รับแอปรับแอป

ไขปริศนา ‘เจ้าเหนือ’ วันเดอร์คิดบุรีรัมย์ หายไปไหนก่อนซีซั่นหน้า?

นที ศรีสุข01-29

วันเดอร์คิดที่หายไปจากเรดาร์

เขาเคยถูกพูดถึงในฐานะ 1 ในวันเดอร์คิดที่น่าจับตาที่สุดของวงการลูกหนังไทย

ชื่อของ ‘เจ้าเหนือ’ ธนกฤต โชติเมืองปัก ถูกแฟนบอลถามถึงแทบทุกครั้ง โดยเฉพาะเหล่าสาวก ‘ปราสาทสายฟ้า’ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่า ตอนนี้เขาอยู่ไหน เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงหายไปจากหน้าจอ และจากรายชื่อทีมชุดใหญ่

ตั้งแต่ถูกถอดชื่อออกจากทีมในเลกสอง และหลังจบศึกฟุตบอล 7 สี ชื่อของเขาก็เหมือนค่อย ๆ เลือนหายไปจากกระแสแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

ฟอร์มกำลังพีก แต่ทำไมถึงหาย?

ตลอดช่วงเลกแรก รวมถึงผลงานในฟุตบอล 7 สี แฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองเหมือนกันว่า นี่คือช่วงเวลาที่ฟอร์มของ ‘เจ้าเหนือ’ กำลังร้อนแรงสุด ๆ

หลายคนอาจตั้งสมมุติฐานว่า เขายังเด็กเกินไป ต้องรอให้ประสบการณ์และสภาพร่างกาย “แข็งกระดูก” มากกว่านี้

แต่กับสโมสรอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พวกเขายึดแนวคิดชัดเจนว่า “คนเก่ง ไม่จำเป็นต้องแก่” และเคยพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วหลายครั้ง

DNA บุรีรัมย์: ถ้าเก่งจริง อายุไม่ใช่ปัญหา

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่กล้าให้โอกาสดาวรุ่งมาตลอด

  • หากมีแวว ก็พร้อมดันขึ้นชุดใหญ่

  • ถ้าทำผลงานได้ดี ก็มีสิทธิ์ยึดตัวจริง แม้อายุยังไม่ถึง 20 ปี

ตัวอย่างก็ชัดเจนทั้ง ‘เจ้าเช็ก’ ศุภโชค สารชาติ และ ‘เจ้าแบงก์’ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ถูกส่งขึ้นมาโลดแล่นในทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย และสร้างมาตรฐานใหม่ให้ผู้เล่นสายดาวรุ่ง

ในช่วงแรก ‘เจ้าเหนือ’ ก็ถูกมองว่าอยู่ในเส้นทางเดียวกัน ได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง และตอบแทนมันด้วยฟอร์มที่ไม่แพ้พี่ ๆ ทั้งสองคนเลยด้วยซ้ำ

บางเสียงถึงขั้นเชื่อว่า หากพัฒนาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เขาอาจไปได้ไกลกว่ารุ่นพี่หลายคนด้วยซ้ำ

จากอะคาเดมี่สู่ชุดใหญ่ แล้วอยู่ ๆ ก็เงียบหาย

ทุกครั้งที่ได้รับโอกาสลงสนาม เขาแสดงให้เห็นถึงคุณภาพฝีเท้าที่เกินวัย

จากเด็กอะคาเดมี่ เขาดันตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกของทีมชุดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในทีมที่แข่งกันดุทุกตำแหน่งอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ที่สำคัญคือ แทบไม่เคยมีสัญญาณว่าเขาฟอร์มตกให้เห็นอย่างจริงจัง

แต่แล้วอยู่ ๆ ชื่อของเขาก็เหมือนเข้าสู่โหมดเดดแอร์ หายไปจากทีมชุดใหญ่แบบไร้คำอธิบาย

เมื่อ “วินัย” คือกฎเหล็กของปราสาทสายฟ้า

หากมองจากปรัชญาของสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด การที่นักเตะคนหนึ่งถูกดรอป หรือหลุดออกจากทีม มีไม่กี่ปัจจัยหลักที่พอคาดเดาได้

ฝ่ายบริหารของ ‘ปราสาทสายฟ้า’ ยืนยันมาตลอดว่า ไม่ว่านักเตะจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้า ทำผิดกฎของทีม พวกเขาพร้อมปล่อยออกจากสโมสรทันที

ในอดีตเคยมีตัวอย่างหลายรายที่ทำผลงานในสนามได้ดี แต่สุดท้ายต้องเก็บกระเป๋าออกจากอีสานใต้ เพราะทำบางอย่างที่ขัดกับกติกาการอยู่ร่วมกันของทีม

บางคนสโมสรเสียดายมาก แต่ก็จำใจต้องปล่อย เพราะเรื่องวินัยสำคัญกว่า

สิ่งที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซีเรียสที่สุดคือเรื่อง “วินัย” โดยเฉพาะสภาพความเป็นมืออาชีพนอกสนาม

กฎเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับเรื่อง

  • ไลฟ์สไตล์นอกสนามที่กระทบต่อฟอร์มการเล่น

  • พฤติกรรมที่ขัดกับความเป็นมืออาชีพ

  • เรื่องเที่ยวเตร่และการใช้ชีวิตที่เกินลิมิต

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้หญิง การหนีเที่ยว หรือสุราเมรัย สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกจัดอยู่ในหมวด ข้อห้ามสำคัญ ที่นักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ควรเข้าไปใกล้

‘เจ้าเหนือ’ เข้าข่ายทำผิดกฎหรือไม่?

ในเคสของ ‘เจ้าเหนือ’ คำถามจึงเริ่มผุดขึ้นมาในหัวแฟนบอลแบบช่วยไม่ได้ว่า

  • เขาเผลอทำอะไรผิดกติกาของสโมสรหรือเปล่า?

  • มีเรื่องวินัยหรือพฤติกรรมนอกสนามที่กระทบโอกาสในทีมชุดใหญ่หรือไม่?

เรายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากสโมสร แต่สิ่งที่ชัดแน่ ๆ คือ การหายไปของเขาทำให้หลายคนรู้สึกเสียดายฝีเท้า และตั้งคำถามกับอนาคตของวันเดอร์คิดรายนี้

ซีซั่นหน้าจะได้เห็นเขาคัมแบ็กไหม?

สิ่งที่แฟนบอลทำได้ตอนนี้คือ รอลุ้นและเอาใจช่วย

ถ้าฤดูกาลหน้าชื่อของเขาหวนกลับมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ นั่นอาจเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นบทใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม

แต่ถ้าสุดท้ายเขาต้องหายไปจากปราสาทสายฟ้าจริง ๆ มันคงเป็นอีกหนึ่งเคสที่น่าเสียดายสุด ๆ ของวงการลูกหนังไทย เพราะด้วยคุณภาพฝีเท้าและศักยภาพที่เคยแสดงให้เห็น เขาเคยนั่งอยู่แถวหน้าของคำว่า “อนาคตทีมชาติ” แบบเต็มตัว

สำหรับตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวที่หลายคนอยากเห็นเหมือนกันคือ การคัมแบ็กของ ‘เจ้าเหนือ’ ในซีซั่นหน้า ไม่ว่าภายใต้เสื้อทีมไหน ขอแค่กลับมาในสนาม พร้อมฟอร์มที่โหดกว่าเดิมก็พอแล้ว.