ภาพจำที่ว่า “แรมจีนราคาถูกกว่า” อาจใช้ไม่ได้แล้วในปีนี้ หลังมีการพบว่า แรม DDR5 ขนาด 32GB จากแบรนด์จีนอย่าง KingBank ถูกตั้งราคากว่า 3,629 หยวน หรือราว 530 ดอลลาร์สหรัฐ บนแพลตฟอร์มค้าปลีก JD.com
ตัวเลขนี้แทบไม่ต่างจากแบรนด์ตะวันตกในสเปกระดับเดียวกัน สะท้อนว่าราคาแรมทั่วโลกเริ่มปรับตัวเข้าใกล้กันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกำลังเผชิญภาวะขาดแคลน
บทความนี้จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมแรมจีนถึงไม่ถูกเหมือนเดิม และทิศทางราคาหน่วยความจำจะไปทางไหน
จาก “ความหวังของเกมเมอร์” สู่ราคาที่ไม่ต่างกัน
ก่อนหน้านี้ ผู้ผลิตจีนอย่าง CXMT (ChangXin Memory Technologies) ถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ถูกกว่า “Big 3” อย่าง Samsung, SK hynix และ Micron
KingBank ซึ่งใช้โมดูล DDR5 จาก CXMT ในสินค้าของตัวเอง เคยถูกพูดถึงว่าเป็นตัวเลือกคุ้มค่า
แต่ล่าสุด:
DDR5 32GB ราคา ~530 ดอลลาร์
DDR5-6000 ขนาด 64GB ราคาเกิน 1,000 ดอลลาร์
ราคานี้ใกล้เคียงกับแบรนด์ระดับโลกแทบทั้งหมด
ทำไมแรมจีนถึงขึ้นราคา?
เหตุผลสำคัญคือ “ดีมานด์ระดับองค์กร” โดยเฉพาะในยุค AI
ตลาดปัจจุบันให้ความสำคัญกับ:
HBM (High Bandwidth Memory)
DRAM สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์
โมดูลสำหรับคลัสเตอร์ AI
กำไรจากลูกค้าองค์กรสูงกว่าตลาดผู้บริโภคทั่วไปมาก
ผู้ผลิตหน่วยความจำจึงมีแรงจูงใจที่จะ:
จัดสรรกำลังผลิตให้ตลาดองค์กร
ลดการโฟกัสตลาดเกมเมอร์หรือผู้ใช้ทั่วไป

CXMT เองก็หันไปโฟกัส HBM
มีรายงานว่า CXMT มีแผนย้ายกำลังการผลิต DRAM ส่วนหนึ่งไปยัง HBM3
HBM คือหน่วยความจำที่ใช้ใน GPU สำหรับ AI ซึ่งมีราคาสูงและมาร์จินดีกว่า DDR5 สำหรับพีซีอย่างมาก
การเปลี่ยนทิศทางนี้ทำให้ตลาดผู้บริโภคมีซัพพลายจำกัด และผลักดันราคาให้สูงขึ้น
ตลาดองค์กรสำคัญกว่าเกมเมอร์
ในสภาพตลาดปัจจุบัน:
ลูกค้า AI พร้อมจ่ายแพงกว่า
ROI จากดาต้าเซ็นเตอร์สูงกว่า
กำลังการผลิตมีจำกัด
ผู้ผลิตจึงเลือกโฟกัสตลาดที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุด
แม้ CXMT อาจทำสัญญาระยะยาว (LTA) กับผู้ผลิตพีซีอย่าง HP, Dell หรือ ASUS แต่ก็เป็นการจัดสรรกำลังผลิตในระดับองค์กร ไม่ได้ช่วยให้ราคาตลาดผู้บริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดว่า “แรมจีนคือของถูก” อาจจบแล้ว
ในช่วงแรกที่ CXMT เข้าสู่ตลาด หลายคนมองว่าอาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมราคาหน่วยความจำ
แต่เมื่อดีมานด์ AI พุ่งสูง:
ผู้ผลิตจีนเองก็เข้าสู่เกม HBM
ราคา DRAM ถูกดันขึ้นทั่วโลก
ตลาดเริ่มปรับเข้าสู่ระดับราคาสากล
สถานการณ์นี้ทำให้ราคาหน่วยความจำจีนแทบไม่ต่างจากแบรนด์ตะวันตก
ทิศทางราคาแรมในปีหน้า
ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่บางฝ่ายเรียกว่า “memory supercycle”
แรงขับเคลื่อนหลักมาจาก:
AI
ดาต้าเซ็นเตอร์
การอัปเกรดสู่ DDR5
การแข่งขัน HBM4 ในอนาคต
ตราบใดที่กำลังผลิตยังไม่ทันความต้องการ ราคามีแนวโน้มทรงตัวสูง
สรุป: ยุคแรมถูกอาจผ่านไปแล้ว
DDR5 32GB จากแบรนด์จีนราคาทะลุ 500 ดอลลาร์
DDR5 64GB แตะหลักพันดอลลาร์
ผู้ผลิตโฟกัสตลาด AI มากกว่าผู้บริโภค
ทั้งหมดสะท้อนว่าแนวคิด “แรมจีนราคาถูก” อาจเป็นเรื่องของอดีต
สำหรับเกมเมอร์และผู้ประกอบพีซี ช่วงเวลานี้อาจยังไม่ใช่จังหวะที่ดีที่สุดในการอัปเกรด หากรอได้ การจับตาทิศทางกำลังผลิตในปีหน้าอาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า

