รับแอปรับแอป

จากภูมิแพ้สัตว์เลี้ยง สู่หัวหน้าแก๊งแมว 4 ตัว: มุมอ่อนโยนของแฟรงค์ที่คนรักแมวต้องอ่าน

จิรายุ คงมั่น01-31

ความรักหลายรูปแบบในตัวผู้ชายคนหนึ่ง

เรามักจะรู้จัก แฟรงค์-ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล ในฐานะนักแสดงจากซีรีส์ และภาพยนตร์สยองขวัญที่ทำรายได้ถล่มทลายอย่าง ‘ธี่หยด 2’ รวมถึงผลงานภาพยนตร์ที่กำลังจะตามมาอย่าง ‘ตาโขน’ และ ‘เทยไทบ้าน’

แต่เบื้องหลังแสงสปอตไลต์ ยังมีมุมความรักที่ซ่อนอยู่ ทั้งต่อคน แฟนคลับ และที่สำคัญคือ ความรักต่อแมวทั้ง 4 ตัวในบ้าน ที่กลายเป็นเหมือนสมาชิกครอบครัวมากกว่าสัตว์เลี้ยง

บทสนทนานี้ไม่ได้พูดถึงงานบันเทิงเท่าไร แต่มุ่งไปที่วิธีที่เขานิยามคำว่า “รัก” ในมิติที่หลากหลายและอบอุ่นมากขึ้น

Definition of Love: รักไม่ใช่คำหวาน แต่คือการดูแล

แฟรงค์นิยามตัวเองเวลาเป็นคนรักว่าเป็นคนตรง ๆ ไม่สรรหาคำพูดหวาน ๆ มาประดับประโยค แต่เลือกที่จะสื่อสารแบบตรงไปตรงมา

เขามองว่าความรักคือการ ตามใจคนที่เรารักในแบบที่ไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าจะชวนไปกินของอร่อย ซื้อของที่อีกฝ่ายอยากได้ แต่ก็ไม่ใช้เงินเกินกำลังของตัวเอง

ความทรงจำเรื่องความรักครั้งแรกของเขาย้อนกลับไปตั้งแต่ตอน ป.6 ที่แอบชอบรุ่นพี่ม.ต้น แต่ไม่กล้าบอกความในใจ ทำให้มันกลายเป็นความรักข้างเดียวที่เก็บไว้ในใจ

เมื่อโตขึ้น เขาเริ่มเข้าใจว่า ความรักไม่ใช่แค่ความรู้สึกอยากอยู่กับใครสักคน แต่ต้องมาพร้อมกับความสามารถในการ ดูแลและสนับสนุนกันและกัน

เขาเชื่อว่าถ้าเรายังดูแลตัวเองไม่ได้ ยังตั้งหลักชีวิตไม่ได้ดีพอ ความรักอาจกลายเป็นภาระแทนที่จะเป็นพลังใจ ดังนั้นเขาจึงมองว่า เมื่อเรามีงาน มีกำลัง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง ความรักที่เหมาะสมจะเดินเข้ามาหาเราเอง

Love has made me more Sensitive: เมื่อความรักทำให้ใจอ่อนไหว

แฟรงค์ยอมรับแบบไม่ปิดบังว่า ความรักทำให้เขากลายเป็นคนเซนซิทีฟมากขึ้น

สำหรับเขา ถ้าเราเผลอรู้สึกผูกพันกับใครหรืออะไรมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคน ของสะสม หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง ความอ่อนไหวนั้นแหละคือสัญญาณของความรัก

แม้แต่โปรเจกต์เล็ก ๆ ที่แฟนคลับตั้งใจทำให้ ต่อให้ไม่ได้ลงทุนอะไรมากมาย แต่ความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ นั้น ทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างจริงใจ

และความรักของเขาก็ไม่ได้จำกัดแค่คนเท่านั้น แต่ยังรวมถึง แก๊งแมว 4 ตัวในบ้าน ที่เข้ามาเติมมิติใหม่ให้ชีวิต

Four Cats, One Heart: กว่าจะได้เป็นทาสแมวเต็มตัว

เรื่องการเลี้ยงแมวของแฟรงค์ไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อมทุกด้านตั้งแต่แรก แต่เริ่มจากวันที่เขามีเงินเก็บของตัวเองจากการทำงาน และรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำตามความฝันวัยเด็ก

ตอนเด็ก ๆ เขาเคยเป็นภูมิแพ้หนัก ต้องพ่นยาและเคยเข้าโรงพยาบาล ทำให้คุณแม่ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ แต่เมื่ออาการดีขึ้น เขาจึงเปิดบ้านให้ทั้งหมาและแมวเข้ามาอยู่ร่วมกับเขา

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ แมวทั้ง 4 ตัวจึงไม่ได้เป็นแค่สัตว์เลี้ยง แต่กลายเป็น ส่วนหนึ่งของชีวิตและหัวใจ ที่แยกออกจากกันไม่ได้อีกแล้ว

สำหรับเขา การเลี้ยงแมวคือการแสดงออกถึงความรักอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ต่างจากการดูแลคนที่เขารัก สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ว่าเรารักมากแค่ไหน แต่คือการ ให้เวลา ใส่ใจ และดูแลอย่างสม่ำเสมอ

แนะนำตัวสมาชิกแก๊งแมวทั้ง 4

“แมวผมมี 4 ตัว 4 สายพันธุ์เลย” เขาเล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ พร้อมแนะนำชื่อทีละตัวเหมือนกำลังเปิดตัวสมาชิกครอบครัว

  • ครัวซองส์ – ตัวแรกและตัวเก่าแก่สุด อยู่ด้วยกันมาเกือบ 3 ปี ตัวอ้วนกลม น้ำหนักราว 7–8 กิโลฯ ฉลาดมาก รู้ทันเจ้าของไปหมด ถ้าวันไหนแฟรงค์กลับบ้านแล้วไม่ได้เล่นด้วย เจ้าตัวนี้จะประท้วงทันทีด้วยการฉี่นอกกระบะทราย เป็นการเรียกร้องความสนใจแบบแมว ๆ ที่เจ้าของต้องยอมแพ้

  • แดเนียล – แมวขี้โรคประจำบ้าน ดวงตาโตสวยแต่ดันเจ็บตาบ่อยจนเจ้าของต้องพาไปรักษาจนเกือบหมดตัว แต่แดเนียลกลับมีนิสัยรักสันโดษ ไม่ชอบยุ่งกับใคร ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของ

  • วิลเฮมส์ – ลูกโทนของครัวซองส์ และถูกเรียกว่าเป็นแมวนำโชค เพราะตั้งแต่เขาเกิด แฟรงค์ก็มีดวงเรื่องหวยทันที วิลเฮมส์เลยเหมือนสัญลักษณ์เล็ก ๆ ของความเฮงในบ้าน

  • เบฟ – ตัวแสบประจำบ้าน สายพันธุ์แร็กดอลล์ หน้าตาดีมากแต่ดื้อสุด เวลาเราอยากจับจะวิ่งหนี แต่ถ้าเรานั่งนิ่ง ๆ กลับเป็นฝ่ายเดินมาอ้อนเอง นิสัยอินโทรเวิร์ตนิด ๆ ขี้เล่น ขี้แกล้งหน่อย ๆ จนแฟรงค์ยอมรับว่า นิสัยเบฟคล้ายเขาอยู่ไม่น้อย

แต่ละตัวมีคาแรกเตอร์คนละทิศคนละทาง จนเขาแซวตัวเองว่า “ประสาทกับคนไม่พอ ยังต้องมาประสาทกับแมวต่ออีก” แต่ระหว่างบรรทัดคือรอยยิ้มและแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก

Love Defined Through Music: เพลย์ลิสต์ที่สอนให้รักตัวเอง

อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจคือ นิยามความรักของแฟรงค์ในแบบที่ถ่ายทอดผ่านเสียงเพลง

หนึ่งในเพลงโปรดที่เขาใช้เป็นเหมือนตัวแทนความรู้สึกเรื่องความรัก คือเพลง “จะบอกเธอว่ารัก” จาก The Parkinson ในเวอร์ชั่น No One Else ที่เขาฟังแทบทุกวัน เพราะรู้สึกว่ามู้ดของเพลงนั้นละมุน นุ่มนวล และพาใจให้ลอยอยู่ในอารมณ์ดี ๆ เสมอ

จากเพลย์ลิสต์ที่เขารัก ทำให้เขาสรุปมุมมองต่อความรักได้อย่างชัดเจนว่า

  • เวลาเรารักใครสักคน เราไม่ควรยกความสุขทั้งหมดไปให้อีกฝ่ายเพียงอย่างเดียว

  • ความรักที่ดีต้องทำให้ ทั้งเขาและเรา มีความสุขไปพร้อมกัน

  • ถ้าเราละเลยความสุขของตัวเอง สุดท้ายเราจะหลงลืมตัวตนไป และจะไม่มีวันพบเจอความสุขที่แท้จริง

เขาเชื่อว่า ต้องรักตัวเองให้เป็นก่อน จึงจะรักคนอื่นได้อย่างเต็มที่

เป้าหมายหนึ่งในชีวิตของเขาคือการพิสูจน์ให้แฟนคลับเห็นว่าเขาสามารถผลักดันตัวเองให้ดีขึ้นได้ ทั้งเรื่องร้องเพลง เต้น และการแสดง พร้อมส่งต่อความสุขผ่านผลงานเหล่านั้นกลับไปให้คนที่เขารัก

Respect That Never Fades: ความเป็นสุภาพบุรุษที่ไม่เคยเชย

เมื่อพูดคุยเรื่องความรักไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถามถึงมุมมองเรื่อง “ความเป็นสุภาพบุรุษ” ในแบบของเขา

สำหรับแฟรงค์ การเป็นผู้ชายที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตาหรือสายเปย์ แต่คือการ ให้เกียรติทุกคน โดยเฉพาะคนที่เรารัก

เขาเชื่อว่า การให้เกียรติ ดูแล และไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกลดทอนคุณค่า เป็นสิ่งที่ผู้ชายทุกคนควรมี ไม่ว่าจะในชีวิตจริงหรือในบทบาทการแสดง

บทสนทนาระหว่างทางทำให้ภาพของแฟรงค์ชัดเจนขึ้นว่า เขาไม่ใช่แค่ดาราหนุ่มรุ่นใหม่ แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เข้าใจคำว่า “รัก” ในมิติต่าง ๆ ทั้งกับตัวเอง คนรัก แฟนคลับ และเหล่าแมวในบ้าน

ความรักที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ

ถ้าเราลองใช้สายตาของแฟรงค์มองโลกใบนี้ เราจะเห็นว่า ความรักไม่จำเป็นต้องหวานเสมอไป ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดสวยหรู หรือเซอร์ไพรส์ใหญ่โตทุกครั้ง

บางทีความรักอาจซ่อนอยู่ในเรื่องเล็ก ๆ ง่าย ๆ เช่น

  • กลับบ้านมาเล่นกับแมวให้หายคิดถึง

  • ใส่ใจโปรเจกต์เล็ก ๆ ที่แฟนคลับทำให้

  • ดูแลคนรักในแบบที่ไม่ทำให้ใครต้องฝืนตัวเอง

จากเรื่องราวที่เขาเล่า ความรักในแบบของแฟรงค์คือความรู้สึกที่ ไม่ซับซ้อน จริงใจ สดใส และพอดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป แต่เพียงพอที่จะทำให้ทั้งเขาและคนที่เขารักมีความสุขไปด้วยกัน

และสำหรับคนที่เป็นทาสแมวหรือกำลังคิดจะเลี้ยงแมวสักตัว เรื่องราวของแฟรงค์และแก๊งแมวทั้ง 4 ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเห็นว่า การดูแลสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัว ไม่ได้เติมเต็มแค่บ้านให้มีชีวิตชีวา แต่ยังเติมเต็มหัวใจของเราอย่างเงียบ ๆ เช่นกัน