Back to Life: ก้าวกระโดดสู่สถานะ Million Record Artist
หลังเดบิวต์ในเกาหลีใต้ (KST) ผลงานของ &TEAM บอยกรุ๊ปจากญี่ปุ่นภายใต้ HYBE JAPAN’s YX LABELS ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนทันที ด้วยยอดขายอัลบั้มทะลุ 1.1 ล้านแผ่นภายในไม่กี่ชั่วโมง สะท้อนพลังแฟนดอมที่กำลังเติบโตแบบหยุดไม่อยู่
อัลบั้ม Back to Life บรรจุ 6 เพลงใหม่ที่เล่นใหญ่ทั้งแนวทางและซาวด์ ผสมตั้งแต่ร็อก ฮิปฮอป เรโทร จนถึงอาร์แอนด์บี ทำให้ภาพลักษณ์ทางดนตรีของ &TEAM ชัดขึ้นไปอีกขั้น และนี่คืออัลบั้มลำดับที่สองที่ส่งให้พวกเขาขึ้นแท่น “Million Record Artist” ต่อจากอัลบั้ม Go in Blind ที่มียอดจัดส่งทะลุหนึ่งล้านแผ่นเมื่อต้นปี 2025
ท่ามกลางการโปรโมตครั้งสำคัญ ทั้ง 9 สมาชิก EJ, FUMA, K, NICHOLAS, YUMA, JO, HARUA, TAKI และ MAKI ยังคงเดินสายทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และในวาระครบรอบ 3 ปีของวง พวกเขาได้เปิดใจถึงพลัง ความฝัน และสายสัมพันธ์กับแฟนๆ LUNÉ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังทุกความสำเร็จ

ปีที่ 3 ของ &TEAM: จากการรวมทีมสู่การเปล่งแสงของตัวเอง
“จากทีมที่โฟกัสแค่การรวมตัวกัน วันนี้เราเริ่มเห็นสีสันของแต่ละคนอย่างชัดเจน”
K เล่าถึงพัฒนาการของวงว่า ช่วงปีแรกๆ ทุกอย่างหมุนรอบการสร้างทีมและความพร้อมในฐานะกลุ่ม แต่พอเข้าสู่ปีที่ 3 จุดแข็งของแต่ละคนเริ่มชัดขึ้น บุคลิกและคาแรกเตอร์เฉพาะตัวก็ส่องประกายมากกว่าเดิม
ในมุมของเขา &TEAM วันนี้เติบโตอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับวันเดบิวต์ และพร้อมจะรับทุกความท้าทายใหม่ในฐานะ “หนึ่งกลุ่มที่เดินไปด้วยกัน”

Back to Life: อัลบั้มภาษาเกาหลีที่เดิมพันด้วยคำว่า “ระดับโลก”
เมื่อพูดถึงอัลบั้มเดบิวต์ภาษาเกาหลี Back to Life HARUA มองว่านี่ไม่ใช่แค่อัลบั้มหนึ่งแผ่น แต่คือ ก้าวสำคัญบนเส้นทางการเป็นกลุ่มระดับโลก
สำหรับเขา นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ที่ทำให้คนทั้งโลกได้รู้จัก &TEAM มากขึ้น และพวกเขาพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า &TEAM สามารถยืนหยัดบนเวทีโลกได้จริงๆ
FUMA มอง Back to Life ในมุมของอารมณ์และช่วงเวลาในชีวิตว่า ถ้าต้องนิยามด้วยคำเดียว เขาจะเลือกคำว่า “ความท้าทาย”
การเดบิวต์ในเกาหลีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความท้าทายนั้น
ทุกวันในฐานะ &TEAM คือการก้าวผ่านสิ่งใหม่ๆ
พวกเขาพยายามมองทุกประสบการณ์ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น โดยไม่ลืมจุดเริ่มต้นของตัวเอง

อยากให้โลกเห็นอะไรจากอัลบั้มนี้
สำหรับ EJ เป้าหมายของ Back to Life ชัดเจนมาก เขาอยากให้ผู้คนได้สัมผัสว่า &TEAM มี
พลังบนเวทีที่แตกต่าง
เอกลักษณ์การแสดงที่ไม่เหมือนใคร
เขาหวังว่า LUNÉ จะรับรู้ได้ถึงพลังนั้นผ่านอัลบั้มนี้ ไม่เพียงแค่ในซาวด์หรือเมโลดี้ แต่ยังรวมไปถึงเอนเนอร์จี้ที่ส่งออกไปทุกครั้งที่พวกเขาขึ้นเวที และนอกเหนือจากงานเพลง &TEAM ยังเตรียมคอนเทนต์หลากหลายให้แฟนๆ ได้เห็น ตัวตนและเสน่ห์นอกเวที อีกด้วย

ทัวร์ AWAKEN THE BLOODLINE: 9 เมือง 9 พลังงานที่ไม่เหมือนกัน
หลังปิดทัวร์ AWAKEN THE BLOODLINE ทั่วเอเชียทั้ง 9 เมือง MAKI ยอมรับว่าทุกเมืองให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลย
สิ่งที่เขารู้สึกได้ชัดคือ
บรรยากาศของแต่ละเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
พวกเขาปรับการแสดงเล็กน้อยให้เข้ากับพลังของผู้ชมในแต่ละที่
ผลลัพธ์ก็คือการสร้างโชว์ที่มีความสดใหม่ทุกเวที ไม่มีครั้งไหนที่เหมือนเดิม 100% และนี่คือเสน่ห์ของการทัวร์ที่เขาประทับใจที่สุด

ดนตรีไร้พรมแดน: ตัวตนของ &TEAM ในฐานะกลุ่มจากญี่ปุ่นสู่เวทีโลก
แม้ตอนนี้กิจกรรมหลักของวงจะยังอยู่ในญี่ปุ่น แต่ NICHOLAS ย้ำชัดว่าดนตรีของ &TEAM ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยภาษา หรือกรอบแนวเพลง
เขาอธิบายว่า
เพลงของพวกเขาไม่ได้มีแค่สไตล์เดียว
ทุกผลงานคือการทดลองและสำรวจเสียงที่หลากหลาย
เป้าหมายคือการสร้าง อัตลักษณ์เฉพาะของ &TEAM ที่แฟนๆ จะจำได้ตั้งแต่โน้ตแรกที่ได้ยิน
“Circle” และ “Charger”: สองคำที่อธิบายสายสัมพันธ์กับ LUNÉ
เมื่อถามถึงคำเดียวที่จะใช้นิยามความสัมพันธ์ระหว่าง &TEAM และ LUNÉ คำตอบที่ออกมาบ่งบอกหัวใจของวงได้ชัดเจนมาก
TAKI เลือกคำว่า “Circle”
เพราะรู้สึกเหมือนทุกคนจับมือกันอยู่ในวงกลมเดียวกัน
ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ในภาษาญี่ปุ่นคำนี้ยังมีเสียงใกล้กับเครื่องหมาย “&” ของ &TEAM และคำว่า “โชคชะตา” จึงยิ่งมีความหมายเป็นพิเศษ
ในขณะที่ JO เลือกคำว่า “Charger”
LUNÉ และ &TEAM คอยเติมพลังให้กันและกัน
แรงสนับสนุนจากแฟนๆ คือเหตุผลที่วงเดินทางมาได้ไกลถึงวันนี้
เขาหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงเติมพลังให้กันต่อไป และเดินเคียงข้างกันไปได้อีกยาวไกล

“縁 (EN)” สายใยที่เชื่อม &TEAM กับ LUNÉ
งานฉลองครบรอบของ &TEAM ถูกตั้งชื่อว่า “縁 (EN)” ซึ่งมีความหมายว่า “สายใย” หรือ “พันธะ”
YUMA เชื่อว่าสายสัมพันธ์ระหว่าง &TEAM กับ LUNÉ มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายแค่ในไม่กี่คำ เขามองว่าทุกการพบกันไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจาก “EN” หรือสายใยบางอย่างที่พาให้มาเจอกัน
และจากสายสัมพันธ์พิเศษครั้งหนึ่ง ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดความสัมพันธ์ใหม่ๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อหมดแรง พวกเขาเติมพลังให้ตัวเองอย่างไร
ชีวิตในฐานะศิลปินย่อมมีทั้งวันที่ไฟลุกโชนและวันที่หมดแรง คำตอบของแต่ละคนสะท้อนวิธีคิดที่ต่างกันแต่ไปในทิศทางเดียวกันคือ “ไม่ยอมแพ้”
HARUA เล่าว่า เขามักจะดูวิดีโอการแสดงของศิลปินคนอื่นๆ
โลกนี้มีศิลปินเก่งๆ มากมาย
ทุกครั้งที่เห็นพวกเขา เขาจะรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองต่อ
มันกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาไม่หยุดอยู่กับที่
ด้าน K ใช้คำว่า “มิตรภาพ” เป็นเกราะป้องกันช่วงเวลาหนักๆ
ทุกครั้งที่เจอความท้าทาย สมาชิกจะอยู่เคียงข้างเสมอ
พวกเขารู้ทั้งข้อดีและข้อด้อยของกันและกัน
ทำให้คอยพยุงและผลักกันให้ผ่านช่วงเวลายากๆ ไปได้

ถ้าย้อนกลับไปวันเดบิวต์ปี 2022 ได้อีกครั้ง
เมื่อถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปบอกอะไรกับตัวเองในวันเดบิวต์ปี 2022 ได้สักครั้ง สมาชิกแต่ละคนก็มีคำที่อยากฝากไว้กับตัวเองในอดีต
TAKI อยากบอกตัวเองว่า
อย่าคิดมากจนเกินไป
แค่ทุ่มเททุกอย่างที่มีลงไปให้สุดบนเวที
เขาเชื่อว่าถ้าโฟกัสกับสิ่งตรงหน้าและทำมันให้ดีที่สุด ผลลัพธ์ดีๆ จะตามมาเอง ดังนั้นประโยคที่เขาจะพูดกับตัวเองคือ “ตั้งใจอยู่บนเวทีให้เต็มที่ แล้วสิ่งดีๆ กำลังจะมา!”
ด้าน FUMA อยากเตือนตัวเองว่าอย่าลืม ความฝัน เป้าหมาย และไฟในวันนั้น
จงจำไว้เสมอว่าเริ่มต้นมาจากตรงไหน
เดินทางมาอย่างไรถึงได้มายืนอยู่ตรงวันนี้

ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในฐานะสมาชิก &TEAM
สามปีที่ผ่านมามีทั้งความเหนื่อย ความท้าทาย และโมเมนต์ที่น่าจดจำมากมาย เมื่อให้เลือก ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด คำตอบของพวกเขาชี้ให้เห็นชัดว่า ทั้งดนตรีและแฟนๆ สำคัญแค่ไหน
YUMA บอกว่าทุกช่วงเวลามีความหมาย แต่สิ่งที่จำไม่ลืมคือช่วงที่ประกาศรอบ encore ทัวร์เอเชียครั้งแรก
การได้รู้ว่าจะได้เจอแฟนๆ อีกครั้งในสถานที่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยแสดงมา
ทำให้เขารู้สึกทั้งตื่นเต้นและซาบซึ้งในเวลาเดียวกัน
สำหรับ JO ความสุขที่สุดคือช่วงที่เขารู้ชัดเจนว่า ตัวเองมีบทบาทอะไรใน &TEAM
การได้เข้าใจว่าตัวเองกำลังเติมเต็มส่วนไหนของกลุ่ม ทำให้เขารู้สึกถึงเป้าหมายภายในวง และรู้สึกภูมิใจอย่างแท้จริง

สไตล์แฟชั่น: เล่นใหญ่ แต่ยังเป็นตัวเอง
นอกจากดนตรีแล้ว ภาพลักษณ์และแฟชั่นของ &TEAM ก็โดดเด่นไม่แพ้อะไร NICHOLAS ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นผู้นำด้านแฟชั่นในวง บอกว่าสไตล์ของเขายากจะสรุปด้วยคำเดียว
เขาชอบทดลองลุคใหม่ๆ อยู่ตลอด
แต่ไม่ว่าจะแต่งแบบไหนก็ยังคง “ตัวเอง” เป็นแก่นหลัก
เขายังชอบแชร์ไอเดียและความคิดเห็นด้านแฟชั่นให้กับเพื่อนๆ เพื่อให้ทุกคนได้โชว์ อีกมุมหนึ่งที่แตกต่างออกไป ในทุกครั้งที่ปรากฏตัว
สัญญากับ LUNÉ ชาวไทย: เราจะเจอกันอีกแน่นอน
ในช่วงท้ายของบทสนทนา MAKI ฝากข้อความถึงแฟนๆ ชาวไทยที่กำลังรอการกลับมาของ &TEAM
เขาบอกว่า การแสดงครั้งล่าสุดในกรุงเทพฯ เป็นช่วงเวลาที่สนุกมาก และเขาเชื่อว่า LUNÉ ก็รู้สึกไม่ต่างกัน พวกเขาแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะกลับมาเจอกันอีกครั้ง
ข้อความที่เขาฝากไว้คือ
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความสนุกครั้งใหม่
แล้วเจอกันอีกเร็วๆ นี้
จากวงที่ผสมเสียงร็อก ฮิปฮอป เรโทร และอาร์แอนด์บีเข้าด้วยกัน ได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง &TEAM กำลังเดินหน้าจากสถานะ Million Record Artist ไปสู่การเป็นศิลปินระดับโลกอย่างเต็มตัว — โดยมี LUNÉ เป็นแรงขับเคียงข้างในทุกก้าว

