รับแอปรับแอป

จับจริงเล่นจริง! Alldocube iPlay 70 mini Ultra แท็บเล็ต 8.8" 144Hz ที่เกิดมาเพื่อเกมเมอร์สายโหด

พัชรี ศรีสุข01-30

แท็บเล็ตจอเล็ก แต่สเปกโคตรใหญ่

Alldocube กำลังมาแรงแบบหยุดไม่อยู่ และรอบนี้จัดหนักด้วย Alldocube iPlay 70 mini Ultra แท็บเล็ต Android ขนาดพกพา ที่อัดทุกอย่างมาในระดับที่เรียกได้ว่า “Ultra เกินไซซ์”

สโลแกนที่ให้มาอย่าง “แรงเต็มสปีด เกมไหนก็โดน” ไม่ได้เกินจริง เพราะทั้งหน้าจอ 144Hz ชิปเซ็ตแรงระดับกลางค่อนไปทางท็อป และการจูนซอฟต์แวร์เน้นเล่นเกม ทำให้ตัวนี้กลายเป็นหนึ่งในแท็บเล็ตเกมมิ่งที่น่าจับตามองสุด ๆ ในช่วงนี้

และหลังจากวางขายในยุโรป–อเมริกา จนเสียงรีวิวเริ่มหนาหู ตอนนี้ก็ถึงคิวตลาดไทย เกมเมอร์สายแท็บเล็ต หรือคนที่อยากได้เครื่องบันเทิงพกพาแรง ๆ ได้เวลามาส่องกันแบบละเอียดแล้วว่า รุ่นนี้เล่นเกมได้สมชื่อ “Ultra” แค่ไหน

อุปกรณ์ในกล่อง มีอะไรให้บ้าง

ตัวเครื่อง Alldocube iPlay 70 mini Ultra มาในกล่องสีเทาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าพิมพ์รูปเครื่อง พร้อมไฮไลต์สเปกแบบชัด ๆ ทั้ง Snapdragon 7+ Gen 3, ระบบเสียง DTS, สโลแกน UNLEASH THE BEAST และโลโก้ Alldocube สีเงินขนาดใหญ่

ด้านหลังกล่องสรุปสเปกเด่นมาให้ครบ:

  • ชิปเซ็ต Snapdragon 7+ Gen 3

  • หน้าจอ 8.8 นิ้ว 2.5K 144Hz

  • แบตเตอรี่ 7,300mAh รองรับชาร์จเร็วแบบ PD

  • ลำโพงคู่พร้อม DTS

  • พอร์ต USB-C 3.1 รองรับต่อจอนอกระดับ 4K

เปิดกล่องมาจะเจอเครื่อง สี Space Grey วางอยู่ด้านบนแบบหล่อ ๆ

อุปกรณ์ในกล่องหลักจะมี:

  • สายชาร์จ USB-C

  • เข็มจิ้มถาด microSD Card

  • คู่มือการใช้งาน

  • ใบรับประกัน

ส่วน เคสใส และ อะแดปเตอร์ชาร์จ แยกกล่องมาให้ต่างหาก

ทีเด็ดคือในชุดยังให้ Alldocube GamePad JoyStick มาด้วย เสียบแล้วแปลงร่างเป็นเครื่องเล่นเกมพกพาเต็มตัว เพิ่มความสนุกและความแม่นในการเล่นเกมแบบสัมผัสไม่ได้ให้ฟีลเท่านี้

ดีไซน์ และงานประกอบ

ตัวเครื่อง Alldocube iPlay 70 mini Ultra ใช้วัสดุ อลูมิเนียม Unibody ให้สัมผัสแน่น แข็งแรง ดูพรีเมียมเกินราคา แถมช่วยระบายความร้อนได้ดีด้วย

น้ำหนักเบาเพียง 335 กรัม ความบางแค่ 7.9 มม. ขนาดกำลังดี จับถนัดมือ พกไปใช้งานนอกบ้านได้สบาย ไม่เทอะทะแบบแท็บเล็ตจอใหญ่ทั่วไป

ดีไซน์โดยรวมเรียบ แต่มีดีเทลเล็ก ๆ ที่ใส่มาอย่างตั้งใจ เช่น ปุ่ม Power สีแดง ที่ตัดกับสีเทาเข้มของเครื่องได้อย่างลงตัว ทำให้ลุคดูดุดันแบบเกมมิ่งนิด ๆ ไม่จืดจนเกินไป

ข้อสังเกตคือรุ่นนี้ ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม. ถ้าเป็นสายหูฟังมีสายต้องเตรียมตัวใช้ตัวแปลงหรือหันไปพึ่งหูฟังไร้สายแทน

ด้านหน้ามาพร้อมจอ IPS LCD 8.8 นิ้ว ความละเอียด 2.5K 2560 x 1600 พิกเซล (343PPI) ขอบจอบาง ทำให้ได้อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 83% ภาพเต็มตา ดูล้ำและทันสมัย

มีกล้องหน้า 5MP วางกลางด้านบน (เมื่อถือแนวตั้ง) ใช้เซลฟี่หรือคุยวิดีโอคอลได้สบาย ๆ

ด้านหลังเป็นพื้นผิวด้าน ช่วยลดคราบรอยนิ้วมือ มุมซ้ายบนมีกล้องหลัง 13MP พร้อมแฟลช LED นูนขึ้นมาเล็กน้อย กลางล่างมีโลโก้ Alldocube วางอย่างเรียบแต่ดูดี

ด้านซ้ายของตัวเครื่องเป็นช่องใส่ microSD Card เพิ่มความจุได้ตามต้องการ

ด้านขวามีปุ่ม Power และปุ่มเพิ่ม–ลดเสียง โดย ปุ่ม Power สีแดง โดดเด่นชัด ตัดกับตัวเครื่องสีเทา เป็นดีเทลเล็ก ๆ แต่ช่วยให้ดีไซน์มีคาแรกเตอร์ขึ้นเยอะ

ด้านบนมีลำโพงตัวหนึ่ง

ส่วนด้านล่างมีลำโพงอีกตัวและพอร์ต USB-C

ประสิทธิภาพ และการใช้งานจริง

Snapdragon 7+ Gen 3 แรงระดับเกมมิ่งกลาง–ไฮเอนด์

หัวใจหลักของเครื่องคือ Snapdragon 7+ Gen 3 (4nm) ที่แรงใกล้เคียงกับชิปเรือธงซีรีส์ 8 รุ่นปีก่อน ๆ ทำให้คะแนน Benchmark และการใช้งานจริงออกมาน่าประทับใจมากในระดับราคาเดียวกัน

ทดสอบด้วย AnTuTu ได้คะแนนรวมราว ๆ 1.67 ล้านคะแนน ซึ่งจัดว่าสูงมากในกลุ่มแท็บเล็ตระดับกลาง รองรับทั้งงานทั่วไปและเกมกราฟิกโหด ๆ ได้แบบไม่เกรงใจใคร

ด้านซอฟต์แวร์รันบน Android 14 ครอบด้วย Alldocube OS 3.0L โทนการใช้งานใกล้เคียง Android เดิม ๆ ไม่มี Bloatware เกินจำเป็น เครื่องเลยลื่นสะอาด ไม่รกตั้งแต่แกะกล่อง

หน้าจอ IPS 2.5K 144Hz ลื่น คม และเหมาะกับเกมสุด ๆ

Alldocube iPlay 70 mini Ultra ให้จอ IPS LCD 8.8 นิ้ว ความละเอียด 2.5K 2560 x 1600 พิกเซล ความหนาแน่น 343 PPI ภาพคม รายละเอียดแน่น เหมาะกับการดูหนัง เล่นเกม หรือเสพคอนเทนต์ความละเอียดสูงแบบเต็มอารมณ์

อัตราคอนทราสต์ 1500:1 ช่วยให้สีดำดูเข้มและสีสันจัดขึ้น ทำให้ภาพมีมิติ ไม่ซีดจางง่าย

ที่โหดคือให้ รีเฟรชเรท 144Hz การเลื่อนหน้าจอ เล่นโซเชียล หรือเข้าเกมที่รองรับเฟรมเรทสูง จะเห็นความลื่นที่ต่างจาก 60Hz อย่างชัดเจน

ความสว่างสูงสุด 500 nits เพียงพอสำหรับใช้ในที่ร่มหรือที่ที่แสงไม่จ้าเกินไป และยังรองรับ Widevine L1 ดู Netflix หรือสตรีมมิ่งอื่น ๆ ได้ที่ความละเอียด Full HD แบบสบาย ๆ

Game Mode ที่เกิดมาเพื่อสายจริงจัง

เครื่องมี Game Mode สำหรับรีดพลังตอนเล่นเกมโดยเฉพาะ ช่วยให้การทำงานลื่นต่อเนื่อง เฟรมไม่แกว่งง่าย

ฟีเจอร์นี้ช่วยลดหรือบล็อกการแจ้งเตือน เพื่อให้โฟกัสกับเกมเต็มที่ และช่วยจัดการทรัพยากรระบบให้เหมาะกับแต่ละเกมแบบอัตโนมัติ

เซ็นเซอร์ครบสำหรับเกม และการใช้งานจริง

เซ็นเซอร์ใน Alldocube iPlay 70 mini Ultra ถูกจัดชุดมาเพื่อการใช้งานทั่วไปและเกมโดยเฉพาะ ประกอบด้วย:

  • Gyroscope (ไจโร): เซ็นเซอร์สำคัญมากสำหรับเกม ใช้ตรวจจับการหมุนและเอียงของเครื่องหลายแกน (6-Axis) มีผลกับเกมแข่งรถ เกมยิง (ช่วยเล็ง) และเกมที่ต้องควบคุมด้วยการเอียงเครื่อง

  • Gravity Sensor: ไว้ตรวจจับการเคลื่อนไหวและทิศทางของตัวเครื่อง ใช้หมุนหน้าจออัตโนมัติ และช่วยในเกมบางแนวที่ใช้การเอียงควบคุมทิศทาง

  • Brightness Sensor: วัดแสงรอบตัว เพื่อปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ ช่วยถนอมสายตาและประหยัดแบตไปในตัว

ต่อจอนอก 4K ได้แบบเนียน ๆ

หนึ่งในจุดเด่นที่โหดมากคือพอร์ต USB-C 3.1 ของ iPlay 70 mini Ultra รองรับ DisplayPort Alternate Mode ทำให้:

  • ต่อออกทีวีหรือมอนิเตอร์ 4K ได้ด้วยสาย USB-C to HDMI หรือ USB-C to DisplayPort

  • สามารถส่งสัญญาณภาพความละเอียด 4K 3840 x 2160 ออกจอภายนอกได้เต็ม ๆ ใช้เป็นเครื่องเล่นมีเดีย ดูหนัง หรือเปิดไฟล์วิดีโอบนจอใหญ่ได้สบาย

ระบบเสียง DTS + ลำโพงคู่ เสียงโอบล้อมรอบตัว

เครื่องติดตั้งลำโพงคู่แบบ BOX Dual Speakers วางไว้ด้านบนและด้านล่าง (ตอนถือแนวตั้ง) พอถือแนวนอนก็กลายเป็นเสียงสเตอริโอซ้าย–ขวาที่ชัดเจน เหมาะมากทั้งเกมและหนัง

มีการเสริมพลังเสียงด้วย Smart PA amplifier ทำให้เสียงดังใสขึ้น เบสมีน้ำหนักขึ้น ไม่แบนจนเสียอารมณ์เวลาเล่นเกมยิงหรือตอนดูหนังบู๊ ๆ

รองรับระบบเสียง DTS และมีแอปปรับแต่งเสียงมาให้ในเครื่อง สามารถเข้าไปจูนได้ละเอียดตามสไตล์ที่ชอบ

ตัวเลือกหลัก ๆ ได้แก่:

  • โหมดเสียง (Sound Modes): เลือกโปรไฟล์เสียงสำเร็จรูป เช่น Music, Movies, Games

  • Equalizer: สำหรับคนที่อยากจูนย่านเสียงเอง ปรับได้ตามแนวที่ชอบ

  • การปรับเวทีเสียง: เลือกว่าจะให้เวทีเสียงกว้าง หรือเน้นมาจากด้านหน้า

แบตอึด พร้อมลุยยาวทั้งวัน

แบตเตอรี่ให้มาที่ 7,300mAh เพียงพอต่อการใช้งานทั้งวันแบบไม่ต้องกังวลมาก ตัวเลขการใช้งานโดยประมาณ:

  • ฟังเพลงต่อเนื่องราว 40 ชั่วโมง

  • ดูวิดีโอต่อเนื่องประมาณ 16 ชั่วโมง

  • วิดีโอสตรีมมิ่งราว 14 ชั่วโมง

  • เล่นเกมต่อเนื่องประมาณ 5–7 ชั่วโมง (ขึ้นกับเกมและความสว่างจอ)

รองรับชาร์จผ่าน USB-C ด้วยที่ชาร์จมาตรฐาน PD 20W ได้ แต่ความเร็วสูงสุดจะล็อกไว้ที่ 18W เพื่อการชาร์จที่เสถียรและปลอดภัย

ระบบระบายความร้อนระดับไฮเอนด์

ด้านในมีการติดตั้งระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Cooling System ซึ่งมักเจอในสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์เกมมิ่งระดับสูง ช่วยกระจายและดึงความร้อนออกจากชิปได้ดี ทำให้เล่นเกมหนัก ๆ ได้ต่อเนื่องโดยที่ความร้อนไม่พุ่งจนเฟรมดรอป

ระบบนี้ยังช่วยถนอมแบตเตอรี่ เพราะอุณหภูมิที่เสถียรทำให้แบตเสื่อมช้าลงด้วย

AI อัปเลเวลการใช้งาน

ด้าน AI ก็ไม่ธรรมดา Alldocube iPlay 70 mini Ultra ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะและงาน AI ได้ดีขึ้น โดยความสามารถด้าน NPU, CPU, GPU และหน่วยความจำที่ทันสมัยช่วยให้การจัดการงาน AI ทำได้เร็วกว่าอุปกรณ์ที่ใช้ชิประดับล่างอย่างเห็นได้ชัด

กล้อง: ถ่ายเล่นได้ ใช้งานจริงสบาย

ด้านหน้ามีกล้อง 5MP สำหรับเซลฟี่และวิดีโอคอล ใช้งานได้ชัดพอสำหรับประชุมหรือเรียนออนไลน์

ด้านหลังเป็นกล้อง 13MP มีไฟแฟลช LED ถ่ายเอกสาร ถ่ายบันทึก หรือถ่ายวิดีโอในชีวิตประจำวันได้แบบไม่เคอะเขิน สำหรับแท็บเล็ตเน้นเกมและบันเทิง ถือว่าให้มาครบ

Gaming Set: เสียบจอยปุ๊บ กลายร่างเป็นเครื่องเกมพกพา

เพราะโจทย์คือแท็บเล็ตเกมมิ่ง ทางแบรนด์เลยจัด Alldocube GamePad JoyStick แถมมาให้ในชุด เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C แล้วใช้เล่นเกมได้ทันที

การมีจอยจริง ๆ ช่วยเพิ่มความแม่น ความถนัด และความสนุกได้เยอะมาก จากแท็บเล็ตธรรมดา ๆ ก็กลายเป็น เครื่องเกมแบบ Hybrid พกไปเล่นนอกบ้านหรือนอนเล่นบนเตียงก็เพลินสุด

ประสบการณ์เล่นเกม: เฟรมนิ่ง ลื่นได้ใจ

ด้านประสิทธิภาพการเล่นเกม iPlay 70 mini Ultra ถูกจูนมาได้ดี รองรับเกมยอดฮิตทั้ง:

  • PUBG

  • FREE FIRE

  • ROV

  • FC Mobile

  • Genshin Impact

  • ASPHALT 9

  • Call Of Duty Mobile

เฟรมเรทโดยเฉลี่ยอยู่แถว ๆ 60–90FPS ตามแต่ละเกมและการตั้งค่ากราฟิก เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่น ๆ และให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจสำหรับสายเกมเมอร์มือถือ

บทสรุป: แท็บเล็ตจอ 8.8 นิ้วที่เกิดมาเพื่อเกมจริง ๆ

Alldocube iPlay 70 mini Ultra คือแท็บเล็ต Android ขนาดกะทัดรัดที่เน้นคำว่า “แรง” แบบไม่มีอ้อมค้อม ด้วยชิป Snapdragon 7+ Gen 3 ระดับไฮเอนด์ เล่นเกมกราฟิกโหด ๆ ได้แบบไม่สะดุด ผสานกับหน้าจอ 2.5K 144Hz ขนาด 8.8 นิ้ว ที่ทั้งคม ลื่น และตอบสนองไว จิ้มไหนติดตรงนั้น ไม่รู้สึกหน่วง

แบต 7,300mAh ใช้งานได้ยาวตลอดวัน ลำโพงคู่พร้อมระบบเสียง DTS ดูหนัง–เล่นเกมแล้วได้มิติเสียงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ดีไซน์ตัวเครื่องก็พรีเมียม น้ำหนักเบา งานประกอบแน่น และมีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ที่ช่วยให้เล่นเกมยาว ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนสะสมมากเกินไป

จุดขายสำคัญคือมันตอบโจทย์คนที่ต้องการแท็บเล็ต Android จอไม่ใหญ่เกินไป แต่ให้ทุกอย่างเน้นประสิทธิภาพและคุณภาพการแสดงผล โดยเฉพาะเกมเมอร์และสายบันเทิงที่อยากได้เครื่องไว้เล่นเกม ดูหนัง ต่อจอใหญ่ หรือพกไปไหนมาไหนสะดวก

ในช่วงราคาประมาณ 12,990 บาท (พร้อมของแถมทั้งเคสใส อะแดปเตอร์ และ Alldocube GamePad JoyStick รวมมูลค่าหลายพันบาท) ทำให้ iPlay 70 mini Ultra กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มและโดดเด่นมากสำหรับใครที่กำลังมองหา แท็บเล็ตเกมมิ่งจอ 8.8 นิ้ว ที่ให้ประสบการณ์เกินราคาแบบจับต้องได้จริง

ถ้าคุณคือคนที่เล่นเกมเป็นหลัก ดูหนังเป็นงานรอง และอยากได้แท็บเล็ตที่ทั้งแรง ลื่น จอสวย แถมมีจอยเกมให้พร้อมลุย Alldocube iPlay 70 mini Ultra คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามในตอนนี้อย่างแท้จริง