รับแอปรับแอป

ผมบ๊อบสั้นหนึ่งทรง เปลี่ยนลุคได้เป็นสิบ! คู่มือเลือกทรงบ๊อบให้หน้าเป๊ะผมปัง

อนุชา วัฒนกุล01-31

ผมบ๊อบสั้น: ทรงเดียวที่ทั้งหรู ทั้งเด็ก ทั้งเก็บหน้า

การตัดผมบ๊อบสำหรับผมสั้นคือทรงคลาสสิกที่ไม่เคยหลุดเทรนด์ รูปทรงโค้งนุ่มรอบใบหน้าช่วยเพิ่มความสง่างาม ให้ลุคดูแพงขึ้นได้ในไม่กี่นาที และที่สำคัญคือ เข้ากับผู้หญิงแทบทุกวัยและหลายลักษณะเส้นผม

ทรงบ๊อบสั้นยังช่วยปรับรูปหน้า ปิดจุดด้อย ดึงจุดเด่นให้ชัดขึ้น ถ้าเลือกแบบให้ตรงกับรูปหน้าและลักษณะผม รับรองว่าตื่นมาก็สวยแบบแทบไม่ต้องเซตเยอะ

บ๊อบตรงแบบคลาสสิก: ตัวแม่สายเนี๊ยบ

บ๊อบตรงแบบคลาสสิกคือการผสมผสานระหว่างด้านหลังสั้น ด้านหน้ายาว ไล่ระดับอย่างมีมิติ เส้นตัดคม ชัด เรียบ แสดงให้เห็นทรงผมชัด ๆ ไม่มีเล่นใหญ่เกินไป

ปอยด้านหลังจะสั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด เส้นตัดโค้งขึ้นเป็นแนวโค้งสวย

ความยาวด้านหน้าสามารถเลือกได้ตามสไตล์:

  • แค่ทัดหู

  • ยาวแตะระดับไหล่

  • ยาวถึงคาง

บ๊อบตรงคลาสสิกเหมาะมากกับผมหนา เพราะเส้นเรียบ ๆ จะช่วยให้ทรงดูเนียน มีน้ำหนัก เหมาะกับทั้งสาววัยรุ่นจนถึงวัยทำงานและวัยผู้ใหญ่ ให้ความรู้สึก เรียบหรู ดูแพง ดูหน้าอ่อนลงแบบผู้ดี ๆ

คลาสสิกเข้าได้กับผมทุกประเภท:

  • ผมตรง

  • ผมเส้นเล็ก

  • ผมหนา

  • ผมหยิกหรือหยักศก

ถ้าหน้าโครงมนเล็กน้อย ทรงนี้ช่วยบาลานซ์รูปหน้าได้ดี ก่อนตัดสามารถขอดูภาพตัวอย่างจากช่างในร้าน เพื่อเช็คว่ารูปทรงถูกกับรูปหน้าหรือไม่

มุมมองด้านหลัง: จุดเด่นที่ห้ามมองข้าม

สำหรับทรงบ๊อบสั้น ด้านหลังศีรษะคือพระเอกของทรง เพราะมันบอกเลยว่าช่างมีฝีมือแค่ไหน และทรงนี้จะดูดีจากทุกองศาหรือเปล่า

เทคนิคดีไซน์ด้านหลังมีหลายแบบให้เลือก:

  • ไล่เป็นน้ำตกนุ่ม ๆ

  • เสมอกันตลอดความยาว

  • ไล่สั้นลงเรื่อย ๆ

  • ไล่ยาวขึ้นทีละนิดจากท้ายทอยมาข้างหน้า

  • เพิ่มวอลลุ่มบริเวณกลางศีรษะ

  • ทำให้ด้านหลังดูมีมิติและปริมาตรพิเศษ

ก่อนตัด ช่างมักจะให้ดูตัวอย่างมุมด้านหลังหลายแบบ แล้วเลือกให้เหมาะกับรูปศีรษะ ความยาวคอ และรูปหน้า เพื่อให้ทรงออกมาเข้ากับเราแบบสุด ๆ

เทคนิคการตัดบ๊อบ: เบื้องหลังทรงเนี้ยบ

ผมบ๊อบไม่ได้ตัดมั่ว ๆ แต่มีแพทเทิร์นชัดเจน ถ้าช่างละเอียด ทรงจะอยู่ได้นาน เซตง่าย

โครงหลักในการตัดบ๊อบสั้น:

  1. แบ่งผมออกเป็นสองข้างเท่า ๆ กันด้วยเส้นแบ่งแนวตั้ง จากนั้นแบ่งช่วงท้ายทอยให้เป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วซอยตามแนวนอน

  2. ใช้นิ้วสองนิ้วของมือซ้ายจับเส้นผมไล่ไปตามแนวการงอกของผม ใช้กรรไกรในมือขวาตัดทีละช่อแบบเส้นต่อเส้น แต่ละเส้นจะถูกย่อลงจากเส้นก่อนเล็กน้อยเพื่อให้ได้ทรงโค้งสวย

  3. ด้านหลังศีรษะจะถูกกำหนดให้มีเส้นตัดสำคัญสองเส้น คือเส้นล่างและเส้นบน เส้นบนจะเป็นขอบของส่วนล่างและอยู่เหนือใบหู

  4. หลังจากทำท้ายทอยเสร็จจึงค่อยไล่มายังด้านข้าง ขมับ และช่วงกลางศีรษะ

  5. ขั้นตอนสุดท้ายคือเก็บรายละเอียด ตัดปลายที่ไม่สมดุลให้เรียบร้อย

ดีเทลจะต่างกันไปตามสไตล์ที่เลือก เช่น:

  • มีหน้าม้าหรือไม่

  • เน้นความไม่สมมาตร

  • ซอยหลายชั้น

  • ดีไซน์ให้ใกล้เคียงบ๊อบสแควร์ หรือออกแนวกรันจ์

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน วิธีการตัดแบบเส้นต่อเส้นยังคงเป็นหัวใจหลักของทรงนี้เสมอ

ใครเหมาะกับผมบ๊อบสั้นบ้าง

ก่อนตัด ช่างมืออาชีพจะไม่ดูแค่รูปแบบทรงผม แต่จะเช็คองค์รวมของใบหน้าและลำคอด้วย

สิ่งที่ต้องพิจารณา:

  • รูปหน้า (โดยเฉพาะใบหน้ารูปไข่จะเข้าทรงง่าย)

  • ความกว้างของหน้าผาก

  • ความยาวและทรงคอ

ถ้าใบหน้าค่อนข้างกลม ควรปล่อยปลายผมให้เลยแนวคางลงมาเล็กน้อย จะช่วยให้หน้าดูเรียวยาวขึ้น ส่วนคนที่หน้าผากกว้างสามารถใช้หน้าม้าช่วยบาลานซ์ได้

เรื่องคุณภาพเส้นผมก็สำคัญ:

  • ผมหนาและหนาแน่น: เหมาะกับบ๊อบแบบซอยชั้น เพื่อเบรกความทื่อ

  • ผมสุขภาพดีแต่เส้นเล็ก: เหมาะกับบ๊อบตรง เรียบ ๆ เพื่อให้ผมดูหนาขึ้น

โมเดลอสมมาตรช่วยเบลอเส้นเหลี่ยมคมของหน้า ให้ลุคดูนุ่มลง

ด้วยความหลากหลายของทรงบ๊อบสั้น ทำให้มันเป็นทรงที่อยู่คู่ผู้หญิงมาหลายสิบปี ไม่ว่าจะรูปหน้าแบบไหน คอสั้นหรือยาว ผมหนาหรือบาง ก็มีตัวเลือกที่เข้ากับคุณเสมอ

บ๊อบอสมมาตร: ทรงนี้มีแต่คนทัก

บ๊อบแบบไม่สมมาตรสามารถเล่นดีเทลได้หลายจุด ทั้งบริเวณขมับ ด้านข้าง หรือดีไซน์หน้าม้า เพียงเปลี่ยนรายละเอียดเล็ก ๆ ก็ทำให้ทรงดูมีลูกเล่นขึ้นมาทันที

ทรงนี้ฮิตมากในหมู่สาววัยรุ่นและสายแฟ เพราะ ทำได้ทั้งบนผมหนาและผมเส้นเล็ก ทั้งผมตรงและหยักศก

ความไม่สมมาตรช่วยดึงสายตาไปที่ทรงผม แทนจุดด้อยบนใบหน้า ช่วยพรางมุมใบหน้าที่แข็ง ให้รูปหน้าดูหวานและผู้หญิงมากขึ้น โดยเฉพาะกับใบหน้ากลมหรือเหลี่ยมที่เด่นชัด

บ๊อบอสมมาตรคือทรงที่เหมาะกับการทดลองจัดแต่งทรงผมที่สุด

แม้ผมเส้นเล็กก็ไม่ใช่ปัญหา แค่ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งเพิ่มวอลลุ่มตรงกลางศีรษะ ก็ได้ลุคเท่ ๆ ดูตั้งใจเซตผมแบบไม่ต้องเป๊ะทุกเส้น

ข้อเสียมีอย่างเดียวคือ ผมยาวเร็วแล้วรูปทรงจะเสียเร็ว ต้องไปเล็มให้เข้าทรงบ่อยกว่าทรงเรียบธรรมดา

บ๊อบหลายชั้น: ฟูสวย ดูมีมิติ

ชื่อก็บอกแล้วว่าเน้น “เลเยอร์” ผมจะถูกซอยเป็นชั้น ๆ ส่วนบนสุดบริเวณมงกุฎจะสั้นที่สุด เส้นผมแต่ละชั้นถูกซอยให้พุ่งไปคนละทิศ เพิ่มมิติและความพริ้วให้ทรง

จำนวนชั้นจะมากหรือน้อย ขึ้นกับการออกแบบของช่าง

บ๊อบหลายชั้นสามารถทำได้ทั้งบนผมหนาและผมบาง:

  • ผมหนา: ทำให้เส้นผมดูเบาลง แต่ยังคงความหนาแบบสวยแพง

  • ผมบาง: ใช้การเพิ่มวอลลุ่มบริเวณมงกุฎช่วยพรางความบาง ทำให้กรามใหญ่หรือโหนกแก้มเด่นดูซอฟต์ลง

ทรงนี้ไม่ต้องเซตเนี้ยบมาก ความยุ่งเบา ๆ กลายเป็นเสน่ห์ของทรงนี้ไปเอง แถมยังไม่จำเป็นต้องเข้าร้านทำผมบ่อยมาก ประมาณเดือนละ 2 ครั้งก็เอาอยู่

บ๊อบ “ที่ขา”: คอชัด หุ่นดูเพรียวขึ้น

ทรงนี้เหมาะกับสาวรูปร่างไม่สูงมากแต่มีผมหนาและนุ่ม ไม่ฟูง่าย จุดเด่นคือ ท้ายทอยถูกเปิดให้สูง สร้างวอลลุ่มด้านบน แล้วให้ลุคด้านหลังคล้ายเห็ด มีคอผมเป็น “ขา” รองรับ

สามารถทำได้ทั้งแบบตัดเต็มช่วงท้ายทอย หรือเล่นมุมเอียงให้ดูเปรี้ยวขึ้น ปอยด้านข้างจะไหลลงมาประมาณคาง หากเพิ่มหน้าม้าเข้าไปจะยิ่งทำให้ทรงดูมีจุดโฟกัสมากขึ้น

เพราะ ทรงนี้เปิดคอและไหปลาร้า จึงเหมาะมากกับผู้หญิงที่มีท่ายืดสวย คอขนาดกลาง ไม่สั้นจนเกินไป และยังช่วยพรางแก้มเต็มกับช่วงล่างของใบหน้าให้ดูเรียวขึ้นได้ด้วย วอลลุ่มบริเวณ “ขา” ยังช่วยเสริมด้านหลังศีรษะให้ดูกลมสวย

แต่ ไม่เหมาะกับคนหน้าเรียวยาวจัดหรือคอเรียวยาวมาก เพราะจะยิ่งทำให้ดูยืดเกินไป

บ๊อบจบการศึกษา: สายดีเทล สายทำสีต้องเลิฟ

ทรงนี้เหมาะกับคนที่:

  • มีเวลาจัดทรงทุกวัน

  • ใบหน้ารูปไข่หรือรูปสี่เหลี่ยม

  • ผมไม่หนาจนเกินไป

  • ชอบการทำสีแบบเล่นเฉดหรือคอนทราสต์

หลักการตัดโดยรวม:

  1. กำหนดเส้นแบ่งแนวนอนด้านหลัง แล้วซอยด้านหลังศีรษะทั้งหมดทีละเส้นแบบตีเกลียว

  2. เมื่อซอยครบหนึ่งรอบที่ด้านหลังจึงค่อยเลื่อนไปที่ขมับ

  3. จากนั้นไล่ไปด้านบนและบริเวณกลางศีรษะ โดยใช้เทคนิคเดียวกัน

ระดับของ “การจบ” จะมากหรือน้อยก็ได้ ตั้งแต่ซอยเฉพาะปลาย จนถึงซอยลึกไปถึงกลางเส้นผม

ทรงนี้ยิ่งสวยกับผู้หญิงหลังวัย 40 เพราะช่วยให้หน้าอ่อนลงแบบเป็นธรรมชาติ

บ๊อบที่จบการศึกษาได้รับความนิยมทั้งในหมู่วัยรุ่นและผู้หญิงวัยทำงาน เพราะให้ลุคทันสมัยแต่ไม่ดูเยอะเกินไป

บ๊อบกับวิหารโกน: สายเท่ สายอาร์ต

บ๊อบสั้นที่มีการโกนขมับ อาจดูเหมือนเป็นทรงของสายซับคัลเจอร์ แต่จริง ๆ แล้วสะท้อนคาแรกเตอร์ของคนที่ อยากโดดเด่นและไม่ซ้ำใคร มากกว่า

สิ่งที่ควรคำนึงถึง:

  • เส้นผมควรค่อนข้างหนา สีเข้มหรือโทนลึกจะช่วยเสริมความดราม่า

  • รูปหน้ารูปไข่และโหนกแก้มสูงจะยิ่งดึงให้ทรงดูสวยโดดเด่น

โดยมาก ขมับที่โกนจะถูกจับคู่กับบ๊อบอสมมาตร

บริเวณที่โกนสามารถเล่นลวดลาย สี หรือดีเทลคล้ายรอยสักได้ แต่ต้องดูแลความสะอาดดี ๆ เพราะรังแคหรือปลายผมแห้ง ๆ จะทำให้ดูไม่เนี้ยบ

บ๊อบปลายฉีก: สวยชิคสำหรับผมดื้อและผมบาง

ทรงนี้สร้างมาเพื่อคนผมบาง ผมดื้อโดยเฉพาะ ไม่ต้องเซตเยอะก็อยู่ทรงได้ง่าย หลังจากซอยบางแล้ว ปลายที่ฉีกจะเรียงตัวซ้อนกันแบบตั้งใจ เหมือนเซตผมเบา ๆ ตลอดเวลา

ทรงนี้เหมาะกับนักเรียนสาว พนักงานออฟฟิศ หรือใครก็ตามที่มีเวลาทำผมน้อย แค่เป่าให้แห้งก็พร้อมออกจากบ้าน

บ๊อบสไตล์กรันจ์: ยุ่งแบบมีศิลป์

สไตล์กรันจ์คือความยุ่งที่ตั้งใจให้ยุ่ง ผมจะถูกจัดให้ดูเหมือนหยักศกเบา ๆ หรือขยำให้ฟูเฉพาะด้านหลังศีรษะ

บ๊อบกรันจ์เหมาะสุด ๆ สำหรับคนผมเส้นเล็ก และคนที่มีเวลาเซตผมน้อย

ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีในการทำให้ผมดูตั้งใจยุ่ง สาดสเปรย์เพิ่มเท็กซ์เจอร์นิดหน่อยก็ได้ลุคเท่แบบไม่ประดิษฐ์

บ๊อบสั้นเส้นนุ่ม: หมวกผมที่ทำให้หน้าดูหวานขึ้น

บ๊อบสั้นเส้นนุ่มจะถูกตัดให้โค้งโอบรอบใบหน้า รูปร่างทรงผมจะคล้ายหมวกหนึ่งใบ เส้นผมเรียบ ตรง ดูเนียน

ความโค้งนุ่มของเส้นช่วยลดความแข็งของโครงหน้า ทำให้หน้าดูหวาน ฟีลผู้หญิงอ่อนโยน และทำให้ผมดูหนาฟูอย่างเป็นธรรมชาติ

ลุคโดยรวมจะออกมาสง่าง่าย ๆ เหมาะกับทั้งวันทำงานและโอกาสพิเศษ

บ๊อบสไตล์ย้อนยุค: คม ชัด หรู

บ๊อบในสไตล์ย้อนยุคคือเวอร์ชันที่ดูหรูและดึงดูดสายตาที่สุดของทรงนี้

จุดเด่นของสไตล์ย้อนยุค:

  • เส้นตรงชัดเจน

  • มุมคม

  • ผมเรียบเนียนไร้ชี้ฟู

ทั้งลุคจะถูกเน้นให้ดูชัด มีความเซ็กซี่แบบมีระดับ

หน้าม้าหนา ๆ ในทรงนี้สามารถเลือกดีไซน์ได้หลากหลาย:

  • ตรงเรียบ

  • ปิดคิ้ว

  • เฉียง

  • ปลายแหลมชี้

  • ปิดใบหน้าบางส่วน

  • ซอยให้ฟุ้ง

  • โค้งและหยักเล็กน้อย

สไตล์ย้อนยุคให้ทั้งความงามและความเข้มขรึมในทรงเดียว เหมาะกับคนที่อยากดูแพงแต่ไม่หลุดจากความคลาสสิก

บ๊อบยาว: ปลอดภัย ใส่ได้ทุกหน้า

บ๊อบที่ไว้ความยาวด้านหน้ามากขึ้นคือทรงที่ยืดหยุ่นสูง เข้าได้กับทุกวัย แทบทุกสภาพผม และทุกรูปหน้า

เอกลักษณ์สำคัญคือ:

  • ด้านข้างยาวโอบกรอบใบหน้า

  • ด้านหลังไล่สั้นอย่างนุ่มนวล

  • สามารถเล่นแสกได้หลายแบบ

  • จะเรียบเนียนหรือเพิ่มเท็กซ์เจอร์ก็ได้

เส้นผมที่ยาวกว่าด้านข้างช่วยยืดรูปหน้า ปิดแก้มอวบ ถ้าผมบางสามารถซอยให้มีเท็กซ์เจอร์เพื่อดันวอลลุ่มบริเวณมงกุฎได้

บ๊อบผสมบ๊อบสแควร์: สองทรงในหนึ่งเดียว

ทรงนี้คือการรวมข้อดีของบ๊อบสองสไตล์ไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดรูปแบบที่หลากหลายมาก

ด้านหนึ่งอาจมีหน้าม้าที่ขอบไม่ชัดเจน อีกด้านหนึ่งด้านหลังอาจถูกตัดสั้น เปิดท้ายทอย แล้วปล่อยเส้นด้านข้างไหลลงมาตามกรอบใบหน้า

การคอมโบแบบนี้ทำให้ทรงสามารถปรับให้เข้ากับหลายช่วงวัย หลายรูปหน้า และหลายความหนาของเส้นผม

ช่างสมัยใหม่ยังเติมลูกเล่นได้อีก เช่น:

  • สีแปลกตา

  • ไฮไลต์

  • ลวดลายบนบริเวณที่โกน

  • รูปร่างหน้าม้าที่ไม่เหมือนใคร

  • การเซตทรงเฉพาะทาง

ทั้งหมดนี้ทำให้บ๊อบยังคงยืนหนึ่งในกลุ่มทรงผมคลาสสิกสำหรับผมสั้น

Pixie bob: ทรงสั้นเปรี้ยวที่เน้นดีเทล

ความพิเศษของ Pixie bob คือการผสมผสานระหว่างทรงบ๊อบและพิกซี่ เน้นสามจุดหลักคือหน้าม้า ขมับ และท้ายทอย

ดีไซน์หน้าม้าสามารถเป็น:

  • เฉียง

  • ยาวคลุมลงมา

  • หนา

  • ซอยฟุ้ง

ด้านหลังศีรษะอาจจะโกนหรือไว้ความยาวก็ได้

ขมับสามารถเลือกได้แบบ:

  • ยาว

  • สั้น

  • ปิดใบหู

  • ไม่สมมาตร

ทรงนี้ต้องการการดูแลและเซตค่อนข้างสม่ำเสมอ ต้องสระผมบ่อย เข้าร้านเล็มให้ทรงไม่หลุด แต่การเซตในแต่ละวันใช้เวลาไม่นาน แค่ไดร์เป่าผม โฟม หวี และเวลาประมาณ 10 นาทีก็พอ

เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนลุคแรง ๆ และกำจัดปลายผมเสียจากการทำสีและเคมี

บ๊อบสำหรับผมหยิก: โรแมนติกแต่ไม่เละ

หนึ่งในเวอร์ชันที่สวยโรแมนติกที่สุดของทรงนี้คือ บ๊อบสำหรับผมหยิก

ทรงนี้ทำให้คนดูมีลุคกระฉับกระเฉง มีเอนเนอร์จี้ และมีสไตล์

ข้อดีคือไม่จำเป็นต้องมีหน้าม้าชัดเจนก็ได้ ทรงยังคงดูดีอยู่

หน้าม้าแบบเฉียงปัดข้างจะเข้ากับผมหยิกหรือหยักศกที่สุด ส่วนเรื่องสี ถ้าเลือกเฉดได้ดีจะช่วยให้ทั้งลุคดูแพงและมีมิติขึ้นทันที

บ๊อบกับหน้าม้า: ดีเทลเล็กที่เปลี่ยนหน้าได้มาก

หน้าม้าคือองค์ประกอบสำคัญของทรงบ๊อบ เพราะมันสามารถเปลี่ยนบุคลิกหน้าคนได้ภายในไม่กี่เซนติเมตร

รูปแบบหน้าม้าที่ทำคู่กับบ๊อบได้มีหลายแบบมาก เช่น:

  • หน้าม้าฟุ้ง ไม่สมดุล

  • หน้าม้าเฉียงขอบเรียบ

  • หน้าม้าตรงหนา ระดับคิ้ว

  • หน้าม้าพร้อมปีกด้านข้าง

  • หน้าม้าสั้น เน้นเส้นขอบชัด ๆ

  • หน้าม้าฟูยุ่ง

  • หน้าม้าเฉียงยาวคลุมครึ่งหน้า

การเลือกหน้าม้าควรดูจากรูปหน้าและเส้นผม:

  1. ใบหน้ากลม: เลือกหน้าม้าที่ช่วยยืดหน้า เช่น อสมมาตร ซิกแซก หรือปลายฉีก

  2. หน้าผากกว้าง: ใช้หน้าม้ายาวเฉียง หรือเลี่ยงหน้าม้าแล้วปล่อยด้านข้างยาวแทน

  3. หน้าเหลี่ยม: เหมาะกับหน้าม้าเฉียงขอบนิ่ม ซ่อนเหลี่ยมของกราม

  4. ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า: เหมาะกับหน้าม้าตรงแบบคลาสสิก ส่วนใบหน้ากลมจะเข้ากับหน้าม้าเฉียงมากกว่า

  5. อยากเน้นดวงตา: เลือกหน้าม้าที่ตัดเป็นมุมเฉพาะเพื่อดึงสายตาขึ้นไปที่ดวงตา

ช่างต้องคำนึงถึงว่า:

  • หน้าม้าสั้นและปลายฉีกเหมาะกับใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมหรือกลม

  • หน้าม้าสั้นมากควรถูกเซตให้มีวอลลุ่มเล็กน้อย ไม่แบนกับหน้าผาก

  • เส้นปลายฉีกหรือหน้าม้าไม่สมมาตรจะช่วยพรางคางแคบ

การเลือกหน้าม้าควรปล่อยให้ช่างที่มีประสบการณ์ช่วยดูให้ เพราะแค่เปลี่ยนองศาหรือความหนาไม่กี่มิลลิเมตร หน้าก็เปลี่ยนฟีลได้ทันที

บ๊อบแบบไม่มีหน้าม้า: โชว์หน้าผากให้สุด

ถ้าคุณมีหน้าผากสวยสมส่วนก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องปิดมัน การตัดบ๊อบแบบไม่มีหน้าม้าจะปล่อยให้ปอยผมโอบรับรูปหน้าอย่างนุ่มนวล การแสกผมมีบทบาทมากในทรงนี้

การแสกผมอาจเป็น:

  • แสกกลางตรง ๆ

  • แสกข้างเฉียง

  • แสกแบบซิกแซกให้ดูมีเท็กซ์เจอร์

บ๊อบสแควร์แบบคลาสสิกที่ไม่มีหน้าม้าดูดีมาก โดยเฉพาะกับคนที่มีโหนกแก้มกว้าง ใบหน้ารูปไข่ หรือใบหน้ากลมที่ต้องการให้ดูยาวขึ้น

มุมมองโดยรวม:

  1. ผมหยิกหรือผมที่มีแสกด้านข้างชัด ๆ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าม้าเสมอไป

  2. สไตล์กรันจ์มักไม่เข้ากับหน้าม้าตรงเนี้ยบ

  3. คนหน้าเหลี่ยมหรือหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าควรระวังหน้าม้า เพราะอาจทำให้หน้าแข็งขึ้น

ในเรื่องหน้าม้า อย่ามองว่าเป็นแค่ “เส้นผมด้านหน้า” เพราะมันคือตัวเปลี่ยนบุคลิกที่สุดอย่างหนึ่งของใบหน้า

การทำสีสำหรับทรงบ๊อบ: อัปเกรดลุคให้ชัดขึ้น

บ๊อบจะดูมีเสน่ห์เป็นพิเศษเมื่อเล่นสีให้ถูกจุด

เทคนิคการทำสีที่เข้ากับบ๊อบสั้น:

  • ไล่สีตามแนวปลายผม

  • ombre (โอมเบร)

  • การปรับสีในเฉดใกล้เคียงกัน

  • ไฮไลต์เฉพาะปลายผมหรือปลายด้านหน้า

  • เทคนิคอย่าง shatush และ balayage

ombre มีทั้งแบบเปลี่ยนสีอย่างนุ่มนวล และแบบคอนทราสต์ชัด

สำหรับผมบ๊อบสั้น มักแนะนำให้ใช้ ombre แบบไล่โทนอ่อนโยน จากโคนสีเข้มไปปลายสว่าง จะทำให้ทรงมีมิติแต่ยังดูแพง

ถ้าเป็นบ๊อบอสมมาตร การใช้ ombre แบบตัดกันชัดเจนจะช่วยขับทรงให้เด่นขึ้นอีกขั้น

ปลายผม หน้าม้า หรือบริเวณขมับสามารถทำสีเข้มหรือเล่นสีแฟชั่น เช่น ชมพู ฟ้า ม่วง เพื่อให้ลุคดูสนุกขึ้น

เทคนิคอย่าง shatush และ balayage จะช่วยเพิ่มความเป็นธรรมชาติแต่ยังคงความแฟชั่น เมื่อเล่นโทนสีหลายชั้น การไล่สีจะยิ่งเห็นชัดบนทรงบ๊อบ

การระบายสีที่ดีไม่ใช่แค่เปลี่ยนสีผม แต่เน้นให้เห็นความต่างทีละน้อย ทำให้เส้นผมดูมีมิติ การใช้หลายสี เช่น ไล่จากแดงเชอร์รี่ไปน้ำเงินแล้วต่อด้วยม่วง ให้ผลลัพธ์ที่โดดเด่นมาก แต่ต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญสูง

บ๊อบสำหรับผู้หญิงอายุ 40+: สั้นก็เด็กได้

บ๊อบสั้นเป็นทรงที่ตอบโจทย์มากสำหรับผู้หญิงวัย 40 ปี หลายคนคิดว่าผมสั้นจะทำให้ดูแก่ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเลือกทรงและเลเยอร์ให้ดีจะ ยกหน้าให้ดูเด็กลงอย่างชัดเจน

ตัวเลือกที่เหมาะกับวัยนี้เป็นพิเศษ:

  • บ๊อบจบการศึกษา

  • บ๊อบสแควร์

  • บ๊อบอสมมาตรเบา ๆ

ทรงเหล่านี้เปิดโอกาสให้ลองเซตได้หลายแบบ แค่เปลี่ยนวิธีเซตก็เปลี่ยนอารมณ์ลุคไปได้เลยตั้งแต่วันสบาย ๆ จนถึงวันประชุมสำคัญ

บ๊อบหลัง 50+: ทรงสั้นที่ช่วยรีทัชใบหน้า

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น จุดสำคัญคือการดึงความสนใจออกจากริ้วรอยและความหย่อนคล้อย และดึงสายตาไปที่รูปทรงผมแทน

ผมบ๊อบสั้นสามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ดีมาก

รูปแบบที่ให้เอฟเฟ็กต์หน้าเด็กชัดเจน ได้แก่:

  • บ๊อบหลายชั้น

  • บ๊อบจบการศึกษา

  • บ๊อบอสมมาตรเบา ๆ

  • บ๊อบสั้นเป็นพิเศษ

ส่วนบ๊อบที่ยาวเกินไปควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจทำให้รูปหน้าดูหย่อน หรือเน้นช่วงคางมากเกินไป

วิธีเซตบ๊อบสั้นให้สวยในทุกวัน

หนึ่งในข้อดีของทรงบ๊อบสั้นคือ เซตง่าย ไม่เปลืองเวลา แค่มีแปรงกลม ไดร์เป่าผม และผลิตภัณฑ์จัดแต่งเล็กน้อยก็เอาอยู่

หลักการเซตพื้นฐาน:

  1. สระผมแล้วซับให้หมาด

  2. ทามูสหรือครีมจัดแต่งเล็กน้อยให้ทั่วเส้นผม

  3. แบ่งผมเป็นช่อเล็ก ๆ เริ่มจากด้านล่าง ใช้แปรงกลมม้วนปลาย แล้วเป่าด้วยลมร้อนให้เข้าทรงทีละช่อ

วิธีที่ช่วยรักษาทรงได้ดีในแต่ละวันโดยไม่ทำร้ายผมมาก คือใช้ครีมจัดแต่งและที่หนีบผม (หรือที่ม้วนผม) ร่วมกับแปรงกลม เพื่อกำหนดทิศทางและรูปร่างเส้นผมอย่างรวดเร็ว

หลังจากเซตได้ทรงที่ต้องการแล้ว ฉีดสเปรย์ล็อกทรงบาง ๆ ก็พร้อมไปทำงาน พบลูกค้า หรือออกเดทได้ทันที

สำหรับโอกาสพิเศษ ทรงบ๊อบสั้นสามารถแปลงลุคได้ง่ายมาก เช่น:

  • ใช้เจลจัดแต่งให้ผมดูเงา เรียบ เท่

  • เปลี่ยนตำแหน่งการแสกผม

  • ดัดปลายหรือหน้าม้าให้มีมุมแปลกตา

แกลเลอรีไอเดียบ๊อบสั้น

การตัดผมบ๊อบสำหรับผมสั้นสามารถเปลี่ยนบุคลิกทั้งใบหน้าของผู้หญิงได้จริง ๆ จากลุคธรรมดาให้กลายเป็น ลุคที่ดูสง่างาม มีสไตล์ และดูใส่ใจตัวเองมากขึ้น

ทรงเดียวแต่มีรายละเอียดให้เล่นนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความยาว เลเยอร์ หน้าม้า การแสก หรือการทำสี จึงไม่แปลกที่บ๊อบสั้นจะยังคงเป็นหนึ่งในทรงผมที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการเปลี่ยนลุคจนถึงทุกวันนี้