. AI ในการตลาด: จากเครื่องผลิตงาน สู่เครื่องขยายไอเดีย
นักการตลาดกำลังเปลี่ยนมุมมองจากการใช้ AI เพื่อ “ช่วยทำงานให้เสร็จไวขึ้น” ไปเป็นการใช้เพื่อ “คิดงานให้ลึกและหลากหลายขึ้น”
ตัวอย่างการใช้ AI ที่โดดเด่นในปีนี้ เช่น
ใช้ AI ช่วยระดมไอเดียแคมเปญหลายแนว แล้วค่อยให้ทีมมนุษย์คัดสรรและต่อยอด
ใช้ AI ทำ Scenario Planning จำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อนเลือกลงมือจริง
ผลลัพธ์คือ AI กลายเป็นเหมือน ทีมสมองเสริม ของฝ่ายการตลาด ที่ช่วยให้คิดได้ไกลกว่าที่เคยคิดคนเดียว
6. Influencer Marketing: จากจ้างโพสต์ครั้งเดียว สู่พาร์ตเนอร์ระยะยาว
เกมของ Influencer Marketing เปลี่ยนไปไกลจากยุคที่วัดกันแค่ “ยอดไลก์ต่อโพสต์”
แนวโน้มใหม่คือ
ทำงานกับ Influencer แบบ Long-term Partner ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวแล้วจบ
มอง Influencer เป็นทั้ง Media Channel และ Sales Channel ในตัวเดียวกัน
โฟกัสโมเดลแบบ Performance-based มากขึ้น วัดกันที่ผลลัพธ์จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขผิวเผิน
แบรนด์ที่ใช้ Influencer ได้เก่งจะสามารถสร้างทั้งการรับรู้ ความน่าเชื่อถือ และยอดขายในเส้นทางเดียวกัน
สรุป: ปีนี้ใครรู้เทรนด์ก่อน ปรับตัวเร็วกว่า นำเกมได้ตั้งแต่ต้นปี
ปี 2026 ไม่ใช่ปีที่นักการตลาดจะรอดด้วยการ “ทำเหมือนเดิมแล้วหวังผลใหม่” อีกต่อไป ทั้ง 7 อินไซต์ และ 6 เทรนด์ที่ถูกพูดถึงในงานนี้ ชี้ตรงกันว่า
โฟกัสต้องย้ายจาก Vanity Metrics ไปสู่ตัวเลขที่สร้างรายได้จริง
AI ต้องถูกใช้เป็นคู่คิด ไม่ใช่แค่เครื่องผลิตงานราคาถูก
แพลตฟอร์มใหม่ ๆ และอาชีพใหม่ ๆ ในสายการตลาดจะยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ
นักการตลาดที่พร้อมทดลอง ปรับตัวไว และมอง Tech เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ของเล่น จะยืนหนึ่งได้ในยุค Digital Marketing 2026 ที่แข่งขันดุเดือดกว่าที่เคย

