รับแอปรับแอป

เที่ยวไทยทั้งกินดื่มพักครบ รับลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 แบบใช้ได้จริง

อนุชา วิริยะ01-30

ท่องเที่ยว กิน ดื่ม พัก แล้วได้ลดหย่อนภาษี…จริงดิ?

รัฐบาลปล่อยแพ็กเกจกระตุ้นท่องเที่ยวชุดใหญ่ ทั้งสายเที่ยวกินดื่มแบบบุคคลธรรมดา สายจัดทริปสัมมนาในนามบริษัท ไปจนถึงเจ้าของโรงแรมและธุรกิจบันเทิงหย่อนใจ

ใครใช้สิทธิเป็น มีลุ้นลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30,000 บาท แถมยังช่วยหมุนเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศไปพร้อมกัน

ด้านล่างนี้คือสรุปทุกมาตรการ แบบอ่านง่าย ใช้จริงได้ ไม่ต้องนั่งงงกับภาษากฎหมาย

1. บุคคลธรรมดาเที่ยวในประเทศ ลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท

มาตรการนี้ออกมาเพื่อชวนคนไทยออกไปเที่ยวในประเทศ กิน ช้อป พัก แล้วเอาใบกำกับภาษีไปลดหย่อนภาษีได้

ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิได้

  • ใช้จ่ายระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568

  • ต้องเป็นค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในประเทศเท่านั้น

ประเภทค่าใช้จ่ายที่นำมาลดหย่อนได้

  • ค่าที่พักโรงแรม

  • ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย

  • ค่าที่พักในสถานที่พักอื่นที่ไม่ใช่โรงแรม (แต่ต้องเป็นผู้ประกอบการที่จด VAT)

  • ค่าบริการร้านอาหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีการออก ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ถึงจะนำมาลดหย่อนได้

แบ่งสิทธิเป็น 2 ก้อน

  1. ก้อนที่ 1

    • ใช้จ่ายค่าที่พักหรือร้านอาหาร

    • ได้รับใบกำกับภาษีเต็มรูป แบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์

    • ลดหย่อนได้ไม่เกิน 10,000 บาท ตามที่จ่ายจริง

  2. ก้อนที่ 2 (เฉพาะ e-Tax Invoice)

    • ใช้จ่ายกับผู้ประกอบการ VAT เหมือนเดิม

    • แต่ใบกำกับภาษีต้องเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice เท่านั้น)

    • เพิ่มสิทธิได้อีก ไม่เกิน 10,000 บาท

รวมสองก้อน ถ้าใช้ครบและมีเอกสารตามเกณฑ์ จะลดหย่อนได้ สูงสุด 20,000 บาท สำหรับการท่องเที่ยวทั่วไป

ถ้าเที่ยวเมืองรอง คูณเพิ่มได้ 1.5 เท่า

สายชอบเช็กอินเมืองรองต้องถูกใจ เพราะถ้าเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด หรือบางอำเภอใน 15 จังหวัดตามที่กำหนด จะได้สิทธิเพิ่มขึ้น

  • ค่าใช้จ่ายตามข้อ 1 และ/หรือ ข้อ 2

  • นำมาลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของที่จ่ายจริง

  • แต่หักลดหย่อนได้รวมกันไม่เกิน 30,000 บาท

พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไปเมืองรอง ยิ่งคุ้ม ทั้งช่วยกระจายรายได้ท่องเที่ยว แถมตัวเองก็ได้สิทธิภาษีเพิ่ม

2. บริษัทจัดทริปอบรม–สัมมนาในประเทศ หักค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 2 เท่า

สาย HR สายจัดทริปออฟไซต์ต้องดูให้ดี เพราะมาตรการนี้ออกมาเพื่อจูงใจให้บริษัทหันมาจัดอบรมสัมมนาในประเทศมากขึ้น

ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิได้

  • ใช้จ่ายตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 – 15 ธันวาคม 2568

ใครใช้สิทธิได้บ้าง

  • บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

  • ที่จัดอบรมสัมมนาให้พนักงานภายในประเทศ

ค่าใช้จ่ายที่นำมาหักได้

  • ค่าห้องสัมมนา

  • ค่าห้องพัก

  • ค่าขนส่ง

  • ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดอบรมสัมมนา

  • ค่าบริการจากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

รูปแบบเอกสารที่ต้องมี

  • จ่ายให้ผู้ประกอบการที่จด VAT และต้องมีใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบ e-Tax Invoice

  • ยกเว้นค่าขนส่ง สามารถจ่ายให้ผู้ที่ไม่จด VAT ได้ แต่ต้องมี e-Receipt เป็นหลักฐาน

อัตราหักค่าใช้จ่ายพิเศษ

  • จัดสัมมนาใน จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง

    • หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง

  • จัดสัมมนาในพื้นที่อื่น (นอกเมืองรอง)

    • หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง

  • ถ้าทริปเดียวกันจัดทั้งในเมืองรองและนอกเมืองรองต่อเนื่องกัน

    • รายจ่ายที่แยกได้ชัดเจนว่าเกิดในพื้นที่ใด ให้ใช้ตามอัตราของพื้นที่นั้น

    • รายจ่ายที่แยกไม่ได้ชัดเจน ให้หักได้ 1.5 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง

3. เร่งเบิกงบฝึกอบรม–สัมมนาภาครัฐ (Front Load)

มาตรการนี้เน้นฝั่งภาครัฐ เพื่อเร่งให้เงินงบประมาณไหลเข้าสู่ระบบท่องเที่ยวโดยเร็ว โดยเฉพาะเมืองรอง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • ส่วนราชการ

  • รัฐวิสาหกิจ

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

แนวทางดำเนินการ

  • ให้เร่งเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ประจำปีงบประมาณ 2569

  • ในส่วนของการพัฒนาบุคลากร ต้องใช้จ่าย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของวงเงินฝึกอบรม–ประชุม–สัมมนา

  • ช่วงเวลาเร่งเบิกจ่าย: ตุลาคม 2568 – 31 มกราคม 2569

  • ให้พิจารณาจัดกิจกรรมในเมืองท่องเที่ยวในประเทศ โดยให้ความสำคัญกับ จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองเป็นอันดับแรก

มาตรการนี้ยังถูกผูกเป็นหนึ่งใน ตัวชี้วัดผลงาน (KPI) ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ (ที่ใช้งบประมาณปี) และ อปท. เพื่อให้หน่วยงานจริงจังกับการใช้จ่ายงบฝึกอบรมในประเทศ

พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง จะพิจารณาทบทวน อัตราค่าที่พักและค่าอาหาร สำหรับการจัดฝึกอบรมในประเทศให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันด้วย

4. เจ้าของโรงแรมเฮได้ หักค่าใช้จ่ายปรับปรุงได้ 2 เท่า

ใครทำธุรกิจโรงแรม ที่พัก อยากรีโนเวตให้ปังขึ้น มาตรการนี้ช่วยลดภาระภาษีได้แบบจัดเต็ม

กลุ่มเป้าหมาย

  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม

สิทธิที่ได้รับ

  • หักรายจ่ายจากการ ต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยาย หรือปรับปรุงทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการให้ดีขึ้น

  • ต้องไม่ใช่การซ่อมแซมเพื่อให้คงสภาพเดิม

  • หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง

  • ใช้ได้สำหรับค่าใช้จ่ายระหว่าง 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569

“ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการโรงแรม” มีอะไรบ้าง

  • อาคารถาวรที่ใช้ประกอบกิจการโรงแรม

  • เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนประกอบและยึดติดกับอาคารแบบถาวร

วิธีหักรายจ่ายจะแบ่งเป็น 2 ชั้น

  • เท่าแรก: หักเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามปกติ

  • เท่าที่สอง: ทยอยหักเพิ่มอีก 20 รอบระยะเวลาบัญชี ในจำนวนเท่า ๆ กันของแต่ละปี โดยเริ่มจากรอบบัญชีที่เริ่มหักค่าเสื่อมของทรัพย์สินนั้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมแหล่งเงินกู้รองรับการปรับปรุงโรงแรม โดยให้ธนาคารออมสินเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินหลัก (อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา)

5. ธุรกิจบันเทิง–ไนต์ไลฟ์ ได้ลดภาษีต่ออีก 1 ปี

สายบาร์ ผับ ค็อกเทลเลาจน์ และธุรกิจไนต์ไลฟ์ยังมีข่าวดีต่อเนื่อง เพราะรัฐขยายเวลามาตรการลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหย่อนใจออกไปอีก

รายละเอียดมาตรการ

  • ลดอัตราภาษีตามมูลค่าจาก 10% เหลือ 5%

  • ขยายเวลาออกไปอีก 1 ปีเต็ม

  • มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569

ครอบคลุมกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจประเภทรหัส 17.01 เช่น

  • ไนต์คลับ

  • ดิสโกเธค

  • ผับ

  • บาร์

  • ค็อกเทลเลาจน์

มาตรการนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการไนต์ไลฟ์ภายใต้ระบบภาษีมีต้นทุนภาษีลดลงเล็กน้อย มีหายใจหายคอมากขึ้น ในขณะที่รัฐยังคงรายได้ภาษีในระดับหนึ่ง

สรุปแบบสั้น ๆ ใช้สิทธิยังไงให้คุ้ม

  • บุคคลธรรมดา: เที่ยวในประเทศ พักโรงแรม ร้านอาหารที่จด VAT มีใบกำกับเต็มรูป อาจได้ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท ถ้าเน้นเที่ยวเมืองรองและใช้ e-Tax Invoice ให้ครบ

  • นิติบุคคล: จัดทริปอบรม–สัมมนาในประเทศ หักรายจ่ายได้สูงสุด 2 เท่า ถ้าจัดในเมืองรอง และเอกสารเป็น e-Tax Invoice / e-Receipt ตามเกณฑ์

  • ภาครัฐ: เร่งใช้งบฝึกอบรม–สัมมนาในประเทศ โดยเน้นเมืองรอง ช่วยดันเม็ดเงินเข้าสู่ภาคท่องเที่ยวเร็วขึ้น

  • เจ้าของโรงแรม: รีโนเวตอาคารและเฟอร์นิเจอร์ถาวร หักรายจ่ายได้ 2 เท่า กระจายหักได้ยาว 20 ปีบัญชี

  • ธุรกิจบันเทิง–ไนต์ไลฟ์: ได้ต่ออายุมาตรการลดภาษีจาก 10% เหลือ 5% อีก 1 ปีเต็มในปี 2569

ใครทำธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ผับบาร์ หรือเป็นมนุษย์เงินเดือนสายเที่ยว ลองเช็กตัวเองให้ดีว่าเข้าเกณฑ์ข้อไหนบ้าง

ใช้สิทธิให้ครบ เที่ยวให้คุ้ม แล้วปลายปีมาดูภาษีกันอีกที ว่าทริปเที่ยวรอบนี้ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปเท่าไหร่