วางแผนค่าใช้จ่าย TCAS ถึงมหาวิทยาลัยสำหรับ DEK 2026
1. เกริ่นนำ: ทำไมต้องวางแผนเงินตั้งแต่สนาม TCAS
ก่อนจะถึงจุดเลือกมหาวิทยาลัยรัฐหรือเอกชน เรื่อง “เงิน” เริ่มมีผลตั้งแต่ ม.6 แล้ว โดยเฉพาะการสอบเข้าระบบ TCAS ที่มีทั้งค่าสมัครสอบ TGAT/TPAT/A‑Level, ค่าสมัครแต่ละรอบ และต่อเนื่องไปจนถึงค่าเทอมและค่าครองชีพตลอด 4–6 ปีในระดับอุดมศึกษา
ข้อมูลจากหลายบทความสะท้อนตรงกันว่า
ระบบ TCAS มีหลายรอบ หลายข้อสอบ ทำให้มีค่าใช้จ่ายย่อย ๆ จำนวนมาก
TCAS70 มีแนวทาง “TCAS เท่าเทียม” เน้นลดภาระค่าสอบ แต่ก็ยังต้องวางแผนตามเกณฑ์ของแต่ละปี
เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ค่าเทอมและค่าครองชีพ (หอพัก อาหาร เดินทาง ฯลฯ) เป็นภาระใหญ่ที่ต้องคำนวณล่วงหน้า
ดังนั้น ถ้า DEK 2026 วางแผนค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันนี้ ทั้งช่วงสอบ TCAS และช่วงเรียนมหาวิทยาลัย จะช่วยลดความเครียด และเลือกเส้นทางที่เหมาะกับกำลังทรัพย์ครอบครัวได้มากขึ้น
2. ภาพรวมค่าใช้จ่ายหลัก 4 ปี: จากค่าสอบถึงค่าครองชีพ
จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ TCAS และค่าครองชีพระดับมหาวิทยาลัย สามารถแบ่งค่าใช้จ่ายใหญ่ ๆ ออกเป็น 2 ช่วง
2.1 ช่วงสอบ TCAS (ม.6)
มีค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ดังนี้
ค่าสมัครสอบรายวิชา
TGAT: 140 บาท (ข้อมูล TCAS69)
TPAT: วิชาละ 140 บาท
A‑Level: วิชาละ 100 บาท
ข้อสอบอื่น เช่น NETSAT (วิชาละ 100 บาท), FORWARD (700 บาท), SAT (~4,000 บาท) ขึ้นกับคณะที่กำหนดใช้
ค่าสมัครแต่ละรอบในระบบ TCAS
รอบ 1 Portfolio: ~200–1,000 บาท (ขึ้นกับโครงการ)
รอบ 2 Quota: ~200–500 บาท
รอบ 3 Admission: โครงสร้างแบบขั้นบันได สูงสุดราว 900 บาทเมื่อสมัครครบ 10 อันดับ
รอบ 4 Direct Admission: ~200–500 บาท/โครงการ (ขึ้นกับมหาวิทยาลัย)
ตัวอย่างค่าภาระค่าสอบ + ค่ายื่น Admission (ปี TCAS68–69)
สายแพทย์: ประมาณ 1,880 บาท
สายวิศวะ: ประมาณ 1,480 บาท
สายภาษา: ประมาณ 1,440 บาท
ตัวเลขจริงของแต่ละคนจะต่างกันตามจำนวนวิชาที่สอบและจำนวนโครงการ/อันดับที่สมัคร
2.2 ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย (4–6 ปี)
ค่าใช้จ่ายหลักประกอบด้วย
ค่าเทอม / ค่าธรรมเนียมการศึกษา (คิดต่อภาคการศึกษา แตกต่างตามคณะและมหาวิทยาลัย)
ค่าที่พัก (หอใน/หอนอก/คอนโด + ค่าน้ำไฟ + เงินประกัน)
ค่าอาหาร (โรงอาหาร ทำกินเอง กินนอกบ้าน)
ค่าเดินทาง (ขนส่งสาธารณะ, Grab/แท็กซี่, ค่าเดินทางกลับบ้าน)
ค่าใช้จ่ายแฝง เช่น โทรศัพท์-อินเทอร์เน็ต, ตำราเอกสาร, ของใช้แรกเข้า, กิจกรรม-สังคม, สุขภาพ, เงินสำรองฉุกเฉิน
บทความด้านการเงินระดับมหาวิทยาลัยสรุปภาพรวมว่า การเรียนในกรุงเทพฯ ใช้งบขั้นต่ำราวแสนบาทต่อปี (ไม่รวมค่าเทอม) และถ้าใช้ชีวิตแบบยืดหยุ่นอาจพุ่งถึงราวสองแสนต่อปี ส่วนต่างจังหวัดใช้น้อยกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง
3. เจาะค่าเทอมมหาวิทยาลัยรัฐ: ต่างกันตามคณะ
ข้อมูลสำคัญหนึ่งคือ มหาวิทยาลัยรัฐไทยมักคิด “ค่าเทอมแบบเหมาจ่ายต่อภาคการศึกษา” โดย
ราคาขึ้นอยู่กับ คณะ/กลุ่มสาขา มากกว่าชื่อมหาวิทยาลัย
หลักสูตรภาษาไทย ปกติ จะถูกกว่าหลักสูตรนานาชาติหรือโครงการพิเศษ
ตัวอย่างช่วงค่าธรรมเนียมต่อเทอม (ปีการศึกษา 2567–2568)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แพทย์ / ทันตะ / สัตวแพทย์: ~34,000 บาท
เภสัช / สหเวช / วิทย์การกีฬา / จิตวิทยา: ~26,000–26,500 บาท
วิทย์ / วิศวะ / สถาปัตย์: ~25,500 บาท
ศิลป์ / ครุ / นิติ / นิเทศ / บัญชี / รัฐศาสตร์ / เศรษฐศาสตร์ / อักษร: ~21,000 บาท
ธรรมศาสตร์
ทันตแพทย์: ~50,000 บาท
แพทย์: ~21,100 บาท
วิศวกรรม: ~18,200 บาท
วิทยาศาสตร์: ~17,300 บาท
ศิลปศาสตร์ / พยาบาล / วารสาร ฯลฯ: ~14,800–17,000 บาท
บัญชี / เศรษฐศาสตร์: ~14,200 บาท
นิติ / สังคม / รัฐศาสตร์: ~13,000–13,800 บาท
มหิดล
ทันตแพทย์: ~50,000 บาท
แพทย์ (ศิริราช/รามาธิบดี): ~30,000 บาท
เภสัช / วิศวะ: ~30,000 บาท
พยาบาล / แพทย์แผนไทยประยุกต์: ~25,000 บาท
เกษตรศาสตร์ บางเขน
วิศวกรรม: ~17,300 บาท
วิทย์ / สถาปัตย์ / สิ่งแวดล้อม / อุตสาหกรรมเกษตร: ~16,300 บาท
เกษตร / ประมง / วนศาสตร์ / เทคนิคสัตวแพทย์: ~14,300 บาท
บริหาร / สังคม / ศึกษา / มนุษย์ / เศรษฐศาสตร์: ~12,000–12,900 บาท
เชียงใหม่ / นเรศวร
ทันตแพทย์ (ปี 1–2 มช.): ~20,000 บาท
สายวิทย์–เทคโนโลยี–วิศวะ (มน.): ~16,000 บาท
สายสังคม–มนุษย์ (มน.): ~10,000–14,000 บาท
สรุป:
สายแพทย์–ทันตะ–เภสัช มีค่าเทอมต่อเทอมสูงสุดในมหาวิทยาลัยรัฐ
สายวิทย์/วิศวะ อยู่ระดับกลางถึงสูง
สายบริหาร/บัญชี/นิติ/รัฐศาสตร์/ศิลปศาสตร์/มนุษย์ อยู่ระดับกลาง
สายสังคมทั่วไปบางมหาวิทยาลัย อยู่ระดับต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเทอม
4. โครงสร้างค่าเทอมมหาวิทยาลัยเอกชน (ตามข้อมูลตัวอย่าง)
แม้บทความจะไม่ได้แจกแจงตัวเลขค่าเทอมของทุกมหาวิทยาลัยเอกชนละเอียดเหมือนฝั่งรัฐ แต่มีการรวบรวมชื่อมหาวิทยาลัยเอกชนและเน้นให้ตรวจสอบจากเอกสารของแต่ละแห่ง เช่น
ม.รังสิต
ม.ธุรกิจบัณฑิตย์
ม.กรุงเทพ
ม.ศรีปทุม
และตัวอย่างมหาวิทยาลัยเอกชนอย่าง SBU (มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก) ที่ให้ข้อมูลโครงสร้าง ระยะเวลาเรียน และแนวคิดด้านค่าใช้จ่าย เช่น
วุฒิ ม.6 / ปวช / กศน.: เรียน 3 ปี (ยกเว้นบางสาขาวิศวะ 4 ปี)
วุฒิ ปวส.: ป.ตรีต่อเนื่อง 1.5–2 ปี
ปริญญาตรีออนไลน์ 100%: 1.5–3 ปี ตามวุฒิเดิม
ปริญญาโท: ~1.5 ปี
แม้ไม่มีตัวเลขค่าเทอมต่อเทอม แต่มีจุดเน้นเรื่อง
สมัครได้ตลอดปี โดยไม่ต้องใช้คะแนน TCAS
จ่ายค่าสมัคร 200 บาท
มีระบบผ่อนชำระ 0% ตลอดหลักสูตร และกู้ กยศ. ได้ทุกคณะ (ข้อมูลจากบทความ SBU)
ข้อสังเกตสำคัญ:
ค่าเทอมเอกชนมักสูงกว่ารัฐ โดยเฉพาะสายสุขภาพและเทคโนโลยี
แต่บางแห่งชดเชยด้วยความยืดหยุ่นด้านระยะเวลาเรียน ระบบออนไลน์ และการจัดการภาระค่าใช้จ่ายแบบผ่อนชำระ
ผู้ปกครองควรตรวจสอบค่าเทอมรวม 4 ปี/6 ปี จากประกาศมหาวิทยาลัยโดยตรง เพราะตัวเลขต่างกันมากตามสาขาและโครงการ
5. เปรียบเทียบภาพรวมรัฐ vs เอกชน: เทอม–กินอยู่–เดินทาง–ไลฟ์สไตล์
จากข้อมูลค่าเทอมและค่าครองชีพ สามารถสรุปภาพใหญ่ระหว่าง “รัฐ” กับ “เอกชน” ได้ในมุมค่าใช้จ่าย (ไม่ลงรายละเอียดแต่ละมหาวิทยาลัย)
5.1 ค่าเทอม
รัฐ
สายสังคม/บริหาร/มนุษย์: ~24,000–30,000 บาท/ปี (เฉลี่ยจากหลายมหาวิทยาลัย)
สายวิทย์/วิศวกรรม: ~30,000–50,000 บาท/ปี
สายแพทย์/ทันตะ: ~42,000–100,000 บาท/ปี (หลักสูตร 6 ปี)
เอกชน
ไม่มีตัวเลขกลางในบทความ แต่โดยบริบททั่วไปมักสูงกว่ารัฐ โดยเฉพาะหลักสูตรเฉพาะทาง
ต้องตรวจสอบค่าเทอมรายคณะ–โครงการจากมหาวิทยาลัยโดยตรง
5.2 ค่ากินอยู่ (ไม่รวมค่าเทอม)
ตาราง “งบขั้นต่ำ vs งบยืดหยุ่น” ต่อปี แยกกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด (ปี 2568–2569)
กรุงเทพฯ (ต่อปี)
หอพัก: ~36,000 (ขั้นต่ำ) – 72,000 (ยืดหยุ่น)
น้ำไฟ: ~3,600 – 7,200
อาหาร: ~32,400 – 54,000
เดินทาง: ~18,000 – 42,000
กลับบ้าน: ~3,000 – 15,000
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ: ~12,000 – 30,000
รวมต่อปี (ไม่รวมค่าเทอม): ประมาณ 105,000 (ขั้นต่ำ) – 220,000 (ยืดหยุ่น)
ต่างจังหวัด (ต่อปี)
หอพัก: ~18,000 – 36,000
น้ำไฟ: ~2,400 – 5,000
อาหาร: ~21,600 – 39,000
เดินทาง: ~6,000 – 18,000
กลับบ้าน: 0 – ~5,000
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ: ~8,000 – 20,000
รวมต่อปี (ไม่รวมค่าเทอม): ประมาณ 56,000 (ขั้นต่ำ) – 123,000 (ยืดหยุ่น)
หมายเหตุ: ค่าครองชีพส่วนนี้แทบไม่ต่างระหว่างรัฐและเอกชน เพราะขึ้นกับ “ทำเล” เป็นหลัก
5.3 ไลฟ์สไตล์และค่าใช้จ่ายที่มักถูกลืม
รายการที่ต้องบวกเพิ่มทุกปี ไม่ว่ารัฐหรือเอกชน ได้แก่
โทรศัพท์ / อินเทอร์เน็ต: ~300–600 บาท/เดือน
ตำรา / เอกสาร / อุปกรณ์: ~1,000–5,000 บาท/ปี
ของใช้แรกเข้า (ปีแรก): ~3,000–10,000 บาท
เสื้อผ้า / กิจกรรม / สังสรรค์: ~1,000–3,000 บาท/เดือน
ยา / สุขภาพ: ~300–1,000 บาท/เดือน
เงินสำรองฉุกเฉิน: ~5,000–10,000 บาท/ปี
สรุปเปรียบเทียบ:
ถ้าเรียนในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะรัฐหรือเอกชน งบค่าครองชีพต่อปีใกล้เคียงกัน อยู่ราว 105,000–220,000 บาท
ความต่างใหญ่สุดคือ “ค่าเทอมต่อปี” ซึ่งรัฐถูกกว่าเอกชนในภาพรวม โดยเฉพาะสายที่ไม่ใช่หลักสูตรพิเศษ
6. ปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายแตกต่าง: ทำเล–หอ–การเดินทาง–ทุนและกู้
ค่าใช้จ่าย 4 ปีไม่ได้ต่างกันแค่ชื่อมหาวิทยาลัย แต่ขึ้นกับหลายปัจจัยที่ต้องคิดให้ครบ
6.1 ทำเลมหาวิทยาลัย
กรุงเทพฯ/ปริมณฑล
หอพักเริ่ม ~3,000–9,000 (หอใน) และ 4,000–8,000 (หอนอก)
คอนโดให้เช่า: ~6,000–15,000 บาท/เดือน
ค่าเดินทางสาธารณะ: ~1,500–3,500 บาท/เดือน
Grab/แท็กซี่: ~2,000–5,000 บาท/เดือน
ต่างจังหวัด
หอใน: ~1,500–4,000 บาท/เดือน
หอนอก: ~2,500–5,000 บาท/เดือน
การเดินทางสั้นกว่า ใช้ ~500–1,500 บาท/เดือน (ขนส่งสาธารณะ/สองแถว)
6.2 ประเภทหอพัก
หอในมหาวิทยาลัย: มักถูกกว่า มีเกณฑ์และข้อจำกัดเรื่องเวลาหอ
หอนอก/อพาร์ตเมนต์: ต้นทุนสูงขึ้นแต่ยืดหยุ่นกว่า
คอนโด: แพงสุด เหมาะกับครอบครัวที่พร้อมด้านการเงิน
ทุกแบบต้องบวกเพิ่ม
ค่าน้ำไฟ: ~300–800 บาท/เดือน
เงินประกัน/แรกเข้า: มักเก็บล่วงหน้า 1–2 เดือน
6.3 การเดินทางและกลับบ้าน
คนต่างจังหวัดมาเรียนกรุงเทพฯ มีค่าเดินทางประจำวัน + ค่าเดินทางกลับบ้านปีละ 3–4 ครั้ง (~3,000–15,000 บาท/ปี)
ถ้าเรียนใกล้บ้านหรือในจังหวัดเดียวกัน ค่าเดินทางกลับบ้านแทบไม่มี ช่วยลดงบรวมได้มาก
6.4 ทุนการศึกษาและกู้ กยศ.
ในบทความชุดเดียวกันมีการย้ำว่า
ทุน กยศ. สามารถช่วยทั้งค่าเทอมและค่าครองชีพ ขึ้นกับเงื่อนไขและรายได้ครอบครัว
มหาวิทยาลัยใหญ่หลายแห่ง เช่น จุฬาฯ มีระบบทุนสำหรับนักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
มีทุนจากหน่วยงานภายนอก (รัฐวิสาหกิจ/เอกชน) สำหรับนักศึกษาที่ผลการเรียนดี
งาน Part‑time 15–20 ชม./สัปดาห์ ให้รายได้เสริม ~3,000–8,000 บาท/เดือน
ข้อสังเกต: ทุนและการกู้เป็นตัวแปรสำคัญในการลดภาระค่าเทอมและค่าครองชีพ โดยเฉพาะสำหรับมหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชนที่ร่วมโครงการกู้ กยศ.
7. เคล็ดลับวางแผนการเงินสำหรับ DEK 2026 และผู้ปกครอง
จากตัวเลขที่รวบรวม สามารถสรุปวิธีคิดงบ 4 ปีแบบเป็นขั้นตอน โดยอิงจากข้อมูลที่มี
7.1 ตั้งกรอบงบ “ต่อปี” ก่อนเลือกมหาวิทยาลัย
บทความด้านการเงินระดับมหาวิทยาลัยเสนอว่า
- ถ้าเรียนกรุงเทพฯ สายสังคมในมหาวิทยาลัยรัฐ
งบขั้นต่ำต่อปี (รวมค่าเทอม): ~129,000 บาท
งบปกติไม่ฟุ่มเฟือย: ~150,000–170,000 บาท
งบยืดหยุ่น: อาจสูงถึง ~250,000 บาท/ปี
คำแนะนำจากบทความคือ
ตั้งเป้างบ ~150,000 บาท/ปี และเตรียมสำรองเพิ่มอีก 20% เผื่อเหตุไม่คาดฝัน
7.2 ใช้ข้อมูล “งบขั้นต่ำ vs งบยืดหยุ่น” เป็นฐานคิด
ตารางค่าครองชีพต่อปีช่วยให้ DEK 2026 และผู้ปกครองคำนวณง่ายขึ้นว่า
ถ้าเลือกเรียน กรุงเทพฯ ต้องยอมรับงบค่าครองชีพขั้นต่ำ ~105,000 บาท/ปี
ถ้าเลือกเรียน ต่างจังหวัด สามารถกดงบลงมาเหลือ ~56,000 บาท/ปี (ขั้นต่ำ)
เมื่อบวกค่าเทอมตามสายคณะ
สายสังคม/บริหาร/มนุษย์: งบ 4 ปีในกรุงเทพฯ ~516,000–1,000,000 บาท
สายวิทย์/วิศวะ: งบ 4 ปีในกรุงเทพฯ ~580,000–1,080,000 บาท
สายแพทย์/ทันตะ (6 ปี): ~900,000–1,920,000 บาท (กรุงเทพฯ)
7.3 ลดภาระค่าสอบ TCAS ด้วยการวางแผนวิชา
ในช่วง TCAS69–70 มีมาตรการลดภาระค่าสมัครสอบบางส่วน แต่หลักการที่บทความเน้นคือ
เลือกสอบ เฉพาะวิชาที่คณะใช้จริง ไม่จับฉ่ายทุกวิชา
เช็กสัดส่วนคะแนน TGAT/TPAT/A‑Level ของคณะที่สนใจก่อนลงสอบ
วางแผนให้คะแนนหนึ่งชุดใช้ได้กับหลายคณะที่เล็งไว้ ลดจำนวนวิชาที่ต้องสอบซ้ำ
ตัวอย่างจากการคำนวณค่าสอบของ DEK69 แสดงให้เห็นว่า
ยิ่งสอบหลายวิชาและยื่นหลายอันดับ ค่าใช้จ่ายยิ่งสูง
แต่ถ้ากรองคณะในฝันให้ชัด และเลือกสอบเฉพาะวิชาที่จำเป็น สามารถคุมค่าสอบให้อยู่ราว 500–1,000 บาท + ค่ายื่น Admission ประมาณ 900 บาท
7.4 เชื่อมการวางแผน TCAS กับการเลือกมหาวิทยาลัยให้เหมาะกำลังทรัพย์
ข้อมูล TCAS และค่าเทอมช่วยให้คิดเชื่อม 2 เรื่องเข้าด้วยกัน
ถ้ากำลังทรัพย์จำกัด การเล็งคณะสายสังคม/บริหาร/มนุษย์ในมหาวิทยาลัยรัฐ และเรียนต่างจังหวัดจะช่วยลดงบรวม 4 ปีลงอย่างมาก
ถ้าอยากอยู่กรุงเทพฯ แต่กลัวค่าใช้จ่ายสูง อาจมองหาทุนการศึกษา กยศ. และมหาวิทยาลัยที่มีระบบผ่อนชำระ 0% (เช่นตัวอย่าง SBU)
ระบบ TCASมีหลายรอบ (Portfolio, Quota, Admission, Direct) ทำให้เลือกกลยุทธ์สมัครให้ตรงกับจุดแข็งตัวเอง เพื่อลดการ “เดินสายสอบ” และค่าใช้จ่ายที่บานปลาย
8. สรุปและข้อเสนอแนะ: เช็กลิสต์คำถามด้านค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ
จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปมุมมองการวางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกมหาวิทยาลัยรัฐหรือเอกชนได้ว่า
มหาวิทยาลัยรัฐ ยังได้รับการอุดหนุนจากรัฐ ค่าเทอมสายทั่วไปถูกกว่าเอกชน และมีทุนหลากหลาย
มหาวิทยาลัยเอกชน ค่าเทอมมักสูงกว่า แต่บางแห่งมีความยืดหยุ่นสูง เช่น สมัครได้ตลอดปี มีระบบออนไลน์ และผ่อนชำระ
ความต่างเรื่องเงินจึงไม่ได้อยู่แค่ “รัฐ vs เอกชน” แต่อยู่ที่คณะ ทำเล และการใช้ทุน/กู้ควบคู่กัน
ก่อนตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัย DEK 2026 และผู้ปกครองควรมีเช็กลิสต์คำถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย เช่น
ค่าเทอมต่อเทอมของคณะนี้ (หลักสูตรภาษาไทย โครงการปกติ) อยู่ที่เท่าไหร่ และมีปรับขึ้นบ่อยไหม?
ถ้าเรียนจบ 4 ปี/6 ปี ค่าเทอมรวมโดยประมาณเท่าไหร่ (อ้างอิงจากประกาศมหาวิทยาลัยล่าสุด)?
ค่าหอพักในทำเลนั้น (หอใน/หอนอก) ต่อเดือนประมาณเท่าไหร่ เมื่อบวกค่าน้ำไฟและเงินประกัน?
ค่าอาหาร–เดินทาง–กลับบ้านต่อปีอยู่ในช่วงไหน เมื่อเทียบกับงบครอบครัวที่ตั้งไว้?
มหาวิทยาลัยมีทุนการศึกษาหรือโครงการกู้ (เช่น กยศ.) ครอบคลุมค่าเทอมและค่าครองชีพหรือไม่?
ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน มีระบบผ่อนชำระหรือส่วนลดใดบ้าง และจะช่วยลดภาระเงินสดรายเทอมแค่ไหน?
ในช่วงสอบ TCAS ต้องจ่ายค่าสมัครสอบและค่าสมัครแต่ละรอบเท่าไหร่ เมื่อเลือกวิชาที่คณะเป้าหมายใช้จริง?
การตอบคำถามเหล่านี้ด้วยข้อมูลจากประกาศทางการและตารางค่าใช้จ่ายที่มี จะช่วยให้การเลือกมหาวิทยาลัยเป็น “การตัดสินใจบนข้อมูล” ไม่ใช่แค่ตามกระแส และทำให้ DEK 2026 ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างมั่นใจ ทั้งด้านเส้นทางการเรียนและเสถียรภาพการเงินของครอบครัว


ความคิดเห็น