รับแอปรับแอป

จากร็อกถึงล้านแผ่น: เปิดใจ &TEAM ก่อนพุ่งสู่เวทีโลก

กิตติคุณ รัตนโชติ01-30

Back to Life: ก้าวกระโดดสู่สถานะ Million Record Artist

หลังเดบิวต์ในเกาหลีใต้ (KST) ผลงานของ &TEAM บอยกรุ๊ปจากญี่ปุ่นภายใต้ HYBE JAPAN’s YX LABELS ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนทันที ด้วยยอดขายอัลบั้มทะลุ 1.1 ล้านแผ่นภายในไม่กี่ชั่วโมง สะท้อนพลังแฟนดอมที่กำลังเติบโตแบบหยุดไม่อยู่

อัลบั้ม Back to Life บรรจุ 6 เพลงใหม่ที่เล่นใหญ่ทั้งแนวทางและซาวด์ ผสมตั้งแต่ร็อก ฮิปฮอป เรโทร จนถึงอาร์แอนด์บี ทำให้ภาพลักษณ์ทางดนตรีของ &TEAM ชัดขึ้นไปอีกขั้น และนี่คืออัลบั้มลำดับที่สองที่ส่งให้พวกเขาขึ้นแท่น “Million Record Artist” ต่อจากอัลบั้ม Go in Blind ที่มียอดจัดส่งทะลุหนึ่งล้านแผ่นเมื่อต้นปี 2025

ท่ามกลางการโปรโมตครั้งสำคัญ ทั้ง 9 สมาชิก EJ, FUMA, K, NICHOLAS, YUMA, JO, HARUA, TAKI และ MAKI ยังคงเดินสายทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และในวาระครบรอบ 3 ปีของวง พวกเขาได้เปิดใจถึงพลัง ความฝัน และสายสัมพันธ์กับแฟนๆ LUNÉ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังทุกความสำเร็จ

ปีที่ 3 ของ &TEAM: จากการรวมทีมสู่การเปล่งแสงของตัวเอง

“จากทีมที่โฟกัสแค่การรวมตัวกัน วันนี้เราเริ่มเห็นสีสันของแต่ละคนอย่างชัดเจน”

K เล่าถึงพัฒนาการของวงว่า ช่วงปีแรกๆ ทุกอย่างหมุนรอบการสร้างทีมและความพร้อมในฐานะกลุ่ม แต่พอเข้าสู่ปีที่ 3 จุดแข็งของแต่ละคนเริ่มชัดขึ้น บุคลิกและคาแรกเตอร์เฉพาะตัวก็ส่องประกายมากกว่าเดิม

ในมุมของเขา &TEAM วันนี้เติบโตอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับวันเดบิวต์ และพร้อมจะรับทุกความท้าทายใหม่ในฐานะ “หนึ่งกลุ่มที่เดินไปด้วยกัน”

Back to Life: อัลบั้มภาษาเกาหลีที่เดิมพันด้วยคำว่า “ระดับโลก”

เมื่อพูดถึงอัลบั้มเดบิวต์ภาษาเกาหลี Back to Life HARUA มองว่านี่ไม่ใช่แค่อัลบั้มหนึ่งแผ่น แต่คือ ก้าวสำคัญบนเส้นทางการเป็นกลุ่มระดับโลก

สำหรับเขา นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ที่ทำให้คนทั้งโลกได้รู้จัก &TEAM มากขึ้น และพวกเขาพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า &TEAM สามารถยืนหยัดบนเวทีโลกได้จริงๆ

FUMA มอง Back to Life ในมุมของอารมณ์และช่วงเวลาในชีวิตว่า ถ้าต้องนิยามด้วยคำเดียว เขาจะเลือกคำว่า “ความท้าทาย”

  • การเดบิวต์ในเกาหลีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความท้าทายนั้น

  • ทุกวันในฐานะ &TEAM คือการก้าวผ่านสิ่งใหม่ๆ

  • พวกเขาพยายามมองทุกประสบการณ์ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น โดยไม่ลืมจุดเริ่มต้นของตัวเอง

อยากให้โลกเห็นอะไรจากอัลบั้มนี้

สำหรับ EJ เป้าหมายของ Back to Life ชัดเจนมาก เขาอยากให้ผู้คนได้สัมผัสว่า &TEAM มี

  • พลังบนเวทีที่แตกต่าง

  • เอกลักษณ์การแสดงที่ไม่เหมือนใคร

เขาหวังว่า LUNÉ จะรับรู้ได้ถึงพลังนั้นผ่านอัลบั้มนี้ ไม่เพียงแค่ในซาวด์หรือเมโลดี้ แต่ยังรวมไปถึงเอนเนอร์จี้ที่ส่งออกไปทุกครั้งที่พวกเขาขึ้นเวที และนอกเหนือจากงานเพลง &TEAM ยังเตรียมคอนเทนต์หลากหลายให้แฟนๆ ได้เห็น ตัวตนและเสน่ห์นอกเวที อีกด้วย

ทัวร์ AWAKEN THE BLOODLINE: 9 เมือง 9 พลังงานที่ไม่เหมือนกัน

หลังปิดทัวร์ AWAKEN THE BLOODLINE ทั่วเอเชียทั้ง 9 เมือง MAKI ยอมรับว่าทุกเมืองให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลย

สิ่งที่เขารู้สึกได้ชัดคือ

  • บรรยากาศของแต่ละเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

  • พวกเขาปรับการแสดงเล็กน้อยให้เข้ากับพลังของผู้ชมในแต่ละที่

ผลลัพธ์ก็คือการสร้างโชว์ที่มีความสดใหม่ทุกเวที ไม่มีครั้งไหนที่เหมือนเดิม 100% และนี่คือเสน่ห์ของการทัวร์ที่เขาประทับใจที่สุด

ดนตรีไร้พรมแดน: ตัวตนของ &TEAM ในฐานะกลุ่มจากญี่ปุ่นสู่เวทีโลก

แม้ตอนนี้กิจกรรมหลักของวงจะยังอยู่ในญี่ปุ่น แต่ NICHOLAS ย้ำชัดว่าดนตรีของ &TEAM ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยภาษา หรือกรอบแนวเพลง

เขาอธิบายว่า

  • เพลงของพวกเขาไม่ได้มีแค่สไตล์เดียว

  • ทุกผลงานคือการทดลองและสำรวจเสียงที่หลากหลาย

เป้าหมายคือการสร้าง อัตลักษณ์เฉพาะของ &TEAM ที่แฟนๆ จะจำได้ตั้งแต่โน้ตแรกที่ได้ยิน

“Circle” และ “Charger”: สองคำที่อธิบายสายสัมพันธ์กับ LUNÉ

เมื่อถามถึงคำเดียวที่จะใช้นิยามความสัมพันธ์ระหว่าง &TEAM และ LUNÉ คำตอบที่ออกมาบ่งบอกหัวใจของวงได้ชัดเจนมาก

TAKI เลือกคำว่า “Circle”

  • เพราะรู้สึกเหมือนทุกคนจับมือกันอยู่ในวงกลมเดียวกัน

  • ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

  • ในภาษาญี่ปุ่นคำนี้ยังมีเสียงใกล้กับเครื่องหมาย “&” ของ &TEAM และคำว่า “โชคชะตา” จึงยิ่งมีความหมายเป็นพิเศษ

ในขณะที่ JO เลือกคำว่า “Charger”

  • LUNÉ และ &TEAM คอยเติมพลังให้กันและกัน

  • แรงสนับสนุนจากแฟนๆ คือเหตุผลที่วงเดินทางมาได้ไกลถึงวันนี้

เขาหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงเติมพลังให้กันต่อไป และเดินเคียงข้างกันไปได้อีกยาวไกล

“縁 (EN)” สายใยที่เชื่อม &TEAM กับ LUNÉ

งานฉลองครบรอบของ &TEAM ถูกตั้งชื่อว่า “縁 (EN)” ซึ่งมีความหมายว่า “สายใย” หรือ “พันธะ”

YUMA เชื่อว่าสายสัมพันธ์ระหว่าง &TEAM กับ LUNÉ มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายแค่ในไม่กี่คำ เขามองว่าทุกการพบกันไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจาก “EN” หรือสายใยบางอย่างที่พาให้มาเจอกัน

และจากสายสัมพันธ์พิเศษครั้งหนึ่ง ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดความสัมพันธ์ใหม่ๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อหมดแรง พวกเขาเติมพลังให้ตัวเองอย่างไร

ชีวิตในฐานะศิลปินย่อมมีทั้งวันที่ไฟลุกโชนและวันที่หมดแรง คำตอบของแต่ละคนสะท้อนวิธีคิดที่ต่างกันแต่ไปในทิศทางเดียวกันคือ “ไม่ยอมแพ้”

HARUA เล่าว่า เขามักจะดูวิดีโอการแสดงของศิลปินคนอื่นๆ

  • โลกนี้มีศิลปินเก่งๆ มากมาย

  • ทุกครั้งที่เห็นพวกเขา เขาจะรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองต่อ

  • มันกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาไม่หยุดอยู่กับที่

ด้าน K ใช้คำว่า “มิตรภาพ” เป็นเกราะป้องกันช่วงเวลาหนักๆ

  • ทุกครั้งที่เจอความท้าทาย สมาชิกจะอยู่เคียงข้างเสมอ

  • พวกเขารู้ทั้งข้อดีและข้อด้อยของกันและกัน

  • ทำให้คอยพยุงและผลักกันให้ผ่านช่วงเวลายากๆ ไปได้

ถ้าย้อนกลับไปวันเดบิวต์ปี 2022 ได้อีกครั้ง

เมื่อถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปบอกอะไรกับตัวเองในวันเดบิวต์ปี 2022 ได้สักครั้ง สมาชิกแต่ละคนก็มีคำที่อยากฝากไว้กับตัวเองในอดีต

TAKI อยากบอกตัวเองว่า

  • อย่าคิดมากจนเกินไป

  • แค่ทุ่มเททุกอย่างที่มีลงไปให้สุดบนเวที

เขาเชื่อว่าถ้าโฟกัสกับสิ่งตรงหน้าและทำมันให้ดีที่สุด ผลลัพธ์ดีๆ จะตามมาเอง ดังนั้นประโยคที่เขาจะพูดกับตัวเองคือ “ตั้งใจอยู่บนเวทีให้เต็มที่ แล้วสิ่งดีๆ กำลังจะมา!”

ด้าน FUMA อยากเตือนตัวเองว่าอย่าลืม ความฝัน เป้าหมาย และไฟในวันนั้น

  • จงจำไว้เสมอว่าเริ่มต้นมาจากตรงไหน

  • เดินทางมาอย่างไรถึงได้มายืนอยู่ตรงวันนี้

ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในฐานะสมาชิก &TEAM

สามปีที่ผ่านมามีทั้งความเหนื่อย ความท้าทาย และโมเมนต์ที่น่าจดจำมากมาย เมื่อให้เลือก ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด คำตอบของพวกเขาชี้ให้เห็นชัดว่า ทั้งดนตรีและแฟนๆ สำคัญแค่ไหน

YUMA บอกว่าทุกช่วงเวลามีความหมาย แต่สิ่งที่จำไม่ลืมคือช่วงที่ประกาศรอบ encore ทัวร์เอเชียครั้งแรก

  • การได้รู้ว่าจะได้เจอแฟนๆ อีกครั้งในสถานที่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยแสดงมา

  • ทำให้เขารู้สึกทั้งตื่นเต้นและซาบซึ้งในเวลาเดียวกัน

สำหรับ JO ความสุขที่สุดคือช่วงที่เขารู้ชัดเจนว่า ตัวเองมีบทบาทอะไรใน &TEAM

การได้เข้าใจว่าตัวเองกำลังเติมเต็มส่วนไหนของกลุ่ม ทำให้เขารู้สึกถึงเป้าหมายภายในวง และรู้สึกภูมิใจอย่างแท้จริง

สไตล์แฟชั่น: เล่นใหญ่ แต่ยังเป็นตัวเอง

นอกจากดนตรีแล้ว ภาพลักษณ์และแฟชั่นของ &TEAM ก็โดดเด่นไม่แพ้อะไร NICHOLAS ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นผู้นำด้านแฟชั่นในวง บอกว่าสไตล์ของเขายากจะสรุปด้วยคำเดียว

  • เขาชอบทดลองลุคใหม่ๆ อยู่ตลอด

  • แต่ไม่ว่าจะแต่งแบบไหนก็ยังคง “ตัวเอง” เป็นแก่นหลัก

เขายังชอบแชร์ไอเดียและความคิดเห็นด้านแฟชั่นให้กับเพื่อนๆ เพื่อให้ทุกคนได้โชว์ อีกมุมหนึ่งที่แตกต่างออกไป ในทุกครั้งที่ปรากฏตัว

สัญญากับ LUNÉ ชาวไทย: เราจะเจอกันอีกแน่นอน

ในช่วงท้ายของบทสนทนา MAKI ฝากข้อความถึงแฟนๆ ชาวไทยที่กำลังรอการกลับมาของ &TEAM

เขาบอกว่า การแสดงครั้งล่าสุดในกรุงเทพฯ เป็นช่วงเวลาที่สนุกมาก และเขาเชื่อว่า LUNÉ ก็รู้สึกไม่ต่างกัน พวกเขาแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะกลับมาเจอกันอีกครั้ง

ข้อความที่เขาฝากไว้คือ

  • เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความสนุกครั้งใหม่

  • แล้วเจอกันอีกเร็วๆ นี้

จากวงที่ผสมเสียงร็อก ฮิปฮอป เรโทร และอาร์แอนด์บีเข้าด้วยกัน ได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง &TEAM กำลังเดินหน้าจากสถานะ Million Record Artist ไปสู่การเป็นศิลปินระดับโลกอย่างเต็มตัว — โดยมี LUNÉ เป็นแรงขับเคียงข้างในทุกก้าว