รับแอปรับแอป

ต่างชาติเที่ยวไทย 34.1 ล้านคนไม่พอ! ถ้าไทยไม่รีบเปลี่ยนเกมท่องเที่ยว…จะโดนแซงทั้งแถว

ปวีณา ศรีทอง01-30

ภาพใหญ่ของท่องเที่ยวไทย: ตัวเลขนักท่องเที่ยวกลับมา แต่ไม่เหมือนเดิม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าการท่องเที่ยวไทยกำลังยืนอยู่บน จุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะโอกาสที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับไปเท่าช่วงก่อนโควิดนั้นเริ่มเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดจากประเทศคู่แข่งรอบโลก

คาดว่าในปี 2569 ไทยจะต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ราว 34.1 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 4% จากปีก่อนหน้า แม้ตัวเลขดูเหมือนดี แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพของไทย และสำคัญกว่านั้นคือ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปยังไม่ฟื้นกลับมาระดับเดิม

ตรงนี้เองที่ทำให้คำถามใหญ่คือ ต่อให้ดึงนักท่องเที่ยวมาได้มากขึ้น แต่ถ้าใช้จ่ายน้อย รายได้รวมจากท่องเที่ยวก็ยังไปได้ไม่สุด

สัญญาณน่าห่วง: ไทยกำลังเสียความสามารถในการแข่งขัน

เกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด อธิบายภาพรวมว่า รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย เมื่อเทียบกับ ค่าใช้จ่ายของคนไทยที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศ ช่องว่างเริ่มแคบลงมาก

พูดง่าย ๆ คือ เงินที่ต่างชาตินำเข้ามาเที่ยวไทย เพิ่มไม่ทันเงินที่คนไทยเอาออกไปใช้เที่ยวต่างแดน

พร้อมกันนั้นยังเห็นชัดว่า ไทยกำลังเผชิญกับสัญญาณ สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ในตลาดท่องเที่ยวโลก โดยมีประเด็นสำคัญคือ

  • ตลาดยุโรปและอินเดียยัง ไม่สามารถทดแทน นักท่องเที่ยวกลุ่มหลักอย่างจีนและอาเซียนได้เต็มที่

  • การกระจายตัวนักท่องเที่ยวจากเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ไปสู่เมืองรองยังทำได้ไม่มาก

ผลลัพธ์คือ เมืองดัง ๆ ก็ยังแน่น คนล้น คุณภาพประสบการณ์เริ่มถดถอย ขณะที่เมืองรองซึ่งยังมีศักยภาพ ก็ยังถูกใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่

ปี 2569 ต่างชาติเที่ยวไทยเพิ่ม แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพ

วาริธร ศิริสัตยะวงศ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ปี 2569 น่าจะเห็นการฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวจีน ที่เริ่มกลับมา

ตัวเลขคาดการณ์คือ

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 34.1 ล้านคน

  • เติบโตประมาณ 4% หลังจากปี 2568 ที่ตลาดหดตัวไปถึง 7%

แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น แต่ยังมีโจทย์ใหญ่สองเรื่องที่ไทยต้องคิดต่อคือ

  • จำนวนยัง ไม่เต็มศักยภาพ ของประเทศ

  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป ยังต่ำกว่าก่อนโควิด ทำให้รายได้รวมจากการท่องเที่ยวยังฟื้นได้ไม่สุด

สรุปคือ คนมาเยอะขึ้นก็จริง แต่ใช้เงินไม่เยอะเท่าเมื่อก่อน

จะเพิ่มรายได้ ไม่ใช่แค่ดึงคน แต่ต้องเปลี่ยน “สินค้าเที่ยวไทย”

หากไทยอยากให้รายได้ท่องเที่ยวเติบโตแบบมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่เน้นจำนวนหัว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ต้องหันมาโฟกัสที่ ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูงต่อทริป โดยเฉพาะกลุ่มที่ไทยมีศักยภาพโดดเด่น

ประเภทกิจกรรมที่ถูกยกขึ้นมาชัดเจน เช่น

  • กลุ่มกิจกรรมบันเทิงระดับใหญ่

    • การจัดคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก

    • เทศกาลดนตรีหรืออีเวนต์ที่ดึงแฟนจากทั่วโลกให้บินมาไทย

  • MICE (Meeting, Incentive, Convention, Exhibition)

    • การจัดประชุม สัมมนา งานประชุมวิชาการ

    • งานนิทรรศการหรืองานแสดงสินค้านานาชาติ

  • เจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก

    • ทัวร์นาเมนต์หรืออีเวนต์กีฬาที่ดึงทั้งนักกีฬา ทีมงาน และแฟนกีฬาให้เดินทางมาใช้จ่ายในประเทศ

  • ดึงสวนสนุกระดับโลกมาลงทุนในไทย

    • เพื่อสร้างแม่เหล็กด้านความบันเทิงที่ดึงดูดครอบครัวและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ใช้เวลานานขึ้น และใช้จ่ายมากขึ้น

  • ตลาดการเดินทางเพื่อสุขภาพและการรักษาพยาบาล

    • ผสมผสานการท่องเที่ยวเข้ากับโปรแกรมตรวจสุขภาพ การรักษา และการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ

แม้เส้นทางนี้จะไม่ได้ง่าย ต้องใช้เวลา ลงทุนสูง และต้องมีการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ แต่หากทำได้ดี นักท่องเที่ยวต่างชาติจะไม่เพียงกลับมาเยอะขึ้น แต่ยังใช้จ่ายมากขึ้นในระยะยาว

Medical & Wellness: โอกาสใหญ่ แต่ยังเจอโจทย์ยาก

วรรณวิษา ศรีรัตนะ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด วิเคราะห์ว่า ธุรกิจด้านการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพ (Medical & Wellness) เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่จะช่วยดันรายได้ท่องเที่ยวไทย แต่ก็ยังมีปัญหาท้าทายหลายด้าน

ประเด็นหลักที่ต้องเผชิญ เช่น

  • ตลาดคนไข้หลักมีแนวโน้มลดลง

  • การแข่งขันจากประเทศอื่นในภูมิภาคและระดับโลก รุนแรงขึ้นมาก

  • ปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบสาธารณสุขและการให้บริการที่ยังต้องเร่งแก้

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ปี 2569 คาดว่า

  • จำนวนคนไข้ต่างชาติจะเติบโตเพียงประมาณ 0.4%

  • รายได้จากคนไข้ต่างชาติจะเติบโตราว 3.7%

ถือเป็นการเติบโตแบบ ชะลอตัว เมื่อเทียบกับศักยภาพของไทยในสาย Medical & Wellness

ถ้าอยากโต ต้องเน้นแพทย์เฉพาะทาง + ป้องกันก่อนป่วย

เพื่อให้รายได้ท่องเที่ยวจากสายสุขภาพเติบโตอย่างมีคุณภาพ ไทยจำเป็นต้อง

  • โฟกัสไปที่ การแพทย์เฉพาะทาง

    • การรักษาที่ต้องใช้ระยะเวลาพักรักษาตัวยาวนานขึ้น

    • ทำให้คนไข้ต่างชาติใช้เวลาอยู่ในไทยนานขึ้น และใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาพักฟื้น

  • ขยายบริการสู่ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care)

    • โปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึก

    • การประเมินความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

  • เร่งพัฒนา การส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) ที่ไปไกลกว่าแค่สปาและนวดแผนไทย

    • โปรแกรม Detox, ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

    • รีทรีตด้านสุขภาพ การดูแลแบบองค์รวม

ทั้งหมดนี้ต้องสอดรับกับเทรนด์โลก เช่น

  • Longevity หรือการดูแลสุขภาพเพื่อยืดอายุอย่างมีคุณภาพ

  • การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ที่ทำให้คนทั่วโลกหันมาลงทุนกับสุขภาพตัวเองมากขึ้น

หากไทยจับตลาดนี้ได้ดี ก็มีโอกาสกลายเป็น ฮับด้าน Medical & Wellness ของภูมิภาคอย่างแท้จริง

4 กลยุทธ์ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเสนอ เพื่อให้ท่องเที่ยวไทยไปต่อ

เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยปรับตัวสู่ “สมดุลใหม่” และเดินหน้าอย่างแข็งแรง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเสนอแนวทางไว้ 4 ข้อสำคัญ ดังนี้

  • 1. ฟื้นความเชื่อมั่น โดยเน้นตลาดระยะใกล้
    ตลาดใกล้บ้านยังเป็นหัวใจหลัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่สัดส่วนลดลงจากก่อนโควิดถึงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงราว 14% จำเป็นต้องมีมาตรการและแคมเปญที่ทำให้รู้สึกว่าไทยกลับมาปลอดภัย คุ้มค่า และน่าเที่ยวเหมือนเดิม

  • 2. เร่งเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริป ด้วยสินค้าที่ไทยมีจุดเด่น
    ไม่ใช่แค่ขาย “ที่เที่ยว” แต่ต้องขาย “ประสบการณ์” ที่มีมูลค่าสูง ผ่านการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และการเติมเต็ม Ecosystem การท่องเที่ยว ให้ครบ ตั้งแต่การเดินทาง ที่พัก กิจกรรม อีเวนต์ ไปจนถึงบริการเสริมต่าง ๆ

  • 3. จูงใจคนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น
    ทำให้คนไทยรู้สึกว่าเที่ยวเมืองไทยก็ได้ประสบการณ์ดีไม่แพ้ต่างประเทศ ทั้งด้านคุณภาพบริการ ความแปลกใหม่ และคอนเทนต์ของทริป เช่น คอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี งานอีเวนต์ หรือกิจกรรมเฉพาะทางตามความสนใจของแต่ละกลุ่ม

  • 4. ดันเมืองท่องเที่ยวรอง ด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น
    เมืองรองต้องถูกเล่าเรื่องใหม่ให้โดนใจมากขึ้น ใช้จุดเด่นเฉพาะถิ่นอย่าง Geographical Indications (GI) หรือสินค้าและบริการที่มีเอกลักษณ์ของพื้นที่มาสร้างประสบการณ์เฉพาะตัว เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวออกจากเมืองหลัก และเพิ่มมูลค่าให้ท้องถิ่นไปพร้อมกัน

สรุป: เกมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ ต้องเน้น “คุณภาพ” มากกว่า “จำนวน”

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนชัดว่า การท่องเที่ยวไทยเข้าสู่ยุคที่ไม่อาจหวังพึ่งแค่ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวอีกต่อไป

ในโลกที่คู่แข่งเพิ่มขึ้นทุกปี ไทยจำเป็นต้อง

  • สร้าง ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง

  • เน้นจุดแข็งด้าน MICE, Entertainment, Medical & Wellness

  • กระจายนักท่องเที่ยวไปยังเมืองรองผ่านอัตลักษณ์ท้องถิ่น

ถ้าทำได้ การมียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 34.1 ล้านคนอาจไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือ เขาแต่ละคนยอมจ่ายเท่าไหร่ เพื่อจะมาเที่ยวไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่า