รับแอปรับแอป

ลือหนัก The Witcher 3 อาจได้ DLC ใหม่ แม้เกมออกมานาน แฟน ๆ เชียร์ให้เกมเก่ากลับมามีคอนเทนต์อีกครั้ง

Phanuphong.T02-11

แม้จะวางจำหน่ายมานานหลายปีแล้ว แต่ The Witcher 3: Wild Hunt ก็ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในเกมโอเพนเวิลด์ที่ดีที่สุดตลอดกาล และยังมีผู้เล่นจำนวนมากทั่วโลก ล่าสุดกระแสข่าวลือเรื่อง DLC ใหม่ของ The Witcher 3 กลับมาแรงอีกครั้ง หลังอินไซเดอร์หลายรายออกมาส่งสัญญาณว่าอาจมีบางอย่างเกิดขึ้นจริง

ข่าวนี้ไม่เพียงทำให้แฟน ๆ ตื่นเต้น แต่ยังจุดประเด็นน่าสนใจว่า “เกมเก่าควรได้ DLC เพิ่มไหม” ในยุคที่เกมฟอร์มยักษ์ใช้เวลาพัฒนานานขึ้นเรื่อย ๆ


เกิดอะไรขึ้น: อินไซเดอร์หลายคนยืนยันข่าวลือ DLC ใหม่

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า CD Projekt Red (CDPR) อาจปล่อย DLC ใหม่ของ The Witcher 3 เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ภาคถัดไปของซีรีส์ และเริ่มปูทางการตลาดล่วงหน้า

หลังจากข่าวเงียบไปพักใหญ่ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง

Nate the Hate ออกมาเคลื่อนไหว

อินไซเดอร์ชื่อดัง Nate the Hate ถูกถามบนแพลตฟอร์ม X เกี่ยวกับ DLC ตัวนี้ และเขาตอบว่า

“กำลังตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่”

แม้จะยังไม่ใช่การยืนยันตรง ๆ แต่ด้วยประวัติความแม่นของ Nate ทำให้หลายคนมองว่านี่คือสัญญาณเชิงบวก


ไม่ใช่แค่คนเดียวที่พูดถึง

ในชุมชน Gaming Leaks and Rumors บน Reddit มีการแชร์ข้อมูลว่า

  • UV o grach อดีตบรรณาธิการบริหารของสื่อเกมโปแลนด์ Gry-Online

  • Ryslaw โปรเจกต์ลีดของ The Witcher ภาคแรก

ต่างก็ได้ยินมาว่า DLC ใหม่นี้ “มีอยู่จริง”

แม้ทั้งสองคนจะไม่ได้ทำงานกับ CDPR ในปัจจุบัน แต่ด้วยความใกล้ชิดกับวงการเกมโปแลนด์ ทำให้ข้อมูลของพวกเขาไม่ใช่แค่การคาดเดาลอย ๆ


ทำไม CDPR อาจทำ DLC ใหม่ตอนนี้

The Witcher 3 วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2015 และมี DLC ใหญ่สองตัวคือ:

  • Hearts of Stone

  • Blood and Wine

โดยเฉพาะ Blood and Wine ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน DLC ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์เกม

หลังจากนั้น เกมก็ได้รับอัปเดต Next-Gen แต่คอนเทนต์ใหม่ส่วนใหญ่เกิดจากชุมชนม็อด (Modding Community) เช่น โหมดมัลติเพลเยอร์แบบเต็มรูปแบบ

ถ้ามี DLC ทางการจริง เท่ากับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ CDPR กลับมาขยายจักรวาลภาค 3 อย่างจริงจัง


DLC ใหม่อาจทำหน้าที่ “สะพานเชื่อม” สู่ภาค 4

The Witcher ภาคใหม่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา และถูกคาดหวังว่าจะเป็นเกม RPG ใหญ่ระดับ AAA อีกครั้ง

DLC ตัวใหม่นี้อาจมีบทบาทสำคัญ เช่น:

  • เชื่อมเหตุการณ์ระหว่างภาค 3 และภาค 4

  • ชี้ชัดว่าตอนจบแบบไหนของ The Witcher 3 จะเป็น “เนื้อเรื่องหลัก” (Canonical Ending)

  • เริ่มสร้างกระแสการตลาดก่อนเปิดตัวเกมภาคใหม่

เพราะใน The Witcher 3 มีหลายตอนจบ การเลือกหนึ่งตอนจบมาเป็นเส้นหลักอาจต้องมีการเล่าเรื่องเพิ่มเติม


แฟนเกมสนับสนุนแนวคิด “DLC เกมเก่า”

กระแสในชุมชนออนไลน์ค่อนข้างชัดว่า แฟนเกมจำนวนมากอยากเห็น DLC สำหรับเกมเก่ามากขึ้น

ผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งให้ความเห็นว่า

“DLC สำหรับเกมเก่าเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นบ่อยกว่านี้ โดยเฉพาะ DLC ขนาดใหญ่แบบ The Witcher 3”

มุมมองนี้สะท้อนความรู้สึกของผู้เล่นจำนวนมาก เพราะในยุคปัจจุบัน:

  • เกม AAA ใช้เวลาพัฒนา 4–6 ปี หรือมากกว่านั้น

  • ช่องว่างระหว่างภาคยาวขึ้น

  • ผู้เล่นต้องรอนาน

การออก DLC เสริมให้เกมที่ยังได้รับความนิยมอยู่แล้ว จึงอาจเป็นวิธีรักษาฐานแฟน ๆ ได้ดี


ทำไมเทรนด์นี้อาจดีต่อทั้งผู้เล่นและผู้พัฒนา

สำหรับผู้เล่น

  • ได้คอนเทนต์ใหม่โดยไม่ต้องรอภาคใหม่

  • กลับไปเล่นเกมโปรดอีกครั้ง

  • รู้สึกว่าเกมที่ซื้อไปยังได้รับการดูแล

สำหรับผู้พัฒนา

  • ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าสร้างเกมใหม่ทั้งหมด

  • สร้างรายได้ระหว่างรอภาคหลัก

  • ทดสอบไอเดียหรือระบบใหม่ก่อนใช้ในเกมใหญ่

ถ้า DLC นี้ขายดี อาจกลายเป็นตัวอย่างให้ค่ายอื่นทำตาม


ความท้าทายของ DLC เกมเก่า

แม้แนวคิดนี้จะดูดี แต่ก็มีคำถามตามมา เช่น

  • ทีมพัฒนาหลักอาจโฟกัสภาคใหม่อยู่

  • เทคโนโลยีของเกมเก่าอาจจำกัด

  • ต้องมั่นใจว่าคอนเทนต์ใหม่ “คุ้มค่า” ไม่ใช่แค่เสริมเล็กน้อย

เพราะมาตรฐาน DLC ของ The Witcher 3 สูงมาก ถ้าจะกลับมาทำอีกครั้ง ผู้เล่นย่อมคาดหวังระดับเดียวกับ Blood and Wine


สรุป: DLC ใหม่ของ The Witcher 3 ใกล้ความจริงแค่ไหน

ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันจาก CD Projekt Red อย่างเป็นทางการ

แต่เมื่ออินไซเดอร์หลายรายเริ่มพูดตรงกันว่า DLC มีอยู่จริง ความเป็นไปได้ก็เพิ่มขึ้น

ถ้า DLC นี้เกิดขึ้นจริง มันจะไม่ใช่แค่การเพิ่มเควสต์ใหม่ธรรมดา แต่จะเป็น:

  • จุดเชื่อมสำคัญสู่ The Witcher ภาคถัดไป

  • การปลุกกระแสซีรีส์อีกครั้ง

  • ตัวอย่างว่าเกมเก่าสามารถกลับมามีชีวิตใหม่ได้

ในยุคที่เกมใหญ่ใช้เวลาพัฒนานานขึ้นเรื่อย ๆ การกลับมาเติมคอนเทนต์ให้เกมระดับตำนานอย่าง The Witcher 3 อาจเป็นทิศทางที่หลายค่ายเริ่มพิจารณาจริงจัง

ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือรอการประกาศอย่างเป็นทางการ และดูว่า CDPR จะพา Geralt หรือจักรวาล Witcher เดินต่ออย่างไร