แท็บเล็ตจอเล็ก แต่สเปกโคตรใหญ่
Alldocube กำลังมาแรงแบบหยุดไม่อยู่ และรอบนี้จัดหนักด้วย Alldocube iPlay 70 mini Ultra แท็บเล็ต Android ขนาดพกพา ที่อัดทุกอย่างมาในระดับที่เรียกได้ว่า “Ultra เกินไซซ์”
สโลแกนที่ให้มาอย่าง “แรงเต็มสปีด เกมไหนก็โดน” ไม่ได้เกินจริง เพราะทั้งหน้าจอ 144Hz ชิปเซ็ตแรงระดับกลางค่อนไปทางท็อป และการจูนซอฟต์แวร์เน้นเล่นเกม ทำให้ตัวนี้กลายเป็นหนึ่งในแท็บเล็ตเกมมิ่งที่น่าจับตามองสุด ๆ ในช่วงนี้
และหลังจากวางขายในยุโรป–อเมริกา จนเสียงรีวิวเริ่มหนาหู ตอนนี้ก็ถึงคิวตลาดไทย เกมเมอร์สายแท็บเล็ต หรือคนที่อยากได้เครื่องบันเทิงพกพาแรง ๆ ได้เวลามาส่องกันแบบละเอียดแล้วว่า รุ่นนี้เล่นเกมได้สมชื่อ “Ultra” แค่ไหน
อุปกรณ์ในกล่อง มีอะไรให้บ้าง
ตัวเครื่อง Alldocube iPlay 70 mini Ultra มาในกล่องสีเทาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าพิมพ์รูปเครื่อง พร้อมไฮไลต์สเปกแบบชัด ๆ ทั้ง Snapdragon 7+ Gen 3, ระบบเสียง DTS, สโลแกน UNLEASH THE BEAST และโลโก้ Alldocube สีเงินขนาดใหญ่
ด้านหลังกล่องสรุปสเปกเด่นมาให้ครบ:
ชิปเซ็ต Snapdragon 7+ Gen 3
หน้าจอ 8.8 นิ้ว 2.5K 144Hz
แบตเตอรี่ 7,300mAh รองรับชาร์จเร็วแบบ PD
ลำโพงคู่พร้อม DTS
พอร์ต USB-C 3.1 รองรับต่อจอนอกระดับ 4K
เปิดกล่องมาจะเจอเครื่อง สี Space Grey วางอยู่ด้านบนแบบหล่อ ๆ
อุปกรณ์ในกล่องหลักจะมี:
สายชาร์จ USB-C
เข็มจิ้มถาด microSD Card
คู่มือการใช้งาน
ใบรับประกัน
ส่วน เคสใส และ อะแดปเตอร์ชาร์จ แยกกล่องมาให้ต่างหาก
ทีเด็ดคือในชุดยังให้ Alldocube GamePad JoyStick มาด้วย เสียบแล้วแปลงร่างเป็นเครื่องเล่นเกมพกพาเต็มตัว เพิ่มความสนุกและความแม่นในการเล่นเกมแบบสัมผัสไม่ได้ให้ฟีลเท่านี้
ดีไซน์ และงานประกอบ
ตัวเครื่อง Alldocube iPlay 70 mini Ultra ใช้วัสดุ อลูมิเนียม Unibody ให้สัมผัสแน่น แข็งแรง ดูพรีเมียมเกินราคา แถมช่วยระบายความร้อนได้ดีด้วย
น้ำหนักเบาเพียง 335 กรัม ความบางแค่ 7.9 มม. ขนาดกำลังดี จับถนัดมือ พกไปใช้งานนอกบ้านได้สบาย ไม่เทอะทะแบบแท็บเล็ตจอใหญ่ทั่วไป
ดีไซน์โดยรวมเรียบ แต่มีดีเทลเล็ก ๆ ที่ใส่มาอย่างตั้งใจ เช่น ปุ่ม Power สีแดง ที่ตัดกับสีเทาเข้มของเครื่องได้อย่างลงตัว ทำให้ลุคดูดุดันแบบเกมมิ่งนิด ๆ ไม่จืดจนเกินไป
ข้อสังเกตคือรุ่นนี้ ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม. ถ้าเป็นสายหูฟังมีสายต้องเตรียมตัวใช้ตัวแปลงหรือหันไปพึ่งหูฟังไร้สายแทน
ด้านหน้ามาพร้อมจอ IPS LCD 8.8 นิ้ว ความละเอียด 2.5K 2560 x 1600 พิกเซล (343PPI) ขอบจอบาง ทำให้ได้อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 83% ภาพเต็มตา ดูล้ำและทันสมัย
มีกล้องหน้า 5MP วางกลางด้านบน (เมื่อถือแนวตั้ง) ใช้เซลฟี่หรือคุยวิดีโอคอลได้สบาย ๆ
ด้านหลังเป็นพื้นผิวด้าน ช่วยลดคราบรอยนิ้วมือ มุมซ้ายบนมีกล้องหลัง 13MP พร้อมแฟลช LED นูนขึ้นมาเล็กน้อย กลางล่างมีโลโก้ Alldocube วางอย่างเรียบแต่ดูดี
ด้านซ้ายของตัวเครื่องเป็นช่องใส่ microSD Card เพิ่มความจุได้ตามต้องการ
ด้านขวามีปุ่ม Power และปุ่มเพิ่ม–ลดเสียง โดย ปุ่ม Power สีแดง โดดเด่นชัด ตัดกับตัวเครื่องสีเทา เป็นดีเทลเล็ก ๆ แต่ช่วยให้ดีไซน์มีคาแรกเตอร์ขึ้นเยอะ
ด้านบนมีลำโพงตัวหนึ่ง
ส่วนด้านล่างมีลำโพงอีกตัวและพอร์ต USB-C
ประสิทธิภาพ และการใช้งานจริง
Snapdragon 7+ Gen 3 แรงระดับเกมมิ่งกลาง–ไฮเอนด์
หัวใจหลักของเครื่องคือ Snapdragon 7+ Gen 3 (4nm) ที่แรงใกล้เคียงกับชิปเรือธงซีรีส์ 8 รุ่นปีก่อน ๆ ทำให้คะแนน Benchmark และการใช้งานจริงออกมาน่าประทับใจมากในระดับราคาเดียวกัน
ทดสอบด้วย AnTuTu ได้คะแนนรวมราว ๆ 1.67 ล้านคะแนน ซึ่งจัดว่าสูงมากในกลุ่มแท็บเล็ตระดับกลาง รองรับทั้งงานทั่วไปและเกมกราฟิกโหด ๆ ได้แบบไม่เกรงใจใคร
ด้านซอฟต์แวร์รันบน Android 14 ครอบด้วย Alldocube OS 3.0L โทนการใช้งานใกล้เคียง Android เดิม ๆ ไม่มี Bloatware เกินจำเป็น เครื่องเลยลื่นสะอาด ไม่รกตั้งแต่แกะกล่อง
หน้าจอ IPS 2.5K 144Hz ลื่น คม และเหมาะกับเกมสุด ๆ
Alldocube iPlay 70 mini Ultra ให้จอ IPS LCD 8.8 นิ้ว ความละเอียด 2.5K 2560 x 1600 พิกเซล ความหนาแน่น 343 PPI ภาพคม รายละเอียดแน่น เหมาะกับการดูหนัง เล่นเกม หรือเสพคอนเทนต์ความละเอียดสูงแบบเต็มอารมณ์
อัตราคอนทราสต์ 1500:1 ช่วยให้สีดำดูเข้มและสีสันจัดขึ้น ทำให้ภาพมีมิติ ไม่ซีดจางง่าย
ที่โหดคือให้ รีเฟรชเรท 144Hz การเลื่อนหน้าจอ เล่นโซเชียล หรือเข้าเกมที่รองรับเฟรมเรทสูง จะเห็นความลื่นที่ต่างจาก 60Hz อย่างชัดเจน
ความสว่างสูงสุด 500 nits เพียงพอสำหรับใช้ในที่ร่มหรือที่ที่แสงไม่จ้าเกินไป และยังรองรับ Widevine L1 ดู Netflix หรือสตรีมมิ่งอื่น ๆ ได้ที่ความละเอียด Full HD แบบสบาย ๆ
Game Mode ที่เกิดมาเพื่อสายจริงจัง
เครื่องมี Game Mode สำหรับรีดพลังตอนเล่นเกมโดยเฉพาะ ช่วยให้การทำงานลื่นต่อเนื่อง เฟรมไม่แกว่งง่าย
ฟีเจอร์นี้ช่วยลดหรือบล็อกการแจ้งเตือน เพื่อให้โฟกัสกับเกมเต็มที่ และช่วยจัดการทรัพยากรระบบให้เหมาะกับแต่ละเกมแบบอัตโนมัติ
เซ็นเซอร์ครบสำหรับเกม และการใช้งานจริง
เซ็นเซอร์ใน Alldocube iPlay 70 mini Ultra ถูกจัดชุดมาเพื่อการใช้งานทั่วไปและเกมโดยเฉพาะ ประกอบด้วย:
Gyroscope (ไจโร): เซ็นเซอร์สำคัญมากสำหรับเกม ใช้ตรวจจับการหมุนและเอียงของเครื่องหลายแกน (6-Axis) มีผลกับเกมแข่งรถ เกมยิง (ช่วยเล็ง) และเกมที่ต้องควบคุมด้วยการเอียงเครื่อง
Gravity Sensor: ไว้ตรวจจับการเคลื่อนไหวและทิศทางของตัวเครื่อง ใช้หมุนหน้าจออัตโนมัติ และช่วยในเกมบางแนวที่ใช้การเอียงควบคุมทิศทาง
Brightness Sensor: วัดแสงรอบตัว เพื่อปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ ช่วยถนอมสายตาและประหยัดแบตไปในตัว
ต่อจอนอก 4K ได้แบบเนียน ๆ
หนึ่งในจุดเด่นที่โหดมากคือพอร์ต USB-C 3.1 ของ iPlay 70 mini Ultra รองรับ DisplayPort Alternate Mode ทำให้:
ต่อออกทีวีหรือมอนิเตอร์ 4K ได้ด้วยสาย USB-C to HDMI หรือ USB-C to DisplayPort
สามารถส่งสัญญาณภาพความละเอียด 4K 3840 x 2160 ออกจอภายนอกได้เต็ม ๆ ใช้เป็นเครื่องเล่นมีเดีย ดูหนัง หรือเปิดไฟล์วิดีโอบนจอใหญ่ได้สบาย
ระบบเสียง DTS + ลำโพงคู่ เสียงโอบล้อมรอบตัว
เครื่องติดตั้งลำโพงคู่แบบ BOX Dual Speakers วางไว้ด้านบนและด้านล่าง (ตอนถือแนวตั้ง) พอถือแนวนอนก็กลายเป็นเสียงสเตอริโอซ้าย–ขวาที่ชัดเจน เหมาะมากทั้งเกมและหนัง
มีการเสริมพลังเสียงด้วย Smart PA amplifier ทำให้เสียงดังใสขึ้น เบสมีน้ำหนักขึ้น ไม่แบนจนเสียอารมณ์เวลาเล่นเกมยิงหรือตอนดูหนังบู๊ ๆ
รองรับระบบเสียง DTS และมีแอปปรับแต่งเสียงมาให้ในเครื่อง สามารถเข้าไปจูนได้ละเอียดตามสไตล์ที่ชอบ
ตัวเลือกหลัก ๆ ได้แก่:
โหมดเสียง (Sound Modes): เลือกโปรไฟล์เสียงสำเร็จรูป เช่น Music, Movies, Games
Equalizer: สำหรับคนที่อยากจูนย่านเสียงเอง ปรับได้ตามแนวที่ชอบ
การปรับเวทีเสียง: เลือกว่าจะให้เวทีเสียงกว้าง หรือเน้นมาจากด้านหน้า
แบตอึด พร้อมลุยยาวทั้งวัน
แบตเตอรี่ให้มาที่ 7,300mAh เพียงพอต่อการใช้งานทั้งวันแบบไม่ต้องกังวลมาก ตัวเลขการใช้งานโดยประมาณ:
ฟังเพลงต่อเนื่องราว 40 ชั่วโมง
ดูวิดีโอต่อเนื่องประมาณ 16 ชั่วโมง
วิดีโอสตรีมมิ่งราว 14 ชั่วโมง
เล่นเกมต่อเนื่องประมาณ 5–7 ชั่วโมง (ขึ้นกับเกมและความสว่างจอ)
รองรับชาร์จผ่าน USB-C ด้วยที่ชาร์จมาตรฐาน PD 20W ได้ แต่ความเร็วสูงสุดจะล็อกไว้ที่ 18W เพื่อการชาร์จที่เสถียรและปลอดภัย
ระบบระบายความร้อนระดับไฮเอนด์
ด้านในมีการติดตั้งระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Cooling System ซึ่งมักเจอในสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์เกมมิ่งระดับสูง ช่วยกระจายและดึงความร้อนออกจากชิปได้ดี ทำให้เล่นเกมหนัก ๆ ได้ต่อเนื่องโดยที่ความร้อนไม่พุ่งจนเฟรมดรอป
ระบบนี้ยังช่วยถนอมแบตเตอรี่ เพราะอุณหภูมิที่เสถียรทำให้แบตเสื่อมช้าลงด้วย
AI อัปเลเวลการใช้งาน
ด้าน AI ก็ไม่ธรรมดา Alldocube iPlay 70 mini Ultra ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะและงาน AI ได้ดีขึ้น โดยความสามารถด้าน NPU, CPU, GPU และหน่วยความจำที่ทันสมัยช่วยให้การจัดการงาน AI ทำได้เร็วกว่าอุปกรณ์ที่ใช้ชิประดับล่างอย่างเห็นได้ชัด
กล้อง: ถ่ายเล่นได้ ใช้งานจริงสบาย
ด้านหน้ามีกล้อง 5MP สำหรับเซลฟี่และวิดีโอคอล ใช้งานได้ชัดพอสำหรับประชุมหรือเรียนออนไลน์
ด้านหลังเป็นกล้อง 13MP มีไฟแฟลช LED ถ่ายเอกสาร ถ่ายบันทึก หรือถ่ายวิดีโอในชีวิตประจำวันได้แบบไม่เคอะเขิน สำหรับแท็บเล็ตเน้นเกมและบันเทิง ถือว่าให้มาครบ
Gaming Set: เสียบจอยปุ๊บ กลายร่างเป็นเครื่องเกมพกพา
เพราะโจทย์คือแท็บเล็ตเกมมิ่ง ทางแบรนด์เลยจัด Alldocube GamePad JoyStick แถมมาให้ในชุด เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C แล้วใช้เล่นเกมได้ทันที
การมีจอยจริง ๆ ช่วยเพิ่มความแม่น ความถนัด และความสนุกได้เยอะมาก จากแท็บเล็ตธรรมดา ๆ ก็กลายเป็น เครื่องเกมแบบ Hybrid พกไปเล่นนอกบ้านหรือนอนเล่นบนเตียงก็เพลินสุด
ประสบการณ์เล่นเกม: เฟรมนิ่ง ลื่นได้ใจ
ด้านประสิทธิภาพการเล่นเกม iPlay 70 mini Ultra ถูกจูนมาได้ดี รองรับเกมยอดฮิตทั้ง:
PUBG
FREE FIRE
ROV
FC Mobile
Genshin Impact
ASPHALT 9
Call Of Duty Mobile
เฟรมเรทโดยเฉลี่ยอยู่แถว ๆ 60–90FPS ตามแต่ละเกมและการตั้งค่ากราฟิก เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่น ๆ และให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจสำหรับสายเกมเมอร์มือถือ
บทสรุป: แท็บเล็ตจอ 8.8 นิ้วที่เกิดมาเพื่อเกมจริง ๆ
Alldocube iPlay 70 mini Ultra คือแท็บเล็ต Android ขนาดกะทัดรัดที่เน้นคำว่า “แรง” แบบไม่มีอ้อมค้อม ด้วยชิป Snapdragon 7+ Gen 3 ระดับไฮเอนด์ เล่นเกมกราฟิกโหด ๆ ได้แบบไม่สะดุด ผสานกับหน้าจอ 2.5K 144Hz ขนาด 8.8 นิ้ว ที่ทั้งคม ลื่น และตอบสนองไว จิ้มไหนติดตรงนั้น ไม่รู้สึกหน่วง
แบต 7,300mAh ใช้งานได้ยาวตลอดวัน ลำโพงคู่พร้อมระบบเสียง DTS ดูหนัง–เล่นเกมแล้วได้มิติเสียงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ดีไซน์ตัวเครื่องก็พรีเมียม น้ำหนักเบา งานประกอบแน่น และมีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ที่ช่วยให้เล่นเกมยาว ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนสะสมมากเกินไป
จุดขายสำคัญคือมันตอบโจทย์คนที่ต้องการแท็บเล็ต Android จอไม่ใหญ่เกินไป แต่ให้ทุกอย่างเน้นประสิทธิภาพและคุณภาพการแสดงผล โดยเฉพาะเกมเมอร์และสายบันเทิงที่อยากได้เครื่องไว้เล่นเกม ดูหนัง ต่อจอใหญ่ หรือพกไปไหนมาไหนสะดวก
ในช่วงราคาประมาณ 12,990 บาท (พร้อมของแถมทั้งเคสใส อะแดปเตอร์ และ Alldocube GamePad JoyStick รวมมูลค่าหลายพันบาท) ทำให้ iPlay 70 mini Ultra กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มและโดดเด่นมากสำหรับใครที่กำลังมองหา แท็บเล็ตเกมมิ่งจอ 8.8 นิ้ว ที่ให้ประสบการณ์เกินราคาแบบจับต้องได้จริง
ถ้าคุณคือคนที่เล่นเกมเป็นหลัก ดูหนังเป็นงานรอง และอยากได้แท็บเล็ตที่ทั้งแรง ลื่น จอสวย แถมมีจอยเกมให้พร้อมลุย Alldocube iPlay 70 mini Ultra คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามในตอนนี้อย่างแท้จริง

