เมื่อ Passion ไม่ได้จบแค่คำว่าชอบ แต่กลายเป็นพลังขับเคลื่อนทั้งองค์กร
สำหรับใครที่โตมากับเกม มือถืออยู่ในมือเกือบตลอดเวลา คำว่า “แพสชัน” (Passion) อาจเริ่มจากแค่ความชอบธรรมดา ๆ แต่พอเวลาผ่านไปมันดันกลายเป็นเข็มทิศสำคัญในชีวิตการทำงานได้จริง ๆ
แพสชันคือเชื้อเพลิงที่จุดประกายให้เราอยากลอง อยากสร้าง และอยากพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แต่ถ้ามีแค่แพสชันอย่างเดียว มันก็อาจจะกลายเป็นไฟที่ลุกวูบเดียวแล้วดับได้ง่าย ๆ
สิ่งที่ทำให้ไฟนั้นลุกต่อเนื่องคือ “เป้าหมาย” (Purpose) ที่ชัดเจน พอแพสชันจับคู่กับเป้าหมาย ความตั้งใจของเราก็ถูกกำหนดทิศทางให้เดินไปข้างหน้าอย่างมีความหมาย และเมื่อทั้งสองอย่างทำงานร่วมกันจึงเกิดเป็น “แรงกระเพื่อม” (Impact) ที่ขยายออกไปแตะทั้งองค์กร ผู้คนรอบตัว ไปจนถึงสังคมวงกว้างได้จริง
ในโลกของเกมและแพลตฟอร์มดิจิทัล สิ่งนี้เห็นได้ชัดมาก โดยเฉพาะในองค์กรใหญ่อย่าง Sea (ประเทศไทย)
Sea (ประเทศไทย): จากสตาร์ทอัพสู่บ้านของเหล่า Sailors ที่มีไฟ
Sea (ประเทศไทย) คือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มเบอร์ใหญ่ ที่คอเกมและสายช้อปออนไลน์คุ้นชื่อกันดีจากแบรนด์อย่าง Garena, Shopee และ Monee ซึ่งเติบโตมาจากการเป็นสตาร์ทอัพ
สิ่งที่ Sea ให้ความสำคัญกับเหล่าพนักงาน หรือที่เรียกกันเท่ ๆ ว่า “Sailors” ไม่ได้มีแค่เรื่องทักษะและโปรไฟล์สวย ๆ เท่านั้น แต่คือการมองหาคนที่
มี แพสชันจากข้างใน จริง ๆ
มี เป้าหมายที่เชื่อมโยงกับพันธกิจขององค์กร
เพราะเมื่อคนที่อินในสิ่งที่ทำ ได้รับพื้นที่ ได้รับการสนับสนุน และมีเวทีให้ปล่อยของเต็มที่ พลังของเขาก็จะกลายเป็น Impact ที่เกิดขึ้นจริงกับทั้งแพลตฟอร์ม ผู้ใช้งาน และสังคมรอบตัว
ในบรรดา Sailors ทั้งหมด มีอยู่ 3 คนที่เส้นทางของพวกเขาเป็นตัวอย่างชัดเจนมากว่า “ความชอบ” สามารถอัปเลเวลกลายเป็น “พลังเปลี่ยนแปลง” ได้ยังไง
แม้ว – จากเด็กติดเกม สู่สมองการตลาดเบื้องหลัง RoV
หนึ่งในตัวอย่างที่สายเกมเมอร์ต้องยิ้มออก คือเรื่องของ “แม้ว – พนธพันธ์ แสงวราภรณ์” ที่วันนี้เป็น Game Operations Manager (RoV) ที่ Garena ธุรกิจดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนท์ในเครือ Sea
จากเด็กที่โตมากับเกมบนหน้าจอมือถือ สู่คนที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญสุดว้าวของ Arena of Valor (RoV) เกมแนว MOBA บนมือถือที่อยู่ในใจคนไทยมาเกือบ 9 ปี และยังครองกระแสได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับแม้วแล้ว งานทุกวันไม่ใช่แค่ “ทำให้เกมเล่นได้” แต่คือการทำให้ผู้เล่น รู้สึกอะไรบางอย่างกับเกม ตั้งแต่ยังไม่ทันกดเข้าเกมด้วยซ้ำ
เขาโฟกัสที่การ
ออกแบบกิจกรรม คอนเทนต์ และแคมเปญการตลาดให้เกม เป็นมากกว่าเกม
เชื่อมโลก ออนไลน์ กับ ออฟไลน์ ให้ไร้รอยต่อ
ทำให้ผู้เล่นรู้สึกสนุก ตื่นเต้น และผูกพันกับ RoV แบบยาว ๆ
เป้าหมายสำคัญ คือทำให้เกมเมอร์รู้สึกว่า RoV ไม่ใช่แค่เกมที่เล่นแล้วจบ แต่เป็นเกมที่พวกเขา “เป็นส่วนหนึ่งจริง ๆ” ผ่านทั้งการอัปเดตตัวเกม การจัดแข่งอีสปอร์ต และแคมเปญที่ดึงคนรัก RoV ให้มาพบปะ สนุก และสร้างคอมมูนิตี้ที่แน่นและครึกครื้นอย่างทุกวันนี้

งานที่ท้าทาย = เควสต์ในชีวิตจริงของเกมเมอร์
แม้วมองงานทุกโปรเจกต์เหมือนเป็น เควสต์ (Quest) ในเกม ที่มีทั้งความยาก ความท้าทาย และรางวัลบางอย่างรออยู่ข้างหน้า
ในสายงานมาร์เก็ตติ้ง ที่ต้องคอยหาไอเดียใหม่ให้ผู้เล่น “ว้าว” ตลอดเวลา การตันทางไอเดียคือดาเมจหนัก แต่สำหรับเขา การได้ทำงานที่ตรงกับความชอบ แถมมีพื้นที่ให้ลองผิดลองถูก กลับกลายเป็นตัวช่วยเติม MP ด้านความคิดสร้างสรรค์ได้ดีมาก
เขาและทีมจึงมักจะ
ท้าทายตัวเองให้ คิดนอกกรอบ อยู่เสมอ
มองหา วิธีแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนใคร
เปลี่ยนความกดดันจากงานให้กลายเป็นความสนุก
แม้วรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ทุกวันได้ทำในสิ่งที่รัก แม้ว่าทุกภารกิจจะมาพร้อมความท้าทายใหม่ ๆ แต่ทุกโปรเจกต์ก็กลายเป็นโอกาสในการอัปสกิลไปเรื่อย ๆ
ในมุมของเกมเมอร์คนหนึ่ง เขาภูมิใจที่แพสชันเรื่องเกมตั้งแต่เด็ก พาเขามาถึงจุดที่สามารถ สร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้เกมเมอร์คนอื่น ได้ด้วย นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่า “ทุกวันของการทำงานมีความหมาย” อย่างแท้จริง
ปัจจุบัน RoV ยังยืนหนึ่งในฐานะเกมมือถือยอดนิยมในไทยต่อเนื่องมาถึงปีที่ 9 แล้ว และมีทั้งฐานผู้เล่นและอีโคซิสเต็มอีสปอร์ตที่ครบเครื่องที่สุดเกมหนึ่งในประเทศ

นุ่น – สาวเกมเมอร์ที่เปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นพลังเพื่อสังคม
อีกคนที่เติบโตจากความรักในการเล่นเกมเหมือนกัน แต่ไปคนละสายกับแม้ว คือ “นุ่น – ชุติมณฑน์ ประถมด้วง” ที่ปัจจุบันทำหน้าที่เป็น Corporate Communications Assistant Manager (CSR and Society Development)
จุดเริ่มต้นของนุ่นกับ Sea มาจากการสนใจในธุรกิจของ Garena เพราะเป็นสายดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนท์ที่มีทั้งเกมออนไลน์และอีสปอร์ต แถมตัวเธอเองก็เป็นคนเล่นเกมมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เธอไม่ได้เติบโตในสายเกมแบบเดิม ๆ เธอกลับใช้แพสชันด้านเกมของตัวเองมาต่อยอดสู่บทบาทใหม่ในสาย CSR และโครงการเพื่อสังคม ซึ่งเป็นสายงานที่เธอยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนในตอนเริ่มต้น
วันนี้ หลังจากทำงานกับ Sea ยาว ๆ มาเกือบ 9 ปี นุ่นได้เป็นกำลังหลักในการริเริ่มโครงการเพื่อสังคมหลายด้าน โดยใช้จุดแข็งของธุรกิจในเครือ Sea ทั้ง
เกมและอีสปอร์ต
อีคอมเมิร์ซ
บริการการเงินดิจิทัล
มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เรียกได้ว่าเป็นการ “เปลี่ยนความชอบให้เป็นพลังสร้างความเปลี่ยนแปลง” แบบเต็มตัว
เธอไม่ได้มองงานแต่ละวันว่าแค่ทำหน้าที่ให้จบ แต่คิดต่อไปเสมอว่า จะต่อยอดยังไงให้ความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกยังเดินหน้าต่อได้ในระยะยาว และทุกครั้งที่เห็นผู้คนที่เข้าร่วมโครงการมีชีวิตดีขึ้น มีโอกาสมากขึ้น ไม่ว่าจะน้อยหรือมาก นั่นคือโมเมนต์ที่ยืนยันว่า สิ่งที่เธอทำมันมีค่า
สองโปรเจกต์เด่น: จากอีสปอร์ตสู่บอร์ดเกมการเงิน
ผลงานส่วนหนึ่งที่สะท้อนวิธีคิดของนุ่นได้ชัด มีอยู่สองโปรเจกต์ใหญ่ ๆ คือ
โครงการ Garena Academy ห้องเรียนอีสปอร์ต
ใช้เกมและอีสปอร์ตเป็นตัวกลางเชื่อมคนรุ่นใหม่กับ ทักษะดิจิทัลใหม่ ๆ ที่จำเป็นในยุคนี้ พร้อมทั้งให้ข้อมูลกับทั้งครูและนักเรียนเกี่ยวกับ โอกาสทางอาชีพ และ เส้นทางการศึกษาใหม่ ๆ ที่เติบโตมาจากอุตสาหกรรมเกมในไทยโครงการบอร์ดเกมการเงิน “Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน”
ใช้บอร์ดเกมเป็นเครื่องมือให้เยาวชนไทยได้ ฝึกจัดการการเงินส่วนตัว ผ่านการเล่น ฝึกทักษะ คิดวางแผน และสร้างทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับเงิน
ทั้งสองโครงการนี้เกิดจากการมองเห็นว่า คนจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงความรู้ด้านอีสปอร์ตและการเงินส่วนบุคคล จึงกลายเป็นความตั้งใจจริงในการ “เติมเต็มช่องว่าง” เหล่านั้นด้วยวิธีที่ทั้งสนุกและจับต้องได้
ผลลัพธ์ก็ชัดเจนมากเช่นกัน
ปี 2567 มีนักเรียนกว่า 86,000 คน ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ด้านอาชีพในวงการเกมและอีสปอร์ตผ่าน Garena Academy
มีนักเรียนและคุณครูกว่า 180,000 คน จากทั่วประเทศนำบอร์ดเกมการเงิน Wishlist ไปใช้ประโยชน์แล้ว
ทั้งหมดนี้คือ Impact ที่เริ่มต้นจาก คนเล่นเกมคนหนึ่ง ที่อยากใช้สิ่งที่องค์กรมี ไปสร้างประโยชน์ให้สังคมอย่างยั่งยืน

อ้อย – จากหลงใหลโลกสตาร์ทอัพ สู่ตัวจริงด้าน Finance Analytics
อีกมุมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือเรื่องของ “อ้อย – ธัญวลัย ลือศักดิ์ศิริวัฒนา” ที่วันนี้ทำหน้าที่เป็น Finance Business Analytics Manager หนึ่งในคนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนระบบการเงินภายใน Sea (ประเทศไทย)
อ้อยเริ่มต้นจากความสนใจในโลก สตาร์ทอัพ จนได้เข้ามาร่วมงานกับ Sea ในตำแหน่ง Junior Treasury ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ระบบการเงินพื้นฐานขององค์กรแบบจริงจัง
จากนั้นเธอค่อย ๆ ขยายขอบเขตงานของตัวเองมาดูแลด้านการเงินของ Shopee และ ShopeePay ทำให้มุมมองของเธอกว้างขึ้นกว่าการทำบัญชีแบบเดิม ๆ อย่างมาก
อิมแพคของงานอ้อยและทีมชัดมากในเชิงตัวเลข เพราะพวกเขาช่วยให้ฝ่ายบัญชีขององค์กร
ลดเวลาในการทำงานรวมกันกว่า 155 ชั่วโมงต่อเดือน
ปิดงบและทำงานซ้ำ ๆ ได้เร็วขึ้น
เพิ่มความถูกต้องของงานการเงินอย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้เกิดจากการผลักดันให้ใช้เครื่องมือสาย Low-code และ No-code อย่างเช่น KNIME เข้ามาช่วยปรับปรุงกระบวนการ ทำให้ทั้งทีมทำงานได้ฉลาดขึ้น เร็วขึ้น และผิดพลาดน้อยลง
สิ่งที่อ้อยย้ำเสมอคือ แม้เธอจะไม่ได้มาจากสายนี้โดยตรงตั้งแต่ต้น แต่ Sea เปิดโอกาสให้เรียนรู้จริงจัง มีเพื่อนร่วมงานคอยช่วย ซัพพอร์ต และเดินไปด้วยกัน ความไว้ใจจากหัวหน้าและผู้บริหารที่พร้อมเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ ทำให้เธอกล้าลองทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน
ในมุมมองของเธอ วัฒนธรรมความเชื่อใจและการร่วมมือกัน ทำให้ทุกไอเดียมีโอกาสกลายเป็นของจริงได้
เติบโตเกินกว่าที่คิด แต่อินกับสิ่งที่ทำเสมอ
การอยู่กับ Sea มาถึง 7 ปี ทำให้อ้อยได้เห็นโอกาสเติบโตในสายงานที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าจะเดินมาถึง จุดเปลี่ยนเหล่านี้เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่เพราะเธออินกับอุตสาหกรรมที่ตัวเองทำ และมีทีมที่คอยซัพพอร์ตทั้งเพื่อน พี่ น้อง เธอถึงสามารถผ่านทั้งวันยาก ๆ และวันที่น่าภาคภูมิใจมาได้
สำหรับอ้อย เส้นทางที่ผ่านมา “มีความหมาย น่าจดจำ และน่าประทับใจ” เพราะทุกก้าวที่เดินคือการอัปเลเวลทั้งตัวเองและองค์กรไปพร้อมกัน
3 ตัวแทน Sailors รุ่นใหม่ ที่ใช้แพสชันสร้างแรงกระเพื่อมให้ทั้งเกมและสังคม
เมื่อมองย้อนกลับมาที่ทั้งสามคน – แม้ว, นุ่น และอ้อย – จะเห็นภาพที่ชัดมากว่า นี่คือ Sailors รุ่นใหม่ที่ใช้
แพสชัน เป็นเชื้อเพลิง
เป้าหมาย เป็นเข็มทิศ
และสร้าง Impact เป็นระลอกคลื่นที่ส่งต่อไปถึงคนรอบตัว
พวกเขาไม่เพียงขับเคลื่อนแพลตฟอร์มและธุรกิจในเครือ Sea เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้ผู้ใช้งาน เสริมโอกาสให้เยาวชน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมและชุมชนรอบตัว
ท้ายที่สุด เส้นทางของเหล่า Sailors เหล่านี้กำลังบอกเราว่า “การเป็นเกมเมอร์ หรือคนที่หลงใหลในเทคโนโลยี ไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าจอ” แต่สามารถกลายเป็นพลังที่ขยับทั้งอุตสาหกรรมและโลกใบนี้ไปข้างหน้าได้จริง ถ้าเรากล้าผูกแพสชันของตัวเองเข้ากับเป้าหมายที่ชัดเจน และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

