Xiaomi 15 Series: เรือธงยุค HyperOS 2 + HyperAI
เสียวหมี่ ประเทศไทย เปิดตัว Xiaomi 15 Series สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่ยกเครื่องทั้งด้านกล้อง การประมวลผล และระบบ AI แบบจัดเต็ม โดยใช้เลนส์ Leica Summilux พร้อมระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2 รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความลื่นไหล การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ และฟีเจอร์ AI สำหรับทั้งการทำงานและความบันเทิงในชีวิตประจำวัน
นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว ยังมาพร้อมไลน์อัปผลิตภัณฑ์ AIoT ครบเซ็ต เช่น
แท็บเล็ต Xiaomi Pad 7 และ Xiaomi Pad 7 Pro
หูฟัง Xiaomi Buds 5 Pro และ Xiaomi Buds 5 Pro (Wi-Fi)
นาฬิกาอัจฉริยะ Xiaomi Watch S4
สายรัดข้อมือ Xiaomi Smart Band 9 Pro
พาวเวอร์แบงค์ 212W HyperCharge Power Bank 24500
เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Pet Care Air Purifier
รวมถึงเครื่องปรับอากาศ และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เตรียมเข้าไทยในลำดับถัดไป
ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันผ่านระบบ Xiaomi HyperOS 2 + HyperAI + HyperConnect เพื่อสร้างประสบการณ์สมาร์ทไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Xiaomi 15 Ultra: กล้อง 1" Leica + วิดีโอระดับภาพยนตร์
Xiaomi 15 Ultra คือรุ่นที่เกิดมาเพื่อสายกล้องตัวจริง ทั้งภาพนิ่ง วิดีโอ และงานคอนเทนต์ระดับโปร
หน้าจอและดีไซน์ระดับเรือธง
หน้าจอ WQHD+ AMOLED ขนาด 6.73 นิ้ว ความละเอียด 3200 x 1440
ความหนาแน่นพิกเซล 522 ppi พร้อมความสว่างสูงสุด 3200 nits
รองรับโหมด 1Hz Always-Active แสดงเวลา วันที่ และการแจ้งเตือนโดยไม่กินแบตมาก
ระบบสแกนนิ้วใต้จอแบบ อัลตราโซนิก รุ่นใหม่ ปลดล็อกเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
โครงสร้างตัวเครื่องใช้ดีไซน์ Xiaomi Guardian แบบใหม่ แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา ด้วย:
กระจก Xiaomi Shield Glass 2.0 ทนต่อแรงตกกระแทกมากขึ้นถึง 16 เท่า
โครงอะลูมิเนียม CNC แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา
ฝาครอบกล้องใช้ Corning® Gorilla® Glass 7i ลดรอยขีดข่วนและการตกหล่น
กล้อง Leica ครบทุกระยะ 14–200 มม.
หัวใจของระบบกล้องคือเซ็นเซอร์หลักขนาด 1 นิ้ว Leica 23 มม. 50MP (Sony LYT-900) ที่ออกแบบมาเพื่อเก็บรายละเอียดสูง ทั้งภาพแสงน้อยและภาพย้อนแสง
กล้องหลักใช้เลนส์ Leica Summilux รูรับแสงใหญ่ ƒ/1.63 พร้อมระยะโฟกัสหลัก 3 ระยะในตัวเดียว:
23 มม.
28 มม.
35 มม.
ผนวกกับช่วงไดนามิกสูงถึง 14EV ทำให้ภาพดูมีมิติและเก็บทั้งไฮไลต์กับเงาได้ครบ
นอกจากนี้ยังมี:
กล้องเทเลโฟโต้ลอยตัว Leica 70 มม. สำหรับภาพบุคคลและสตรีทที่เป็นธรรมชาติ ระยะโฟกัสใกล้สุดเพียง 10 ซม. เหมาะกับภาพมาโครดีเทลจัดๆ
กล้องเทเลโฟโต้ Leica 100 มม. 200MP ที่สามารถซูมได้ถึง 200 มม. ผ่านเทคโนโลยีซูมในเซ็นเซอร์ เหมาะสำหรับวัตถุไกล
กล้องอัลตร้าไวด์ Leica 14 มม. สำหรับภาพวิวและภาพหมู่มุมกว้าง
ระบบเลนส์ใช้โครงสร้างเลนส์แอสเฟอริคัล 8P แบบ high-transmittance เคลือบ AR สองชั้น ช่วยลดแฟลร์และโกสต์ ทำให้ภาพคมชัดแม้ถ่ายย้อนแสง
วิดีโอ 4K 120fps + Dolby Vision
Xiaomi 15 Ultra ขยับมาตรฐานการถ่ายวิดีโอบนสมาร์ทโฟนให้เข้าใกล้ระดับกล้องโปรมากขึ้น ด้วยความสามารถเด่น:
ถ่าย 4K 120fps ทั้งกล้องหลักและกล้องเทเลโฟโต้ปริทรรศน์
ระบบกันสั่นทั้ง OIS + EIS ทำงานร่วมกัน ลดอาการสั่นเมื่อถ่ายด้วยมือ
รองรับการบันทึกวิดีโอ Dolby Vision® 4K 60fps
รองรับวิดีโอ 10-bit Log ทุกช่วงเลนส์ เหมาะกับสายตัดต่อและเกรดสี
ผ่านมาตรฐานระดับอุตสาหกรรมในฐานะพันธมิตรผลิตภัณฑ์ของ ACES ช่วยให้การจัดการสีมีความแม่นยำ
ตัวเครื่องยังติดตั้งไมโครโฟนถึง 4 ตัว รองรับการอัดเสียงรอบทิศทาง ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และตามการเคลื่อนไหว เพื่อต่อยอดงานตัดต่อแบบจริงจังได้สบาย
ชุดคิทกล้อง Xiaomi 15 Ultra Photography Kit
Xiaomi 15 Ultra มาพร้อมชุด Photography Kit Legend Edition สำหรับสายถ่ายรูปที่อยากยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ใกล้เคียงกล้องจริงมากขึ้น ภายในชุดประกอบด้วย:
วงแหวนตกแต่งสีแดงสไตล์กล้องคลาสสิก
UI โหมด Fastshot ที่ออกแบบเฉพาะ
ปุ่มชัตเตอร์และที่รองนิ้วหัวแม่มือแบบถอดได้
วงแหวนอะแดปเตอร์ฟิลเตอร์ 67 มม. แบบมัลติฟังก์ชัน
แบตเตอรี่ในตัวขนาด 2000mAh เพิ่มเวลาใช้งานสำหรับสายลุยถ่ายทั้งวัน
Xiaomi 15: เรือธงพกสะดวก เน้นสมดุลประสิทธิภาพ–ดีไซน์
Xiaomi 15 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเรือธงที่เน้นความบาง เบา จับถนัดมือ แต่ยังจัดเต็มทั้งกล้อง จอ และชิปประมวลผล
ดีไซน์และสีสัน
ขนาดพอดีมือ เน้นการพกพาสะดวกตลอดวัน
มีให้เลือก 4 สี: Black, White, Green และสีพิเศษ Liquid Silver ที่ใช้กระจกดัดด้วยความร้อนให้เอฟเฟ็กต์โค้งระยิบระยับ
โครงอะลูมิเนียมทรงโค้งมน เพิ่มความแข็งแรงขึ้นถึง 33%
อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 94% พร้อมขอบบางเพียง 1.38 มม. ด้วยเทคโนโลยี LIPO
ระบบกล้อง 3 ตัว ครอบคลุมทุกสถานการณ์
ชุดกล้องของ Xiaomi 15 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลาย ระยะโฟกัสตั้งแต่ 14–120 มม. รองรับทั้งภาพวิว บุคคล เทเล และมาโคร
กล้องหลักใช้เลนส์ Leica Summilux 7P aspherical แบบ high-transmittance เคลือบกันแสงสะท้อน รูรับแสง ƒ/1.62
เซ็นเซอร์ Light Fusion 900 รองรับระยะโฟกัสหลัก 23 มม. / 28 มม. / 35 มม.
กล้องเทเลโฟโต้ลอยตัว Leica 60 มม. 50MP ถ่ายได้ทั้งเทเลระยะไกลและมาโครระยะใกล้ 10 ซม.
กล้องอัลตร้าไวด์ Leica 14 มม. 50MP รูรับแสง ƒ/2.2 สำหรับภาพมุมกว้างและงานครีเอทีฟ
Fastshot + Master Videography สำหรับสายคอนเทนต์
โมดูล Fastshot ถูกออกแบบเพื่อการถ่ายสตรีทที่ต้องการความไว:
จับภาพได้เร็วเพียง 0.6 วินาที ทุกระยะโฟกัส เหมาะกับช็อตที่เกิดขึ้นแค่เสี้ยววินาที
ด้านวิดีโอ Xiaomi 15 มาพร้อม Xiaomi Master Videography ที่ให้คุณถ่ายได้ในระดับสตูดิโอ:
รองรับวิดีโอ 8K 30fps ด้วยกล้องหลัก
รองรับ Dolby Vision® 4K 60fps ทุกระยะโฟกัส
มีไมโครโฟน 4 ตัว เพื่อเก็บเสียงสมจริงและโอบล้อมรอบตัว
หน้าจอและการถนอมสายตา
Xiaomi 15 ใช้หน้าจอ AMOLED 6.36 นิ้ว ความละเอียด 2670 x 1200 ที่มีความหนาแน่น 460 ppi ความสว่างสูงสุด 3200 nits (APL 25%) ใช้งานกลางแดดจัดได้สบาย
จุดเด่นของจอ:
ใช้แผง M9 ที่เสียวหมี่พัฒนาขึ้นเอง ช่วยลดการใช้พลังงานลง ~10%
สีสันสดใส แต่ยังให้ภาพสบายตา
รองรับมาตรฐานถนอมสายตาจาก TÜV Rheinland หลายด้าน เช่น Low Blue Light, Flicker Free, Circadian Friendly
หรี่แสงแบบ DC Dimming ทุกระดับความสว่าง เหมาะกับคนที่ใช้มือถือจอนานๆ ทั้งวัน
ชิป แบต และระบบระบายความร้อน: แรงจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลข
Snapdragon® 8 Elite + IceLoop
ทั้ง Xiaomi 15 และ Xiaomi 15 Ultra ใช้ชิป Snapdragon® 8 Elite ให้:
ประสิทธิภาพ CPU เพิ่มขึ้นถึง 45%
ลดการใช้พลังงาน CPU ลง 52%
ประสิทธิภาพ GPU เพิ่มขึ้น 44%
ลดการใช้พลังงาน GPU ลง 46% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
ระบบระบายความร้อนใช้เทคโนโลยี Xiaomi IceLoop ช่วยให้ตัวเครื่องรับมือกับงานหนักได้ลื่นไหล เช่น:
ถ่ายวิดีโอต่อเนื่อง
การประมวลผลภาพแบบ Computational Photography
งาน AI แบบเรียลไทม์
เล่นเกมกราฟิกจัดเต็ม
โครงสร้างแบบปีกช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับฮีตซิงก์ ทำให้อุณหภูมิขณะใช้งานหนักอยู่ในระดับควบคุมได้ดี
แบตเตอรี่ + Xiaomi Surge Battery Management
ทั้งสองรุ่นใช้ระบบจัดการพลังงาน Xiaomi Surge ทำให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดเครื่องมากเกินไป
Xiaomi 15 Ultra: แบตเตอรี่ 5410mAh (typ) ใช้เทคโนโลยีคาร์ไบด์ซิลิกอน (SiC) 10% เพื่อเพิ่มความหนาแน่นพลังงาน รองรับชาร์จเร็ว:
มีสาย 90W HyperCharge
ไร้สาย 80W
Xiaomi 15: แบตเตอรี่ 5240mAh (typ)
มีสาย 90W HyperCharge
ไร้สาย 50W
ความจุและหน่วยความจำ
ทั้งซีรีส์ใช้ RAM มาตรฐาน LPDDR5X รุ่นล่าสุด แต่แบ่งสตอเรจแตกต่างกัน:
Xiaomi 15: ใช้ UFS 4.0
Xiaomi 15 Ultra: ใช้ UFS 4.1
ตัวเลือกความจุ:
Xiaomi 15 Ultra: 16GB + 512GB และ 16GB + 1TB
Xiaomi 15: 12GB + 256GB และ 12GB + 512GB
Xiaomi HyperOS 2 + HyperAI + HyperConnect: หัวใจของระบบอัจฉริยะ
Xiaomi 15 Series มาพร้อม Xiaomi HyperOS 2 ที่มี 3 เสาหลักสำคัญ:
Xiaomi HyperCore – แพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่เสียวหมี่พัฒนาขึ้นเอง เน้นความลื่นไหล เสถียร และการจัดการระบบแบบฉลาด
Xiaomi HyperConnect – ระบบเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์และข้ามแพลตฟอร์ม (รวม iOS/macOS และแท็บเล็ต) สำหรับการทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ
Xiaomi HyperAI – ชั้น AI ที่ช่วยให้เครื่องทำงานได้ฉลาดขึ้นทั้งด้านการใช้งาน การสร้างสรรค์คอนเทนต์ และการทำงาน
Xiaomi HyperAI: เครื่องมือ AI สำหรับงานและครีเอทีฟ
Xiaomi HyperAI เพิ่มศักยภาพการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ด้วยชุดเครื่องมือ AI เช่น:
AI Writing – ช่วยเรียบเรียง/เขียนข้อความ
AI Speech Recognition – แปลงเสียงเป็นข้อความ
AI Creativity Assistant – ผู้ช่วยด้านภาพและวิดีโอที่รวมฟีเจอร์อย่าง:
AI Image Enhancement
AI Image Expansion
AI Eraser Pro
AI Reflection Removal
AI Magic Sky
AI Film
เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้สร้างผลงานที่ดูมืออาชีพได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เหมาะมากกับสายคอนเทนต์และคนทำงานที่ต้องการภาพคม วิดีโอสวย แต่ไม่อยากเสียเวลานั่งแต่งนาน
Google Gemini x Xiaomi: ใช้ AI ค้นหาและจัดการงานได้ลึกกว่าเดิม
ด้วยความร่วมมือระหว่าง Google และเสียวหมี่ Google Gemini สามารถเข้าถึงและใช้งานในแอปหลายตัวของ Xiaomi ได้โดยตรง เช่น:
Xiaomi Notes
Xiaomi Calendar
Xiaomi Clock
ทำให้ผู้ใช้สามารถสืบค้น สั่งการ และจัดการข้อมูลในอีโคซิสเต็ม Xiaomi ผ่าน Gemini ได้สะดวกขึ้น เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วย เพิ่มประสิทธิภาพงานด้วย AI อย่างแท้จริง
Xiaomi HyperCore: ภาพลื่น สวย ดีไซน์ใหม่
Xiaomi HyperCore ใน HyperOS 2 มาพร้อมการออกแบบหน้าจอและเอฟเฟกต์ใหม่ เช่น:
ล็อกสกรีนดีไซน์ใหม่ พร้อมเทมเพลตและสไตล์แบบโทนภาพยนตร์
เอฟเฟกต์เคลื่อนไหวที่ใช้ระบบกราฟิกยกเครื่องใหม่
หน้าจอหลักออกแบบใหม่เพื่อให้ใช้งานได้สวยงามและลื่นไหลกว่าเดิม
Xiaomi HyperConnect: เชื่อมทุกอุปกรณ์ให้เป็นหนึ่งเดียว
HyperConnect ทำให้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์ในระบบนิเวศอื่นๆ ของ Xiaomi ทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ รวมถึงสามารถเชื่อมกับ iOS/macOS ได้ด้วย
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ:
กล้องข้ามอุปกรณ์ – ใช้กล้องของอุปกรณ์อื่น (เช่น สมาร์ทโฟนอีกเครื่อง) แต่ประมวลผลภาพบน Xiaomi 15 Series
กล้องแบบผสม (Multi-source) – รวมฟีดวิดีโอจากหลายอุปกรณ์พร้อมกัน เหมาะมากกับ:
งานไลฟ์สด
การบรรยาย
วิดีโอสอนแบบหลายมุมกล้อง
ราคาและรุ่นย่อยของ Xiaomi 15 Series ในไทย
ราคาจำหน่าย Xiaomi 15 Series:
Xiaomi 15 Ultra 16GB + 1TB
สี: Silver Chrome
ราคา: 46,990 บาท
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store และช่องทางออนไลน์ mi.com, Lazada, Shopee, TikTok Shop
ลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าระหว่าง 4 – 14 มีนาคม 2568 จะได้รับ Xiaomi 15 Ultra Photography Kit และบริการเสริม รวมมูลค่า 32,824 บาท
Xiaomi 15 Ultra 16GB + 512GB
สี: Silver Chrome, Black, White
ราคา: 42,990 บาท
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store, ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์
โปรสั่งจองล่วงหน้าระหว่าง 4 – 14 มีนาคม 2568 รับ Xiaomi 15 Ultra Photography Kit และบริการอื่นๆ มูลค่า 32,824 บาท
Xiaomi 15 12GB + 512GB
สี: Green, Black, White และสีพิเศษ Liquid Silver (จำหน่ายจำนวนจำกัดเฉพาะบน mi.com)
ราคา: 29,990 บาท
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store, ร้านตัวแทนจำหน่าย และช่องทางออนไลน์
โปรสั่งจองล่วงหน้าระหว่าง 4 – 14 มีนาคม 2568 รับ Xiaomi Watch S3 และบริการอื่นๆ มูลค่ารวม 27,724 บาท
Xiaomi 15 12GB + 256GB
สี: Green, Black, White
ราคา: 26,990 บาท
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store และ mi.com
โปรสั่งจองล่วงหน้าระหว่าง 4 – 14 มีนาคม 2568 รับ Xiaomi Watch S3 และบริการอื่นๆ มูลค่ารวม 27,724 บาท
Xiaomi Pad 7 Series: แท็บเล็ตสายทำงานผสาน AI เต็มรูปแบบ
Xiaomi Pad 7 Series ประกอบด้วย Xiaomi Pad 7 Pro และ Xiaomi Pad 7 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแท็บเล็ตทำงานและความบันเทิงในเครื่องเดียว เหมาะทั้งมืออาชีพและผู้ใช้ทั่วไป
หน้าจอและประสบการณ์การใช้งาน
ทั้งสองรุ่นใช้หน้าจอ:
ขนาด 11.2 นิ้ว ความละเอียด 3.2K
อัตราส่วนภาพ 3:2
รองรับ HDR แบบปรับได้
ผ่านการรับรองถนอมสายตาจาก TÜV Rheinland
รีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz เหมาะทั้งงานเอกสารและดูคอนเทนต์
ความหนาแน่นพิกเซล 345 ppi แสดงตัวหนังสือคมและภาพสีสด
ตัวเครื่องบางเพียง 6.18 มม. น้ำหนักราว 500 กรัม พร้อมลำโพง 4 ตัวรองรับ Dolby Atmos® ให้เสียงโอบล้อมเหมาะกับการดูหนัง ทำงาน และประชุมออนไลน์
ระบบปฏิบัติการใช้ Xiaomi HyperOS 2 ที่มาพร้อม Xiaomi HyperAI และ Xiaomi HyperConnect เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นได้ลื่นไหล
HyperAI บน Xiaomi Pad 7 Series: แท็บเล็ตสำหรับงานจริง
เครื่องมือ AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน:
AI Writing – ผู้ช่วยร่างข้อความ แคปชัน หรือโน้ตอย่างรวดเร็ว
AI Speech Recognition – แปลงเสียงประชุมเป็นตัวหนังสือ
AI Art ใน Mi Canvas – ช่วยสร้างงานภาพและไอเดียด้านดีไซน์
AI Calculator – ใช้ AI จัดการสมการหรือโจทย์คำนวณซับซ้อนได้ง่ายขึ้น
ด้านการเชื่อมต่อ Xiaomi HyperConnect ทำงานร่วมกับ HyperOS 2 เพื่อให้แท็บเล็ตกลายเป็นศูนย์กลางการทำงาน:
NFC Sharing – แตะเพื่อเชื่อมต่อ Xiaomi Share โอนไฟล์และจับคู่อุปกรณ์ได้ทันที
Home screen+ 2.0 – เปิดแอปจากสมาร์ทโฟนได้สูงสุด 2 แอปบน Xiaomi Pad 7 Series โดยตรง
ฟีเจอร์ รวมกล้อง – เปิดกล้องสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตพร้อมกันในแอปเดียว เหมาะกับการนำเสนอคอนเทนต์วิดีโอหลายมุมกล้อง
มีโหมด Workstation ที่เปลี่ยนอินเทอร์เฟซให้เหมือนเดสก์ท็อป:
เปิดหน้าต่างลอย (floating windows)
ปรับขนาดแอป
ทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้อย่างเป็นระบบ
สเปกและจุดเด่นของ Xiaomi Pad 7 Pro
Xiaomi Pad 7 Pro เน้นประสิทธิภาพระดับสูงสำหรับสายโปร:
ชิปเซ็ต Snapdragon® 8s Gen 3 รองรับมัลติทาสก์หนักๆ
กล้องหน้า AON 32MP + กล้องหลัง 50MP
รองรับ Wi-Fi 7 สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
เซ็นเซอร์สแกนนิ้วด้านข้าง เพิ่มความปลอดภัย
แบตเตอรี่ 8850mAh รองรับชาร์จเร็ว 67W ชาร์จเต็มภายในประมาณ 79 นาที
ดีไซน์ยูนิบอดี้อะลูมิเนียม เพรียวบางและทนทาน
Xiaomi Pad 7: สมดุลการทำงานและความบันเทิง
สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการผสมผสานการทำงานกับความผ่อนคลาย Xiaomi Pad 7 เลือกใช้สเปกที่บาลานซ์กว่าแต่ยังแรงเหลือๆ:
กล้องหลัง 13MP
กล้องหน้า 8MP สำหรับวิดีโอคอลและประชุมออนไลน์
ชิป Snapdragon® 7+ Gen 3 รองรับงานมัลติทาสก์และความบันเทิง
รองรับ Wi-Fi 6E
ชาร์จเร็ว 45W ชาร์จเต็มภายในราว 103 นาที
อุปกรณ์เสริมสำหรับการทำงานจริง
Xiaomi Pad 7 Pro และ Xiaomi Pad 7 มีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ได้แก่:
Xiaomi Pad 7 / 7 Pro Keyboard – คีย์บอร์ดที่เปลี่ยนแท็บเล็ตให้กลายเป็นเครื่องทำงานแบบซีเรียส
Xiaomi Focus Pen – ปากกาแรงกด 8192 ระดับ พร้อมค่าหน่วงต่ำ เหมาะสำหรับ:
การจดโน้ต
การสเก็ตช์
งานวาดและงานละเอียด
ยังมีเคส Xiaomi Pad 7 / 7 Pro Cover ที่ช่วยปกป้องตัวเครื่องจากรอยขีดข่วนและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ราคา Xiaomi Pad 7 Series ในไทย
Xiaomi Pad 7 Pro 12GB + 512GB
สี: Gray, Blue
ราคา: 18,990 บาท
รุ่น Matte Glass ราคา: 20,990 บาท
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store และช่องทางออนไลน์
โปรสั่งจอง 4 – 14 มีนาคม 2568 เลือกรับฟรี Xiaomi Pad 7 / 7 Pro Keyboard หรือ Xiaomi Focus Pen มูลค่า 2,999 บาท
Xiaomi Pad 7 Pro 8GB + 256GB
สี: Gray, Blue
ราคา: 15,990 บาท
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store, ร้านตัวแทนจำหน่าย และช่องทางออนไลน์
โปรสั่งจอง 4 – 14 มีนาคม 2568 เลือกรับฟรี Xiaomi Pad 7 / 7 Pro Keyboard หรือ Xiaomi Focus Pen มูลค่า 2,999 บาท
Xiaomi Pad 7 8GB + 256GB
สี: Gray, Blue
ราคา: 12,990 บาท
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store, ร้านตัวแทนจำหน่าย และช่องทางออนไลน์
โปรสั่งจอง 4 – 14 มีนาคม 2568 เลือกรับฟรี Xiaomi Pad 7 / 7 Pro Keyboard หรือ Xiaomi Focus Pen มูลค่า 2,999 บาท
Xiaomi Pad 7 8GB + 128GB
Xiaomi Buds 5 Pro และ Buds 5 Pro (Wi-Fi): หูฟังสายเสียงเทพ + ความฉลาดจาก AI
Xiaomi Buds 5 Pro
หูฟัง Xiaomi Buds 5 Pro ยกระดับเสียงไร้สายด้วย:
Snapdragon Sound™ Technology Suite
เทคโนโลยี Qualcomm® aptX™ Lossless ส่งสัญญาณเสียงได้ถึง 48kHz/24bit ที่บิตเรตสูงสุด 2.1Mbps
ระบบไดรเวอร์สามตัวแบบ dual-amplifier coaxial triple-driver ให้เสียงเบสแน่น กลางใส และเวทีเสียงกว้าง
ปรับจูนโดย Harman Golden Ear Team พร้อมโปรไฟล์ EQ ระดับโปร 2 โปรไฟล์ให้เลือก
ระบบตัดเสียงรบกวน Hybrid ANC สูงสุด 55dB สามารถปรับตามสภาพแวดล้อม ช่วยให้ฟังเพลงหรือประชุมได้ชัดแม้อยู่ในสถานที่พลุกพล่าน
ด้านแบตเตอรี่:
ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 40 ชั่วโมง เมื่อรวมกับเคสชาร์จ
ฟังเพลงได้ประมาณ 4.5 ชั่วโมง จากการชาร์จเพียง 10 นาที
ฟีเจอร์อัจฉริยะ:
รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 เครื่องพร้อมกัน
รองรับ เสียงแบบปรับตามบุคคล (personalized sound)
มีฟังก์ชันบันทึกเสียงในตัว เพียงกดปุ่มที่เคส 3 ครั้ง เคสจะสั่งเริ่มบันทึกเสียง เหมาะสำหรับการประชุมหรือจดโน้ตด้วยเสียง
รองรับการถอดเสียงและการแปลภาษาแบบ AI ทำให้ใช้งานหลายภาษาได้สะดวกยิ่งขึ้น
การควบคุมด้วยการบีบและการปัดบนก้านหูฟัง ช่วยให้:
เล่น/หยุดเพลง รับ/วางสาย
สลับโหมด ANC
เรียกผู้ช่วยเสียง
เริ่มบันทึกเสียง
ปรับระดับเสียงด้วยการปัด
ราคาและสี:
สี: Ceramic White, Titan Gray
ราคาโปร: 5,990 บาท (จาก 6,990 บาท)
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store, ร้านตัวแทน และช่องทางออนไลน์
Xiaomi Buds 5 Pro (Wi-Fi)
รุ่นนี้เป็นหูฟังของ Xiaomi ที่รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi โดยตรงกับสมาร์ทโฟน เพื่อส่งเสียงแบบ lossless ในระดับสูงสุดของอุตสาหกรรม
จุดเด่น:
ใช้ Snapdragon Sound™ Technology Suite และเทคโนโลยี Qualcomm® XPAN
รองรับเสียงแบบไร้การสูญเสีย 96kHz/24bit ที่บิตเรตสูงสุด 4.2Mbps
ระบบไดรเวอร์สามตัวขั้นสูง ปรับจูนเพื่อให้เบสหนัก เสียงแหลมคมชัด และเวทีเสียงกว้าง
มีโปรไฟล์ EQ เฉพาะทางสำหรับประสบการณ์เสียงที่ละเอียดและดื่มด่ำพิเศษ
แบตเตอรี่:
ใช้งานสูงสุด 40 ชั่วโมง (รวมเคส)
ฟังเพลงต่อเนื่องได้ราว 4 ชั่วโมงจากการชาร์จ 10 นาที
ดีไซน์:
สี Translucent Black ผิวเคลือบระดับพรีเมียม ผสมผสานพื้นผิวมันวาวกับผิวด้านอย่างลงตัว
ราคา:
สี: Translucent Black
ราคาโปร: 6,490 บาท (จาก 7,490 บาท)
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน และสาขาสยามพารากอน รวมถึงช่องทางออนไลน์
Xiaomi Watch S4: สมาร์ทวอชเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย และการเชื่อมต่ออุปกรณ์
Xiaomi Watch S4 ถูกออกแบบมาให้เป็นทั้งนาฬิกาแฟชั่นและศูนย์กลางสุขภาพ/การออกกำลังกาย
หน้าจอและดีไซน์
หน้าจอ AMOLED 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466 x 466
ความหนาแน่นพิกเซล 326 ppi
รีเฟรชเรต 60Hz
ความสว่างแบบ HBM สูงสุด 1,500 nits ใช้งานกลางแจ้งได้ชัดเจน
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานประมาณ 15 วัน และชาร์จเพียง 5 นาทีก็ใช้งานได้ต่อได้อีก 2 วัน ตัวเรือนรองรับการเปลี่ยนขอบและสายได้ ทำให้ปรับลุคได้หลากหลายสไตล์
หน้าปัดมีฟังก์ชันเจาะจงการใช้งาน เช่น:
Clearheaded – ติดตามระดับความเครียดอัตโนมัติ แสดงผลด้วยอีโมจิสื่ออารมณ์
Wild Walker – บอกทิศทางและระดับความสูงแบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับสายเดินป่าหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง
ฟีเจอร์สุขภาพและการออกกำลังกาย
Xiaomi Watch S4 ใช้อัลกอริทึมตรวจวัดที่อัปเกรดใหม่ สามารถ:
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
วัดระดับออกซิเจนในเลือด
ติดตามระดับความเครียด
วิเคราะห์รูปแบบการนอนตลอดทั้งวัน
ความแม่นยำการวัดอัตราการเต้นของหัวใจสูงถึง 98% ช่วยให้ข้อมูลสุขภาพมีความน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง รายงานสุขภาพแบบละเอียดภายใน ~60 วินาที พร้อมคอร์สฝึกหายใจในตัว
ด้านการออกกำลังกาย:
ใช้เทคโนโลยี GNSS L1+L5 สำหรับการระบุตำแหน่งแม่นยำ
มีโหมดกีฬาให้เลือกมากกว่า 150 โหมด ครอบคลุมการออกกำลังกายหลากหลายประเภท
การเชื่อมต่อกับ Xiaomi Smart Hub
Xiaomi Watch S4 สามารถผูกเข้ากับ Xiaomi Smart Hub เพื่อควบคุมอุปกรณ์อื่นได้ง่าย เช่น:
เชื่อมกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หูฟัง และอุปกรณ์สมาร์ทโฮม
ค้นหาโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตผ่านตัวนาฬิกา
ใช้เป็นรีโมตสำหรับถ่ายภาพจากระยะไกล
จัดการหูฟัง: ปรับเสียง สลับโหมด ANC และดูแบตแบบเรียลไทม์
ยังรองรับท่าทางสั่งงาน เช่น:
ดีดนิ้วเพื่อปฏิเสธสายหรือปิดแจ้งเตือน
ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้นโดยแทบไม่ต้องหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า
ราคาและสี:
สี: Silver, Black, Rainbow
Silver / Black: ราคาโปร 4,990 บาท (จาก 5,490 บาท)
Rainbow: ราคาโปร 5,490 บาท (จาก 5,990 บาท)
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store, ร้านตัวแทน และช่องทางออนไลน์
AIoT อื่นๆ ที่เปิดตัวพร้อมกัน
นอกจากมือถือ แท็บเล็ต หูฟัง และสมาร์ทวอชแล้ว เสียวหมี่ยังวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ AIoT อื่นๆ ที่ช่วยเติมเต็มระบบสมาร์ทไลฟ์สไตล์ในบ้านและระหว่างเดินทาง
ผลิตภัณฑ์ที่เปิดราคาในไทย ได้แก่:
Xiaomi Smart Band 9 Pro (สี White)
สายรัดข้อมืออัจฉริยะสำหรับสายสุขภาพและออกกำลังกาย
ราคาโปร: 2,690 บาท (จาก 3,490 บาท)
วางจำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์
Xiaomi 212W HyperCharge Power Bank 24500
พาวเวอร์แบงค์กำลังชาร์จสูง รองรับอุปกรณ์หลายชิ้นพร้อมกัน
ราคาโปร: 3,390 บาท (จาก 4,290 บาท)
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store, ร้านตัวแทน และช่องทางออนไลน์
Xiaomi Smart Pet Care Air Purifier
เครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
ราคาโปร: 3,490 บาท (จาก 4,490 บาท)
วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน, สยามพารากอน และช่องทางออนไลน์
Mijia Air Conditioner Pro Eco EGAT Label No.5 with 3 Stars 12000BTU Inverter
เครื่องปรับอากาศรุ่นประหยัดพลังงาน เตรียมวางจำหน่ายในไทยเร็วๆ นี้
Xiaomi Electric Scooter Elite
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับสายเดินทางในเมือง เตรียมเข้าไทยอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้
สรุป: Ecosystem ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานด้วย AI
เมื่อมองภาพรวม Xiaomi 15 Series และกองทัพ AIoT ชุดใหม่นี้ ไม่ได้เป็นแค่การอัปสเปกฮาร์ดแวร์ แต่คือการสร้าง ecosystem ที่ใช้ AI เป็นแกนกลาง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้:
ทำงานได้เร็วขึ้น ผ่าน AI Writing, AI Speech Recognition, AI Calculator และ Google Gemini
สร้างสรรค์คอนเทนต์ง่ายขึ้นด้วยกล้อง Leica + วิดีโอ 4K/8K + AI Tools ทั้งบนมือถือและแท็บเล็ต
เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ต่อเนื่อง ผ่าน HyperConnect ไม่ว่าคุณจะใช้มือถือ แท็บเล็ต หูฟัง หรือสมาร์ทวอช
ดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ได้ชัดเจนขึ้น ผ่าน Watch S4 และ Smart Band 9 Pro
ถ้าคุณกำลังมองหาเซ็ตอุปกรณ์ที่ช่วย เพิ่มประสิทธิภาพงานด้วย AI ไปพร้อมกับความบันเทิงและไลฟ์สไตล์ครบวงจร ชุดผลิตภัณฑ์ที่เสียวหมี่เพิ่งเปิดตัวในรอบนี้ ถือว่าตอบโจทย์ตั้งแต่ระดับผู้ใช้ทั่วไปไปจนถึงสายมืออาชีพที่ต้องการเครื่องมือทำงานจริงจังในทุกวันของสัปดาห์

