รับแอปรับแอป

ZEEN ปลุกพลัง AI พลิกเกมรีเทลไทย: จากหน้าร้านธรรมดา สู่ Perfect Store ยุคดิจิทัล

ภูริณัฐ วงศ์ชัย01-31

เมื่อ AI บุกโลก FMCG: ถึงเวลาร้านค้าต้องอัปเกรด

ท่ามกลางการแข่งขันในวงการค้าปลีกที่ร้อนแรงขึ้นทุกปี โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวเร่งความเปลี่ยนแปลง ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ยังติดกับดักเดิมๆ ในการใช้ดิจิทัลโซลูชันได้ไม่เต็มศักยภาพ

ZEEN มองเห็นช่องว่างนี้อย่างชัดเจน จึงพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแบรนด์ FMCG และผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ภายใต้แนวคิด “Every Store Perfect” เป้าหมายคือยกระดับการจัดการหน้าร้าน เพิ่มยอดขาย และเปลี่ยนร้านค้าทั่วไปให้กลายเป็น Perfect Store ที่พร้อมสู้ในยุคดิจิทัล

การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมงานใหญ่ “Retail Summit 2025: Perfect Store Unleashed” และการเดบิวต์สองแอปฯ ตัวจริงของวงการคือ Zeen Audit และ Zeen Shop ที่ออกแบบมาเพื่อโจมตี Pain Point ของทั้งแบรนด์และร้านค้าอย่างตรงจุด ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการค้าปลีกไทยบนเส้นทางเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ZEEN: เทคบริษัทไทยที่คิดจากหน้าร้านจริง

บริษัท ซีน อินโนเวชั่น จำกัด (ZEEN Innovation Co., Ltd.) คือเทคคอมพานีสัญชาติไทยที่โฟกัสการใช้ AI ในการยกระดับการจัดการหน้าร้านของธุรกิจ FMCG ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้วยประสบการณ์ทำงานร่วมกับแบรนด์ระดับโลกมากกว่า 5 ปี ZEEN ได้พัฒนาโซลูชัน AI ที่ไม่ใช่แค่สวยบนสไลด์ แต่ใช้ได้จริงในสนามรบหน้าร้านที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งเรื่องการจัดวางสินค้า สต็อก การโปรโมต และการแข่งขันบนเชลฟ์ในพื้นที่จำกัด

หัวใจสำคัญคือเทคโนโลยีที่ ZEEN พัฒนาด้วยตัวเอง ทำให้แบรนด์สามารถ ติดตาม ตรวจสอบ และบริหารการจัดเรียงสินค้าในแต่ละร้านได้แบบเรียลไทม์ มองเห็นปัญหาได้ทันที และแก้ไขได้อย่างเฉียบคม

วิสัยทัศน์จากผู้ก่อตั้ง: ร้านค้าที่ดี ต้องไปให้ถึง Perfect Store

คุณเอกชัย จิรชูพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง ZEEN เล่าถึงที่มาของงานนี้ว่า โลกรีเทลตลอดหลายปีที่ผ่านมาเปลี่ยนเร็วมาก ทั้งจากเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ

ถึงจะมีโซลูชันเต็มตลาด แต่ ยังมีช่องว่างใหญ่ ที่ทำให้แบรนด์และร้านค้าจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือที่ตอบโจทย์ความซับซ้อนของการทำงานจริงได้อย่างแท้จริง

ZEEN จึงพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ได้ในร้านค้าทุกช่องทาง ตั้งแต่หน้าร้านออฟไลน์จนถึงช่องทางโมเดิร์นเทรดและรีเทลรูปแบบใหม่ จุดเด่นคือไม่ใช่แค่ “ใช้ได้” แต่ต้อง สร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ทั้งด้านยอดขายและประสิทธิภาพการบริหารจัดการ

งาน “Retail Summit 2025: Perfect Store Unleashed” จึงไม่ใช่แค่เวทีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นเวทีที่ ZEEN ใช้เพื่อจุดประกายแนวคิดใหม่ให้วงการรีเทลไทย เปิดตัวแพลตฟอร์ม Zeen Audit และ Zeen Shop พร้อมทั้งสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ประสบการณ์ และร่วมกันนิยามอนาคตร้านค้าที่ไม่ได้เป็นแค่ “ดี” แต่ต้องไปให้ถึง Perfect Store ตัวจริง

เจาะลึก ZEEN Ecosystem: Zeen Audit & Zeen Shop

ภายในงาน ZEEN เปิดตัวสองแอปพลิเคชันหลักที่เป็นแกนกลางของ ZEEN Ecosystem ได้แก่ Zeen Audit และ Zeen Shop ซึ่งออกแบบมาให้ทำงานเสริมกัน เพื่อให้การจัดการร้านค้าเป็นเรื่อง “ชัด วัดผลได้ และทำได้จริง”

Zeen Audit: ตาและสมองของแบรนด์หน้าร้าน

Zeen Audit คือระบบเก็บข้อมูลและตรวจสอบหน้าร้านด้วยเทคโนโลยี AI ที่คอยสแกนความเรียบร้อยหน้าชั้นวางสินค้าอยู่ตลอดเวลา

จุดเด่นคือฟีเจอร์ Ticket ที่จะสร้างเคสงานอัตโนมัติเมื่อพบปัญหา พร้อมแจ้งเตือนไปยังผู้เกี่ยวข้อง แบบ Real time เพื่อให้เกิดการแก้ไขทันที ไม่ปล่อยให้อาการลามไปถึงยอดขาย

ตัวอย่างปัญหาที่ระบบช่วยจับได้ เช่น

  • สินค้าขาดสต็อกแต่ไม่มีใครสังเกต

  • ป้ายราคาผิด หรือไม่ตรงกับโปรโมชั่น

  • การจัดวางสินค้าไม่ตรงตามมาตรฐาน หรือไม่เป็นไปตาม Planogram

  • ความผิดปกติอื่นๆ ที่กระทบยอดขาย และภาพลักษณ์แบรนด์

ผลลัพธ์คือทีมขาย ทีมหน้าร้าน และแบรนด์สามารถ ทำงานบนข้อมูลจริง ณ หน้าร้านจริง แทนการคาดเดา

Zeen Shop: เชื่อมร้านค้ากับแบรนด์ให้เป็นทีมเดียวกัน

ในอีกด้าน Zeen Shop ถูกออกแบบมาเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้างปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของร้านค้าปลีกและพาร์ทเนอร์ ให้ร้านค้า ช่วยจัดเรียงและดูแลพื้นที่สินค้าให้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง

หัวใจของ Zeen Shop คือการทำให้ร้านรู้สึกว่า “การช่วยดูแลเชลฟ์” ไม่ใช่ภาระเพิ่ม แต่เป็นโอกาสในการเติบโตไปพร้อมแบรนด์

ฟีเจอร์สำคัญของ Zeen Shop ได้แก่

  • ภารกิจหรือกิจกรรมที่ให้ร้านช่วยจัดเรียงและรักษาพื้นที่จัดวางสินค้า

  • ระบบติดตามการปฏิบัติงานของร้านค้าอย่างเป็นระบบ

  • Loyalty Program ที่มอบรางวัลและคะแนนสะสม เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมให้ต่อเนื่อง

ผลที่ตามมาคือการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์ ร้านค้า และผู้บริโภค ไม่ใช่แค่การ “ขายของให้จบ” แต่เป็นการสร้าง Ecosystem ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน

เวทีเสวนา: ถอดรหัส Merchandising จากแบรนด์รีเทลระดับท็อป

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือเสวนาหัวข้อ “The Power of Merchandising in Retail – Insights from Leading Retail Brands” ที่เปิดมุมมองจากผู้บริหาร 3 แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรม

ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่

  • คุณวรภัทร ชวนะนิกุล, Chief Financial Officer and Chief Strategy Officer, บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด (บุญรอด)

  • คุณเกียรติศักดิ์ วรรธนะสุขสันต์, Head of SOT, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด (Nestlé)

  • คุณสุขุม หวานวารี, Senior Manage – Route to Market, บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด (Brand’s)

ทั้งสามคนได้แชร์กลยุทธ์ เทคนิค และประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคที่ข้อมูลและเทคโนโลยีคือ “อาวุธหลัก” ของการแข่งขัน

มุมมองจากบุญรอด: AI ไม่ได้มาแทนคน แต่มาแทนคนที่ไม่ใช้ AI

คุณวรภัทรสะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมรีเทลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ว่ามีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะการเติบโตของออนไลน์ และการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นต่อเนื่อง

เขาชี้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจลูกค้า และตอบสนองให้เร็วที่สุด ซึ่งเทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยเติมเต็มโจทย์นี้อย่างมาก

ประโยคที่น่าจดจำคือ แนวคิดที่ว่า AI ไม่ได้มาแย่งงานคน แต่จะมาแทนที่ “คนที่ไม่ใช้ AI” เพราะวันนี้ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์พฤติกรรม และใช้วางกลยุทธ์ได้แม่นยำกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น

  • การเฝ้าดูคู่แข่ง

  • การออกแบบแผนการขาย

  • การสร้างคอนเซ็ปต์สินค้าใหม่ๆ

แม้การเปลี่ยนแปลงระบบ และการปรับตัวของคนในองค์กรจะเป็นโจทย์ท้าทาย แต่เป้าหมายคือทำให้ทุกคนเห็นภาพชัดว่า เทคโนโลยีคือโอกาส ไม่ใช่ภาระ และเป็นกุญแจสู่ความได้เปรียบในอนาคต

มุมมองจาก Nestlé: ทีมภาคสนามใหญ่แค่ไหน ถ้าใช้แต่งานแมนนวลก็ไปต่อยาก

คุณเกียรติศักดิ์เล่าว่า Nestlé ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมาตลอด โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่กลายเป็นตัวเร่งให้ต้องดึงเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานมากขึ้น

ด้วยทีมภาคสนามและฝ่ายขายที่มีจำนวนกว่าพันคน การทำงานแบบแมนนวลเพียงอย่างเดียวย่อมไม่ตอบโจทย์ความสำเร็จระยะยาว เทคโนโลยีจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วย

  • ป้องกันปัญหาก่อนเกิด

  • สร้างข้อมูลที่พิสูจน์ได้จริง

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกระดับ

เมื่อมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การตัดสินใจจะเฉียบคมขึ้น และองค์กรก็จะมีเวลาและทรัพยากรไปโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มด้านอื่นๆ ได้มากกว่าเดิม

มุมมองจาก Brand’s: เทคโนโลยีไม่ได้แค่เปลี่ยนระบบงาน แต่เปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจทั้งก้อน

คุณสุขุม มองว่า หลังโควิด ภาพชัดมากว่าอีคอมเมิร์ซเติบโตแบบพุ่งแรง ส่งผลกระทบชัดเจนต่อร้านค้าออฟไลน์ ดังนั้นออฟไลน์จึงต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว และการตัดสินใจยุคนี้ต้องขับเคลื่อนด้วย ข้อมูลที่แม่น และมาทันเวลา

เขาย้ำว่า เทคโนโลยีไม่ได้เปลี่ยนแค่เครื่องมือหน้าบ้าน แต่ไปไกลถึงระดับ โครงสร้างธุรกิจ ทำให้ทุกบทบาทในองค์กร ตั้งแต่เซลล์ ไปจนถึง Merchandiser ต้องปรับตัวตาม

Customer Relation Management หรือ CRM จึงกลายเป็นหัวใจในการเข้าถึงลูกค้า และเขามองว่าความสำเร็จของธุรกิจ FMCG ขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัยหลักคือ

  • ทิศทางธุรกิจที่ชัดเจน

  • การเลือกเครื่องมือและเทคโนโลยีที่เหมาะสม

  • ระบบหลังบ้านที่พร้อมรองรับ

  • คนในองค์กรที่ปรับตัวได้จริง

ในโลกที่ทุกการลงทุนต้องคุ้มค่าที่สุด FMCG จึงต้องเลือกลงเงินกับสิ่งที่สร้างประสิทธิภาพสูงสุดจริงๆ

Rising Star Brands: เมื่อแบรนด์รุ่นใหม่ใช้เทคฯ เป็นตัวเร่งโต

อีกช่วงที่เรียกเสียงสนใจได้มากคือเสวนาในหัวข้อ “Techniques and Knowledge from Rising Star Brands” จาก 3 แบรนด์ดาวรุ่งที่พิสูจน์แล้วว่า แม้เริ่มจากเล็ก แต่ถ้าใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็น ก็โตได้แบบก้าวกระโดด

สามแบรนด์ที่ขึ้นเวที ได้แก่

  • คุณณัฐนันท์ หุนตระกูล, ผู้จัดการฝ่ายขายกลุ่มลูกค้ารายใหญ่, บริษัท ครอสแม็กซ์ รีเทล จำกัด (Hooray!)

  • คุณวริษฐา สืบพันธ์วงษ์, CEO & Founder, บริษัท มิซึฮาดะ กรุ๊ป จำกัด (MizuMi, Bomi, Gentle Colors)

  • คุณธานัท อนุตระกูลชัย, Perfect Store Manager, Mondelez International (Thailand) (Mondelez)

Hooray!: แบรนด์เล็กที่ใช้ความยืดหยุ่นสู้ยักษ์ใหญ่

Hooray! เริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์เล็กในตลาดที่มีผู้เล่นรายใหญ่ครองพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว ถ้ายังคิดและทำแบบเดิม ก็แทบไม่มีโอกาสแย่งพื้นที่ในใจลูกค้าได้

คุณณัฐนันท์จึงเลือกสร้างโอกาสด้วย

  • ความยืดหยุ่นในการตัดสินใจ

  • การเคลื่อนตัวเร็วภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด

  • การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างจริงจัง

Hooray! ไม่ได้มองการแข่งขันแค่กับคู่แข่ง แต่ แข่งกับตัวเอง ด้วยการปรับโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทีมงาน และเชื่อมการทำงานหน้าร้านกับหลังบ้านให้อยู่ในระบบเดียว เพื่อให้การแก้ปัญหาทำได้ชัดเจนและมีพลังมากที่สุด

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการสื่อสารให้ทั้งทีมและคู่ค้าเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน ทำให้ทุกฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเชื่อมั่นว่า Data และ AI คือหัวใจของการเติบโตแบบยั่งยืน ไม่ใช่แค่ “ตามให้ทัน” แต่คือการ “ก้าวนำ” อย่างมั่นคง

MizuMi: จากคนแพ้ครีมกันแดด สู่แบรนด์บิวตี้ที่คนรัก

คุณวริษฐา เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ว่า มาจากปัญหาส่วนตัวเรื่องการแพ้ครีมกันแดด ซึ่งกลายเป็นแรงผลักให้ตั้งใจสร้างผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพดี ใช้ได้จริง และเข้าถึงได้ง่าย

แม้วันแรกจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่แบรนด์ก็เติบโตจากโลกออนไลน์สู่ Modern Trade ได้อย่างแข็งแรง พร้อมมุ่งหน้าพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เธอให้ความสำคัญกับ Brand Loyalty อย่างมาก เพราะการที่ลูกค้ากลับมาซ้ำ และผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว คือสัญญาณว่าผลิตภัณฑ์สามารถครองใจผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง

ในมุมของการบริหาร เธอย้ำว่า แบรนด์ที่แข็งแรงไม่ได้มาจากยอดขายอย่างเดียว แต่ต้องมาพร้อมระบบหลังบ้านที่ดี การทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกฝ่ายใน Ecosystem และการออกแบบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าในทุกจุดสัมผัส

Mondelez: Perfect Store ไม่ใช่แค่เชลฟ์เต็ม แต่ต้องเต็มตามความคิดลูกค้า

ในมุมของคุณธานัท การทำรีเทลยุคนี้ไม่ใช่แค่การเติมสินค้าให้เต็มเชลฟ์แล้วจบ แต่คือการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคแบบลึกและจริง

รายละเอียดเล็กๆ อย่างเช่น

  • การจัดเรียงสินค้าให้ถูกต้องตามแผน

  • การแก้ปัญหาสินค้าหมด หรือวางผิด Planogram

  • การสื่อสารกับทีมขายให้เข้าใจว่า ทุกตำแหน่งบนเชลฟ์มีความหมายต่อการแข่งขันเพื่อส่วนแบ่งตลาด

ทั้งหมดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยการลงทุนในงานรีเสิร์ช และการใช้เครื่องมือรวมถึง AI เพื่อให้รู้สถานการณ์หน้าร้านแบบเรียลไทม์ และแก้ปัญหาได้ตรงจุด

ในมุมของลูกค้า เขามีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการตัดสินใจ ถ้าหาสินค้าเราไม่เจอในจังหวะนั้น โอกาสก็หลุดมือทันที ดังนั้นการทำให้ลูกค้าเห็นและหยิบสินค้าเราได้ทันทีคือ เกมสำคัญของเชลฟ์วอร์ (Shelf War)

ผลลัพธ์คือไม่ใช่แค่ Mondelez วางกลยุทธ์ได้คมขึ้น แต่ยังเติบโตไปพร้อมคู่ค้า และพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อมูลและเทคโนโลยีคือกุญแจในการยกระดับงานรีเทลในอนาคต อย่างแท้จริง

จากวันนี้ถึงอนาคต: Perfect Store ไม่ใช่แค่ฝันบนกระดาษ

การเกิดขึ้นของ Zeen Audit และ Zeen Shop ทำให้ภาพของ Perfect Store ไม่ใช่แค่สโลแกนสวยๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้สำหรับทั้งแบรนด์และร้านค้าปลีก

ในโลกที่รีเทลแข่งขันกันทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ร้านค้าที่มองเห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ ปรับตัวได้เร็ว และใช้ AI เป็นตัวช่วยตัดสินใจ จะได้เปรียบมหาศาลเหนือคู่แข่งที่ยังทำงานแบบเดิม

ZEEN จึงไม่เพียงนำเสนอเทคโนโลยี แต่กำลังชวนทั้งวงการค้าปลีกไทย ยกมาตรฐานทั้งระบบ จากการจัดเรียงสินค้าเล็กๆ บนเชลฟ์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงแบรนด์ ร้านค้า และผู้บริโภคให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน

ยุคใหม่ของ FMCG และรีเทลไทยกำลังเริ่มต้นขึ้นจากจุดที่หน้าร้าน และ AI จะเป็นเพื่อนร่วมทีมสำคัญของคนทำรีเทลทุกคนในวันที่คำว่า “ดีพอ” อาจไม่พออีกต่อไป หากเป้าหมายคือ Every Store ต้อง Perfect จริงๆ