นำสัตว์เลี้ยงกลับไทยแบบติดตัว คืออะไร
“ลักษณะนำเข้ามาพร้อมกับตน” คือกรณีที่ผู้โดยสารบินกลับประเทศไทย พร้อมนำสัตว์เลี้ยงและสัมภาระของตัวเองเข้ามาด้วยในเที่ยวบินเดียวกัน
ตัวอย่างเช่น เจ้าของเดินทางกลับจากญี่ปุ่น พร้อมสุนัข 1 ตัวติดตัวกลับเข้ามาในไทย แบบนี้ถือว่าเป็นการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในราชอาณาจักรของผู้โดยสาร ในลักษณะนำเข้ามาพร้อมกับตน
เอกสารที่ต้องใช้ยื่นต่อกรมศุลกากร
เวลาเราพาสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงบินกลับไทย สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ เอกสารประกอบการนำเข้า โดยหลัก ๆ มีดังนี้
หนังสือเดินทาง (Passport) ของผู้โดยสาร
ผู้ที่ต้องการนำเข้าสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศ ต้องมีหนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันตัวตนสำหรับขั้นตอนการนำเข้าต้นฉบับหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate)
เป็นเอกสารที่ออกโดยประเทศต้นทาง เพื่อยืนยันว่าสัตว์เลี้ยงผ่านการตรวจโดยสัตวแพทย์ของรัฐบาล ไม่มีโรคติดต่อหรือพยาธิที่เป็นอันตรายใน Health Certificate ยังต้องระบุข้อมูลสำคัญ เช่น
วันที่ได้รับวัคซีน
การรักษาหรือการดูแลด้านสุขภาพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ห้ามลืมเอกสารชุดนี้เด็ดขาด เพราะเป็นหัวใจหลักในการผ่านด่านสัตวแพทย์และศุลกากร
การขออนุญาตจากกรมปศุสัตว์
ก่อนนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศ ผู้ที่เป็นผู้นำเข้าจะต้องมี ใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ ก่อนเสมอ
หลักการคือ
โดยทั่วไป ต้องยื่นคำร้องขออนุญาตนำเข้าล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันเดินทาง
แต่ถ้าเป็นกรณีสัตว์ที่ นำติดตัวเข้ามาในลักษณะพร้อมกับตน
ผู้นำเข้า สามารถยื่นคำขอในวันที่เดินทางเข้าประเทศ ได้เช่นกัน
ทั้งนี้ การยื่นคำร้องต้องดำเนินการตาม แบบฟอร์มที่กรมปศุสัตว์กำหนด เท่านั้น
ขั้นตอนการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในราชอาณาจักร
เมื่อเครื่องลงสนามบินในไทยแล้ว ขั้นตอนการพาสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศจะมีลำดับคร่าว ๆ ดังนี้
1. ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับสัตว์เลี้ยง
เมื่อผู้โดยสารเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือท่าอากาศยานนานาชาติอื่น ๆ ในไทย
ต้องผ่านการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตามปกติ
จากนั้นไปรับสัมภาระและสัตว์เลี้ยงของตน เช่น สุนัขหรือแมว ที่สายพานหรือจุดรับสัตว์เลี้ยงที่สายการบินกำหนด
2. ไปที่ด่านกักกันสัตว์ และขออนุญาตนำเข้า
จากนั้น ผู้โดยสารต้องพาสัตว์เลี้ยงพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยัง ด่านกักกันสัตว์ประจำท่าอากาศยาน เพื่อขออนุญาตนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศ
เอกสารหลักที่ต้องใช้ เช่น
หนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate)
เอกสารอื่น ๆ ตามข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์
เมื่อสัตวแพทย์ประจำด่านทำการตรวจทั้งเอกสารและตัวสัตว์เลี้ยงแล้ว
หากไม่พบว่าเป็นโรคระบาด หรือไม่เป็นพาหะของโรคระบาด
เจ้าหน้าที่จะออก ใบอนุญาตนำสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร (แบบ ร.7) ให้แก่ผู้โดยสาร
ใบ ร.7 คือใบอนุญาตสำคัญ ที่จะต้องใช้ต่อในขั้นตอนศุลกากร
3. ยื่นเอกสารต่อด่านศุลกากร และชำระภาษี
เมื่อได้ใบอนุญาต (แบบ ร.7) แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการผ่านด่านศุลกากร
ผู้โดยสารต้อง
นำสัตว์เลี้ยงพร้อมใบอนุญาตฯ (แบบ ร.7) จากกรมปศุสัตว์
ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ ช่องแดง (Goods to Declare) หรือช่องตรวจมีสิ่งของต้องสำแดง
สิ่งที่ต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่ดู ได้แก่
หนังสือเดินทางของผู้โดยสาร
บัญชีรายการสินค้า หรือใบเสร็จรับเงินที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง (ถ้ามี)
จากนั้น
ชำระค่าภาษีอากรตามที่ประเมิน
รับใบเสร็จรับเงินจากกรมศุลกากรเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ทำไมต้องเข้าช่องแดง ไม่เดินช่องเขียว?
กรณีที่มีการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาพร้อมกับผู้โดยสาร ถือว่าเป็น ของที่ต้องสำแดง และอาจมีภาระภาษีอากรเกี่ยวข้อง
จึงแตกต่างจากกรณีต่อไปนี้
ของที่ไม่มีภาระค่าอากร
ไม่มีของต้องชำระภาษีอากร
ไม่มีของต้องห้าม หรือของต้องกำกัด
ถ้าเป็นของตามเงื่อนไขข้างบน ผู้โดยสารจึงจะสามารถเดินผ่าน ช่องเขียว หรือช่องไม่มีของต้องสำแดง (Nothing to Declare) ได้
แต่เมื่อคุณพาสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงเข้ามาด้วย คุณจะต้องเลือกช่องแดงเท่านั้น เพื่อสำแดงสัตว์เลี้ยงต่อเจ้าหน้าที่ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
สรุป: อยากพาสุนัขกลับไทยแบบสบายใจ ต้องเตรียมให้ครบ
ถ้าคิดจะพาเจ้าตูบหรือสัตว์เลี้ยงตัวโปรดบินกลับไทยแบบติดตัว ให้เช็กให้ครบตามนี้
มี Passport ของตัวเองพร้อมเดินทาง
มี Health Certificate ต้นฉบับ จากประเทศต้นทาง ระบุการตรวจโรคและประวัติการฉีดวัคซีนชัดเจน
ดำเนินการ ขออนุญาตจากกรมปศุสัตว์ ตามแบบที่กำหนด
ถึงไทยแล้ว ไปที่ ด่านกักกันสัตว์ ก่อน เพื่อให้สัตวแพทย์ตรวจและออกใบอนุญาต แบบ ร.7
จากนั้นไปที่ ช่องแดงของศุลกากร สำแดงสัตว์เลี้ยง ชำระภาษี (ถ้ามี) และรับใบเสร็จ
เตรียมครบ เดินขั้นตอนถูก รับรองว่าทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงจะผ่านด่านเข้าประเทศได้อย่างราบรื่น และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในไทยได้แบบ สบายใจทั้งคนทั้งน้องหมา

