รับแอปรับแอป

Samsung เร่งเครื่องธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ ตั้งเป้าอัตรากำไร 50% ดัน DRAM และชิป 2nm ขึ้นแท่นตัวทำเงิน

Phanuphong.T02-19

ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung กำลังกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังราคาหน่วยความจำอย่าง RAM และ NAND flash ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะขาดแคลนในตลาดโลก ส่งผลให้กำไรของบริษัทฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ

แต่ Samsung ไม่ได้หยุดแค่การเกาะกระแสขาขึ้นของราคา เพราะล่าสุดมีรายงานว่า บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรในธุรกิจชิปให้แตะระดับ 50% พร้อมคาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานอาจพุ่งแตะ 69,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 หรือเติบโต 121% เมื่อเทียบรายปี

คำถามคือ Samsung จะไปถึงเป้าหมายนี้ได้อย่างไร และทำไม DRAM กับชิป 2 นาโนเมตร ถึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของแผนนี้


ธุรกิจหน่วยความจำกลับมาเป็น “เครื่องจักรทำเงิน”

ปัจจุบัน ธุรกิจหน่วยความจำ (memory) คือแหล่งรายได้หลักของ Samsung โดยเฉพาะ DRAM และ NAND flash ที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ AI

จากรายงานล่าสุด ระบุว่าอัตรากำไรของธุรกิจหน่วยความจำพุ่งขึ้นไปถึงประมาณ 50% จากความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการขาดแคลนซัพพลาย ทำให้ราคาหน่วยความจำปรับตัวสูงขึ้น และ Samsung สามารถใช้จังหวะนี้ดันกำไรได้เต็มที่


โฟกัส DRAM รุ่น 1c เพิ่มผลผลิตเพื่อดันกำไร

รายงานจาก ETNews ระบุว่า Samsung จะมุ่งเน้นไปที่ DRAM ขนาด 10 นาโนเมตร รุ่นที่หก หรือที่เรียกว่า “1c”

ในอุตสาหกรรมชิป คำว่า “yield” หรืออัตราผลผลิต หมายถึงสัดส่วนชิปที่ผลิตได้สมบูรณ์จากกระบวนการผลิตทั้งหมด ยิ่ง yield สูง ยิ่งทำกำไรได้มาก เพราะของเสียลดลง

ปัจจุบัน yield ของ DRAM 1c อยู่ที่ประมาณ 60%
แต่เป้าหมายของ Samsung คือ 80–90%

หากทำได้ตามเป้า จะช่วยเพิ่มกำไรอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ DRAM เป็นสินค้าที่มีมาร์จินสูงอยู่แล้ว


AI หนุนกำไร DRAM พุ่งเกิน 50%

กระแส AI ที่กำลังบูมทั่วโลกทำให้ความต้องการหน่วยความจำในเซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์

แม้ High-Bandwidth Memory (HBM) ซึ่งเป็นหน่วยความจำความเร็วสูงสำหรับ AI จะมีบทบาทสำคัญ แต่รายงานระบุว่ากำไรของ HBM ยังต่ำกว่า DRAM แบบทั่วไป

ด้วยเหตุนี้ Samsung จึงวางแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิต “Server DRAM” เพื่อดันอัตรากำไรให้สูงขึ้นก่อน

เมื่อ yield ของ HBM เสถียรมากขึ้น บริษัทจึงจะจัดสรรทรัพยากรเพิ่มให้กับกลุ่มนี้


ชิป 2nm GAA อีกแกนสำคัญของแผน

นอกจากธุรกิจหน่วยความจำ Samsung ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตชิป 2 นาโนเมตร แบบ GAA (Gate-All-Around)

GAA คือเทคโนโลยีทรานซิสเตอร์รุ่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี FinFET แบบเดิม

รายงานระบุว่า Samsung ตั้งเป้าเพิ่มคำสั่งซื้อชิป 2nm ถึง 130% และปัจจุบัน yield อยู่ที่ประมาณ 50%

แม้ยังไม่สูงมาก แต่ถือว่าอยู่ในทิศทางที่ดี และมีการคาดการณ์ว่า ธุรกิจ Foundry ของ Samsung อาจเริ่มทำกำไรได้ภายในปี 2027


ทำไม Samsung ต้องเน้น “สินค้ามาร์จินสูง”?

ในช่วงที่อุตสาหกรรมชิปมีความผันผวนสูง การเลือกโฟกัสสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงเป็นกลยุทธ์สำคัญ

Samsung จึงปรับสายการผลิตและจัดสรรทรัพยากรไปยัง

  • DRAM รุ่นใหม่ที่ yield สูง

  • ชิป 2nm GAA

  • Server DRAM สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์

แทนที่จะกระจายกำลังไปทุกผลิตภัณฑ์เท่า ๆ กัน

แนวทางนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือดันอัตรากำไรของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ให้แตะระดับ 50%


เป้าหมายปี 2026 โตแรง 121%

ประมาณการล่าสุดคาดว่า Samsung อาจทำกำไรจากการดำเนินงานได้ถึง 69,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มขึ้น 121% เมื่อเทียบรายปี

ตัวเลขนี้สะท้อนความมั่นใจของตลาดต่อทิศทางราคาหน่วยความจำ ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อยถึงปี 2026

หากราคา DRAM และ NAND ยังอยู่ในระดับสูง พร้อมกับการเพิ่ม yield และคำสั่งซื้อชิป 2nm แผนของ Samsung ก็มีโอกาสบรรลุเป้าหมาย


สรุป: เดิมพันกับ DRAM และ 2nm เพื่อมาร์จิน 50%

การฟื้นตัวของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ Samsung ไม่ได้เป็นเพียงผลจากราคาที่สูงขึ้น แต่เป็นการวางกลยุทธ์ใหม่ที่ชัดเจน

  • ดัน DRAM รุ่นใหม่ให้ yield สูง

  • เพิ่มสัดส่วน Server DRAM

  • เร่งขยายคำสั่งซื้อชิป 2nm GAA

  • โฟกัสผลิตภัณฑ์ที่มาร์จินสูง

ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียว คือทำให้อัตรากำไรแตะ 50% และสร้างการเติบโตระดับสามหลักในปี 2026

ในยุคที่ AI และดาต้าเซ็นเตอร์กลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมชิป Samsung กำลังพยายามยืนในตำแหน่งที่ทำกำไรได้สูงสุด ไม่ใช่แค่ผลิตได้มากที่สุด

คำถามที่เหลือคือ yield จะเพิ่มทันเป้าหรือไม่ และราคาหน่วยความจำจะรักษาระดับขาขึ้นได้นานแค่ไหน