Resident Evil Requiem กำลังจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และหนึ่งในคำถามที่เกมเมอร์สายฮาร์ดแวร์อยากรู้ที่สุดคือ “เกมนี้กิน CPU แค่ไหน” และ “ซีพียูตัวไหนดันเฟรมเรตได้สูงสุด”
ผลทดสอบช่วงต้นจากสื่อเยอรมัน PC Games Hardware เผยตัวเลขที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะการเปรียบเทียบระหว่าง AMD Ryzen 7 9850X3D กับ Intel Core i9 14900KS ซึ่งเป็นซีพียูเกมมิ่งระดับท็อปของแต่ละค่าย
ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนว่า Ryzen 7 9850X3D ทำเฟรมเรตเฉลี่ยสูงกว่าถึงเกือบ 50% และทิ้งห่างเกิน 100 FPS ในบางสถานการณ์
สเปกที่ใช้ทดสอบ และเงื่อนไขการวัดผล
การทดสอบครั้งนี้ใช้เงื่อนไขที่เน้นวัด “พลังของ CPU” ให้เห็นชัดที่สุด โดยตั้งค่าดังนี้:
ความละเอียด 1080p
การ์ดจอ GeForce RTX 5090
แรม DDR5 ความเร็ว 5600 MT/s
การใช้ RTX 5090 ซึ่งเป็นการ์ดจอระดับสูงสุด ช่วยลดคอขวดจาก GPU ทำให้เห็นชัดว่า CPU ตัวไหนดันเฟรมเรตได้มากกว่าในงานแบบ rasterization (เรนเดอร์ปกติ ไม่เปิด Ray Tracing)

Ryzen 7 9850X3D ดันเฟรมทะลุ 300 FPS
จากกราฟผลทดสอบ Ryzen 7 9850X3D ขึ้นอันดับหนึ่งแบบไม่พลิกความคาดหมาย โดยสามารถดันเฟรมเรตเฉลี่ยทะลุ 300 FPS ใน Resident Evil Requiem
เมื่อเทียบกับ Core i9 14900KS ความแตกต่างของค่า “Average FPS” หรือเฟรมเรตเฉลี่ย อยู่ที่เกือบ 50% และทิ้งห่างกันมากกว่า 100 FPS
ตัวเลขนี้ทำให้ Ryzen 7 9850X3D ถูกยกให้เป็น “ราชาเกมมิ่ง” ตัวจริงในสถานการณ์ทดสอบนี้
นอกจากนี้ ชิปตระกูล X3D ของ AMD ยังครองอันดับบนสุดหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น:
Ryzen 7 9850X3D
Ryzen 9 9950X3D
Ryzen 7 7800X3D
สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยี 3D V-Cache ของ AMD ยังได้เปรียบในเกมที่พึ่งพาแคชขนาดใหญ่
แต่ 1% Low บอกอีกมุมหนึ่ง
แม้ Ryzen จะชนะขาดในค่า FPS เฉลี่ย แต่เมื่อดูค่า 1% Low ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อน “ความเสถียรของเฟรม” ในช่วงที่เกมหนักที่สุด ช่องว่างระหว่าง AMD และ Intel แคบลงมาก
ค่า 1% Low คือค่าที่บอกว่า ใน 1% ของช่วงเวลาที่เฟรมตกที่สุด เกมยังคงได้เฟรมเรตเท่าไร ตัวเลขนี้สำคัญกับความลื่นไหลมากกว่าค่าเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว
แม้ Core i9 14900KS จะแพ้ในค่าเฉลี่ยกว่า 100 FPS แต่ใน 1% Low ยังถือว่าทำได้ดี ไม่ได้ทิ้งห่างแบบเดียวกับค่าเฉลี่ย
พูดง่าย ๆ คือ ถ้ามองที่ “เฟรมสูงสุด” AMD ชนะชัด
แต่ถ้ามองที่ “ความนิ่งของเฟรม” Intel ก็ยังสู้ได้

แล้วถ้าโอเวอร์คล็อกแรมล่ะ
ในการทดสอบครั้งนี้ DDR5 ถูกตั้งไว้ที่ 5600 MT/s ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้งานทั่วไป
มีข้อสังเกตว่า หาก Core i9 14900KS ใช้แรมที่โอเวอร์คล็อกสูงกว่านี้ ช่องว่างอาจแคบลงได้บ้าง แม้จะยังไม่มีตัวเลขยืนยันชัดเจน
Intel มักได้ประโยชน์จากแรมความเร็วสูง และบางครั้งสามารถดึงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในเกมที่ไวต่อแบนด์วิดท์หน่วยความจำ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าช่องว่างเกือบ 50% จะลดลงมากน้อยแค่ไหน
เมื่อเปิด Ray Tracing ผลต่างแคบลง
ในการทดสอบที่เปิด Ray Tracing (RT) ความแตกต่างระหว่าง Ryzen X3D และ Intel ลดลง
เหตุผลคือ เมื่อเปิด RT ภาระงานจำนวนมากถูกย้ายไปที่ GPU ทำให้บทบาทของ CPU ลดลงบางส่วน
แม้ Ryzen 7000X3D และ 9000X3D ยังนำอยู่ แต่ไม่ได้ทิ้งห่างแบบในโหมด rasterization
แล้วสเปกที่เกมแนะนำล่ะ
สิ่งที่น่าสนใจคือ Resident Evil Requiem แนะนำสเปกค่อนข้างเก่า เช่น:
RTX 2060 หรือ RX 6600
Intel Core i7-8700 หรือ Ryzen 5 5500
หมายความว่า เกมสามารถเล่นได้ลื่นบนฮาร์ดแวร์ระดับกลาง แต่สำหรับผู้ใช้ฮาร์ดแวร์ระดับสูง ผลต่างของ CPU จะเห็นชัดขึ้นเมื่อพยายามรีด FPS ให้สูงที่สุด
ใครควรสนใจผลทดสอบนี้
เกมเมอร์สายแข่งขัน
ผู้ที่เล่นจอรีเฟรชเรตสูง 240Hz หรือ 360Hz จะสนใจค่า FPS สูงสุดมากคนที่กำลังจะอัปเกรด CPU
ผลทดสอบนี้อาจมีผลต่อการตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มสายฮาร์ดแวร์ที่ต้องการ “แรงสุด”
Ryzen X3D ยังคงยืนหนึ่งในหลายเกมที่เน้น CPU
บทสรุป: X3D ยังครองบัลลังก์เกมมิ่ง
ผลทดสอบช่วงต้นของ Resident Evil Requiem แสดงให้เห็นชัดว่า Ryzen 7 9850X3D สามารถทิ้ง Core i9 14900KS ได้เกือบ 50% ในค่า FPS เฉลี่ย ภายใต้เงื่อนไข 1080p และ RTX 5090
แม้ Intel จะยังรักษาความเสถียรในค่า 1% Low ได้ดี แต่ในแง่เฟรมเรตสูงสุด AMD X3D ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการรีดประสิทธิภาพเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ควรรอผลทดสอบจากหลายแหล่งเพิ่มเติม เพราะปัจจัยอย่างแรม ไดรเวอร์ และแพตช์เกม อาจทำให้ตัวเลขเปลี่ยนแปลงได้
แต่ในตอนนี้ หากถามว่า CPU ตัวไหนแรงที่สุดใน Resident Evil Requiem คำตอบจากข้อมูลที่มีอยู่คือ Ryzen X3D ยังนำอยู่ชัดเจน

