Commodore แบรนด์คอมพิวเตอร์ระดับตำนานจากยุค 80 กลับมาอีกครั้งพร้อมผลิตภัณฑ์ที่หลายคนคาดไม่ถึง นั่นคือ Commodore Callback 8020 โทรศัพท์มือถือฝาพับที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดการเสพติดหน้าจอและโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ
จุดเด่นของรุ่นนี้ไม่ใช่สเปกที่แรงหรือฟีเจอร์ AI แบบสมาร์ตโฟนยุคใหม่ แต่เป็นความสามารถในการ บล็อกโซเชียลมีเดียและเว็บเบราว์เซอร์ในระดับระบบปฏิบัติการ ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้า Instagram, TikTok, Facebook, X หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้เหมือนสมาร์ตโฟนทั่วไป
โทรศัพท์ที่ตั้งใจให้คุณใช้งานน้อยลง
Commodore ระบุว่า Callback 8020 ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการลดเวลาอยู่หน้าจอ โดยบริษัทเรียกแนวคิดนี้ว่าเป็นการหลีกหนีจากโลกที่เชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา
ระบบของเครื่องจะปิดกั้นแอปโซเชียลมีเดีย เว็บเบราว์เซอร์ และบริการที่ถูกมองว่าเป็นแหล่งของการ Doomscrolling ตั้งแต่ระดับระบบปฏิบัติการ รวมถึงมีการบล็อกในระดับ DNS เพื่อป้องกันการติดตั้งแอปหรือวิธีเลี่ยงข้อจำกัดในภายหลังด้วย
แนวคิดดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังผู้ใช้จำนวนมากเริ่มมองหาทางเลือกนอกเหนือจากสมาร์ตโฟนที่เต็มไปด้วยการแจ้งเตือน โฆษณา และอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่าง ๆ
ยังใช้ WhatsApp, Spotify และ Google Maps ได้
แม้จะบล็อกโซเชียลมีเดีย แต่ Callback 8020 ไม่ได้เป็น Dumb Phone แบบดั้งเดิม
ตัวเครื่องรันบน Sailfish OS ระบบปฏิบัติการ Linux ที่พัฒนาโดย Jolla บริษัทจากฟินแลนด์ ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตทีมงาน Nokia โดย Commodore ระบุว่าสามารถใช้งานแอป Android ได้มากกว่า 99% ผ่านระบบ Compatibility Layer ที่ติดตั้งมาในเครื่อง
ผู้ใช้ยังสามารถใช้งานแอปสำคัญอย่าง WhatsApp, Signal, Telegram, Spotify, Google Maps, Uber รวมถึงแอปฟังพอดแคสต์และระบบนำทางต่าง ๆ ได้ตามปกติ แต่แอปกลุ่มโซเชียลมีเดียจะไม่ถูกอนุญาตให้ติดตั้งหรือใช้งานบนเครื่อง

ดีไซน์ย้อนยุคแบบ Y2K
Callback 8020 มาในรูปแบบมือถือฝาพับที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโทรศัพท์ช่วงปลายยุค 90 และต้นยุค 2000
ตัวเครื่องใช้แป้นกดแบบ T9 ไม่มีหน้าจอสัมผัส และยังคงกลิ่นอายของโทรศัพท์ยุคก่อนสมาร์ตโฟนไว้อย่างชัดเจน ขณะที่ด้านฮาร์ดแวร์ยังใส่ฟีเจอร์สมัยใหม่เข้ามาในระดับหนึ่ง เช่น กล้องหลัง Sony ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. วิทยุ FM และแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้
ภายในใช้ชิป MediaTek Helio G81 พร้อม RAM 4GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 64GB รองรับ microSD เพิ่มเติมได้ และรองรับการใช้งาน Dual SIM อีกด้วย
ไม่มี Google ไม่มี AI และไม่มีการติดตามข้อมูล
อีกหนึ่งจุดขายที่ Commodore พยายามเน้นคือเรื่องความเป็นส่วนตัว
Callback 8020 ถูกออกแบบให้เป็นอุปกรณ์แบบ De-Googled ไม่มี Google Play Services และไม่มีระบบติดตามข้อมูลแบบที่พบในสมาร์ตโฟนทั่วไป นอกจากนี้ยังไม่มีฟีเจอร์ AI ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยบริษัทระบุว่าต้องการให้โทรศัพท์ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารมากกว่าการเป็นแพลตฟอร์มดึงดูดความสนใจของผู้ใช้
ราคาเริ่มต้นเกือบ 500 ดอลลาร์
Commodore Callback 8020 จะเปิดรับพรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2026 โดยรุ่นมาตรฐานมีราคาเริ่มต้นที่ 499 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 18,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษ Starlight Edition ราคา 549 ดอลลาร์ และ Founders Edition ที่ตกแต่งด้วยชิ้นส่วนเคลือบทอง ราคา 640 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่หลายคนคาดสำหรับโทรศัพท์ฝาพับแนว Digital Detox รุ่นหนึ่ง
กระแส Digital Detox กำลังเติบโต
การเปิดตัว Callback 8020 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโทรศัพท์ทางเลือกกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ในช่วงที่ผ่านมา มีทั้ง Light Phone, Mudita และโทรศัพท์แนว Minimal Phone หลายรุ่นที่พยายามลดฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้ผู้ใช้กลับมาโฟกัสกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ขณะที่ Commodore เลือกใช้จุดขายที่ชัดเจนกว่าเดิมด้วยการปิดกั้นโซเชียลมีเดียและเว็บเบราว์เซอร์อย่างถาวรตั้งแต่ระดับระบบ
แม้ราคาจะใกล้เคียงสมาร์ตโฟนระดับกลางหลายรุ่น แต่ Callback 8020 ก็น่าจะดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการลดการพึ่งพาโซเชียลมีเดีย หรือมองหาโทรศัพท์เครื่องที่สองสำหรับใช้งานในช่วงวันหยุดและเวลาส่วนตัวได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในยุคที่หลายคนเริ่มมองว่าการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ตลอดเวลาอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นเสมอไป
ที่มา arstechnica


ความคิดเห็น