รับแอปรับแอป

จากเด็กเซอร์ไววัลสู่ฝูงมนุษย์หมาป่า LYKN: บทสนทนาที่ทำให้รู้ว่าพวกเขาจริงจังแค่ไหน

สกล วิริยะกิจ01-31

LYKN คือใครกันแน่: มนุษย์หมาป่า ไม่ใช่เห็ดรา

“LYKN อ่านว่า ‘ไลแคน’ ไม่ใช่ ‘ไลเคน’ นะครับ เพราะพวกเราเป็นมนุษย์หมาป่าที่พร้อมจะแปลงร่างมาเจอแฟนๆ ได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องรอแค่คืนพระจันทร์เต็มดวง และที่สำคัญ เราไม่ใช่เห็ดราด้วยครับ”

ประโยคเปิดตัวสุดขี้เล่นจาก 5 หนุ่มหน้าใสแห่งวง LYKN – วิลเลี่ยม, เลโก้, นัท, ฮง และตุ้ย – ดังลั่นอยู่ในสตูดิโอขนาดกระทัดรัดระหว่างที่พวกเขากำลังอัดคอนเทนต์ในฐานะหนึ่งในศิลปินโปรแกรม Spotify RADAR Artist ที่ช่วยผลักดันศิลปินหน้าใหม่ให้เติบโตบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดัง

เสียงหัวเราะและมุกแซวกันไปมาทำให้บรรยากาศผ่อนคลายจนเผลอยิ้มตาม พร้อมแอบถามตัวเองในใจว่า ระหว่างสัมภาษณ์อยู่นี้ เราควรเรียกพวกเขาว่าฝูงมนุษย์หมาป่าหรือลัทธิเห็ดราดี

จากรายการเซอร์ไววัลสู่บอยแบนด์เต็มตัว

LYKN คือบอยแบนด์ที่ถือกำเนิดจากรายการ Project Alpha รายการเซอร์ไววัลของ GMMTV ที่เฟ้นหาหนุ่มๆ มากความสามารถมารวมตัวกัน โดยชื่อวงมาจากคำว่า Lycan หมายถึงมนุษย์หมาป่าที่จะกลายร่างเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องรอคืนพระจันทร์เต็มดวง

ภาพลักษณ์นั้นสะท้อนตัวตนของทั้ง 5 คนอย่างตรงไปตรงมา พวกเขาพร้อม ‘แปลงร่าง’ เป็นศิลปินบนเวทีเพื่อส่งต่อความสุขให้แฟนๆ ทุกครั้งที่มีโอกาส

จากสิ่งที่เห็นตรงหน้า ทั้งการพูดคุยหยอกล้อกันตอนถ่ายคอนเทนต์ การเกื้อหนุนกันระหว่างทำงาน และเคมีที่ลงตัวเวลาแสดงบนเวที (แม้ตอนนี้หลายคนอาจจะยังเห็นผ่านหน้าจอเท่านั้น) ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมทั้งห้าคนถึงฝ่าด่านแข่งขันมาเดบิวต์ได้สำเร็จอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

พวกเขาไม่ได้เป็นแค่สมาชิกวงเดียวกัน แต่คือ ‘ฝูง’ เดียวกันจริงๆ

เอสไควร์ ประเทศไทย มีโอกาสได้จับเข่าคุยกับทั้ง 5 หนุ่มแบบสั้นๆ แต่เข้มข้น ว่าด้วยเรื่องตัวตน แพสชั่น และภาพอนาคตในฐานะหนึ่งในฝูงมนุษย์หมาป่า LYKN ที่กำลังเริ่มออกล่าเส้นทางของตัวเองบนถนนดนตรีทีป็อป

WILLIAM: จากคนไม่ชอบเต้น สู่คนที่เต้นได้เพราะรักการร้องเพลง

ความรู้สึกเมื่อได้เป็น Spotify RADAR Artist

สำหรับวิลเลี่ยม แค่การได้มีเพลงตัวเองอยู่บนแอพที่ใช้งานเป็นประจำก็ถือว่าเกินฝันไปมากแล้ว การถูกเลือกให้เป็นหนึ่งใน Spotify RADAR Artist จึงไม่ใช่แค่ความดีใจธรรมดา แต่เป็นโมเมนต์ที่ทำให้เจ้าตัวถึงกับ “แอบตกใจ แต่ดีใจมากกว่าเยอะครับ”

ชีวิตหลังเดบิวต์: ศิลปินตัวจริงต้องบาลานซ์ให้ไหว

หลังเดบิวต์ ชีวิตของเขาไม่ได้เรียบง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป วิลเลี่ยมต้องสวมหลายบทบาทในเวลาเดียวกัน ทั้งงานวง งานเดี่ยว งานคู่ ไปจนถึงงานแสดง

เขายอมรับตรงๆ ว่า สิ่งที่ต้องเรียนรู้มากที่สุดคือการบาลานซ์ชีวิต ต้องคุยกับตัวเองตลอดว่าจะจัดสรรเวลาและพลังให้ลงตัวทุกด้านได้อย่างไร เพื่อไม่ให้ด้านไหนตกหล่นไป

เป้าหมายสูงสุดของ LYKN ในมุมของวิลเลี่ยม

ในหัวของเขา ภาพปลายทางไม่ได้จบแค่ความสำเร็จของวงตัวเองเท่านั้น วิลเลี่ยมอยากเห็น ทีป็อปเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และหวังให้ LYKN เป็นส่วนหนึ่งของแรงผลักดันนั้น

เขาอยากให้คนต่างชาติได้รู้จักเพลงไทยมากขึ้น ผ่านผลงานของพวกเขาเอง

ถ้าวงไปถึงจุดนั้นแล้ว… จะทำอะไรต่อ?

คำตอบของวิลเลี่ยมเรียบง่ายแต่ชัดเจน – เขาอยากรักษามาตรฐานให้ได้ และทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

เขาเล่าว่ามักได้ยินแฟนๆ บอกว่า “LYKN ไม่เคยดูถูกคนดูเลย ขึ้นโชว์ทีไรก็เต็มที่เสมอ” ซึ่งเป็นประโยคที่พวกเขาภูมิใจมาก และกลายเป็นเหตุผลที่ต้องนั่งคุยกันอยู่เสมอว่า จะทำยังไงให้ทุกโชว์ ทุกซิงเกิล และทุกอีเวนต์ดีกว่าเดิม

อุปสรรคใหญ่ที่สุดที่ทำให้ภูมิใจในตัวเอง

ใครจะคิดว่าคนที่ขึ้นเวทีเต้นเต็มแรงได้แบบนี้ เคยไม่ชอบการเต้นมาก่อน วิลเลี่ยมสารภาพตรงๆ ว่าแต่เดิมเขาเป็นสายร้องแบบชัดเจน และไม่อินกับการเต้นเท่าไหร่

แต่พอต้องออดิชั่นเข้า Project Alpha เขาตัดสินใจฝืนคอมฟอร์ตโซนตัวเอง เพื่อนนักเต้นมาช่วยซ้อมให้ทุกวันตั้งแต่หกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน จนกลายเป็นคนที่เต้นได้อย่างในวันนี้

ทุกวันนี้เขาไม่ได้เกลียดการเต้นอีกต่อไปแล้ว เพราะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงที่ช่วยขับให้การร้องเพลง – สิ่งที่เขารักที่สุด – กลมกล่อมยิ่งขึ้น

นี่คืออุปสรรคที่ทำให้เขาภูมิใจในตัวเองมากที่สุด

LEGO: ชีวิต 24 ชั่วโมงเหมือนเกมที่ต้องอัปเลเวลตัวเองตลอดเวลา

จากเด็กต่างจังหวัดสู่ศิลปินทีป็อป

เลโก้ยิ้มกว้างเมื่อพูดถึงการได้เป็นหนึ่งใน Spotify RADAR Artist เขามองว่านี่คือทั้งเกียรติและโอกาสสำคัญ ที่ทำให้เพลงของ LYKN กลายเป็นอีกหนึ่ง ‘เรดาร์’ พาผู้ใช้ Spotify เข้ามาทำความรู้จักทีป็อปมากขึ้น

ชีวิตหลังเดบิวต์ของเขาเปลี่ยนใหญ่แบบย้ายเลนจริงๆ จากเด็กต่างจังหวัดต้องย้ายมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ และหน้าที่การงานในฐานะศิลปินบังคับให้เขา ต้องโตขึ้นทั้งในเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคม

เลโก้มองว่าการได้เป็นศิลปินทีป็อป ทำให้เขาเข้าใกล้ภาพต้นแบบในใจตัวเองที่วาดฝันไว้ตั้งแต่เด็กมากขึ้นเรื่อยๆ และย้ำว่าต้อง “ใช้ชีวิตให้ดี” ให้สมกับโอกาสที่ได้รับ

เป้าหมายของ LYKN ในสายตาเลโก้

สำหรับเลโก้ เป้าหมายของวงไม่ใช่เพียงยอดวิวหรือชาร์ตเพลง แต่คือการ “พากันไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ทั้งในแง่เพลง ตัวศิลปิน และแฟนคลับ

เขาอยากเดินไปพร้อมกันกับทุกคนในเส้นทางนี้ และก็ยังแอบอยากรู้เหมือนกันว่าปลายทางสูงสุดของพวกเขาจะอยู่ตรงไหนกันแน่

ถ้าขึ้นสูงแล้ว จะทำอย่างไรต่อไป

คำอธิษฐานของเลโก้เรียบง่ายแต่ตรงใจหลายคน – เขาอยากให้ความรุ่งของ LYKN เป็น การรุ่งที่ไม่ร่วง และหวังว่าจะรักษาช่วงเวลานั้นไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้

ชีวิต 24 ชั่วโมงที่เต็มไปด้วยภารกิจ

เลโก้มองชีวิตตัวเองเหมือนเกมเลเวลอัป ในหนึ่งวันเขาต้องแบ่งตัวเองออกเป็นสองพาร์ทชัดเจน ทั้งหน้าที่ในฐานะศิลปิน และการใช้ชีวิตในฐานะคนธรรมดา

เขาบอกว่าชีวิตเลยเหมือนเกมเล็กๆ ที่ต้องเล่นอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ตัวเองเก่งขึ้นทีละนิด และค่อยๆ กลายเป็น best version ของตัวเอง ในทุกวัน

ความผูกพันกับ Spotify ที่มากกว่าแค่แพลตฟอร์ม

สิ่งหนึ่งที่เลโก้ภูมิใจคือ เขากล้าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใช้ยุคแรกๆ ของ Spotify และวันนี้ได้เห็นเพลงของตัวเองอยู่ในแอพที่ใช้ฟังเพลงมาตลอดเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เขาตื้นตันมาก

เพราะสำหรับเลโก้ การฟังเพลงไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่มันคือเครื่องมือที่ทำให้เขาร้องเพลงเก่งขึ้นด้วย

NUT: แรงกดดันคือเครดิตว่าพวกเรากำลังก้าวมาถูกทาง

ดีใจกับโอกาส และเคารพกับมาตรฐานของตัวเอง

นัทมองการได้เป็น Spotify RADAR Artist เป็นเหมือนการยืนยันว่าความตั้งใจของ LYKN ไม่ได้สูญเปล่า เขาดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก เพราะรู้ว่าทุกคนในวงทุ่มเทกับการทำเพลงจริงๆ

หลังเดบิวต์: เรียนรู้การวางแผนชีวิตอย่างจริงจัง

การได้เป็นศิลปินทำให้ชีวิตนัทมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาต้องเรียนรู้การจัดสรรเวลา วางแผนชีวิตให้สอดคล้องกับหน้าที่ในแต่ละวัน และพัฒนาตัวเองทั้งในฐานะศิลปินและในฐานะคนคนหนึ่งไปพร้อมกัน

แรงกดดันจากคำว่า Spotify RADAR Artist

เขายอมรับตรงๆ ว่าตำแหน่งนี้มาพร้อมความกดดันแบบเลี่ยงไม่ได้ เพราะรู้ว่าศิลปินอีกมากมายก็อยากได้รับเลือกเหมือนกัน

นัทเลยตั้งกติกากับตัวเองว่า ตั้งแต่นี้ไป ห้ามปล่อยให้มาตรฐานของตัวเองตกลงจากเดิม มีแต่จะต้องพัฒนาขึ้นทีละน้อยให้สมกับโอกาสที่ได้รับ

อยากให้ LYKN ไปไกลแค่ไหน

ความฝันของนัทคืออยากให้ LYKN เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่จำกัดแค่ในประเทศไทยเท่านั้น เขาอยากให้คนที่ฟังภาษาไทยไม่ออกยังสามารถสนุกและอินกับสิ่งที่วงพยายามสื่อผ่านเพลงได้

นัทฝันอยากให้คนต่างชาติเปิดใจให้เพลงทีป็อปแบบเดียวกับที่คนไทยเปิดใจให้เคป็อป และอยากให้คนอื่นรู้สึกกับเพลงไทยอย่างที่เขารู้สึกเวลาเปิดเพลงเกาหลีฟัง

ถ้าวันหนึ่งไปถึงตรงนั้นแล้ว…

หาก LYKN ก้าวไปถึงจุดที่วงเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างที่ฝันไว้แล้ว นัทอยากจะทำเพลงแนว easy listening ที่ฟังสบาย ติดหู และเปิดวนได้เรื่อยๆ

เขาอยากทำเพลงที่เป็นตัวเองแบบที่สุด ไม่ต้องกังวลมากว่าคนจะชอบแค่ไหน แต่ให้ความแพสชั่นเป็นตัวนำ เพื่อส่งต่อความจริงใจออกไปผ่านเสียงเพลง

อุปสรรคที่ทำให้รู้ว่า “เราโตขึ้นแล้ว”

เรื่องที่ท้าทายที่สุดสำหรับนัทคือการจัดการเวลา เพราะในหนึ่งวันเขาต้องรับผิดชอบทั้งบทบาทศิลปินและชีวิตส่วนตัวควบคู่กันไป

การผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นมาก และภูมิใจที่ยังยืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไม่ถอดใจ

ความผูกพันกับฝูง LYKN

นัทเล่าว่าเขารู้สึกผูกพันกับสมาชิกในวงมาก เพราะทุกคนซ้อมหนักมาด้วยกัน ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเคียงข้างกันมาตลอดจนกลายมาเป็นวงห้าคนในวันนี้

เขาภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับคนที่เก่งในแบบของตัวเองทุกคน และหวังว่าจะได้เดินไปข้างหน้าในฐานะ LYKN ทั้งห้าคนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

HONG: คนติดเตียงที่ภูมิใจทุกครั้งที่ลุกขึ้นไปลุยชีวิต

จากความพยายามของทีม สู่ความดีใจของทั้งวง

ฮงเล่าย้อนถึงตอนรู้ข่าวว่า LYKN ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Spotify RADAR Artist ว่าเขาทั้งตกใจและดีใจมาก เพราะเห็นความพยายามของทีมที่คอยผลักดันวงมาตลอด เมื่อได้รับเลือกจริงๆ จึงเหมือนเป็นรางวัลของทุกคนที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง

เดบิวต์แล้ว ชีวิตจริงยิ่งต้องจัดการให้ดี

หน้าที่ของฮงไม่ได้มีแค่การเป็นศิลปินเท่านั้น เขายังต้องบาลานซ์เรื่องเรียน เรื่องงาน และเวลาส่วนตัวให้ลงตัวกว่าเดิม

เขาบอกว่าเดิมทีก็เป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่เมื่อมีงานเข้ามามากขึ้น ก็ยิ่งต้องบริหารจัดการทุกอย่างให้รัดกุมกว่าเดิมไปอีกขั้น

ความฝันใหญ่เวอร์ที่ฮงอยากพูดออกมาตรงๆ

ฮงเคยพูดไว้แบบไม่กลัวเวอร์ว่าอยากขึ้นเล่นที่ Wembley Stadium เพราะเขาชอบฟุตบอลและชอบประเทศอังกฤษมาก เขาเล่าพร้อมหัวเราะว่า “พูดเวอร์ๆ ไว้ก่อน เผื่อสักวันจะไปถึงจริงๆ”

แต่ในความเวอร์นั้นเต็มไปด้วยความจริงจังที่สัมผัสได้ชัดเจน

ถ้าวันหนึ่งได้ยืนบนเวทีในฝันแล้วล่ะ

ในมุมของฮง ความสำเร็จไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทต่อไป เขาเชื่อว่าต่อให้ได้เล่นเวทีใหญ่ บัตรขายหมด หรือทำสถิติไว้มากแค่ไหน วงก็ต้องเดินหน้าต่อไป

เขาจินตนาการถึงการกลับไปเล่นเวทีเดิมอีกครั้ง แต่เพิ่มเพลงใหม่ ไอเดียใหม่ และด้านใหม่ๆ ให้คนได้เห็นเรื่อยๆ แบบไม่หยุดนิ่ง

อุปสรรคที่ฟังดูตลก แต่จริงจังกว่าที่คิด

เมื่อตอบคำถามว่าอุปสรรคที่ทำให้ตัวเองภูมิใจที่สุดคืออะไร ฮงตอบว่า… “เตียงครับ”

เขายอมรับว่าเป็นคนติดเตียงมาก การลุกออกจากเตียงเพื่อไปทำงานหรือไปใช้ชีวิตในแต่ละวันคือเรื่องที่ไม่ง่ายสำหรับเขาเลย และนั่นทำให้เขาภูมิใจมากทุกครั้งที่สามารถออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเองได้สำเร็จ

เตียงคือพื้นที่ปลอดภัยของฮง แต่ทุกครั้งที่เลือกออกมาเจอโลกข้างนอก เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังก้าวออกมาทำสิ่งที่รักอย่างเต็มที่

ข้อความถึงคนที่กำลังเหนื่อยอยู่ตอนนี้

ฮงฝากข้อความเล็กๆ ถึงคนที่กำลังอ่านว่า อย่าอ่านนิตยสารในที่มืด เดี๋ยวสายตาจะเสีย (แน่นอนว่าเขาพูดติดตลก)

สิ่งที่เขาอยากบอกจริงๆ คือ หวังให้บทสัมภาษณ์นี้กลายเป็นเชื้อไฟเล็กๆ ให้คนที่กำลังเจอเรื่องยากในชีวิตได้ฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

เขาอยากให้ตัวเองและเพื่อนๆ อีกสี่คนเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ ให้ทุกคนรู้ว่าชีวิตมันเป็นแบบนี้แหละ มีปัญหาก็แค่พยายามผ่านมันไปให้ได้ ถ้าวันไหนเหนื่อยมากๆ ก็ “หนีไปนอนก่อน แล้วค่อยตื่นมาเจอกันใหม่วันพรุ่งนี้”

TUI: จากเกือบหลุดโผ สู่จุดที่รู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่อเวที

ความรู้สึกเมื่อชื่อ LYKN ปรากฏในรายชื่อ RADAR

ตุ้ยบอกว่าทั้งดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ LYKN ได้รับโอกาสนี้ เขาขอบคุณ Spotify ที่เปิดพื้นที่ให้วงได้ฉายแสงมากขึ้นในปีนี้ และย้ำซ้ำหลายครั้งว่า “ดีใจมากจริงๆ”

จากเป้าหมายระยะสั้นในรายการ สู่เป้าหมายร่วมของทั้งวง

ก่อนเดบิวต์ ชีวิตของตุ้ยหมุนรอบเป้าหมายสั้นๆ อย่างทำเทสต์ให้ดีในสัปดาห์นี้ หรือทำการประเมินให้ผ่านในสัปดาห์หน้า เพื่อจะได้อยู่ต่อในรายการ

แต่หลังจากเดบิวต์ เป้าหมายของเขาเปลี่ยนไปเป็น เป้าหมายระยะยาวที่ต้องเดินร่วมกันทั้งห้าคน เขาเริ่มโฟกัสที่การพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น หาจุดเด่น จุดด้อย และเสน่ห์ของตัวเองให้เจอ เพื่อให้ทุกคนในวงเติบโตไปพร้อมกัน

อยากให้ LYKN เป็นที่รู้จักแบบไหน

ตุ้ยอยากให้คนรู้จัก LYKN มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ เขาบอกว่าต่อให้คนไม่รู้ว่าเพลงที่กำลังร้องตามกันอยู่เป็นของใคร ขอแค่ร้องได้ก็ยังดี เพราะอย่างน้อยเพลงของพวกเขาก็ได้เข้าไปอยู่ในชีวิตของใครสักคนแล้ว

ถ้าขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว… ขออยู่ตรงนั้นให้นานที่สุด

ความหวังของตุ้ยคือการได้ยืนอยู่ตรงจุดที่วงเป็นที่จดจำให้ได้นานที่สุด เขาไม่อยากลงจากตรงนั้นเร็วเกินไป และอยากให้ชื่อ LYKN ผูกติดกับภาพของพวกเขาทั้งห้าคนในความทรงจำของผู้คน

จากคนเกือบตกรอบสองครั้ง สู่คนที่รู้ว่าตัวเองรักเวทีแค่ไหน

ตอนแข่งขันในรายการ ตุ้ยเคยยืนอยู่ปลายขอบเวทีแบบ “ปากเหวเกือบตกรอบ” ถึงสองครั้ง จนมีช่วงหนึ่งที่เขารู้สึกเหมือนยอมแพ้ไปแล้วด้วยซ้ำ

แต่เมื่อยังรอดมาได้ ทั้งๆ ที่เพื่อนหลายคนตกรอบไป เขาเลยคิดว่าไหนๆ ก็มาไกลขนาดนี้แล้ว ขอใส่ให้สุดในรอบสุดท้าย และผลลัพธ์คือได้มายืนอยู่ตรงนี้ในฐานะสมาชิก LYKN อย่างทุกวันนี้

ตุ้ยมองว่านั่นคือ จุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้รู้ว่าความสุขในการยืนบนเวทีของตัวเองมันชัดเจนแค่ไหน และเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาอยากแสดงบนเวทีต่อไปเรื่อยๆ

ข้อความจากตุ้ยถึงทุกคนที่ได้เจอกัน (และกำลังจะได้เจอกัน)

ตุ้ยบอกว่าดีใจมากที่ได้มาเป็นหนึ่งในสมาชิก LYKN และได้รู้จักทุกคนในวง เขาอยากขอบคุณทุกคนที่เคยเดินผ่านเข้ามาในชีวิต และทุกคนที่กำลังจะได้เจอกันในอนาคต

เขาขอฝากตัวกับทุกคนแบบตรงไปตรงมาในฐานะหนึ่งในมนุษย์หมาป่าแห่งฝูง LYKN ที่จะเดินหน้าทำเพลงและแสดงบนเวทีต่อไป

สรุป: ฝูงมนุษย์หมาป่าที่แปลงร่างด้วยแพสชั่นและความตั้งใจ

เมื่อฟังเรื่องราวของวิลเลี่ยม เลโก้ นัท ฮง และตุ้ยจบลง จะเห็นชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้เป็นแค่บอยแบนด์จากรายการเซอร์ไววัลธรรมดาๆ

  • พวกเขาเคยกลัวและฝืนตัวเองเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัด

  • เคยยืนอยู่ปลายขอบเวทีแล้วเลือกสู้ต่อ

  • เคยติดเตียงแต่ก็ยังลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่รัก

  • เคยเป็นแค่ผู้ใช้แอพฯ ฟังเพลง ก่อนจะกลายมาเป็นศิลปินที่มีเพลงของตัวเองให้คนอื่นฟัง

ทั้งหมดนี้ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่าทำไมคำว่า “LYKN” ถึงต้องอ่านว่า “ไลแคน” เพราะพวกเขาเป็นมนุษย์หมาป่าที่ พร้อมแปลงร่างขึ้นเวทีเมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อให้แฟนๆ ได้เห็นเวอร์ชั่นที่ดีกว่าของพวกเขาอยู่เสมอ

และนี่อาจจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝูงมนุษย์หมาป่าฝูงนี้เท่านั้นเอง