ส่อง IONIQ 5 N Line รุ่นปรับโฉมแบบสปอร์ตจัดเต็ม
The New Hyundai IONIQ 5 N Line มาในโฉมใหม่พร้อมชุดแต่ง N Line รอบคัน ทั้งภายนอกและภายใน ปรับลุคให้ดุดันขึ้นสไตล์รถสนาม แต่ยังคงความเป็น EV ใช้งานจริงได้ทุกวัน
ดีไซน์ใหม่ได้แรงบันดาลใจจากโลกมอเตอร์สปอร์ต เสริมด้วยแบตเตอรี่ความจุ 84.0 kWh วิ่งไกลขึ้นสูงสุด 530 กม. (มาตรฐาน WLTP) เคาะราคาเปิดตัวที่ 1,988,000 บาท เรียกว่าจัดจ้านทั้งสเปคและภาพลักษณ์

มิติรถและแพ็กจุของ: คันเดียวเอาอยู่ทั้งครอบครัว
IONIQ 5 N Line ยังวางตัวเป็น Crossover ไฟฟ้าทรงล้ำ ออกแบบให้เน้นทั้งพื้นที่ใช้สอยและฟีลขับขี่ที่มั่นคง
ความยาวตัวรถ: 4,655 มม.
ความกว้าง: 1,890 มม.
ความสูง: 1,605 มม.
ฐานล้อ: 3,000 มม. ช่วยให้ห้องโดยสารโปร่งและนั่งสบาย
ความสูงจากพื้น: 160 มม. ลุยเนินลูกระนาดและทางขรุขระได้ไม่เครียด
ความจุช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk): 57 ลิตร
ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระ (เมื่อพับเบาะ): 520 – 1,580 ลิตร
น้ำหนักรถโดยประมาณ: 1,950 กก.
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.99 เมตร หมุนกลับรถในที่แคบได้ไม่ลำบาก
ล้ออัลลอย: ขนาด 20 x 8.5J
ยาง: ขนาด 255/45 R20 เน้นหน้าสัมผัสใหญ่ เกาะถนนมากขึ้น

แชสซีส์และระบบขับเคลื่อน: ขับหลัง ฟีลสปอร์ตชัดเจน
แพลตฟอร์มขับเคลื่อนของ IONIQ 5 N Line เน้นบาลานซ์และความสนุกในการขับ พร้อมเทคโนโลยีเบรกแบบ Regenerative ช่วยชาร์จไฟกลับระหว่างขับ
ระบบขับเคลื่อน: ล้อหลัง (RWD)
ระบบพวงมาลัย: Rack & Pinion แบบ R-MDPS ให้การควบคุมแม่นยำกว่าพวงมาลัยทั่วไป
ระบบส่งกำลัง: Single Speed Reduction Gear ทำงานลื่นต่อเนื่องสไตล์ EV
Gear Rear Ratio: 2.263
Final Gear Ratio: 4.706
ช่วงล่างหน้า/หลัง: MacPherson Strut / Multi-link เน้นความนุ่มแต่คุมตัวถังดี
ระบบเบรกหน้า/หลัง: ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายอากาศทั้งสี่ล้อ ช่วยระบายความร้อนเวลาขับเร็วหรือเบรกถี่
Vacuum Booster: Active Hydraulic Booster (Regenerative Brake) ผสานการหน่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและเบรกปกติอย่างแนบเนียน

พละกำลังและสมรรถนะ: ตัวเลขไม่โหดแบบ N ตัวเต็ม แต่ขับจริงสนุกแน่นอน
แม้ชื่อจะเป็น N Line ไม่ใช่ N ตัวแข่งเต็มระบบ แต่พละกำลังก็จัดว่าตอบโจทย์ทั้งสายเดินทางและสายขับสนุก
มอเตอร์ไฟฟ้า: Permanent Magnet Synchronous Motor
กำลังสูงสุด: 225 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 350 นิวตันเมตร มาเต็มตั้งแต่รอบต้นตามสไตล์ EV
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 530 กม. ตามมาตรฐาน WLTP (ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานจริง)
ประเภทแบตเตอรี่: Lithium-Ion
ความจุแบตเตอรี่: 84.0 kWh รุ่นใหม่
ความเร็วสูงสุด: 185 กม./ชม.
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.5 วินาที
อัตราการใช้ไฟฟ้า: 17.2 kWh/100 กม. (WLTP)

ระบบชาร์จ: สายเดินทางไกลต้องชอบ
IONIQ 5 N Line รองรับทั้งชาร์จ AC ที่บ้านและ DC ตามสถานีชาร์จเร็ว จุดเด่นคือชาร์จไวระดับ Ultra-fast
การชาร์จแบบกระแสสลับ (AC)
รองรับสูงสุด: 10.5 kW
เวลาในการชาร์จจาก 10-100%: ประมาณ 7.35 ชั่วโมง เหมาะกับการชาร์จค้างคืนที่บ้านหรือออฟฟิศ
การชาร์จแบบกระแสตรง (DC)
รองรับการชาร์จแบบ Ultra-fast charging: สูงสุด 350 kW
เวลาในการชาร์จจาก 10-80%: ประมาณ 18 นาที (ตามเงื่อนไขผู้ให้บริการสถานีชาร์จและอุณหภูมิแบต)
ฟังก์ชัน Vehicle To Load (V2L)
รองรับไฟ 220 V / 3.6 kW / 15 A
ใช้จ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้า, ถ่ายไฟให้รถคันอื่น หรือเป็นแหล่งพลังงานเวลาแคมป์ปิ้งได้สบาย

ภายนอก: ชุดแต่ง N Line เติมความดุแบบรถสนาม
จุดขายหลักของรุ่นนี้คือชุดแต่ง N Line รอบคันที่ทำให้หน้าตาไม่เหมือน IONIQ 5 ทั่วไป
กันชนหน้าดีไซน์สปอร์ตเฉพาะรุ่น N Line (ใหม่)
กันชนหลังดีไซน์สปอร์ตเฉพาะรุ่น N Line (ใหม่)
สเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตเฉพาะรุ่น N Line (ใหม่)
องค์ประกอบทั้งหมดช่วยเสริมลุคให้ดูเตี้ย แน่น และดุดันขึ้น เหมือนซูม ADN ของรุ่น N ตัวแรงมาใส่ในรถใช้จริง
ภายในและความสะดวกสบาย: รายละเอียดเล็ก ๆ แต่ฟีลลิ่งเปลี่ยน
ห้องโดยสารยังคงคอนเซ็ปต์ EV สายมินิมอล แต่เพิ่มอารมณ์สปอร์ตเข้ามาผ่านดีเทล N Line
พวงมาลัยโลโก้ N พร้อมด้ายเย็บสีแดง (ใหม่) เพิ่มความรู้สึกสปอร์ตตั้งแต่จับพวงมาลัย
เบาะหุ้มหนัง Alcantara พร้อมโลโก้ N (ใหม่) ช่วยให้สัมผัสพรีเมียมและเกาะตัวดีขึ้นเวลาเข้าโค้ง



สีตัวถัง: สายแต่งสปอร์ตถูกใจ เลือกโทนได้หลากหลาย
ตัวรถมีสีให้เลือกหลายแนว ตั้งแต่โทนเรียบหรูไปจนถึงโทนดุดันสะดุดตา
สีแดง Ultimate Red Metallic
สีเทาด้าน Ecotronic Gray Matte
สีขาวด้าน Atlas White Matte
สีดำ Abyss Black Pearl
สีเงิน Cyber Gray Metallic

สรุป: เหมาะกับใคร?
Hyundai IONIQ 5 N Line เหมาะกับคนที่อยากได้ EV สำหรับใช้งานทุกวัน แต่ไม่อยากยอมทิ้งฟีลสปอร์ต อยากได้หน้าตาดุขึ้น ช่วงล่างขับสนุก และฟีลลิ่งแบรนด์มอเตอร์สปอร์ตเบา ๆ โดยไม่ต้องกระโดดไปเล่น N ตัวแรงราคาโหด
ด้วยระยะทางวิ่งราว 530 กม. ต่อชาร์จและระบบชาร์จเร็วระดับ Ultra-fast ถ้าไลฟ์สไตล์คุณคือขับในเมืองผสมวิ่งต่างจังหวัดเป็นครั้งคราว รุ่นนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรลองไปดูคันจริงและลองขับให้ได้ก่อนตัดสินใจจอง เพราะบนถนนจริง ฟีลลิ่ง N Line มักจะเล่าเรื่องได้ดีกว่าสเปคบนกระดาษเสมอ

