ZestBuy

SanDisk เปิดตัว SSD PS5 ความจุ 8TB ราคาแพงกว่า PS5 Pro หลายเท่า

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T06-19
ความสนใจเพลย์สเตชัน

SanDisk เปิดตัว Optimus GX PRO 850P NVMe SSD รุ่นใหม่สำหรับ PlayStation 5 และ PlayStation 5 Pro อย่างเป็นทางการ โดยจุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดไม่ใช่ความเร็วหรือความจุ แต่เป็นราคาของรุ่นท็อปขนาด 8TB ที่สูงถึง 2,959.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 108,000 บาท ซึ่งแพงกว่าราคา PS5 Pro หลายเท่าตัวจนกลายเป็นประเด็นพูดถึงในวงการเกมทันที

แม้ SSD ความจุสูงจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ราคาของรุ่นนี้ถูกมองว่าสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับสินค้ากลุ่มเดียวกันในตลาด โดยหลายสื่อชี้ว่าราคาเพียงตัว SSD สามารถซื้อ PS5 Pro ได้มากกว่า 3 เครื่อง หรือในบางตลาดอาจซื้อ PS5 รุ่นปกติได้ถึง 4-5 เครื่องเลยทีเดียว

ความจุสูงสุด 8TB เก็บเกมได้ราว 200 เกม

Optimus GX PRO 850P เป็น SSD แบบ NVMe PCIe 4.0 ที่ออกแบบมาสำหรับ PS5 โดยเฉพาะ มาพร้อมฮีตซิงก์ที่ออกแบบให้เข้ากับช่อง M.2 ของเครื่อง และผ่านการทดสอบความเข้ากันได้กับทั้ง PS5 และ PS5 Pro แล้วจาก SanDisk โดยตรง

ตัวไลน์อัปมีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 1TB, 2TB, 4TB ไปจนถึง 8TB รุ่นสูงสุด โดย SanDisk ระบุว่ารุ่น 8TB สามารถเก็บเกม PS5 ได้สูงสุดประมาณ 200 เกม ขึ้นอยู่กับขนาดไฟล์ของแต่ละเกม

ด้านประสิทธิภาพ ตัวไดรฟ์รองรับความเร็วอ่านสูงสุดประมาณ 7,300 MB/s และความเร็วเขียนสูงสุด 6,600 MB/s ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับ SSD เกมมิ่งระดับสูงในตลาดปัจจุบัน

ราคาแพงกว่ารุ่นใกล้เคียงหลายเท่า

สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายแปลกใจคือ SSD รุ่นใหม่นี้มีราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีสเปกใกล้เคียงกันอย่างมาก

รายงานระบุว่า SSD ความจุ 8TB ของ Western Digital ซึ่งอยู่ภายใต้เครือเดียวกันกับ SanDisk เคยมีราคาประมาณ 640 ดอลลาร์เมื่อปีก่อน แต่ปัจจุบัน SSD รุ่นใหม่ของ SanDisk กลับมีราคาสูงเกือบ 3,000 ดอลลาร์ คิดเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 360%

แม้แต่รุ่น 4TB และ 2TB ก็ยังมีราคาสูงกว่าที่ผู้เล่นส่วนใหญ่คุ้นเคย โดยรุ่น 4TB มีราคา 1,499.99 ดอลลาร์ ขณะที่รุ่น 2TB อยู่ที่ 759.99 ดอลลาร์ ซึ่งบางรุ่นยังมีราคาสูงกว่าเครื่อง PS5 มาตรฐานเสียอีก

วิกฤต NAND และ AI ดันราคา SSD ทั่วโลก

สาเหตุสำคัญของราคาที่พุ่งขึ้นไม่ได้เกิดจาก PlayStation หรือ SanDisk เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลกระทบจากภาวะขาดแคลน NAND Flash และหน่วยความจำทั่วโลกที่กำลังเกิดขึ้นในปี 2026

ผู้ผลิตชิปจำนวนมากกำลังหันไปให้ความสำคัญกับตลาด AI และศูนย์ข้อมูลมากขึ้น ทำให้กำลังการผลิต NAND และหน่วยความจำสำหรับสินค้าผู้บริโภคลดลง ขณะที่ความต้องการยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคา SSD ปรับตัวขึ้นแทบทุกกลุ่มสินค้า

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า SanDisk ได้ปรับขึ้นราคา SSD หลายรุ่นทั่วโลก โดยบางโมเดลมีราคาสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวเดิม สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้เล่นส่วนใหญ่อาจไม่จำเป็นต้องใช้ 8TB

แม้ความจุ 8TB จะดูน่าสนใจสำหรับคนที่มีคลังเกมขนาดใหญ่ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ความจุระดับนี้

สื่อหลายแห่งที่ทดสอบ SSD สำหรับ PS5 ระบุว่า 1TB ถึง 2TB ยังคงเป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ส่วน 4TB เหมาะกับคนที่ดาวน์โหลดเกมจำนวนมากเป็นประจำ ขณะที่ 8TB ถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเก็บเกมจำนวนมหาศาลไว้ในเครื่องเดียว

ในช่วงที่ราคา SSD ยังอยู่ในระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญบางรายยังแนะนำให้ชะลอการอัปเกรดหรือเลือกใช้ความจุที่เล็กลงก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินในช่วงที่ตลาดหน่วยความจำยังมีความผันผวนสูง

SSD สำหรับเกมกำลังกลายเป็นของแพงกว่าที่เคย

การเปิดตัว Optimus GX PRO 850P สะท้อนให้เห็นว่าตลาด SSD ในปี 2026 เปลี่ยนไปอย่างมากจากช่วงไม่กี่ปีก่อน จากเดิมที่ความจุเพิ่มขึ้นพร้อมราคาที่ค่อย ๆ ถูกลง กลับกลายเป็นว่ายุค AI และการขาดแคลนหน่วยความจำกำลังผลักดันให้ SSD ระดับสูงมีราคาแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้เล่น PlayStation ที่กำลังมองหาพื้นที่เก็บเกมเพิ่ม SSD รุ่นใหม่ของ SanDisk อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่แรงและจุที่สุดในตลาด แต่ราคาที่สูงระดับเกือบ 3,000 ดอลลาร์ก็ทำให้มันกลายเป็นอุปกรณ์เสริมที่แพงที่สุดชิ้นหนึ่งสำหรับ PS5 ในเวลานี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น