ZestBuy

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ช่วยผ่าตัดถุงน้ำดีสำเร็จครั้งแรกในงานวิจัย

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T07-13

ทีมนักวิจัยจาก University of California San Diego (UC San Diego) สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านหุ่นยนต์การแพทย์ หลังใช้ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) ช่วยผ่าตัดถุงน้ำดีสำเร็จในการทดลองกับสัตว์มีชีวิตเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จครั้งนี้ ยังเป็นการทดลองก่อนนำไปใช้กับมนุษย์ (Preclinical Trial) และหุ่นยนต์ ไม่ได้ผ่าตัดด้วยตัวเอง แต่เป็นระบบ Teleoperation หรือการที่ศัลยแพทย์ควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกล

เป็นการทดลองกับสัตว์ ไม่ใช่ผู้ป่วยมนุษย์

จุดสำคัญที่ต้องแยกให้ชัดคือ ข่าวนี้ ไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์สามารถผ่าตัดผู้ป่วยจริงได้แล้ว

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ระบุว่า การทดลองดำเนินการกับ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่ไพรเมต (Large Non-Primate Mammals) ซึ่งโดยทั่วไปใช้เป็นขั้นตอนก่อนการทดลองทางคลินิกกับมนุษย์

การศึกษามีเป้าหมายเพื่อพิสูจน์ว่า หุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์สามารถปฏิบัติงานในห้องผ่าตัดจริงได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำเพียงใด ไม่ใช่เพื่อทดแทนศัลยแพทย์ในทันที

ทดลองผ่าตัดสำเร็จ 2 รูปแบบ

ทีมวิจัยทดสอบการผ่าตัดถุงน้ำดีแบบส่องกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy) จำนวน 2 ครั้ง

ครั้งแรกใช้รูปแบบ

  • หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 1 ตัว

  • ศัลยแพทย์ 1 คนช่วยในห้องผ่าตัด

ส่วนการทดลองครั้งที่สองใช้

  • หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 2 ตัวทำงานร่วมกัน

  • ควบคุมจากระยะไกลโดยศัลยแพทย์

ทั้งสองการทดลองสามารถดำเนินการจนเสร็จสมบูรณ์ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในลักษณะนี้กับการผ่าตัดแบบมีชีวิตในระดับก่อนคลินิก

ใช้หุ่นยนต์ราคาต่ำกว่าระบบผ่าตัดแบบเดิม

หุ่นยนต์ที่ใช้มีชื่อว่า Surgie ซึ่งพัฒนาจากหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ Unitree G1

ต่างจากระบบผ่าตัดอย่าง da Vinci Surgical System ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับห้องผ่าตัดและมีราคาหลายล้านดอลลาร์ Surgie ใช้โครงสร้างของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วไป ก่อนติดตั้งแขนกลและระบบควบคุมเพิ่มเติมให้สามารถใช้อุปกรณ์ผ่าตัดมาตรฐานได้

นักวิจัยมองว่าแนวทางนี้อาจช่วยลดต้นทุน และทำให้โรงพยาบาลขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ผ่าตัดได้ง่ายขึ้นในอนาคต

ทำไมต้องเป็นหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์

ปัจจุบันห้องผ่าตัดทั่วโลกถูกออกแบบให้เหมาะกับการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์

การใช้หุ่นยนต์ที่มีแขน ขา และสัดส่วนใกล้เคียงมนุษย์ ทำให้สามารถ

  • ใช้เครื่องมือผ่าตัดมาตรฐานได้

  • เดินและเคลื่อนที่ในห้องผ่าตัดเดิม

  • ทำงานร่วมกับทีมแพทย์ได้ง่าย

  • รับบทบาทอื่นในโรงพยาบาลนอกเหนือจากการผ่าตัด

แนวคิดนี้แตกต่างจากหุ่นยนต์ผ่าตัดแบบเดิมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำงานเฉพาะด้านเพียงอย่างเดียว

ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน

แม้ผลการทดลองจะประสบความสำเร็จ แต่นักวิจัยยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น

  • ต้องหยุดเพื่อปรับเทียบระบบ (Recalibration) หลายครั้งระหว่างการผ่าตัด

  • ยังมีความหน่วง (Latency) ระหว่างการควบคุมกับการตอบสนองของหุ่นยนต์

  • ยังต้องทดสอบด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือเพิ่มเติม

ทีมวิจัยระบุว่า เป้าหมายในระยะสั้นคือการให้หุ่นยนต์ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยศัลยแพทย์ ก่อนจะพัฒนาไปสู่การทำหัตถการที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต

อาจช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนศัลยแพทย์

นักวิจัยมองว่า เทคโนโลยีนี้อาจมีบทบาทสำคัญในพื้นที่ที่ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ เช่น

  • โรงพยาบาลชนบท

  • พื้นที่ประสบภัย

  • ภารกิจค้นหาและกู้ภัย

  • สนามรบ

  • สถานีอวกาศหรือภารกิจสำรวจอวกาศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้งานจริงยังต้องผ่านการทดลองทางคลินิก การรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล และการพิสูจน์ความปลอดภัยก่อน จึงจะสามารถใช้กับผู้ป่วยได้

บทสรุป

การทดลองของ UC San Diego ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการหุ่นยนต์การแพทย์ เพราะเป็นครั้งแรกที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถช่วยผ่าตัดถุงน้ำดีในสัตว์มีชีวิตได้สำเร็จภายใต้การควบคุมของศัลยแพทย์

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ ยังเป็นการทดลองก่อนใช้กับมนุษย์ และหุ่นยนต์ยังไม่สามารถผ่าตัดได้อย่างอิสระ สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ การลดข้อจำกัดด้านเทคนิค และการพัฒนาระบบให้สามารถทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งอาจเปลี่ยนรูปแบบการรักษาพยาบาลในอนาคตได้อย่างมาก

ที่มา community

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น