ZestBuyZestBuy

สวีเดนเริ่มถอยจากห้องเรียนดิจิทัล กลับมาใช้หนังสือจริง

สวีเดนเริ่มถอยจากห้องเรียนดิจิทัล กลับมาใช้หนังสือจริง
ความสนใจ|การศึกษาสำหรับเด็กวัยเรียน

หลังเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลักดัน “ห้องเรียนดิจิทัล” มากที่สุดในโลก ตอนนี้สวีเดนกำลังเริ่มเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ ด้วยการลดการใช้หน้าจอ แท็บเล็ต และการเรียนผ่านดิจิทัลในโรงเรียน แล้วหันกลับมาเน้นหนังสือจริง กระดาษ และการเขียนด้วยมืออีกครั้ง

รัฐบาลสวีเดนระบุว่าการเปลี่ยนแนวทางครั้งนี้เกิดจากความกังวลเรื่อง

  • สมาธิของนักเรียน

  • ความสามารถด้านการอ่าน

  • การจดจำข้อมูล

  • และผลกระทบจากการใช้หน้าจอมากเกินไปในเด็กเล็ก

หลายฝ่ายมองว่านี่อาจเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของวงการการศึกษาโลก เพราะสวีเดนเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่เดินหน้า digital education เร็วที่สุดมาก่อน

จากประเทศสายดิจิทัล สู่การกลับมาใช้กระดาษ

ช่วงปลายยุค 2000 ถึงต้นยุค 2010 โรงเรียนในสวีเดนเริ่มแจก laptop และ tablet ให้เด็กจำนวนมาก โดยมีแนวคิดว่าการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลจะช่วยเตรียมเด็กสู่โลกอนาคต

ภายในปี 2015 นักเรียนมัธยมส่วนใหญ่ในโรงเรียนรัฐมีอุปกรณ์ดิจิทัลส่วนตัวใช้งานแทบทั้งหมด และในปี 2019 การใช้ tablet ในระดับ pre-school ยังถูกใส่เข้าไปในหลักสูตรด้วย

แต่หลังใช้งานจริงหลายปี เริ่มมีเสียงกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเทคโนโลยีอาจไม่ได้ช่วยเรื่องการเรียนรู้เสมอไป

ผลการอ่านของเด็กสวีเดนเริ่มลดลงในการประเมินระดับนานาชาติ ขณะที่ครูจำนวนมากรายงานว่าเด็กมีสมาธิสั้นลง และโฟกัสกับการอ่านยาว ๆ ได้ยากขึ้น

รัฐบาลเริ่มลงทุนกับ “หนังสือจริง” อีกครั้ง

ช่วงปี 2025–2026 รัฐบาลสวีเดนเริ่มเปลี่ยนนโยบายอย่างจริงจัง โดยทุ่มงบประมาณหลายพันล้านโครนาเพื่อซื้อ textbook และคู่มือการสอนแบบ physical ให้โรงเรียนทั่วประเทศ

เป้าหมายสำคัญคือให้นักเรียน “มีหนังสือจริงครบทุกวิชา”

นอกจากนี้ โรงเรียนจำนวนมากยังเริ่มลดการใช้หน้าจอในเด็กเล็ก และกลับมาใช้การเขียนด้วยลายมือมากขึ้น โดยเฉพาะในระดับประถมศึกษา

รัฐบาลสวีเดนยังมีแนวคิดให้โรงเรียนเป็น “mobile-free environment” มากขึ้น และเริ่มผลักดันการจำกัดการใช้สมาร์ตโฟนในโรงเรียนด้วย

นักวิจัยเริ่มกังวลเรื่องสมองและสมาธิ

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ถูกพูดถึงมากคือผลกระทบด้าน cognitive development

นักวิจัยหลายคนมองว่า การอ่านผ่านหน้าจอและการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลต่อเนื่อง อาจทำให้เด็กอ่านแบบ “สแกนเร็ว” มากขึ้น แทนที่จะอ่านเชิงลึกแบบหนังสือจริง

ขณะที่งานวิจัยด้าน neuroscience หลายชิ้นเริ่มพบว่า การเขียนด้วยมือช่วยกระตุ้นสมองด้านความจำ ภาษา และการประมวลผลได้ดีกว่าการพิมพ์บนคีย์บอร์ด

นักวิจัยจาก Karolinska Institute ยังระบุว่า การใช้หน้าจอมากเกินไปอาจกระทบทั้งสมาธิ การนอน และพัฒนาการของเด็กเล็กได้ด้วย

สวีเดนเริ่มถอยจากห้องเรียนดิจิทัล กลับมาใช้หนังสือจริง

แต่ก็มีคนไม่เห็นด้วย

แม้หลายฝ่ายสนับสนุนการกลับมาใช้หนังสือ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ไม่น้อย

กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและนักวิชาการบางส่วนมองว่า การลดการใช้ดิจิทัลมากเกินไป อาจทำให้เด็กขาดทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกการทำงานยุคใหม่

บางคนยังมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจาก “เทคโนโลยี” โดยตรง แต่เป็นวิธีใช้งานและการออกแบบระบบการเรียนรู้ต่างหาก

เช่น

  • ครูไม่ได้รับการอบรมเพียงพอ

  • โรงเรียนใช้หน้าจอแทนการสอนจริง

  • หรือเด็กใช้ device เพื่อความบันเทิงมากกว่าการเรียน

นักวิจัยบางกลุ่มจึงมองว่า ทางออกอาจไม่ใช่ “ตัดดิจิทัลออก” แต่คือการใช้เทคโนโลยีอย่างสมดุลมากกว่า

หลายประเทศเริ่มจับตาสวีเดน

สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้สำคัญ คือหลายประเทศเริ่มมองสวีเดนเป็น “เคสศึกษา”

ทั้งเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศ เริ่มถกเรื่อง screen time ในโรงเรียนจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ

โดยเฉพาะหลังยุค COVID-19 ที่โรงเรียนทั่วโลกเร่งใช้ digital learning อย่างรวดเร็ว หลายแห่งเริ่มพบปัญหาคล้ายกัน ทั้งเรื่องสมาธิ การอ่าน และ mental fatigue

นั่นทำให้แนวคิด “balanced education” หรือการผสมระหว่าง analog กับ digital เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น

โลกอาจกำลังเข้าสู่ยุค “Hybrid Learning” จริง ๆ

สุดท้ายแล้ว สวีเดนไม่ได้กำลัง “ต่อต้านเทคโนโลยี” แบบสมบูรณ์

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า โลกการศึกษาเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า เทคโนโลยีควรอยู่ตรงไหนในห้องเรียน และอะไรคือจุดสมดุลที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก

หลังหลายปีที่ผ่านมา โลกเดินหน้า “digital first” แบบเต็มตัว ตอนนี้หลายประเทศเริ่มค้นพบว่า บางทักษะพื้นฐานอย่างการอ่านลึก การเขียนด้วยมือ และสมาธิระยะยาว อาจยังต้องพึ่งโลก analog อยู่ดี

ที่มา bbc

ZestBuy Take

หลังเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลักดัน “ห้องเรียนดิจิทัล” มากที่สุดในโลก ตอนนี้สวีเดนกำลังเริ่มเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ ด้วยการลดการใช้หน้าจอ แท็บเล็ต และการ...

ZestBuy earns a commission when you shop through our links, at no extra cost to you. Editorial content is independently selected by our team.

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!