ZestBuy

คู่มือพันธบัตรรัฐบาล 2026 และช่องทางซื้อ

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI05-10

พันธบัตรรัฐบาล 2026 คืออะไร และเหมาะกับใคร

พันธบัตรรัฐบาลเป็น ตราสารหนี้ ที่ออกโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐ ผู้ซื้อมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” ส่วนรัฐบาลเป็น “ลูกหนี้” ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด และคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุพันธบัตร การลงทุนลักษณะนี้

  • มีความเสี่ยงต่ำมาก เพราะรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน

  • ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ชัดเจน

  • ผู้ลงทุนรู้ล่วงหน้าว่าจะได้รับดอกเบี้ยเท่าไร และได้เงินต้นคืนเมื่อใด

สำหรับ พันธบัตรออมทรัพย์ปีงบประมาณ 2568 (2026) ที่กล่าวถึง ได้แก่พันธบัตรอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได (เฉลี่ย 2.49% ต่อปี) เปิดขายผ่านแอปฯ เป๋าตัง และผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย 6 แห่ง

เหมาะกับกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้เริ่มต้นลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำ

  • ผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ คาดการณ์ได้

  • ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยง

  • ผู้วางแผนการเงินระยะยาว เช่น ออมเพื่อเกษียณ หรือการศึกษาบุตร

ความเสี่ยง–ผลตอบแทน

  • ความเสี่ยงด้าน “ผิดนัดชำระหนี้” ต่ำมาก เพราะเป็นพันธบัตรรัฐบาล

  • ผลตอบแทนไม่ได้สูงเท่าสินทรัพย์เสี่ยง แต่แลกกับความมั่นคงและรายรับดอกเบี้ยสม่ำเสมอ

  • มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและสภาพคล่อง หากขายก่อนครบกำหนดอาจได้ราคาต่ำกว่าหน้าตั๋วในตลาดรอง


เงื่อนไขและรายละเอียดพันธบัตรรัฐบาล 2026

พันธบัตรออมทรัพย์ปีงบประมาณ 2568 ครั้งที่ 2 มี 2 รุ่นหลักที่โครงสร้างเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ช่องทางจำหน่ายและรหัสรุ่น

อายุพันธบัตร และดอกเบี้ย

  • อายุ 10 ปี

  • ดอกเบี้ยแบบขั้นบันได (Stepped Interest)
    • ปีที่ 1–3 : 1.70% ต่อปี

    • ปีที่ 4–7 : 2.40% ต่อปี

    • ปีที่ 8–10 : 3.40% ต่อปี

    • อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 2.49% ต่อปี

  • จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน

รุ่นที่จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. (แอปฯ เป๋าตัง)

  • รหัสรุ่น: SBST357A

  • วงเงินรวม: 5,000 ล้านบาท

  • วันจำหน่าย: 30 กรกฎาคม – 7 สิงหาคม 2568

  • ผู้มีสิทธิ์ซื้อ: บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป
    • หากอายุไม่ครบ 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ณ สาขาธนาคารกรุงไทยก่อน

  • วงเงินต่อราย
    • ขั้นต่ำ 100 บาท (100 หน่วย)

    • สูงสุด 20,000,000 บาท ต่อราย

    • ต่อครั้งไม่เกิน 5,000,000 บาท

    • ซื้อเพิ่มได้เป็นจำนวนเท่าของ 100 บาท ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

  • วิธีจัดสรร: มาก่อนได้ก่อน (First-Come, First-Served)

รุ่นที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทน 6 แห่ง

  • รหัสรุ่น: SBST358A

  • วงเงินรวม: 15,000 ล้านบาท

  • วันจองซื้อ: 4 – 6 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30–15.00 น.

  • ผู้มีสิทธิ์ซื้อ: บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย หรือผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

  • วงเงินต่อราย
    • ขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย)

    • ไม่มีวงเงินสูงสุด

    • ซื้อเพิ่มได้เป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

  • วันจัดสรรพันธบัตร: 7 สิงหาคม 2568

  • วิธีจัดสรร: Small Lot First คือทยอยจัดสรรเป็นรอบๆ รอบละ 1,000 บาท เวียนจนครบผู้ซื้อทุกราย

    • ลำดับก่อน–หลังในการจองไม่มีผลต่อการจัดสรร

    • รอบสุดท้ายหากวงเงินไม่พอ ระบบจะสุ่ม (Random) เพื่อจัดสรรให้ครบวงเงิน


ช่องทางซื้อผ่าน Krungthai: เป๋าตัง และ Krungthai NEXT

จากข้อมูลที่มี ช่องทางสำคัญของกรุงไทยสำหรับการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ปี 2568 ครั้งที่ 2 คือ วอลเล็ต สบม. บนแอปฯ เป๋าตัง โดยใช้แอป Krungthai NEXT เป็นเครื่องมือสำคัญในการยืนยันตัวตนและจัดการธุรกรรมบางส่วน

1. การเตรียมตัวใช้งานแอปฯ เป๋าตัง

ขั้นตอนลงทะเบียนสำหรับลูกค้าใหม่

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง
    • รองรับทั้งระบบ iOS และ Android

  2. เปิดแอปฯ และอ่านรายละเอียด จากนั้นกด “ยินยอม”

  3. กรอกข้อมูลส่วนตัว
    • กดไอคอนกล้องเพื่อถ่ายบัตรประชาชน ระบบจะดึงข้อมูลเลขบัตร (CID) และชื่อ–นามสกุล

  4. ตั้งรหัส PIN และยืนยันรหัส

2. การยืนยันตัวตนในเป๋าตัง

เป๋าตังรองรับ 2 วิธีหลักในการยืนยันตัวตน

วิธีที่ 1: ยืนยันด้วยแอป Krungthai NEXT

  • เงื่อนไข: ต้องมีบัญชี Krungthai NEXT ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนเดียวกันกับแอปฯ เป๋าตัง

  • ขั้นตอน
    1. เข้าสู่แอป Krungthai NEXT

    2. ระบุรหัส PIN ของ Krungthai NEXT

    3. กดปุ่ม “ดำเนินการบนแอปฯ เป๋าตัง”

    4. กรอกรหัส OTP ที่ส่งไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับ Krungthai NEXT

    5. ตั้ง PIN สำหรับเป๋าตังและยืนยัน

วิธีที่ 2: ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า (Face Scan)

  • ใช้ได้ในอุปกรณ์ที่รองรับการสแกนใบหน้า

  • หากอุปกรณ์ไม่รองรับ ให้ใช้แอป Krungthai NEXT หรือไปยืนยันที่สาขาธนาคารกรุงไทย

  • ขั้นตอน
    1. เตรียมสแกนใบหน้า

    2. สแกนใบหน้าผ่านระบบ

    3. ตั้งค่ารหัส PIN และยืนยัน

3. เปิดใช้วอลเล็ต สบม. บนเป๋าตัง

  1. เลือกเมนู “สมัครใช้บริการ” วอลเล็ต สบม.

  2. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ “วอลเล็ต สบม.”

  3. ทำตามขั้นตอน eKYC เพื่อสมัครวอลเล็ต

  4. ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล

  5. เมื่อสมัครเสร็จ ระบบจะแสดง “กำลังตรวจสอบข้อมูล” สามารถกด “ตรวจสอบสถานะล่าสุดเพื่อดูผลการสมัคร”

4. เติมเงินเข้า วอลเล็ต สบม.

เมื่อสมัครและยืนยันตัวตนในเป๋าตังเรียบร้อย ให้ดำเนินการเติมเงินเข้า วอลเล็ต สบม. เพื่อเตรียมซื้อพันธบัตร

  • หลังติดตั้งและยืนยันตัวตนสำเร็จ ให้ทำตาม 4 ขั้นตอนหลักที่ระบุไว้
    1. สมัครวอลเล็ต สบม.

    2. เลือกเมนูพันธบัตรออมทรัพย์ที่ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย

    3. อ่านข้อควรทราบและกด “ตกลง”

    4. ระบบจะแสดงรายการพันธบัตรที่พร้อมให้ซื้อ

หมายเหตุ: การโอนเงินเข้าวอลเล็ตทำได้ผ่าน Wallet ID หรือ QR PromptPay จาก Mobile Banking ของทุกธนาคาร ตามรายละเอียดที่มีในข้อมูล


ช่องทางซื้อผ่าน SCB และ Krungsri (ตามข้อมูลที่มี)

ในข้อมูลชุดนี้ ระบุโดยรวมว่า การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย 6 แห่ง ได้แก่

  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)

แต่ ไม่ได้ให้รายละเอียดแยกย่อยเฉพาะ SCB หรือ Krungsri เช่น ขั้นตอนสมัครผ่าน SCB EASY หรือ Krungsri Mobile App เอกสารที่ใช้ หรือเงื่อนไขลูกค้าเก่า–ใหม่ จึงไม่สามารถเพิ่มเติมขั้นตอนเฉพาะของแต่ละธนาคารได้เกินจากข้อมูล

จากข้อมูลที่มี สามารถสรุปภาพรวมการซื้อผ่านธนาคารตัวแทนได้ดังนี้

  • จำหน่ายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต, Mobile Application และเคาน์เตอร์ทุกสาขาของธนาคารตัวแทนทั้ง 6 แห่ง

  • ใช้วิธีจัดสรรแบบ Small Lot First

  • จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (หน่วยละ 1,000 บาท) ไม่มีวงเงินสูงสุด

  • วันจองซื้อ 4–6 สิงหาคม 2568 และจัดสรรวันที่ 7 สิงหาคม 2568


การเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม วงเงินขั้นต่ำ และความสะดวก

ข้อมูลที่มีให้รายละเอียดเชิงลึกเฉพาะ ช่องทางเป๋าตัง–กรุงไทย และเงื่อนไขโดยรวมของธนาคารตัวแทน 6 แห่ง แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขค่าธรรมเนียม หรือเงื่อนไขขั้นต่ำ–สูงสุดของแต่ละธนาคารในรูปแบบตาราง จึงสรุปเปรียบเทียบได้ในระดับภาพรวมดังนี้

1. วงเงินขั้นต่ำ–สูงสุด

  • วอลเล็ต สบม. (SBST357A)

    • ขั้นต่ำ 100 บาท

    • สูงสุดต่อราย 20,000,000 บาท

    • สูงสุดต่อครั้ง 5,000,000 บาท

    • ซื้อเพิ่มเป็นเท่าของ 100 บาท

  • ธนาคารตัวแทน (SBST358A)

    • ขั้นต่ำ 1,000 บาท

    • ไม่มีวงเงินสูงสุดต่อราย

    • ซื้อเพิ่มเป็นเท่าของ 1,000 บาท

2. วิธีจัดสรรพันธบัตร

  • วอลเล็ต สบม. : First-Come, First-Served

  • ธนาคารตัวแทน : Small Lot First และใช้ระบบสุ่มรอบสุดท้ายหากวงเงินเหลือไม่พอ

3. ค่าธรรมเนียม

  • ข้อมูลที่มีไม่ระบุค่าธรรมเนียมซื้อตรงของแต่ละธนาคารสำหรับพันธบัตรรุ่นนี้

  • สำหรับตลาดรองฝั่งกรุงไทย มีบริการซื้อขายผ่าน Krungthai NEXT และเป๋าตัง โดยเน้นความสะดวกและสภาพคล่อง แต่ไม่มีตัวเลขค่าธรรมเนียมในข้อมูลที่ให้มา

4. ความสะดวกการใช้งาน

  • วอลเล็ต สบม. (เป๋าตัง)

    • ซื้อได้ 24 ชั่วโมงในช่วงเปิดจำหน่าย

    • เข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 100 บาท

    • เช็กยอดแบบเรียลไทม์ และสามารถขายในตลาดรองผ่านแอปฯ ได้หลังถือครบ 6 เดือน

  • ธนาคารตัวแทน 6 แห่ง

    • ซื้อได้ทั้งผ่านอินเทอร์เน็ต, Mobile App และสาขา

    • มีเวลาทำการชัดเจน (08.30–15.00 น.)

    • เหมาะกับผู้ที่คุ้นเคยกับการซื้อผ่านธนาคารที่ใช้อยู่ประจำ


คู่มือขั้นตอนการซื้อพันธบัตรรัฐบาล 2026

จากข้อมูลทั้งหมด สามารถจัดเรียงขั้นตอนการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ปี 2568 ครั้งที่ 2 ได้ดังนี้ (โฟกัสช่องทางแอปฯ เป๋าตัง และธนาคารตัวแทน 6 แห่ง)

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมความพร้อม

  • ตรวจสอบคุณสมบัติ
    • สัญชาติไทย (กรณีวอลเล็ต สบม. ต้องอายุ 15 ปีขึ้นไป)

    • อายุ 15–20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองที่สาขาธนาคารกรุงไทย

  • วางแผนจำนวนเงินลงทุนตามวงเงินขั้นต่ำ–สูงสุดของแต่ละช่องทาง

ขั้นตอนที่ 2: ลงทะเบียนและยืนยันตัวตน

กรณีซื้อผ่านวอลเล็ต สบม. (เป๋าตัง)

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง

  2. ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน และตั้งรหัส PIN

  3. ยืนยันตัวตนผ่าน Krungthai NEXT หรือสแกนใบหน้า

  4. สมัครใช้บริการวอลเล็ต สบม. ผ่านแอปฯ

ขั้นตอนที่ 3: เติมเงินเข้า วอลเล็ต สบม.

  1. เมื่อสมัครวอลเล็ต สบม. สำเร็จ ให้เข้าเมนูวอลเล็ต

  2. เลือก “พันธบัตรออมทรัพย์ที่ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย”

  3. อ่านข้อควรทราบและกด “ตกลง”

  4. ทำตามขั้นตอนเติมเงินเข้า วอลเล็ต สบม. ผ่าน Wallet ID หรือ QR PromptPay จาก Mobile Banking ของทุกธนาคาร ตามที่ระบบแนะนำ

ขั้นตอนที่ 4: เลือกรุ่นพันธบัตร และทำรายการซื้อ

สำหรับ SBST357A (วอลเล็ต สบม.)

  1. ในช่วง 30 กรกฎาคม – 7 สิงหาคม 2568

  2. เข้าหน้าเมนูวอลเล็ต สบม. เลือกรุ่นพันธบัตร SBST357A

  3. ระบุจำนวนเงินที่ต้องการซื้อ (ขั้นต่ำ 100 บาท และเป็นเท่าของ 100 บาท)

  4. ยืนยันการทำรายการซื้อ

  5. ระบบจัดสรรแบบ First-Come, First-Served

สำหรับ SBST358A (ธนาคารตัวแทน)

  1. ในช่วง 4 – 6 สิงหาคม 2568

  2. เลือกใช้ช่องทางที่ธนาคารแต่ละแห่งให้บริการ (อินเทอร์เน็ต, Mobile Application หรือเคาน์เตอร์สาขา)

  3. ระบุจำนวนจองซื้อ (ขั้นต่ำ 1,000 บาท และเป็นเท่าของ 1,000 บาท)

  4. ชำระเงินตามเงื่อนไขของธนาคารตัวแทน

  5. รอผลจัดสรรวันที่ 7 สิงหาคม 2568

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบสถานะการถือครอง

  • ผู้ซื้อจะทราบผลการจัดสรรพันธบัตรในวันที่ 7 สิงหาคม 2568

  • กรณีไม่ได้รับจัดสรร หรือได้รับไม่ครบ ระบบจะคืนเงินตามจำนวนที่ไม่ได้รับการจัดสรร

  • ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบยอดถือครองผ่าน
    • แอปฯ เป๋าตัง (กรณีวอลเล็ต สบม.)

    • ระบบของธนาคารตัวแทน (อินเทอร์เน็ต / Mobile App / เคาน์เตอร์)


คำแนะนำในการเลือกช่องทางและข้อควรรู้ก่อนกดซื้อ

1. เลือกช่องทางตามงบประมาณและรูปแบบการใช้งาน

เหมาะกับวอลเล็ต สบม. (เป๋าตัง) เมื่อ

  • ต้องการเริ่มลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อย (ขั้นต่ำ 100 บาท)

  • คุ้นเคยกับการใช้งานแอปฯ เป๋าตัง และช่องทางดิจิทัล

  • ต้องการความสะดวก ซื้อ–ขายในตลาดรองผ่านมือถือ และดูยอดแบบเรียลไทม์

  • รับได้กับการจัดสรรแบบมาก่อนได้ก่อน (อาจเต็มวงเงินเร็ว)

เหมาะกับธนาคารตัวแทน 6 แห่ง เมื่อ

  • ต้องการลงทุนจำนวนมาก (ไม่มีวงเงินสูงสุด)

  • ต้องการรูปแบบการจัดสรรที่เน้น Small Lot First (ช่วยให้ผู้ซื้อวงเงินไม่สูงมีโอกาสได้รับจัดสรร)

  • คุ้นเคยกับการใช้ Internet Banking, Mobile App หรือเดินสาขาของธนาคารเดิม

2. ข้อดี–ข้อจำกัดของการลงทุนพันธบัตรออมทรัพย์

ข้อดี

  • ความเสี่ยงต่ำมากเมื่อเทียบกับการลงทุนอื่น ๆ

  • มีดอกเบี้ยที่แน่นอน และจ่ายเป็นงวดชัดเจน

  • เข้าถึงง่าย ลงทุนขั้นต่ำเพียง 100–1,000 บาท ขึ้นกับช่องทาง

  • เหมาะสำหรับการวางแผนการเงินระยะกลาง–ยาว

ข้อจำกัด

  • ดอกเบี้ยถูก “ล็อก” ตามรุ่น หากรุ่นถัดไปให้ดอกเบี้ยสูงกว่า จะไม่สามารถเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยของรุ่นเดิมได้

  • ผลตอบแทนโดยรวมต่ำกว่าสินทรัพย์เสี่ยง

  • มีระยะเวลาถือครองยาว หากต้องการใช้เงินก่อน อาจต้องขายในตลาดรอง ซึ่งมีความเสี่ยงด้านราคา

3. สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

  • ตรวจสอบช่วงเวลาจำหน่ายและเงื่อนไขการจัดสรรของแต่ละช่องทางให้ชัดเจน

  • วางแผน “เงินเย็น” ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น เพราะพันธบัตรมีอายุ 10 ปี

  • ทำความเข้าใจวิธีขายในตลาดรอง (โดยเฉพาะกรณีซื้อผ่านวอลเล็ต สบม.) เนื่องจากราคาตลาดอาจเปลี่ยนแปลงตามอัตราดอกเบี้ย


สรุปภาพรวมการลงทุนพันธบัตรรัฐบาล 2026

พันธบัตรออมทรัพย์ปีงบประมาณ 2568 ครั้งที่ 2 เป็นตัวเลือกการลงทุนที่ช่วยสร้างพื้นฐานด้านการออมและการลงทุนความเสี่ยงต่ำ ด้วยคุณสมบัติหลักคือ

  • อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยขั้นบันไดเฉลี่ย 2.49% ต่อปี

  • จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน

  • ซื้อได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ
    • วอลเล็ต สบม. บนแอปฯ เป๋าตัง (ขั้นต่ำ 100 บาท)

    • ธนาคารตัวแทนจำหน่าย 6 แห่ง (ขั้นต่ำ 1,000 บาท)

ผู้ลงทุนสามารถเลือกช่องทางที่เหมาะกับงบประมาณ ความสะดวก และรูปแบบการใช้งานของตนเอง โดยยึดหลักสำคัญคือใช้ “เงินเย็น” และเข้าใจทั้งข้อดี–ข้อจำกัดของพันธบัตรก่อนกดซื้อทุกครั้ง เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับเป้าหมายการเงินระยะยาวได้อย่างมั่นคง

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น