ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา Google คือชื่อแรกที่คนทั่วโลกนึกถึงเมื่อต้องการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต แต่ในปี 2026 ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อผู้เล่นรายใหม่อย่าง ChatGPT, Perplexity และบริการค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้อย่างชัดเจน จน CNBC มองว่ายุคที่ Google ครองตลาดแบบไร้คู่แข่งเริ่มมีรอยร้าวแล้ว
แม้ Google ยังมีส่วนแบ่งตลาดค้นหาสูงที่สุดของโลก แต่ผู้ใช้งานจำนวนมากเริ่มเลือกถาม AI โดยตรงแทนการพิมพ์คำค้นหาแบบเดิม เพราะสามารถได้รับคำตอบที่สรุปมาแล้วโดยไม่ต้องเปิดหลายเว็บไซต์เหมือนในอดีต
คนรุ่นใหม่เริ่มถาม AI แทน Google
หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือการเติบโตของเครื่องมืออย่าง ChatGPT Search และ Perplexity AI ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้อายุน้อยที่คุ้นเคยกับการสนทนาแบบแชตมากกว่าการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด
แทนที่จะค้นหาเป็นรายการลิงก์ ผู้ใช้สามารถถามคำถามยาว ๆ ขอให้ AI เปรียบเทียบ วิเคราะห์ หรือสรุปข้อมูลได้ทันที ส่งผลให้พฤติกรรมการค้นหาค่อย ๆ เปลี่ยนจาก "Search Engine" ไปสู่ "Answer Engine" มากขึ้น
Google เร่งปรับ Search ให้กลายเป็น AI
Google ไม่ได้นิ่งเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
ในงาน Google I/O 2026 บริษัทประกาศยกเครื่อง Search ครั้งใหญ่ โดยนำ Gemini 3.5 Flash มาเป็นโมเดลหลักของ AI Mode พร้อมเพิ่มความสามารถของ AI ให้ค้นหา วิเคราะห์ และทำงานหลายขั้นตอนแทนผู้ใช้ได้มากขึ้น
Google เชื่อว่าการผสาน AI เข้ากับ Search คือวิธีรักษาความได้เปรียบของแพลตฟอร์ม โดยใช้จุดแข็งด้านฐานข้อมูล ระบบจัดอันดับเว็บไซต์ และโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างมานานหลายสิบปี
คู่แข่งไม่ได้แย่งแค่ผู้ใช้ แต่แย่งรายได้โฆษณา
สิ่งที่นักลงทุนจับตามองไม่ใช่แค่จำนวนผู้ใช้ แต่คือธุรกิจโฆษณา ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของ Alphabet
หากผู้คนหันไปใช้ AI ที่สรุปคำตอบให้ทันที โดยไม่คลิกเว็บไซต์หรือโฆษณาเหมือนเดิม โมเดลธุรกิจที่ทำให้ Google เติบโตมาตลอดกว่า 20 ปีอาจได้รับผลกระทบในระยะยาว
หลายบริษัทจึงเริ่มปรับกลยุทธ์ด้าน SEO และการทำคอนเทนต์ เพื่อให้สามารถปรากฏทั้งในผลการค้นหาของ Google และคำตอบจาก AI แพลตฟอร์มต่าง ๆ

นักลงทุนเริ่มกังวลการแข่งขัน AI
แรงกดดันไม่ได้มาจากตลาดค้นหาเพียงอย่างเดียว
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Alphabet ยังเผชิญแรงขายในตลาดหุ้น หลังนักวิจัย AI ระดับแนวหน้าสองรายลาออกไปยังบริษัทคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ทำให้เกิดคำถามว่าบริษัทกำลังสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันด้าน AI หรือไม่
แม้ Google ยังคงลงทุนมหาศาลทั้งด้านศูนย์ข้อมูล ชิป TPU และโมเดล Gemini แต่นักลงทุนบางส่วนมองว่าการแข่งขันในยุค AI เข้มข้นกว่าที่เคย และไม่มีบริษัทใดสามารถครองตลาดได้แบบเบ็ดเสร็จเหมือนในอดีต
Google ยังเป็นผู้นำ แต่ไม่ง่ายเหมือนเดิม
แม้จะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น แต่ Google ยังคงเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาดค้นหา ด้วยฐานผู้ใช้นับพันล้านคน ระบบ Android, Chrome, YouTube และบริการอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ผู้ใช้ในปัจจุบันไม่ได้มี Google เป็นตัวเลือกเดียวอีกต่อไป การเติบโตของ ChatGPT, Perplexity และ AI Search รูปแบบใหม่ กำลังบีบให้ Google ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในยุคที่ผู้คนต้องการ "คำตอบ" มากกว่า "ลิงก์"
การแข่งขันในยุค AI จึงไม่ใช่คำถามว่า Google จะหายไปหรือไม่ แต่เป็นคำถามว่า Google จะสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้อย่างไร เมื่อวิธีการค้นหาข้อมูลของผู้คนกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
ที่มา cnbc


ความคิดเห็น