รับแอปรับแอป

Blue Lock ขังดวลแข้ง: จุดเดือดของอนิเมะฟุตบอลสายอีโก้ที่ห้ามพลาด

มณีรัตน์ พูลผล01-30

ทำความรู้จัก Blue Lock แบบเข้าใจในไม่กี่ย่อหน้า

เรื่องราวเริ่มหลังจากทีมชาติญี่ปุ่นตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 2018 จนสมาคมฟุตบอลต้องยอมรับว่าแนวทางเดิมไปไม่ถึงฝันแชมป์โลกเสียที

จึงเกิดโปรเจกต์สุดโหด “บลูล็อค” โปรแกรมฝึกกองหน้าระดับมัธยมปลายกว่า 300 ชีวิต ที่เต็มไปด้วยอีโก้และความทะเยอทะยาน ถูกจับมาขังอยู่ในหอพักเดียวกัน ให้แข่ง ฟัด และเหยียบกันเองเพื่อค้นหา “กองหน้าที่เห็นแก่ตัวที่สุด แต่เก่งที่สุด” มาสร้างทีมชาติยุคใหม่

ท่ามกลางผู้เล่นนิรนามมากมาย เราจะได้ติดตามเส้นทางของ อิซางิ โยอิจิ เด็กหนุ่มที่เคยพลาดโอกาสสำคัญตอนแข่งสมัยม.ต้น ไม่มีชื่อเสียงอะไรโดดเด่น แต่ใจอยากยืนอยู่แนวหน้าของฟุตบอลญี่ปุ่นให้ได้

  • แนวเรื่อง: กีฬา / ฟุตบอล / จิตวิทยา / ดราม่า

  • ธีมหลัก: อีโก้, สัญชาตญาณกองหน้า, ความทะเยอทะยาน และการเติบโต

ข้อมูลเบื้องต้นของตัวอนิเมะ

  • ชื่อไทยที่ใช้เรียกกัน: ขังดวลแข้ง / Blue Lock

  • ช่วงออกฉาย: Fall 2022 และมีโปรเจกต์ต่อเนื่องในปี 2024

  • รูปแบบ: ซีซั่นอนิเมะ TV + ภาคต่อ + มูฟวี่

แม้ข้อมูลสตูดิโอจะไม่ได้ระบุในต้นฉบับ แต่จากคุณภาพงานภาพและการเคลื่อนไหวในฉากแข่ง บอกได้เลยว่า Blue Lock ถูกทำออกมาในมาตรฐานที่แฟนกีฬาดูแล้วฟินได้ไม่ยาก

รวมผลงาน Blue Lock ที่มีให้ติดตาม

1. Blue Lock (TV Anime, 2022)

ภาค TV ซีซั่นแรกคือจุดเริ่มต้นที่พาเราเข้าไปติดอยู่ในกรงสีน้ำเงินแห่งนี้ไปพร้อมกับอิซางิและกองหน้าคนอื่น ๆ เนื้อหาลากยาวตั้งแต่การคัดตัว ค่อย ๆ แกะทีละชั้นว่าคนที่เหมาะจะยืนเป็นหัวหอกทีมชาติจริง ๆ ต้องมีอะไรในตัวบ้าง

ภาคนี้ถือเป็น ประตูด่านแรก ของคนที่อยากรู้ว่า Blue Lock เหมาะกับตัวเองไหม ใครชอบแนวดราม่าในทีม ผสมการอ่านเกมและการงัดอีโก้ ช่วงนี้คือของอร่อย

2. Blue Lock vs U-20 JAPAN (2024)

เมื่อบลูล็อคไม่ใช่แค่เวทีซ้อม แต่ต้องก้าวขึ้นไปชน ทีมชาติญี่ปุ่นชุด U-20 ความเดือดของเนื้อเรื่องก็พุ่งขึ้นอีกขั้น จากการแข่งขันภายในสถาบัน เปลี่ยนเป็นการปะทะทีมชาติอย่างเป็นทางการ ความกดดันเลยไม่ใช่แค่ “ถูกคัดออก” แต่กลายเป็นเรื่อง ศักดิ์ศรีของฟุตบอลญี่ปุ่นทั้งประเทศ

ไฮไลต์สำคัญของภาคนี้คือการที่เหล่ากองหน้าจากบลูล็อคต้อง ยอมทำงานเป็นทีม เพื่อหาทางฝ่าแนวรับสุดแกร่งของทีม U-20 ให้ได้ ทั้งที่จุดตั้งต้นของโปรเจกต์นี้คือการปั้นกองหน้าที่โดดเดี่ยวและเห็นแก่ตัวที่สุด นั่นยิ่งทำให้ภาคนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางความคิดและการเติบโตของตัวละคร

3. Blue Lock Movie: Episode Nagi (Movie, 2024)

มูฟวี่ Episode Nagi หันไฟฉายไปส่องอีกมุมของเรื่อง ผ่านตัวละครที่แฟน ๆ ชื่นชอบอย่าง นางิ เป็นการเติมเต็มจักรวาลบลูล็อคให้ลึกขึ้น เหมาะกับคนที่อยากรู้ที่มาที่ไปของพรสวรรค์และวิธีคิดของตัวละครเด่นนอกเหนือจากอิซางิ

รีวิว Blue Lock ภาค U-20: ดีกรีความเดือดที่อัปเลเวล

สเกลใหญ่ขึ้น ความกดดันก็หนาขึ้น

การยกระดับจากการแข่งกันเองในบลูล็อค ไปสู่การปะทะทีมชาติญี่ปุ่นชุด U-20 ทำให้โทนเรื่องเปลี่ยนไปชัดเจน จากเดิมพันระดับ “อนาคตกองหน้า” กลายเป็นเดิมพันระดับ อนาคตฟุตบอลญี่ปุ่น

ความเข้มข้นของเกมในภาคนี้สูงมาก ทุกจังหวะที่บอลกลิ้งคือความกดดันแบบหายใจไม่ทั่วท้อง เกมไม่ได้มีแค่ลูกยิงสวย ๆ แต่เต็มไปด้วยการอ่านเกม กลยุทธ์ การพลิกสถานการณ์ และการเล่นกับจิตใจคู่แข่ง

งานภาพและแอนิเมชัน

ฉากแข่งถูกถ่ายทอดออกมาแบบ ดุดันและเร้าใจ การเคลื่อนไหว การเลี้ยง การวิ่งหาพื้นที่ และจังหวะยิงประตู ถูกขยี้ให้รู้สึกเหมือนผู้ชมกำลังนั่งเชียร์อยู่ข้างสนามจริง ๆ

งานแอนิเมชันโดยรวมในฉากสำคัญทำได้ดี มีช่วงเร่งอารมณ์ก่อนยิงประตูที่จัดแสง สี และมุมกล้องออกมาน่าจดจำ ทั้งแฟนบอลและคนที่ปกติไม่ได้ดูอนิเมะกีฬา ก็สามารถอินได้ไม่ยาก

ด้านเสียงก็ไม่แพ้กัน เสียงเชียร์ในสนาม เสียงสัมผัสระหว่างบอลกับเท้า รวมถึงดนตรีประกอบในช่วงพีกของเกม ล้วนช่วยดันความเร้าใจให้ขึ้นไปอีกระดับ ทำให้ฉากแข่งหลายฉากกลายเป็นโมเมนต์ที่คนดูอยากย้อนกลับมาดูซ้ำ

เนื้อเรื่อง: ไม่ได้มีดีแค่แข่งบอล

แม้โครงเรื่องหลักจะเป็นฟุตบอล แต่ Blue Lock ไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่า “กีฬามันส์ ๆ” เท่านั้น จุดแข็งจริง ๆ คือการขุดลึกไปถึง อีโก้ ปรัชญา และวิธีมองโลกของตัวละครแต่ละคน

  • บางคนเชื่อในพรสวรรค์

  • บางคนเชื่อในการขัดเกลาตัวเอง

  • บางคนไม่สนคำว่าทีม ตราบใดที่ตัวเองยิงได้

เมื่อคนแบบนี้ต้องมาเล่นในสนามเดียวกัน ต้องตัดสินใจระหว่าง “ยิงเอง” กับ “จ่ายให้เพื่อน” ทุกช็อตเลยเต็มไปด้วยความหมายมากกว่าหนึ่งประตู

การที่เหล่ากองหน้าจากบลูล็อคต้องหันมายอมเล่นเป็นทีม เพื่อต่อกรคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า จึงกลายเป็นเส้นเรื่องที่ชวนลุ้นไม่น้อยไปกว่าผลการแข่งขัน และทำให้แฟนมังงะที่รู้เนื้อเรื่องอยู่แล้ว ยังรู้สึกสนุกเวลาเห็นฉากเหล่านี้ถูกทำเป็นอนิเมะ

จุดสะดุดและดราม่าหลังฉาก

ต้องยอมรับว่า ช่วงเปิดตัวภาค 2 มีสะดุดอยู่บ้าง บางตอนใช้ทุนต่ำและวางงานอนิเมชันน้อยจนภาพออกมาแข็ง ๆ จนคนดูหลายคนแซวว่าเหมือนดู “อนิเมะ PowerPoint” มากกว่าซีรีส์ฟอร์มใหญ่

มีประเด็นจากอนิเมเตอร์ต่างชาติออกมาพูดเรื่องปัญหาการตัดงบด้วย จนกลายเป็นไวรัลพักหนึ่ง ทำให้ชื่อของ Blue Lock ถูกพูดถึงในมุมเบื้องหลังการผลิตด้วย

แต่หากมองภาพรวม ตอนที่เหลือไม่ได้อยู่ในระดับแย่ และโดยเฉพาะในช่วงท้ายของภาค งานภาพและจังหวะการเล่าเรื่องกลับมามาตรฐานดี จนยังพอเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอนิเมะฟุตบอลที่งานโดยรวมอยู่ระดับท็อปของยุคนี้

FAQ: คำถามที่แฟน Blue Lock ชอบถาม

อนิเมะ Blue Lock ใช้เนื้อหามังงะถึงเล่มไหน?

สำหรับสายมังงะที่อยากเทียบเล่มกับตอนอนิเมะ แบบคร่าว ๆ คือ

  • ซีซั่น 1: ดำเนินเนื้อหาไปจนถึงมังงะตอนที่ 94 ช่วงกลางเล่ม 11

  • ซีซั่น 2: ดันเนื้อเรื่องต่อมาจนถึงมังงะตอนที่ 149 จบเล่ม 17

ใครอยากอ่านต่อจากอนิเมะ ก็สามารถไล่จับจุดจากตรงนี้ได้เลย

จะมี Blue Lock ซีซั่น 3 ไหม?

หลังจากฉายภาคสองจบลง ยังไม่มีประกาศภาค 3 อย่างเป็นทางการ ทว่า

  • เนื้อหามังงะยังมีต่อ

  • กระแสของซีรีส์ทั้งสายกีฬาและสายอนิเมะยังดีอยู่

จึงมีโอกาสสูงมากว่าโปรเจกต์จะถูกผลักดันต่อ เพียงแค่ รอจังหวะประกาศที่ใช่ เท่านั้น แฟน ๆ เลยอยู่ในโหมดลุ้นต่อไปแบบยาว ๆ

สรุป: เหมาะกับใคร และควรเริ่มดูไหม?

Blue Lock คืออนิเมะที่เหมาะกับ

  • คนชอบฟุตบอลที่อยากได้อะไรเข้มข้นกว่าการแข่งทั่ว ๆ ไป

  • คนชอบงานแนวจิตวิทยา การดวลอีโก้ และดราม่าภายในทีม

  • สายมังงะกีฬาที่อยากลองเรื่องใหม่ที่ไม่เดินสูตรเดิมพระเอกใจดีแบบอนิเมะรุ่นเก่า

ถ้าคุณกำลังมองหา อนิเมะกีฬาโทนเดือด จังหวะมันส์ ตัวละครเต็มไปด้วยความคลั่งและความฝันระดับชาติ Blue Lock คือหนึ่งในชื่อที่ควรลองให้โอกาสสักครั้ง แล้วอาจกลายเป็นอีกเรื่องที่คุณเชียร์ไปพร้อมกับตัวละครแบบหยุดไม่ได้เลยทีเดียว