รับแอปรับแอป

ชวนเดินงาน Seub Life Fest: เวิร์กช็อป สร้างสรรค์ และไอเดียรักป่าที่คุณพลาดไม่ได้

อนุชา วิริยะ01-31

บรรยากาศงานรำลึก 35 ปี สืบ นาคะเสถียร ใจกลางสยาม

ปีนี้งานรำลึก 35 ปี สืบ นาคะเสถียร ขยับจากพื้นที่เดิมที่หลายคนคุ้นเคย มาอยู่ในโลเคชันใหม่ใจกลางเมือง บริเวณห้างสยามดิสคัฟเวอรี่

ชั้น 3 ถูกเนรมิตให้เป็นโซนจัดนิทรรศการหลัก ร้านขายของที่ระลึกของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และเวทีเสวนา – ดนตรี ที่เล่าเรื่องงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบฟังเพลินแต่เนื้อหาแน่น

ขยับขึ้นมาที่ชั้น 5 กลายเป็นพื้นที่ของบูธกิจกรรมจากเครือข่ายเพื่อนพ้องที่ทำงานร่วมกับมูลนิธิมาอย่างยาวนาน ทั้งกลุ่มนักศึกษาจากชมรมอนุรักษ์ในหลายมหาวิทยาลัย กลุ่มใบไม้ หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ ศิลปินอิสระ และกลุ่มครีเอเตอร์ที่ใช้ศิลปะเชื่อมคนกับธรรมชาติ

เป้าหมายร่วมกันของทุกบูธ คือเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เห็นผลงาน ภารกิจ และช่องทางสนับสนุนการอนุรักษ์อย่างเป็นรูปธรรม

นิทรรศการ The SixNature: ดูภาพสวยแล้วเข้าใจธรรมชาติ

โซนไฮไลต์ของชั้น 5 คือ นิทรรศการ The SixNature เล่าเรื่องสัตว์ป่าหลากชนิด ผ่านสายตาและเลนส์ของ บารมี เต็มบุญเกียรติ ช่างภาพสัตว์ป่าที่เก็บเรื่องราวจากผืนป่ามากว่า 30 ปี

ภาพถ่ายแต่ละใบไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ตั้งใจใช้เป็นสะพานเชื่อม คน – ธรรมชาติ – สัตว์ป่า – สิ่งแวดล้อม ให้เข้าใจกันมากขึ้น เห็นภาพแล้วจะสัมผัสได้ว่าโลกธรรมชาติของบ้านเรานั้นเชื่อมโยงถึงกัน และมีผลกับชีวิตเราอย่างตรงไปตรงมา

ภายในงานยังมีเล่มตัวอย่างหนังสือ The SixNature ที่เตรียมจัดพิมพ์ช่วงปลายปี 2569 มาให้ลองเปิดดูเรียกน้ำย่อยกันด้วย

ภาพทั้งหมดถูกพิมพ์บนวัสดุ Matte Cotton Canvas ขนาด 20 x 30 นิ้ว ทุกภาพเปิดให้จับจองเป็นเจ้าของ รายได้ส่วนหนึ่งถูกส่งต่อเข้ากองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า เรียกว่าได้ทั้งงานศิลป์ไปแขวน และได้ช่วยงานอนุรักษ์ไปพร้อมกัน

โซนเวิร์กช็อป: อยู่ทั้งวันก็ไม่เบื่อ

หัวใจของพื้นที่ชั้น 5 คือโซนเวิร์กช็อป ที่มีภาคีเครือข่ายหมุนเวียนกันมาจัดกิจกรรมตลอดวัน ตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงค่ำ ใครมาแล้วสามารถใช้เวลาทั้งวันอยู่ในงานแบบไม่รู้สึกเหงา

อีกฝั่งที่ชั้น 3 ก็มีเวทีเสวนาและกิจกรรมให้แวะสลับไปฟังกันได้ทั้งวัน กลายเป็นงานอนุรักษ์ที่ไม่ได้มีแค่บูธให้เดินชม แต่ชวนทุกคนลงมือทำจริง

ปีนี้จัดเต็มกว่าเดิม เพราะมีพื้นที่พอให้ลองเล่นกิจกรรมสนุกๆ เน้นสองกลุ่มใหญ่

  • คนที่กำลังเริ่มออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติ อยากเริ่มให้ถูกทาง

  • คนที่เดินป่ามาแล้ว แต่อยากอัปสกิลให้การเดินป่าราบรื่นและรื่นรมย์กว่าเดิม

ด้านล่างนี้คือภาพรวมของเวิร์กช็อปที่จัดในงานครั้งนี้

บันทึกสีไม้กับครูกุ้ง: วาดธรรมชาติด้วยมือของตัวเอง

เริ่มกันที่โซนศิลปะด้วยกิจกรรม บันทึกสีไม้กับครูกุ้ง ที่จัดให้ทำทั้งสองวันของงาน

รอบวันอาทิตย์อาจมีเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งสั้นไปหน่อยสำหรับกระบวนการเต็มๆ ทำให้ต้องตัดบางขั้นออกไป แต่แก่นสำคัญของกิจกรรมยังอยู่ครบ

หัวใจของเวิร์กช็อปนี้คือการชวนให้ผู้เข้าร่วม

  • ฝึกสังเกตธรรมชาติอย่างเป็นระบบ

  • แปลงสิ่งที่เห็นมาเป็นภาพวาดด้วยสีไม้ลงในสมุดบันทึก

  • จับรายละเอียดเล็กๆ จากของใกล้ตัว เช่น กล้วย ดอกไม้ ใบไม้ แล้วถ่ายทอดออกมาอย่างตั้งใจ

จากการ “ดูผ่านๆ” ธรรมชาติ กลายเป็นการ “มองเห็นจริงๆ” ผ่านปลายดินสอสี

เพ้นท์สีเคลือบเซรามิก: ลายเสื้อในดินเผา

ต่อด้วยเวิร์กช็อป เพ้นท์สีเคลือบเซรามิค จากการแท็กทีมของศิลปินฉันใด และสตูดิโอเซรามิก หยิบดิน

ฉันใดคือคนอยู่เบื้องหลังลายเสื้อหลายรุ่นของมูลนิธิ รวมถึงเสื้อยืดรำลึก 35 ปีที่หลายคนใส่มาเดินงาน ส่วนหยิบดินคือสตูดิโอที่ทำเวิร์กช็อปเซรามิกอย่างต่อเนื่อง มาจับมือกันในงานนี้เพื่อชวนคนมาสร้างชิ้นงานของตัวเองแบบชิ้นเดียวในโลก

ผู้เข้าร่วมเลือกเพนท์ได้ตามสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น

  • จี้ห้อยคอ

  • ต่างหู

  • จานขนม ชาม

  • ถ้วยกาแฟ

มีค่าใช้จ่ายตามชนิดของชิ้นงาน แต่แลกกับการได้ออกแบบและลงสีด้วยมือของตัวเอง จากนั้นทีมงานจะนำชิ้นงานกลับไปเคลือบและเผา ก่อนจัดส่งให้ถึงบ้านทีหลัง

เพ้นท์เสื้อนานานก: ใส่นกตัวโปรดติดตัวกลับบ้าน

เวิร์กช็อป เพ้นท์เสื้อนานานก ดำเนินกิจกรรมโดย กานต์ รัตนจุล หนึ่งในผู้วาดภาพนกในหนังสือคู่มือดูนกชื่อดัง

ในกิจกรรมนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เทคนิคการลงสีบนเสื้อ พร้อมเลือกสไตล์ลายได้สองแนว

  • ลายเส้นนกในโทนคาแรกเตอร์การ์ตูน เติมสีได้ตามใจ

  • วาดลายเองตั้งแต่ต้น จะนกสายพันธุ์ไหนก็จัดไป

มีให้เลือกทั้งเสื้อเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมสีและอุปกรณ์ที่ทีมงานเตรียมไว้ครบจบในจุดเดียว

ใช้แผนที่และเข็มทิศเบื้องต้น: สกิลพื้นฐานของนักเดินป่า

กิจกรรม การใช้แผนที่เข็มทิศเบื้องต้น ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่อยากเดินป่าอย่างพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น และเคารพธรรมชาติในเวลาเดียวกัน

ภายในเวิร์กช็อป ผู้เข้าร่วมจะได้ฝึก

  • อ่านลักษณะภูมิประเทศจากแผนที่

  • กะทิศทางการเดินให้สัมพันธ์กับพื้นที่จริง

  • กำหนดจุดตั้งแคมป์ให้ปลอดภัยและเหมาะสม

แม้ไม่มีพื้นฐานมาก่อนก็สามารถทำตามได้ เพราะเนื้อหาถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย เน้นให้ทุกคนกลับบ้านไปพร้อมทักษะที่เอาไปใช้ได้จริง

เตรียมอาหารเดินป่าระยะไกล: กินดีในเส้นทาง 101 กิโลเมตร

อีกหนึ่งเวิร์กช็อปสายเอาต์ดอร์ คือ การเตรียมอาหารสำหรับเดินป่าระยะไกล ที่หยิบเอาประสบการณ์จริงจากเส้นทางเดินป่าขุนน้ำเงามาเล่าแบบไม่กั๊ก

ในกิจกรรมนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้คำตอบชัดๆ ว่า

  • เข้าป่าหลายวันต้องวางแผนอาหารยังไง

  • ควรเลือกอาหารแบบไหนให้พกพาง่ายและไม่เสียง่าย

  • ต้องเตรียมอะไรบ้างเมื่อเจอเส้นทางไกลระดับหลายสิบกิโลเมตร

สาระสำคัญไม่ได้มีแค่การอยู่รอดในป่า แต่คือการกินดี มีแรงเดิน และไม่สร้างภาระให้ธรรมชาติ

การเตรียมตัวและจัดเป้เดินป่าในแต่ละฤดูกาล: ไม่ให้ทริปกลายเป็นภาระ

“โรงเรียนนักเดินป่า” เกิดขึ้นจากความเชื่อว่าถ้าคนได้สัมผัสธรรมชาติจริงๆ เขาจะรักและอยากปกป้องธรรมชาติด้วยตัวเอง

แต่การจะพาคนเข้าไปในป่าโดยไม่สร้างผลกระทบเกินจำเป็น ต้องเริ่มจากการสอนวิธีเดินป่าที่ถูกต้อง

ในเวิร์กช็อปนี้ โฟกัสไปที่เรื่อง

  • เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับฤดูกาล

  • เตรียมร่างกายและของใช้ให้เพียงพอ แต่ไม่เกินจำเป็น

  • วิธีจัดเป้ให้ เซฟหลัง ใช้งานง่าย และไม่รู้สึกเหมือนเป็นคนประสบภัยในป่า

ครูจากโรงเรียนนักเดินป่ามาแชร์เทคนิคจัดเป้าแบบที่ใช้ได้จริงในภาคสนาม ไม่ใช่แค่ในตำรา

Nature Game กลุ่มใบไม้: เล่นไป เรียนรู้ป่าไป

กลุ่มใบไม้ คือกลุ่มเยาวชนและคนทำงานที่รวมตัวกันทำกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปี 2551 ผ่านทั้งค่ายอาสา งานลงพื้นที่ และกิจกรรมเชื่อมเมืองกับป่าในหลายรูปแบบ

ในงานครั้งนี้ พวกเขานำชุด เกมการเรียนรู้เรื่องเสือปลาและพื้นที่ชุ่มน้ำ มาจัดให้เล่นกัน

เกมชุดนี้ถูกออกแบบมาใช้ในพื้นที่จริงของโครงการอนุรักษ์เสือปลาฯ ทุ่งสามร้อยยอด จุดประสงค์คือให้ครู นักกิจกรรม หรือเจ้าหน้าที่ภาคสนามนำไปต่อยอดเวลาออกแบบกิจกรรมให้เด็กและชุมชนได้เรียนรู้เรื่อง

  • ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ

  • บทบาทของเสือปลาในธรรมชาติ

  • วิธีคิดเรื่องการอนุรักษ์ผ่านการเล่นมากกว่าการบรรยาย

Wood Carving: แกะนกหวีดจากไม้ให้ใช้งานได้จริง

มาถึงกิจกรรมที่สายงานไม้ต้องยิ้มออก นั่นคือเวิร์กช็อป Wood Carving สอนทำ “นกหวีดไม้” แบบใช้ได้จริง

แก่นของกิจกรรมนี้คือการใช้เครื่องมือให้ถูกวิธีและปลอดภัย พร้อมฝึกควบคุมมือตัวเองกับวัสดุธรรมชาติ

ในคลาส ผู้เรียนจะได้เรียนรู้

  • เทคนิคการใช้มีดและอุปกรณ์เบื้องต้นสำหรับงานไม้

  • วิธีเหลาไม้กระถินขึ้นรูปเป็นนกหวีดทีละขั้น

  • การทำเดือยไม้ให้ลมผ่านและเกิดเสียง

ไม้ที่เลือกใช้คือไม้กระถิน ซึ่งหาได้ไม่ยาก เหมาะทั้งสำหรับใช้สอน และสำหรับคนที่อยากกลับไปลองทำเองต่อในแคมป์

จุดแข็งของกิจกรรมนี้คือ นกหวีดไม่ได้เป็นแค่ของเล่น แต่ยังใช้ขอความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินระหว่างเดินป่าได้จริง

พวงกุญแจจากขยะพลาสติก: รีไซเคิลให้กลายเป็นงานศิลป์ชิ้นเล็ก

อีกมุมที่คนแน่นตลอด คือกิจกรรม ทำพวงกุญแจจากขยะพลาสติก ที่น้องๆ จากชมรมอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำมาสอน

อุปกรณ์หลักมีแค่

  • ขวดพลาสติกใช้แล้ว

  • สีสำหรับเพนท์ลวดลาย

  • เครื่องเป่าลมร้อน

ขั้นตอนโดยรวมคือ

  • วาดลายที่อยากได้ลงบนขวดพลาสติก

  • ตัดตามรูปทรงที่ออกแบบไว้

  • เจาะรูสำหรับห่วงพวงกุญแจ

  • เป่าด้วยลมร้อนเพื่อให้ชิ้นงานแข็งแรงและคงรูป

จบกิจกรรมแต่ละคนจะได้พวงกุญแจลายเดียวในโลกที่วาดเอง ติดมือกลับไปเป็นของที่ระลึก และยังได้มองเห็น “ขยะ” ในมุมใหม่ว่า ถ้าลองออกแบบดีๆ มันก็กลายเป็นชิ้นงานสร้างสรรค์ได้

มากกว่างานเวิร์กช็อป คือพลังของคนรักธรรมชาติ

ช่วงท้ายของงาน สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนไม่ใช่แค่ภาพสวยๆ หรือของที่ระลึกที่ได้กลับบ้าน แต่คือพลังของผู้คนที่ตั้งใจมาร่วมกันสร้างงานเล็กๆ ให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหญ่

  • เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ที่มาช่วยกันออกบูธและจัดกิจกรรม

  • ผู้เข้าร่วมที่เสียสละเวลาในวันหยุดเพื่อมาเรียนรู้และลงมือทำ

  • อาสาสมัครที่ยืนอยู่เบื้องหลังการจัดการทุกอย่างให้ราบรื่น

ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็นบรรยากาศอบอุ่นที่ทำให้เห็นว่า งานอนุรักษ์จะไม่เดินต่อได้เลย หากขาดผู้คนที่ยืนอยู่ข้างกันแบบในงานครั้งนี้

ถ้ามีโอกาสได้จัดงานครั้งต่อไปอีกครั้ง คงไม่ใช่แค่การมาร่วมรำลึก แต่คือการมารวมพลังกันต่อยอดงานอนุรักษ์ให้ไปได้ไกลกว่าเดิม