รับแอปรับแอป

5 สายเกมบน Steam ที่ยังโคตรฮอตในปี 2025 ถ้าพลาดคือคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-31

เลือกสายให้ถูก ชีวิตเกมเมอร์จะดีเอง

แพลตฟอร์มอย่าง Steam ก็เหมือนมหาสมุทรเกม ที่มีทุกแนวให้ดำน้ำเล่นกันไม่หวาดไม่ไหว แต่ในทุกปี “กระแสหลัก” ก็ยังมีอยู่จริง โดยเฉพาะช่วงปี 2025 ที่เริ่มเห็นชัดเลยว่าเกมแนวไหนยังครองบัลลังก์ และแนวไหนกำลังมาแรงแบบห้ามมองข้าม

ถ้าใครกำลังคิดว่า “จะเล่นอะไรดีวะ?” ลิสต์นี้คือคำตอบ เพราะไม่ใช่แค่บอกแนวเกม แต่ยังหยิบตัวอย่างเกมเด่น ๆ พร้อมคาแรกเตอร์ จุดขาย และสเปคที่ควรรู้ไว้ให้ด้วย

ถ้าคุณอยากอัปเดตให้ทันวงการ อยากมีเกมไปคุยกับเพื่อน หรืออยากลองอะไรใหม่ ๆ บน Steam — บทความนี้ช่วยได้แน่นอน

1. Open-World RPG / Action RPG: โลกกว้าง อิสระจัดเต็ม

เกมสาย Open-World RPG / Action RPG ยังเป็นแนวที่ดูดวิญญาณเกมเมอร์ได้เสมอ เพราะไม่ได้ให้เราแค่ “เล่นตามเนื้อเรื่อง” แต่ให้เราได้ใช้ชีวิตในโลกอีกใบอย่างเต็มตัว

คุณสามารถเลือกจะเป็นฮีโร่ นักฆ่า สายเวท สายโจร หรือจะเล่นเป็นตัวละครสุดกาวในแบบของตัวเองก็ยังได้ โลกกว้างให้สำรวจ เควสต์ย่อยให้ทำ มอนสเตอร์ให้ล่า และเนื้อเรื่องแตกแขนงให้เลือกตัดสินใจคือเสน่ห์ที่ทำให้แนวนี้ไม่เคยตาย

  • จุดที่ทำให้ยังฮิตไม่เลิก

    • ให้ประสบการณ์แบบดื่มด่ำ ทั้งเนื้อเรื่องและบรรยากาศ

    • ระบบพัฒนาตัวละครลึก ปั้นได้หลายสาย เล่นซ้ำได้หลายรอบ

    • โลกเปิดขนาดใหญ่ที่เดินยังไงก็ไม่ทั่วง่าย ๆ

  • เทรนด์ที่เริ่มเห็นชัด

    • เอาระบบ Survival / Crafting มาใส่ให้การใช้ชีวิตสมจริงขึ้น

    • โลกตอบสนองการกระทำผู้เล่นมากขึ้น เหมือนอยู่ในโลกที่ “มีชีวิตจริง”

    • เริ่มใช้ AI มาช่วยสร้างเควสต์/เหตุการณ์ให้หลากหลายกว่าเดิม

เกมแนะนำสายโลกเปิดที่ยังโคตรสด

  1. The Elder Scrolls ซีรีส์

เกม RPG เปิดโลกสุดคลาสสิกจาก Bethesda ที่ใครเล่นแนวนี้แล้วไม่เคยแตะ ถือว่าพลาดแรง

  • จุดเด่นคืออิสระระดับสุดโต่ง อยากเป็นใครก็ได้ในโลกนั้น

  • ทั้ง The Elder Scrolls V: Skyrim, Oblivion Remastered และ The Elder Scrolls Online ต่างก็ยังมีฐานแฟนที่เหนียวแน่น

  • เหมาะกับคนที่ชอบ “จม” อยู่ในเกมเป็นร้อย ๆ ชั่วโมง

สเปคโดยรวม:

  • แนะนำ CPU ระดับ Intel Core i5 เจนเก่า, RAM 8GB

  • การ์ดจอประมาณ GTX 970 / RX 570 ก็เอาอยู่

  1. Grand Theft Auto ซีรีส์

เกมแอ็กชันโลกเปิดสายอาชญากรรมที่ทั้งดิบ ทั้งมัน และทั้งฮาในเกมเดียว

  • GTA V ยังเป็นเมืองจำลอง Los Santos ที่มีชีวิตชีวาสุด ๆ

  • โหมด GTA Online ให้คุณสร้างเรื่องราวเองกับเพื่อน จะบ้าแค่ไหนก็ได้

  • คนที่ชอบเนื้อเรื่องเข้ม ๆ ก็ยังย้อนกลับไปหา GTA IV กันอยู่

แอบกระซิบว่า GTA VI ที่จ่อเปิดตัวในปี 2026 น่าจะเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ใหญ่ของวงการแน่นอน

  1. Cyberpunk 2077 (Ultimate Edition)

จากเกมที่เริ่มต้นด้วยดราม่าบั๊ก กลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ไซเบอร์พังก์ที่ “ต้องลองให้ได้สักครั้ง”

  • จุดขายคือบรรยากาศ Night City ที่เต็มไปด้วยชีวิต อาชญากรรม และเทคโนโลยีสุดหม่น

  • การเล่าเรื่องดีกว่าที่หลายคนคิดมาก ตัวละครอย่าง Johnny Silverhand กลายเป็นที่จดจำของแฟน ๆ

  • เวอร์ชัน Ultimate ที่อัปเดตแล้วคือฟีลคนละเกมกับตอนวันแรก

  1. Starfield

สายสำรวจจักรวาลต้องโดน แม้จะมีเสียงบ่นเรื่องบางพื้นที่ดูโล่ง แต่คนที่ชอบตีความสนุกเองจะอินมาก

  • พาออกไปท่องจักรวาล สำรวจดาว เล่นกับยาน ปั้นตัวละครสายต่าง ๆ

  • หลังอัปเดต + DLC เพิ่มเติม ทำให้เกมดู “เต็ม” ขึ้นเรื่อย ๆ

  1. The Witcher ซีรีส์

ถ้าพูดถึงเกม RPG เนื้อเรื่องดุเดือด การเล่าเรื่องโคตรดี ชื่อ The Witcher ต้องมา

  • The Witcher 3: Wild Hunt คือเกมระดับตำนานแห่งยุค

  • โลกแฟนตาซีหม่น ๆ ตัวละครมีมิติ โดยเฉพาะ Geralt

  • ภาคเก่าอย่าง The Witcher 1–2 แม้ระบบจะโบราณหน่อย แต่เนื้อเรื่องยังจัดว่าเข้ม

2. Survival Crafting / Base Building: จากศูนย์สู่จักรวรรดิของตัวเอง

สายรักการ “เริ่มชีวิตใหม่” ต้องถูกใจแนวนี้ เพราะคุณจะเริ่มจากมือเปล่า ท่ามกลางโลกโหดร้าย แล้วไต่เต้าจนมีฐานทัพอลังการเป็นของตัวเอง

ความฟินของเกมแนว Survival + Base Building คือการได้เห็น ผลงานของตัวเองค่อย ๆ โตขึ้น จากกระท่อมโทรม ๆ กลายเป็นป้อมปราการสุดโหด และต้องบาลานซ์ทั้งหิว หนาว ศัตรู และทรัพยากรไปพร้อมกัน

  • ทำไมถึงเล่นแล้วเลิกยาก?

    • ความรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่สร้างอะไรเสร็จ

    • ความท้าทายเรื่องเอาชีวิตรอดที่มีทั้งกดดันและสนุก

    • พอเล่น Co-op กับเพื่อนแล้ว ยิ่งวางไม่ลง

  • ทิศทางที่กำลังมาแรง

    • ผสมกับระบบ RPG และเนื้อเรื่องจริงจังมากขึ้น

    • กราฟิกอลังการ แสงเงาดีขึ้น แต่ยังพยายามให้เข้าถึงง่าย

    • ระบบสร้างซับซ้อนขึ้น แต่พยายามออกแบบให้ไม่ปวดหัว

เกมเอาชีวิตรอดที่ควรลองก่อนโลกแตก

Valheim

โลกไวกิ้งที่ไม่ได้ขายกราฟิกอลังการ แต่ขาย “บรรยากาศ+อิสระ” แบบจัดเต็ม

  • โลกสุ่มใหม่ทุกเซฟ ทำให้แต่ละการผจญภัยไม่เหมือนกัน

  • ระบบสร้างฐานทั้งลึกและยืดหยุ่น จัดบ้าน วางเมืองได้ตามใจ

  • เล่นกับเพื่อนแล้วโคตรสนุก โดยเฉพาะตอนล่าบอส

Sons of the Forest

เกมเอาชีวิตรอดแบบโทนดาร์ก ๆ ที่เอา Horror มาผสมได้โหดใช้ได้

  • ติดเกาะลึกลับที่เต็มไปด้วยมนุษย์กินคนและสิ่งมีชีวิตประหลาด

  • ระบบสร้างฐานอิสระ ฟีลเหมือนสร้างบ้านกลางฝันร้าย

  • ยิ่งเล่นโหมดมัลติกับเพื่อน เสียงกรี๊ด + เสียงหัวเราะคือของแถม

ARK: Survival Evolved

ถ้ารักไดโนเสาร์และเกมโคตรกินเวลา ARK คือดินแดนที่คุณควรไปตั้งรกราก

  • สำรวจเกาะที่มีทั้งไดโนและสัตว์โบราณเพียบ

  • จับมาเลี้ยง ขี่ ไล่ล่า หรือเอามาช่วยสร้างฐานก็ได้

  • ระบบเยอะ บั๊กก็เคยเยอะ แต่ DLC และอัปเดตช่วยขัดเกลาขึ้นเยอะเหมือนกัน

Palworld

ถ้าคุณอยากได้ส่วนผสมระหว่าง “จับมอน” กับ “เอาชีวิตรอด” เกมนี้คือคำตอบ

  • ฟีลคล้ายโปเกมอนแต่ดาร์กกว่าเยอะ

  • จับ Pal มาใช้งาน สร้างฐาน ช่วยต่อสู้ ทำฟาร์ม ทำโรงงาน

  • โลกกว้าง บอสเพียบ เล่นนาน ๆ แล้วติดแบบไม่รู้ตัว

Enshrouded

สายแฟนตาซี + Survival ต้องชอบ บรรยากาศโลกที่โดนหมอกกลืนกินทั้งใบ

  • ระบบสร้างฐานยืดหยุ่นมากจนหลายคนเปรียบเป็นเกมสร้างบ้านในฝัน

  • Co-op ช่วยลดความเครียด เล่นเป็นปาร์ตี้แล้วโคตรฟิน

  • หมอก Shroud สร้างทั้งแรงกดดันและเอกลักษณ์ให้เกมชัดเจน

3. Souls-like / Action RPG สุดโหด: สายฮาร์ดคอร์ต้องเจอ

เกมแนว Souls-like / Action RPG คือสนามประลองความอดทนของเกมเมอร์ ใครคิดว่า “เกมยาก ๆ มันอร่อยดี” แนวนี้เกิดมาเพื่อคุณ

หัวใจของมันคือการต่อสู้ที่ต้องอ่านท่า บล็อก หลบ และโต้กลับแบบแม่น ๆ ผสมกับการอัปสเตตัส ตัวละคร และอุปกรณ์ให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

  • ทำไมแฟน ๆ ยังรักแนวนี้?

    • ความรู้สึกภูมิใจเวลาโค่นบอสที่ตบเราตายมาเป็นสิบรอบ

    • โลกที่เชื่อมโยงกันอย่างมีชั้นเชิง ให้ความรู้สึกค้นพบตลอดเวลา

    • ระบบต่อสู้ที่มีเอกลักษณ์ เล่นแล้ว “รู้เลยว่าเกมนี้คืออะไร”

  • ทิศทางที่เริ่มชัดเจน

    • โลกเปิดกว้างมากขึ้นแบบ Elden Ring

    • ผสมกับแนวอื่น เช่น Metroidvania, RPG สำรวจ, หรือแม้แต่เกมเนื้อเรื่องจัด ๆ

    • บอสดีไซน์โคตรจัด ทั้งหน้าตา ท่า และเพลงประกอบ

เกมทรมานตัวเองที่คุ้มค่าทุกหยดเหงื่อ

Elden Ring

เกมที่พาคำว่า Souls-like ไปอีกระดับ โลกเปิดอิสระแต่ยังคงความโหดแบบ Dark Souls ไว้

  • Lands Between ใหญ่จนเดินหลงคือเรื่องปกติ

  • คนที่ชอบสำรวจจะยิ่งหลงรัก เพราะทุกมุมมีอะไรให้ค้นหา

  • DLC Shadow of the Erdtree เพิ่มดีกรีความเข้มข้นเข้าไปอีก

Lies of P

ตีความตำนานพิน็อกคิโอใหม่ให้กลายเป็นโลกมืดสไตล์โคตรกอธิค

  • การต่อสู้ลื่นมาก ฟีลใกล้ Bloodborne

  • บอสดีไซน์จัดเต็ม ทั้งโหดและเท่ในเวลาเดียวกัน

  • DLC ปรับโหมดความยากให้เข้าถึงได้กว้างขึ้น แต่ยังรักษาเสน่ห์สายโหดไว้

Black Myth: Wukong

เอาตำนานไซอิ๋วมาทำเป็นแอ็กชัน RPG ที่ทั้งสวย ทั้งดุ ทั้งอลังการ

  • รับบทลิงนักรบที่ออกตามหา relic ในโลกแรงบันดาลใจจาก Journey to the West

  • จุดเด่นคือกราฟิกโหดมาก และการต่อสู้บอสที่จัดหนัก

  • แม้โครงโลกจะไม่ถึงขั้นโอเพนเวิลด์เต็มตัว แต่เส้นทางการผจญภัยทำมาดีจนลืมไปเลย

Hollow Knight ภาคใหม่

แฟน Metroidvania + Souls-like เบา ๆ ยังคงจับตาเกมนี้แบบห้ามกระพริบ

  • เล่นเป็น Hornet ที่เคลื่อนไหวเร็วขึ้น ต่อสู้ดุดันกว่าเดิม

  • โลก Pharloom เต็มไปด้วยศัตรู ปริศนา และบรรยากาศหม่น ๆ น่าหลงใหล

  • ดนตรีและงานภาพคืออีกจุดที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก

4. Indie / Roguelike / Roguelite: สนามทดลองไอเดียสุดบ้า

เกมอินดี้คือพื้นที่ที่นักพัฒนาสายสร้างสรรค์ได้ปล่อยของแบบไม่เกรงใจใคร ไม่ต้องมีกฎว่า “เกมต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น” แต่คือโลกของ ไอเดียล้วน ๆ

โดยเฉพาะแนว Roguelike / Roguelite ที่สุ่มทุกอย่างให้คุณเจอความปั่นใหม่ทุกครั้งที่เล่น ตายแล้วเริ่มใหม่ แต่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ

  • ทำไมคนถึงติดเกมอินดี้หนักมาก?

    • เกมเพลย์แปลกใหม่ ไม่เดินตามสูตรสำเร็จ

    • เล่นรอบเดียวไม่พอ เกมออกแบบมาให้ “ตายแล้วไปต่อ” อยู่แล้ว

    • ราคามักไม่แรง แต่ประสบการณ์คุ้มเกินราคา

  • เทรนด์ของสายอินดี้ตอนนี้

    • ผสมหลายแนวเข้าด้วยกัน เช่น Roguelite + Deck-building หรือ Roguelite + Bullet Hell

    • งานศิลป์มีเอกลักษณ์ชัด ดูปุ๊บจำได้ปั๊บ

    • เริ่มเล่าเรื่องจริงจังขึ้น ไม่ได้มีแค่ระบบเกมเพลย์อย่างเดียว

เกมอินดี้ที่ควรซื้อติดไลบรารีไว้

Hades

Roguelike แอ็กชันที่แทบทุกคนเห็นตรงกันว่า “โคตรดี”

  • เล่นเป็น Zagreus ลูก Hades ที่พยายามหนีจากยมโลก

  • ต่อสู้ลื่น มือดี เสียงเพลงเดือด และเนื้อเรื่องเข้มข้นเกินคาด

  • ยิ่งตาย ยิ่งได้เห็นบทสนทนาใหม่ ๆ กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่ “ยิ่งเล่นยิ่งรัก”

Vampire Survivors

ตัวอย่างชัด ๆ ของคอนเซปต์ว่า “เกมดีไม่จำเป็นต้องกราฟิกโหด”

  • บังคับแค่อย่างเดียว ส่วนสกิลยิงอัตโนมัติ แต่การเลือกอัปเกรดนี่แหละคือหัวใจ

  • เล่นง่าย แต่ติดงอมแงมแบบไม่รู้ตัว รอบหนึ่งตั้งใจเล่น 10 นาที สุดท้ายกลายเป็น 3 ชั่วโมง

Slay the Spire

เกมการ์ดที่ทำให้หลายคนกลับมาตกหลุมรักการ “สร้างเด็ค” อีกครั้ง

  • เดินขึ้นหอคอยที่ทุกห้องมีศัตรู/เหตุการณ์สุ่ม

  • ต้องจัดเด็คให้ลงตัว บาลานซ์พลัง ลบจุดอ่อนของตัวเอง

  • แม้ภาพจะเรียบง่าย แต่สมองนี่ทำงานหนักมากทุกเทิร์น

Cult of the Lamb

น้องแกะที่ดูน่ารัก แต่ดันมาเป็นหัวหน้าลัทธิแบบสุดปั่น

  • ผสม Roguelike แอ็กชันกับระบบบริหารลัทธิแบบจัดเต็ม

  • โทนภาพน่ารักตัดกับเรื่องหม่น ๆ แบบเจตนาชัดเจน

  • เหมาะกับคนชอบอะไรแปลก ๆ แต่ยังอยากได้ระบบแน่น ๆ

5. Co-op / Multiplayer Shooters: มีเพื่อนดี เกมอะไรก็สนุก

สายเกมยิง ไม่ว่าจะ PvE หรือ PvP เน้นจอยกับเพื่อน คือแนวที่ไม่มีวันหายจากชาร์ตยอดนิยม เพราะหัวใจมันคือคำว่า “เล่นด้วยกัน”

บางเกมเน้นลุยกับเพื่อนยิงมอน (Co-op) บางเกมเน้นดวลเดือดกับคนทั่วโลก (PvP) แต่ทั้งหมดมีจุดร่วมเหมือนกันคือ การสื่อสาร วางแผน และทำงานเป็นทีม

  • ทำไมถึงยังป๊อบตลอด?

    • ทุกแมตช์ไม่มีซ้ำ เหตุการณ์คาดเดาไม่ได้

    • ได้หัวเราะ ด่าเพื่อน รอดตายเฉียด ๆ — คือความทรงจำที่จำได้นานสุด

    • ใช้เป็นที่นัดเจอเพื่อนหลังเลิกงาน/เลิกเรียนได้ดีมาก

  • เทรนด์ที่เห็นชัดในยุคนี้

    • เกม Live Service ที่อัปเดตยาว ๆ หลายปี

    • มีระบบ RPG ใส่เข้ามาให้ปั้นตัวละคร/อาวุธของตัวเอง

    • รองรับ Cross-play ให้เพื่อนต่างแพลตฟอร์มเล่นด้วยกันได้

เกมยิงที่เล่นกับเพื่อนแล้วลืมนอน

Helldivers 2

เกมยิงมุมมองบุคคลที่สามที่ทำมาเพื่อเล่น Co-op โดยเฉพาะ

  • สวมบททหารของ Super Earth ที่ต้องออกไปปลดปล่อยดาวต่าง ๆ

  • ระบบ Stratagem เปิดโอกาสให้วางแผน รูปแบบการบุกหลากหลาย

  • ความฮาคือบางทีเพื่อนฆ่ากันเองมากกว่าศัตรูอีก

Call of Duty ซีรีส์ (รวม Warzone)

เกมยิงระดับตำนานที่ยังครองกระแสทั้งสายแคมเปญและมัลติเพลเยอร์

  • Modern Warfare II, Black Ops 6 และ Warzone ต่างก็มีฐานผู้เล่นมหาศาล

  • ใครชอบยิงลื่น ๆ ปืนหนัก ๆ เอฟเฟกต์โหด ๆ ยังไงก็ต้องลองสักภาค

Valorant

เทคนิคอลชูตเตอร์ที่ผสมความสามารถพิเศษของตัวละครเข้าไปได้อย่างลงตัว

  • 5v5 เน้นสกิลปืนเป็นหลัก แต่สกิลเอเจนต์ช่วยสร้างจังหวะต่าง ๆ ได้ดี

  • คนที่มาจากสาย CS จะคุ้นมือไว แต่ต้องทำความเข้าใจสกิลเพิ่มนิดหน่อย

  • ฉากแข่ง Esports ทำให้เกมนี้สดใหม่อยู่ตลอด

Lethal Company

เกมสยองที่แถมความฮาแบบเข้มข้น

  • รวมทีมกันไปเก็บของบนดวงจันทร์ร้างที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตประหลาด

  • ความสนุกไม่ได้อยู่แค่ “รอดหรือไม่รอด” แต่อยู่ที่สถานการณ์ฮา ๆ ระหว่างทาง

  • คนเล่นบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมาะกับปาร์ตี้เพื่อนมาก

แนวอื่น ๆ ที่ยังมีแฟนเหนียวแน่น

แม้ 5 แนวด้านบนจะเป็นพระเอกของชาร์ต แต่ก็ยังมีอีกหลายสายที่น่าสนใจไม่แพ้กัน:

  • Strategy / 4X / Grand Strategy
    สำหรับสายวางแผนชอบคุมทั้งโลก ทั้งจักรวรรดิ เกมแบบนี้แม้จะเป็นกลุ่มเฉพาะ แต่แฟนเหนียวมาก เช่นซีรีส์จาก Paradox หรือ Civilization

  • Simulation (เกมจำลองสถานการณ์)
    ตั้งแต่ทำฟาร์ม สร้างเมือง ไปจนขับรถบรรทุก ใครอยากได้เกมฟีล “ใช้ชีวิตช้า ๆ แต่โคตรเพลิน” สายนี้ตอบโจทย์

  • Story-Driven / Narrative Adventure
    สำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์เหมือนดูหนังดี ๆ สักเรื่อง แต่ได้เลือกเส้นทางเอง เกมเล่าเรื่องเจ๋ง ๆ ยังมีตลาดของตัวเองเสมอ

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกมหนึ่งเกม “ดัง” บน Steam?

หลายคนคิดว่าเกมจะปังเพราะเนื้อหาอย่างเดียว จริง ๆ ยังมีอีกหลายตัวแปรที่ส่งผลโดยตรงต่อความนิยม:

  • การตลาดและการโปรโมต
    เกมดีแต่ไม่มีใครเห็นก็ไปไม่ถึงผู้เล่น การทำให้เกมโผล่บนหน้าฟีดคนเยอะ ๆ สำคัญมาก

  • สตรีมเมอร์และอินฟลูเอนเซอร์
    ถ้าเกมไหนถูกสตรีมเมอร์ใหญ่หยิบมาเล่น กระแสพร้อมจะระเบิดได้แทบจะข้ามคืน

  • ช่วงลดราคา / Steam Sales
    หลายเกมกลับมาติดชาร์ตใหม่ทุกครั้งที่มีเทศกาลลดราคา เพราะคนรอจังหวะ “ถึงเวลาเปย์แล้ว”

  • การอัปเดตต่อเนื่อง
    เกม Live Service หรือเกมออนไลน์ที่เติมคอนเทนต์ใหม่เรื่อย ๆ จะรักษาฐานผู้เล่นได้นานกว่ามาก

  • กระแสปากต่อปาก
    ถ้าเกมคุณภาพดีจริง คนจะช่วยกันดันให้เอง รีวิวดี การแนะนำในกลุ่มเพื่อน/ชุมชน คือพลังที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงินโฆษณาอย่างเดียว

สรุป: 2025 คือปีทองของคนชอบลองแนวใหม่

การเดาเทรนด์เกมล่วงหน้าอาจไม่เคยแม่น 100% แต่จากพฤติกรรมผู้เล่นและกระแสช่วงที่ผ่านมา ทำให้พอจะฟันธงได้ว่า:

  • Open-World RPG / Action RPG ยังเป็นตัวเต็งของสายเล่นยาว

  • Survival Crafting / Base Building คือสวรรค์ของคนชอบสร้าง+รอดพร้อมกัน

  • Souls-like / Action RPG สุดหิน ยังครองใจสายฮาร์ดคอร์ที่รักความยาก

  • Indie / Roguelike / Roguelite คือแหล่งไอเดียบ้าพลังที่ไม่มีวันหมด

  • Co-op / Multiplayer Shooters คือพื้นที่รวมพลเพื่อนที่ไม่มีวันเงียบ

ถ้าคุณอยากทำคอนเทนต์เกม หรือแค่อยากหาเกมใหม่มาเล่นให้สุดในปี 2025 การจับตาแนวเหล่านี้ไว้คือไอเดียที่ดีมาก

เล่นให้สนุก เลือกแนวให้ตรงใจ แล้วค่อยมาเล่าให้คนอื่นฟังต่อ — นี่แหละพลังของเกมเมอร์ยุคนี้

สุดท้าย อย่าลืมว่า เกมไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่ยังเป็นพื้นที่ให้เราได้สร้างประสบการณ์ ความทรงจำ และเรื่องเล่าที่มีแค่เราเท่านั้นที่เป็นคนเล่นเองจริง ๆ