วันเดอร์คิดที่หายไปจากเรดาร์
เขาเคยถูกพูดถึงในฐานะ 1 ในวันเดอร์คิดที่น่าจับตาที่สุดของวงการลูกหนังไทย
ชื่อของ ‘เจ้าเหนือ’ ธนกฤต โชติเมืองปัก ถูกแฟนบอลถามถึงแทบทุกครั้ง โดยเฉพาะเหล่าสาวก ‘ปราสาทสายฟ้า’ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่า ตอนนี้เขาอยู่ไหน เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงหายไปจากหน้าจอ และจากรายชื่อทีมชุดใหญ่
ตั้งแต่ถูกถอดชื่อออกจากทีมในเลกสอง และหลังจบศึกฟุตบอล 7 สี ชื่อของเขาก็เหมือนค่อย ๆ เลือนหายไปจากกระแสแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ฟอร์มกำลังพีก แต่ทำไมถึงหาย?
ตลอดช่วงเลกแรก รวมถึงผลงานในฟุตบอล 7 สี แฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองเหมือนกันว่า นี่คือช่วงเวลาที่ฟอร์มของ ‘เจ้าเหนือ’ กำลังร้อนแรงสุด ๆ
หลายคนอาจตั้งสมมุติฐานว่า เขายังเด็กเกินไป ต้องรอให้ประสบการณ์และสภาพร่างกาย “แข็งกระดูก” มากกว่านี้
แต่กับสโมสรอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พวกเขายึดแนวคิดชัดเจนว่า “คนเก่ง ไม่จำเป็นต้องแก่” และเคยพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วหลายครั้ง
DNA บุรีรัมย์: ถ้าเก่งจริง อายุไม่ใช่ปัญหา
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่กล้าให้โอกาสดาวรุ่งมาตลอด
หากมีแวว ก็พร้อมดันขึ้นชุดใหญ่
ถ้าทำผลงานได้ดี ก็มีสิทธิ์ยึดตัวจริง แม้อายุยังไม่ถึง 20 ปี
ตัวอย่างก็ชัดเจนทั้ง ‘เจ้าเช็ก’ ศุภโชค สารชาติ และ ‘เจ้าแบงก์’ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ถูกส่งขึ้นมาโลดแล่นในทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย และสร้างมาตรฐานใหม่ให้ผู้เล่นสายดาวรุ่ง
ในช่วงแรก ‘เจ้าเหนือ’ ก็ถูกมองว่าอยู่ในเส้นทางเดียวกัน ได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง และตอบแทนมันด้วยฟอร์มที่ไม่แพ้พี่ ๆ ทั้งสองคนเลยด้วยซ้ำ
บางเสียงถึงขั้นเชื่อว่า หากพัฒนาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เขาอาจไปได้ไกลกว่ารุ่นพี่หลายคนด้วยซ้ำ
จากอะคาเดมี่สู่ชุดใหญ่ แล้วอยู่ ๆ ก็เงียบหาย
ทุกครั้งที่ได้รับโอกาสลงสนาม เขาแสดงให้เห็นถึงคุณภาพฝีเท้าที่เกินวัย
จากเด็กอะคาเดมี่ เขาดันตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกของทีมชุดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในทีมที่แข่งกันดุทุกตำแหน่งอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ที่สำคัญคือ แทบไม่เคยมีสัญญาณว่าเขาฟอร์มตกให้เห็นอย่างจริงจัง
แต่แล้วอยู่ ๆ ชื่อของเขาก็เหมือนเข้าสู่โหมดเดดแอร์ หายไปจากทีมชุดใหญ่แบบไร้คำอธิบาย
เมื่อ “วินัย” คือกฎเหล็กของปราสาทสายฟ้า
หากมองจากปรัชญาของสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด การที่นักเตะคนหนึ่งถูกดรอป หรือหลุดออกจากทีม มีไม่กี่ปัจจัยหลักที่พอคาดเดาได้
ฝ่ายบริหารของ ‘ปราสาทสายฟ้า’ ยืนยันมาตลอดว่า ไม่ว่านักเตะจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้า ทำผิดกฎของทีม พวกเขาพร้อมปล่อยออกจากสโมสรทันที
ในอดีตเคยมีตัวอย่างหลายรายที่ทำผลงานในสนามได้ดี แต่สุดท้ายต้องเก็บกระเป๋าออกจากอีสานใต้ เพราะทำบางอย่างที่ขัดกับกติกาการอยู่ร่วมกันของทีม
บางคนสโมสรเสียดายมาก แต่ก็จำใจต้องปล่อย เพราะเรื่องวินัยสำคัญกว่า
สิ่งที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซีเรียสที่สุดคือเรื่อง “วินัย” โดยเฉพาะสภาพความเป็นมืออาชีพนอกสนาม
กฎเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับเรื่อง
ไลฟ์สไตล์นอกสนามที่กระทบต่อฟอร์มการเล่น
พฤติกรรมที่ขัดกับความเป็นมืออาชีพ
เรื่องเที่ยวเตร่และการใช้ชีวิตที่เกินลิมิต
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้หญิง การหนีเที่ยว หรือสุราเมรัย สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกจัดอยู่ในหมวด ข้อห้ามสำคัญ ที่นักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ควรเข้าไปใกล้
‘เจ้าเหนือ’ เข้าข่ายทำผิดกฎหรือไม่?
ในเคสของ ‘เจ้าเหนือ’ คำถามจึงเริ่มผุดขึ้นมาในหัวแฟนบอลแบบช่วยไม่ได้ว่า
เขาเผลอทำอะไรผิดกติกาของสโมสรหรือเปล่า?
มีเรื่องวินัยหรือพฤติกรรมนอกสนามที่กระทบโอกาสในทีมชุดใหญ่หรือไม่?
เรายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากสโมสร แต่สิ่งที่ชัดแน่ ๆ คือ การหายไปของเขาทำให้หลายคนรู้สึกเสียดายฝีเท้า และตั้งคำถามกับอนาคตของวันเดอร์คิดรายนี้
ซีซั่นหน้าจะได้เห็นเขาคัมแบ็กไหม?
สิ่งที่แฟนบอลทำได้ตอนนี้คือ รอลุ้นและเอาใจช่วย
ถ้าฤดูกาลหน้าชื่อของเขาหวนกลับมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ นั่นอาจเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นบทใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม
แต่ถ้าสุดท้ายเขาต้องหายไปจากปราสาทสายฟ้าจริง ๆ มันคงเป็นอีกหนึ่งเคสที่น่าเสียดายสุด ๆ ของวงการลูกหนังไทย เพราะด้วยคุณภาพฝีเท้าและศักยภาพที่เคยแสดงให้เห็น เขาเคยนั่งอยู่แถวหน้าของคำว่า “อนาคตทีมชาติ” แบบเต็มตัว
สำหรับตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวที่หลายคนอยากเห็นเหมือนกันคือ การคัมแบ็กของ ‘เจ้าเหนือ’ ในซีซั่นหน้า ไม่ว่าภายใต้เสื้อทีมไหน ขอแค่กลับมาในสนาม พร้อมฟอร์มที่โหดกว่าเดิมก็พอแล้ว.

