รับแอปรับแอป

เปิดลับเทรนด์ ‘Luxury Face’ ทำไมสาวไทยยอมจ่ายหลักหมื่น (และผู้ชายก็เริ่มตามไปติด ๆ)

อดิศร วัฒนะ02-02

ตลาดความงามไทยยุคใหม่ ทำไมถึงพุ่งแรงขนาดนี้

ตลาดความงามในไทยวันนี้ไม่ใช่ตลาดเล็ก ๆ อีกต่อไปแล้ว จากอุตสาหกรรมคลินิกความงามเมื่อสิบปีก่อนที่มีมูลค่าราว 1-2 หมื่นล้านบาท ตอนนี้ขยับขึ้นมาถึงประมาณ 70,000 ล้านบาท เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยแรงส่งหลักมาจากโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้หน้าตาและรูปร่างกลายเป็น เครื่องมือหารายได้ ไม่ว่าจะไลฟ์ขายของ รับรีวิว หรือสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์

มีการประเมินกันว่าในอีก 7 ปีข้างหน้า ตลาดนี้ยังจะโตต่อเนื่องในอัตราประมาณ 11.6% ต่อปี และอาจมีมูลค่าทะยานไปถึง 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนชัดเจนว่า คนไทยพร้อมจ่ายเพื่อความสวย ความหล่อ และภาพลักษณ์ที่ดูดีอย่างจริงจัง

เวทีโลก: ไทยยืนอยู่ตรงไหนในตลาดความงาม

ในภาพรวมระดับโลก อเมริกายังครองตำแหน่งตลาดความงามที่ใหญ่ที่สุด แต่ฝั่งเอเชียแปซิฟิกกลับเป็นภูมิภาคที่โตเร็วที่สุด ปัจจุบันมูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 6 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มโตได้อีกประมาณ 3 เท่าในช่วง 7 ปีข้างหน้า

ผู้เล่นหลักในภูมิภาคนี้ ได้แก่

  • เกาหลี: จับตลาดศัลยกรรมระดับ Hi-end

  • ไทย: เด่นในตลาดพรีเมียม เป็นจุดหมายยอดนิยมของกลุ่มประเทศ CLMV รวมถึงสิงคโปร์และอินโดนีเซีย

  • สิงคโปร์และมาเลเซีย: เป็นตลาดสำคัญในโซนนี้เช่นกัน

เหตุผลที่ไทยยังเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เพราะ

  • เดินทางสะดวก

  • ราคายังจับต้องได้ เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ใกล้เคียงเกาหลี

  • แรงหนุนจาก อินฟลูเอนเซอร์ และคอนเทนต์ออนไลน์ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น

ความงามแบบไทย ๆ ที่ไม่เหมือนใครในโลก

จากผลสำรวจของ Euro Monitor ในหลายประเทศทั่วโลก คนจะให้ความสำคัญกับความงามประมาณ 3 ด้านหลัก ๆ คือ

  1. ความสวยแบบสุขภาพดี

  2. ความสวยที่ดูสะอาดสะอ้าน

  3. ความสวยที่ทำให้รู้สึกมั่นใจ

แต่ในประเทศไทยมีความต่างเล็ก ๆ ที่ไม่เล็ก นั่นคือ ลำดับความสวยแบบ “สวยติดแกรม” หรือสวยสไตล์ลูกคุณหนู โดดเด่นขึ้นมา เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาใบหน้าที่เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ แต่โฟกัสไปที่

  • ผิวหน้าเรียบเนียนสม่ำเสมอ

  • โทนสีผิวธรรมชาติแบบสุขภาพดี

  • ผิวตึงกระชับ มีความโกลว์

  • มุมหน้าและเหลี่ยมแสงรับกล้อง ถ่ายรูปออกมาดูดีทุกมุม

“Luxury Face” จึงกลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของยุคนี้

จากโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์ สู่ยุคฟื้นฟูผิวจากภายใน

ก่อนหน้านี้หลายคนคุ้นเคยกับการ

  • ฉีดโบท็อกซ์ให้หน้าเรียว

  • เติมฟิลเลอร์ให้ปากอิ่ม แก้มเต็ม หรือปรับรูปหน้า

แต่เทรนด์ตอนนี้กำลังหมุนไปสู่ความสวยแบบ Biostimulators หรือการฟื้นฟูผิวโดยใช้ศักยภาพของร่างกายตัวเอง ผ่านการฉีดสารที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้าง คอลลาเจน ขึ้นมาเอง ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง ไม่ปลอม และเข้ากับเทรนด์สวยแบบ “เหมือนไม่ได้ทำ”

ลูกค้าทุกวันนี้ยังให้ความสำคัญกับการเลือกคลินิกที่

  • ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

  • เป็นศูนย์บริการแบบ One Stop ครบเรื่องสุขภาพและความงาม

  • มีมาตรฐานชัดเจน สม่ำเสมอ

และที่น่าสนใจคือ ราคาไม่ใช่ปัจจัยแรกเหมือนเมื่อก่อน คนยุคนี้ยอมจ่ายซ้ำให้คลินิกที่ใช่ รีวิวจริง และไว้วางใจได้ มากกว่าจะวิ่งหาถูกที่สุด

สนามแข่งขันคลินิกความงามหลังโควิด

หลังโควิดเราเห็นคลินิกความงามเกิดใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มตลาดที่วางตัวในโซน “affordable” หรือเข้าถึงง่าย ราคาไม่แรง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีหลายรายที่ไปต่อไม่ไหว เพราะยังสู้ในด้าน

  • เงินทุน

  • ความน่าเชื่อถือ

  • แบรนดิ้ง

ในขณะที่เชนใหญ่หรือแบรนด์ดังยังคงขยายสาขาได้ต่อเนื่อง

ฝั่งผู้ใช้บริการเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

  • อายุเริ่มต้นในการเข้าคลินิกลดลงเรื่อย ๆ

  • ผู้ชาย เริ่มเข้ามาใช้บริการมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ได้เป็นตลาดของผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป

เทรนด์ความงามปี 2025: ผิวเปล่งปลั่งแบบ ‘Luxury Face’

เทรนด์ใหญ่ของปี 2025 คือการดูแลผิวแบบ “Preventive Beauty” หรือการป้องกันก่อนปัญหาจะเกิด แทนที่จะรอให้ริ้วรอยลึกแล้วค่อยมาจัดการ เราจะเห็น

  • คนรุ่นใหม่เริ่มดูแลตัวเองเร็วขึ้น

  • ผู้ชายสนใจเรื่องผิวและหน้าตามากขึ้น จากเดิมที่เคยมีลูกค้าผู้ชายไม่ถึง 5% ตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็นราว 25%

ภาพรวมของเทรนด์ในปีนี้คือ

  • ผลลัพธ์ต้องดู ธรรมชาติ ไม่เวอร์ ไม่เยอะเกินไป

  • ทุกหัตถการต้องมีหลักฐานรองรับ (Evidence-Based)

  • คนอยากได้การรักษาที่ ใช้เวลาน้อย ไม่ต้องพักฟื้น (No Downtime) เพราะไลฟ์สไตล์เร่งรีบ

อีกคำสำคัญที่น่าสนใจคือแนวคิดเรื่อง “Imperfection” หรือความไม่สมบูรณ์แบบที่กลายเป็นเสน่ห์ เหมือนงานศิลปะที่ความสมมาตร 100% อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป การมีจุดเล็ก ๆ ที่แตกต่างอย่างพอดี กลับทำให้เราดูมีเอกลักษณ์และน่าจดจำมากกว่า

ทำไมทุกคนถึงอยากมีหน้าแบบ ‘Luxury Face’

เทรนด์ผิวสวยในปีนี้ไม่ได้หยุดแค่หน้าตึงหรือไร้ริ้วรอย แต่มุ่งไปที่

“ผิวเปล่งปลั่งแบบ Luxury Face” – ผิวที่ดูแพง สุขภาพดี มีออร่าโดยไม่ต้องแต่งหน้าจัด

แกนกลางของเทรนด์นี้คือการดูแล

  • จาก ภายในสู่ภายนอก: กินวิตามิน ออกกำลังกาย นอนดี ดูแลสุขภาพจิต

  • จาก ภายนอกสู่ภายใน: ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ให้หน้าดูเด็กลงแบบไม่หลอกตา

คนจำนวนมากเชื่อว่า ผิวดีช่วยให้ลุคโดยรวมดูดีขึ้นทันที ต่อให้ไม่แต่งหน้าหนัก ใส่แค่รองพื้นบาง ๆ หรือกันแดดดี ๆ ก็เอาอยู่ เพราะฐานผิวแข็งแรงและเรียบเนียนอยู่แล้ว

‘Blur Effect’ และการดูแลผิวแบบ Full Body

เทรนด์แฟชั่นและเมกอัพยุคใหม่ยิ่งหนุนให้ Luxury Face ปังขึ้นไปอีก โดยเฉพาะลุคแบบ “Blur Effect” ที่ทำให้ผิวดูฟุ้งเนียนราวกับมีฟิลเตอร์ในชีวิตจริง

ผลคือหลายคนเริ่มมองไกลกว่าการดูแลแค่ผิวหน้า แต่หันมาทำ Full Body Skin Care เพื่อให้

  • ผิวหน้าและผิวกายดูกลมกลืนกัน

  • ผิวทั้งตัวเปล่งปลั่ง มีออร่า ใส่ชุดไหนก็มั่นใจ

3 แรงขับที่เปลี่ยนเกมวงการความงาม

วงการความงามวันนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่เทคโนโลยี แต่เปลี่ยนทั้งความคิดและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยมี 3 แรงขับสำคัญคือ

  • เข้าถึงความงามได้ง่ายขึ้น (Increasing Accessibility)
    เทคโนโลยีใหม่ทำให้หัตถการเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว คลินิกมีให้เลือกหลากหลาย ราคาเข้าถึงได้มากขึ้น สังคมก็เปิดรับความหลากหลายทางเพศและความงามมากขึ้นเช่นกัน

  • วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวไกล (Advancements in Science and Technology)
    นวัตกรรมด้านผิวและความงามพัฒนาเร็ว ทำให้มีเทคนิคและโปรดักต์ที่ตอบโจทย์แบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ไม่ต้อง “เดาสุ่ม” หรือทำแบบหวังผลลัพธ์คร่าว ๆ เหมือนในอดีต

  • พลังของโลกโซเชียล (Social Community)
    โซเชียลกลายเป็นแหล่งข้อมูลและพื้นที่แชร์ประสบการณ์แบบเรียลไทม์ ทั้งรีวิวจริง เคสเปรียบเทียบก่อน–หลัง และคำแนะนำจากคนที่ลองมาแล้ว ทำให้คนตัดสินใจได้ง่ายและเร็วขึ้น

6 เทรนด์ใหญ่ที่จะกำหนดอนาคตความงาม

จากภาพรวมของตลาดและเทคโนโลยี 6 เทรนด์ต่อไปนี้จะกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางวงการความงามในอนาคต

  • Proactive Beauty
    เวชศาสตร์ความงามที่เน้น ป้องกันและชะลอ มากกว่ารักษาย้อนหลัง เช่น ใช้คอลลาเจนหรือเทคโนโลยีเสริมเพื่อชะลอการเกิดริ้วรอยตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่รอให้ลึกแล้วค่อยแก้

  • Mindful Aesthetics
    แนวคิด “เรียบง่าย ยั่งยืน น้อยแต่มาก” เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่

    • เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    • ใช้ส่วนประกอบจากพืช

    • ลดสารปรุงแต่งที่ไม่จำเป็น

    แต่ยังคงให้ผลลัพธ์ที่ดูผิวสวย สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ เทรนด์นี้มีโอกาสขยายเข้าสู่สายเวชศาสตร์ความงามมากขึ้นเรื่อย ๆ

  • Fast Aesthetics
    เทรนด์ความงามที่เกิดจากโซเชียลและคนดัง บางอย่างกลายเป็น “Must-have” ชั่วข้ามคืน แต่ก็อาจหมดกระแสเร็วเช่นกัน ตัวอย่างเช่น

    • ปากสไตล์รัสเซีย

    • ดวงตาทรง Fox Eyes

  • Beauty Fandom
    โลกดิจิทัลและปรากฏการณ์แฟนด้อม ทำให้คนอยากเปลี่ยนลุคตัวเองให้ใกล้เคียงกับไอคอนหรือศิลปินที่ชื่นชอบ เกิดเป็นกลุ่มความงามเฉพาะทางที่อินหนัก อินจริง และพร้อมลงทุน

  • Expressionality
    ยุคนี้ทุกคนถูกสนับสนุนให้ แสดงตัวตนผ่านความสวยความหล่อของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น

    • แฟชั่น

    • ทรงผม

    • การแต่งหน้า

    • การเสริมความงาม

    ผู้ชายสนใจเวชศาสตร์ความงามมากขึ้น ผู้หญิงก็กล้าฉีกกรอบมากกว่าเดิม หลายคนไม่ได้มองหาแค่ “ความสวยมาตรฐาน” แต่ต้องการความงามที่ เหมาะกับตัวเองจริง ๆ
    มีการพบว่า 8 ใน 10 ของ Gen Z และมิลเลนเนียล เชื่อว่า นิยามความงามที่สำคัญที่สุดคือ ‘การเป็นตัวของตัวเอง’

  • Cancelling Age
    อายุไม่ได้ถูกมองว่าเป็น “ศัตรู” อีกต่อไป แต่ถูกมองเป็นเรื่องของวิธีดูแลตัวเองมากกว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการหน้าเด็กย้อนวัยเป็นสิบปี แต่อยากให้ผิวและภาพรวมดู สุขภาพดี เหมาะกับช่วงวัย ของตัวเอง

    นั่นทำให้คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลผิวระยะยาว และมองหาหัตถการหรือเทคโนโลยีที่เสริมสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน เช่น การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างสม่ำเสมอ

สรุป: ความงามยุคใหม่ไม่ใช่แค่ “สวย” แต่ต้อง “ใช่ตัวเอง”

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า เทรนด์ความงามวันนี้เดินทางจาก

  • “ทำให้หน้าเปลี่ยนไปเยอะ ๆ”
    ไปสู่

  • “ทำให้ตัวเองดูดีขึ้นอย่างเป็นตัวเองที่สุด”

ตลาดเติบโต เทคโนโลยีก้าวหน้า ผู้ชายเริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งในฐานะผู้ใช้บริการและคนที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ไม่แพ้ผู้หญิง

ไม่ว่าคุณจะสนใจ Luxury Face, ผิวโกลว์ทั้งตัว หรือแค่อยากดูดีขึ้นแบบเรียบง่าย สิ่งที่สำคัญที่สุดในยุคนี้คือการ

  • เลือกข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

  • เลือกคลินิกและหัตถการที่เหมาะกับเรา

  • และที่สำคัญคือ ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบที่สวยในแบบของตัวเอง

เพราะสุดท้ายแล้ว ความงามที่มีคุณค่ามากที่สุด ไม่ใช่แค่สิ่งที่คนอื่นมองเห็น แต่คือสิ่งที่ทำให้เรา รู้สึกดีกับตัวเองทุกครั้งที่ส่องกระจก