รับแอปรับแอป

หนีเสียงวุ่นวายพัทยาใต้ มาซบทะเลจอมเทียน–นาจอมเทียนแบบช้าๆ แต่นานๆ

มณีรัตน์ พูลผล01-31

ชายฝั่งที่พัทยาทิ้งหาย แต่หัวใจทะเลยังเต้นเบาๆ

ขับรถเลาะชายฝั่งลงจากพัทยา ทิ้งแสงนีออนและความวุ่นวายไว้ข้างหลังไม่กี่กิโลเมตร โลกทั้งใบก็เหมือนเปลี่ยนโทน

อากาศเหมือนหายใจสะดวกขึ้น ผู้คนเดินช้าลง คลื่นซัดฝั่งเป็นจังหวะเหมือนเพลงกล่อมเบาๆ

จอมเทียน คือชายหาดรูปจันทร์เสี้ยวที่ทอดยาวโค้งเหมือนหาวยืดตัวสบายๆ

เลยลงไปอีกหน่อยคือ นาจอมเทียน พื้นที่ที่เหมือนประเทศไทยได้กดปุ่ม “ถอนหายใจ” ทิ้งความเร่งรีบทั้งหมด

ที่นี่ไม่มีใครรีบร้อน น้ำทะเลเคลื่อนไปอย่างใจเย็น ต้นมะพร้าวเอนตัวเหมือนกำลังงีบหลับ และคนท้องถิ่นที่อยู่กันมานานตั้งแต่ก่อนพัทยาจะเริ่มเปลี่ยนเป็นลาสเวกัสเมืองทะเล ยังคงเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆ รสมือแบบบ้านๆ ที่แทบจะขึ้นจากเรือในเช้าวันนั้นเลย

นี่ไม่ใช่เมืองที่คุณต้อง “มาเพื่อให้ประทับใจใคร” แต่เป็นที่ที่คุณมาเพื่อ ให้ตัวเองรู้สึกดีจริงๆ

ทำอะไรดีเมื่อมาถึงจอมเทียน

จอมเทียนเป็นเมืองของจังหวะช้าๆ แต่ไม่ได้น่าเบื่อเลย มีหลายอย่างให้ทำ แต่ทุกกิจกรรมมี mood เดียวกันคือ “ค่อยๆ ซึมซับ” มากกว่า “รีบเก็บแต้มเที่ยว”

  • พายเรือซัพบอร์ดยามพระอาทิตย์ขึ้น
    สำหรับสายตื่นเช้า ทะเลจะนิ่งเงียบเหมือนกำลังหลับ ฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนสี พอคุณพายกระดานออกไปแนวชายฝั่งจะค่อยเลือนเหมือนความฝันที่เพิ่งตั้งต้น

  • เดินเล่นที่มิโมซ่า พัทยา
    หมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศส–ไทย ที่จับเอาสถาปัตยกรรมยุโรปมาผสมกับความคิทช์แบบท้องถิ่น กลายเป็นโลกใบเล็กๆ ที่ทั้งแปลก ตลก และมีเสน่ห์แบบเหนือจริง

  • หลงทางในสวนนงนุช
    อาณาจักรสวนพฤกษศาสตร์ กล้วยไม้ บอนไซ และการแสดงช้างกับโชว์วัฒนธรรม ที่นี่คือครึ่งหนึ่งเป็นสวนในฝัน อีกครึ่งคือโรงละครกลางแจ้ง กลายเป็นประสบการณ์ที่ทั้งเขียว ชุ่ม และเล่นใหญ่ในเวลาเดียวกัน

  • ไปต่อที่หาดนาจอมเทียน
    ลงใต้มาอีกนิด คุณจะเจอชายหาดที่คนบางตากว่าทางเหนือ ทรายละเอียดกว่า และพ่อค้าแม่ค้าหลายเจ้า จำชื่อคุณได้ตั้งแต่บ่ายวันที่สอง บรรยากาศเหมือนมาเยี่ยมญาติ มากกว่ามาเที่ยวแบบคนแปลกหน้า

พักที่ไหนให้เข้ากับอารมณ์ทะเลช้าๆ

เรื่องที่พักในโซนนี้ ต้องคิดในมุม “อยากใช้ชีวิตแบบไหน” มากกว่าแค่ “จะนอนที่ไหน”

ซอยเล็กๆ แถวนี้บางช่วงเงียบจนได้ยินเสียงลมพัด ผ่านเลยโซนร้านหรูหรามานิดเดียว คุณจะเจอสเปซที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ไม่ต้องอวดใคร แต่ให้บรรยากาศครบ

ลองจินตนาการถึง วิลล่า 4 ห้องนอน ที่ซ่อนในสวนแบบทรอปิคอล มีสระว่ายน้ำส่วนตัว พื้นที่บาร์บีคิว และสายลมที่พากลิ่นดอกลั่นทมกับไอเค็มของทะเลลอยเข้ามาแบบพอดีๆ

คุณไม่ได้มานอนในฐานะ “นักท่องเที่ยว” แต่ใช้ชีวิตที่นี่เหมือนเป็นตัวละครหลักในนิยายเล่มโปรดของตัวเอง

เช้า: จิบกาแฟริมสระ ฟังเสียงน้ำกระทบขอบสระแทนนาฬิกาปลุก

บ่าย: ลงว่ายน้ำแบบไม่ต้องนับรอบ แล้วขึ้นมานั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ใต้ร่มไม้

กลางคืน: มีเพียงเสียงจั๊กจั่นคลออยู่ไกลๆ กับเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วเครื่องดื่มเบาๆ กลายเป็นซาวด์แทร็กของค่ำคืนนั้นโดยไม่ต้องมีดีเจสักคน

นี่คือพื้นที่ที่ทำให้คุณรู้สึกว่า การอยู่เฉยๆ ก็คือกิจกรรมสำคัญของวัน

ชิมอะไรดีให้เข้ากับลมทะเลจอมเทียน

อาหารในหาดจอมเทียนมีเสน่ห์แบบ “ไม่ต้องพยายาม” ไม่เยอะ ไม่เว่อร์ แต่ทุกจานคือสิ่งที่มันควรจะเป็นอย่างพอดี

  • ปูเปนซีฟู้ด
    ร้านซีฟู้ดท้องถิ่นเจ้าดัง เมนูห้ามพลาดคือปูผัดผงกะหรี่รสเข้มถึงเครื่อง กับกุ้งแม่น้ำย่างตัวใหญ่เท่าฝ่ามือ เนื้อเด้งฉ่ำแบบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเยอะก็อร่อย

  • บ้านแก้ว
    ร้านติดชายหาด บรรยากาศสบายๆ มีปลาเผาหอมๆ ค็อกเทลจิบเพลิน และช่วงพลบค่ำที่ฟ้าค่อยๆ มืดลง บรรยากาศจะโอบล้อมคุณไว้แบบนุ่มๆ เหมือนผ้าแพร

  • ริมผาลาภิน
    ร้านบนหน้าผา มองเห็นทะเลจากมุมสูง มีแสงเทียนระยิบระยับ ชวนให้หลงอารมณ์อยู่ยาวๆ สั่งปลากะพงขาวนึ่งมะนาวใส่กระเทียมจัดๆ แล้วปล่อยให้ตัวเองนั่งดูดาวไปเรื่อยๆ

นี่คือมื้ออาหารที่ไม่ได้มีแค่ “รสชาติ” แต่ยังบันทึกอารมณ์ตอนนั้นไว้ด้วย

สถานที่เที่ยวรอบๆ ที่ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปแล้วกลับ

โซนจอมเทียน–นาจอมเทียนไม่ได้มีแต่ทะเล แต่ยังมีมุมสงบๆ ให้ได้รีเซ็ตหัวใจไปพร้อมกัน

  • วัดญาณสังวราราม
    กลุ่มวัดที่ให้ความรู้สึกเหมือนออกเดินทางไปแสวงบุญ แต่ไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าจนรู้สึกไกลตัว ทุกอย่างสงบ เรียบ แต่ ศักดิ์สิทธิ์แบบไม่ต้องพยายาม

  • เขาชีจรรย์
    หน้าผาหินปูนที่มีพระพุทธรูปทองคำสลักสูงกว่า 100 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เป็นภาพที่ทั้งแปลกตาและน่าประทับใจ พอมองนานๆ จะรู้สึกว่านี่คืออีกด้านหนึ่งของพัทยาที่หลายคนไม่เคยเห็น

  • ไร่องุ่น Silverlake
    ใครจะคิดว่าเมืองไทยก็มีมุมที่ชวนให้เผลอคิดถึงทัสคานีได้เหมือนกัน? เนินเขา แปลงองุ่น และบรรยากาศที่เหมือนหลุดเข้าไปในฉากหนังโรแมนติก ทำให้ที่นี่กลายเป็นมุมหนีเมืองวุ่นวายที่คาดไม่ถึง

สิ่งที่ควรเลี่ยง ถ้าอยากให้ทริปนี้รักษาอารมณ์ดีๆ ไว้ได้

แม้ที่นี่จะเหมือนสวรรค์ริมทะเล แต่การใช้สติสักนิดจะทำให้ทริปของคุณสวยงามกว่าเดิม

  • อย่ากรอกตารางเที่ยวแน่นเกินไป
    จอมเทียนไม่ใช่ check-list ให้รีบติ๊กทีละข้อ แต่มันคือยาชโลมหัวใจ คุณมาที่นี่เพื่อปล่อยให้วันเวลาไหลไปช้าๆ มากกว่าจะเร่งทุกอย่างให้จบเร็ว

  • ระวังทริปเรือเร็วถ้าคุณไม่แน่ใจ
    หลายเจ้ามักเสียงดัง คนเยอะ อัดแน่น และอาจไม่เข้ากับบรรยากาศสงบๆ ที่คุณตั้งใจจะมาหลบในโซนนี้ ลองเลือกวิธีออกทะเลแบบเบาๆ แทน

  • เคารพความเงียบสงบของพื้นที่
    นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ที่เปิดเพลงดังได้ยันเช้า เสียงเพลงลั่นโต๊ะ ตะโกนโหวกเหวก หรือพฤติกรรมกร่างๆ จะดูแปลกแยกทันที ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือน “บ้านคนอื่น” มากกว่า “เมืองท่องเที่ยว” อย่าลืมเกรงใจเจ้าบ้าน

จอมเทียนที่แท้จริง คือความรู้สึกมากกว่าภาพถ่าย

จอมเทียนไม่ใช่แค่รูปโปสการ์ดติดตู้เย็น แต่คือ ความรู้สึกที่ยังติดอยู่ในตัวคุณ นานหลังจากกลับบ้านไปแล้ว

กลิ่นมะม่วงสุก ละอองน้ำทะเลเค็มจางๆ และอากาศอุ่นที่พัดผ่านใต้ใบพัดลมหมุนเอื่อยในตอนค่ำ ทั้งหมดนี้จะกลับมาในความทรงจำแบบไม่บอกล่วงหน้า

มันคือสถานที่ที่คุณจะเผลอคิดถึงในวันที่ไม่ควรเหม่อ และอาจเปิดแผนที่ดูเล่นๆ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะลางานได้วันไหน

และเมื่อวันหนึ่งคุณตัดสินใจมา—ซึ่งคุณควรมาสักครั้ง—ลองเลือก ที่พักที่เข้าจังหวะกับอารมณ์ของตัวเอง

ไม่ใช่แค่ที่นอนสบาย แต่เป็นพื้นที่ที่ให้บริบท ให้เรื่องราว และให้คุณได้เขียนบทตอนพิเศษใน “เรื่องราวแบบไทยๆ ของตัวคุณเอง” ลงในชีวิตจริง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาเขียนแทนคุณ