ภาพรวมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และใครได้สิทธิรอบนี้
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” เป็นสวัสดิการที่รัฐบาลใช้ช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ โดยโอนวงเงินช่วยเหลือต่าง ๆ เข้า บัตรประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด ของผู้มีสิทธิทุกเดือน ใช้รูดจ่ายกับร้านค้าและบริการที่ร่วมรายการเท่านั้น ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้
ในปี 2569 รัฐบาลเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพิ่มวงเงินช่วยเหลือชั่วคราวให้ผู้ถือบัตรเดิมประมาณ 13.18 ล้านคน เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพและวิกฤตราคาพลังงาน โดยช่วง มิถุนายน–กันยายน 2569 ถือเป็นระยะที่ผู้ถือบัตรได้รับสิทธิสูงขึ้นกว่าปกติ
ผู้มีสิทธิหลักต้องเป็น
สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป
รายได้ส่วนบุคคลและรายได้เฉลี่ยครัวเรือน ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
ทรัพย์สินทางการเงินรวม (เงินฝาก สลาก พันธบัตร) ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน
หนี้บ้านไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และ/หรือหนี้รถไม่เกิน 1 ล้านบาท
ไม่มีบัตรเครดิต ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐ นักบวช ผู้ต้องขัง หรือบุคคลในลักษณะที่ถูกตัดสิทธิอื่น ๆ
ปี 2569 รัฐบาลยังใช้การลงทะเบียนรอบใหม่เพื่อ “คัดกรองคนจนตัวจริง” ผู้ที่เคยถือบัตรเดิมเกือบทุกกลุ่มต้องลงทะเบียนใหม่ตามกำหนด เพื่อยืนยันสิทธิและอัปเดตฐานข้อมูลให้ตรงสถานการณ์ปัจจุบัน
เงินเข้าเดือนพฤษภาคม 2569 ได้เท่าไหร่ กี่งวด รวมสูงสุดเท่าไร
เดือน พฤษภาคม 2569 ยังเป็นช่วงใช้สิทธิภายใต้โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม (ปีงบประมาณ 2565) โดยกรมบัญชีกลางระบุสิทธิที่ได้รับชัดเจน ดังนี้
1 พฤษภาคม 2569 : เงินหลัก + เงินช่วยพิเศษค่าครองชีพ
ผู้มีสิทธิใช้ผ่านบัตรประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด ได้รับวงเงินเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าเดินทาง (ใช้ไม่ได้กับการถอนเป็นเงินสด และ ไม่สะสมในเดือนถัดไป)
ประกอบด้วย
วงเงินซื้อสินค้า 300 บาท/คน/เดือน
ใช้ซื้อของจำเป็นในชีวิตประจำวันมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ 100 บาท
เป็นวงเงินพิเศษช่วงสั้น ระยะเวลา 1 เดือน (13 เม.ย. 2569 – 12 พ.ค. 2569) ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐวงเงินส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
รอบเมษายน–มิถุนายน 2569วงเงินค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน
ใช้กับ บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ
หากรวมเฉพาะวงเงินใช้จ่ายซื้อของและเดินทางที่เข้าทุกเดือนในเดือนพฤษภาคม ผู้ถือบัตรส่วนใหญ่จะได้รับสิทธิต่อเดือนในระดับประมาณ 1,230 บาท เมื่อรวม
วงเงินซื้อสินค้า 300 บาท
มาตรการช่วยค่าครองชีพ 100 บาท (ช่วงเม.ย.–พ.ค.)
วงเงินเดินทาง 750 บาท
ส่วนลดก๊าซหุงต้ม เฉลี่ยตามรอบสิทธิ (80 บาทต่อ 3 เดือน)
อย่างไรก็ตาม วงเงินบางส่วนเป็นมาตรการชั่วคราวและมีรอบเวลาเฉพาะ ไม่ได้จ่ายเท่ากันทุกเดือน
20 พฤษภาคม 2569 : เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ
ผู้ถือบัตรที่เป็น คนพิการ และมีบัตรประจำตัวคนพิการ พร้อมได้รับเบี้ยความพิการปกติ 800 บาท/เดือน
จะได้รับ เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาท/เดือน- โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่
ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้มีสิทธิ หรือ
บัญชีของผู้มีสิทธิ/ผู้รับมอบอำนาจที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท
เงินเข้าเดือนมิถุนายน 2569 และช่วงมิ.ย.–ก.ย. โครงการไทยช่วยไทยพลัส
ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 – 30 กันยายน 2569 ผู้ถือบัตรจะได้รับวงเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยโครงสร้างเงินหลักในเดือนมิถุนายน 2569 เป็นดังนี้
1 มิถุนายน 2569 : วงเงินใช้จ่ายก้อนใหญ่
กรมบัญชีกลางระบุว่า ผู้มีสิทธิใช้ผ่านบัตรประชาชนสมาร์ตการ์ดจะได้รับ
วงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาท/คน/เดือน
จากเดิม 300 บาท เพิ่มพิเศษอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน
ระยะเวลา 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569)วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
รอบเมษายน–มิถุนายน 2569วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน
ครอบคลุม บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ
ทุกวงเงินข้างต้น
ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้
ไม่สะสมในเดือนถัดไป หากไม่ใช้จะหมดอายุในเดือนนั้นทันที
19 มิถุนายน 2569 : เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ
โครงสร้างเหมือนเดือนพฤษภาคม
คนพิการที่มีบัตรคนพิการและรับเบี้ย 800 บาท/เดือนอยู่แล้ว
ได้รับ เงินเพิ่ม 200 บาท/เดือน โอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์/บัญชีธนาคารที่ใช้รับเบี้ยประจำ
สรุปวงเงินรวมในช่วงมิ.ย.–ก.ย. 2569
จากข้อมูลโครงการไทยช่วยไทยพลัสและมติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง ผู้ถือบัตรประมาณ 13.18 ล้านรายจะได้รับ
วงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาท/คน/เดือน นาน 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย.)
เท่ากับรวมสูงสุด 4,000 บาทตลอดโครงการ- ได้รับสิทธิอื่น ๆ ของบัตรตามปกติ ได้แก่
ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
วงเงินค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน
สิทธิช่วยค่าน้ำ–ค่าไฟตามเกณฑ์ (สูงสุดไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน และน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสิทธินี้)
เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาท/เดือน สำหรับคนพิการที่เข้าเกณฑ์
สิทธิหลักของบัตรสวัสดิการฯ ใช้ทำอะไรได้บ้าง
แม้ช่วงมิ.ย.–ก.ย. 2569 จะมีเงินพิเศษเพิ่ม แต่ “โครงสร้างสิทธิหลัก” ของบัตรยังเหมือนเดิมเป็นหลัก ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
1. วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
ปกติ: 300 บาท/คน/เดือน (ซื้อของจำเป็นในครัวเรือน)
พิเศษ มิ.ย.–ก.ย. 2569: เพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท/คน/เดือน
- ใช้ได้กับ
ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ
ร้านค้าทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการตามที่รัฐกำหนด
ใช้ซื้อของจำเป็น เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง ของใช้ประจำวัน ฯลฯ ตามที่ร้านจำหน่าย
ไม่สามารถกดเงินสด และไม่สะสมข้ามเดือน
2. วงเงินค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ
ได้รับ 750 บาท/คน/เดือน
- ใช้กับระบบขนส่งสาธารณะ เช่น
รถ บขส.
รถไฟ
รถเมล์ ขสมก.
รถไฟฟ้า (เช่น BTS, MRT, ARL – ตามที่ข้อมูลระบุ)
รถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ
3. ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม
ได้รับ 80 บาท/คน/3 เดือน
ใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อก๊าซหุงต้มที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
เป็นสิทธิรายบุคคล ใช้ได้ตามรอบที่กำหนด (เช่น เม.ย.–มิ.ย. 2569)
4. ช่วยเหลือค่าสาธารณูปโภค (ไฟฟ้าและน้ำประปา)
ผู้ถือบัตรที่ไปลงทะเบียนสิทธิแยกกับหน่วยงานไฟฟ้า–ประปา จะได้รับการช่วยเหลือดังนี้
ค่าไฟฟ้า
หากใช้ไฟไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนต่อเนื่อง 3 เดือน: ได้ไฟฟรี 50 หน่วย
หากค่าไฟเกิน 50 หน่วย แต่ไม่เกิน 315 บาท: รัฐช่วยไม่เกิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
หากค่าไฟเกิน 315 บาท: ผู้ถือบัตรจ่ายเองทั้งหมด
หมายเหตุ: ผู้ถือบัตรต้อง จ่ายค่าไฟเต็มจำนวนตามใบแจ้งก่อน จากนั้นกรมบัญชีกลางจึงจ่ายคืนผ่านบัตรสวัสดิการฯ ไม่ใช่หักลดตรงหน้าใบแจ้งหนี้
ค่าน้ำประปา
รัฐช่วย ไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
หากใช้น้ำเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท: ช่วยเหลือ 100 บาท ส่วนที่เกินจ่ายเอง
หากใช้น้ำเกิน 315 บาท: ผู้ถือบัตรจ่ายเองทั้งหมด
5. เงินช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม
คนพิการ
ผู้มีบัตรสวัสดิการฯ และมีบัตรคนพิการ พร้อมรับเบี้ยความพิการ 800 บาท/เดือน จะได้ เพิ่มอีก 200 บาท/เดือน โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์/บัญชีรับเบี้ยผู้สูงอายุรายได้น้อย
มีมาตรการช่วยในรูปแบบเงินเพิ่มสำหรับผู้สูงอายุบางช่วงเวลา เช่น วงเงินสูงสุด 800 บาท (อัตรา 100 บาท/เดือน นาน 8 เดือน) ตามข้อมูลที่ระบุในเอกสารบางส่วน ซึ่งเป็นมาตรการเฉพาะช่วงที่รัฐประกาศ
วิธีเช็กยอดเงินเข้าและสิทธิผ่านเว็บ แอป และร้านค้า
ผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบทั้ง “สิทธิที่ได้รับ” และ “ยอดวงเงินคงเหลือ” ได้หลายช่องทาง โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ ดังนี้
1. ตรวจสอบสถานะสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผ่านเว็บไซต์โครงการ
- เข้าเว็บไซต์ทางการ เช่น
www.welfare.mof.go.th (โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ)
www.govwelfare.cgd.go.th (ระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม)
เลือกเมนู “ตรวจสอบสิทธิ์สวัสดิการสังคม” หรือ “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน”
กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และข้อมูลที่ระบบขอ
- ระบบจะแสดงผลว่ามีสิทธิประเภทใดบ้าง เช่น
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
เบี้ยผู้พิการ ฯลฯ
หากไม่มีสิทธิจะขึ้นข้อความในลักษณะ “ไม่พบสิทธิ”
ผ่านหน่วยงานรัฐ
- นำบัตรประชาชนตัวจริงไปตรวจสอบได้ที่
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารออมสิน
ธ.ก.ส.
ที่ว่าการอำเภอ
สำนักงานคลังจังหวัด
หน่วยงานท้องถิ่นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. วิธีเช็กยอดเงินคงเหลือบนบัตร
เช็กหน้าร้านผ่านเครื่อง EDC
นำบัตรไปที่ร้านธงฟ้าหรือร้านค้าร่วมโครงการ
ให้ร้านกดที่เครื่องรูดบัตร (EDC) เลือกเมนู “ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ” ก่อนรูดซื้อสินค้า
เช็กผ่านธนาคารกรุงไทย
ติดต่อสาขาธนาคารกรุงไทยเพื่อตรวจสอบยอด
โทรสอบถาม Call Center ธนาคารกรุงไทย 02-111-1111
เช็กประวัติการใช้เงิน
เข้าเว็บไซต์ที่รองรับการตรวจสอบสิทธิ/ประวัติการใช้สิทธิ
ขอรายการเดินบัตรย้อนหลังได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทยทุกแห่ง
3. แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนใหม่
จากข้อมูลปี 2569 การลงทะเบียน/ตรวจสอบสิทธิรอบใหม่ สามารถผ่านช่องทางเหล่านี้ (ตามที่เอกสารระบุ)
เว็บไซต์หลักของโครงการ: welfare.mof.go.th หรือ mof.go.th
แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” (ใช้ยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD)
แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” (ใช้ทั้งลงทะเบียนบางมาตรการ และรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัสสำหรับคนทั่วไป)
ข้อควรรู้และเงื่อนไขสำคัญในการใช้บัตร
การใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีเงื่อนไขหลายข้อที่ผู้ถือบัตรควรรู้เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ โดยสรุปได้ดังนี้
1. ระยะเวลาใช้สิทธิแต่ละเดือน
- วงเงินต่าง ๆ เช่น วงเงินซื้อสินค้า และค่าเดินทาง
เข้าทุกวันที่ 1 ของเดือน
ใช้ได้เฉพาะในเดือนนั้น
สิทธิที่ไม่ใช้ ไม่สะสมไปเดือนถัดไป
- เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาท/เดือน
ในข้อมูลหนึ่งระบุว่าปกติจะโอนวันที่ 20 ของเดือน
ในประกาศอัปเดตเดือน พ.ค.–มิ.ย. 2569 ใช้วันที่ 19 บางครั้ง
ทั้งนี้วันโอนที่แน่นอนให้ยึดตามประกาศของกรมบัญชีกลางในแต่ละงวด
2. ใช้วงเงินเป็นเงินสดได้หรือไม่
วงเงินซื้อสินค้า วงเงินค่าเดินทาง และวงเงินก๊าซหุงต้ม ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้
- ต้องใช้จ่ายผ่าน
ร้านธงฟ้า
ร้านค้า/ผู้ให้บริการที่ร่วมโครงการ
ระบบขนส่งสาธารณะที่รับสิทธิ
3. เวลาใช้สิทธิในแต่ละวัน
สำหรับส่วนที่เกี่ยวกับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ระบุว่า
ช่วงเวลาการใช้สิทธิ กับร้านค้าที่ร่วมโครงการคือ 06.00–23.00 น.
ชำระผ่านระบบ G-Wallet ในแอปที่กำหนดหรือช่องทางที่เชื่อมกับมาตรการ (เช่น เป๋าตัง)
4. การโอนสิทธิให้ผู้อื่น
สิทธิในบัตร ผูกกับตัวบุคคล โดยตรง ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้
หากพบใช้สิทธิแทนกันหรือปล่อยให้ผู้อื่นใช้บัตรแทน อาจถูกระงับสิทธิและมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินการตามกฎหมาย
5. กรณีปัญหาบัตร–เงินไม่เข้า–ใช้สิทธิไม่ได้
จาก FAQ ที่เกี่ยวข้อง มีแนวทางเบื้องต้นดังนี้
หากเงินไม่เข้า / วงเงินไม่แสดง
เช็กสถานะสิทธิที่เว็บไซต์ welfare.mof.go.th หรือ govwelfare.cgd.go.th
ตรวจสอบบัตรประชาชนยังไม่หมดอายุและไม่ชำรุด
- หากทุกอย่างปกติ ให้ติดต่อ
กรมบัญชีกลาง โทร 02-270-6400 (วัน–เวลาราชการ)
ธนาคารกรุงไทย โทร 02-111-1111
หากใช้สิทธิไม่ได้
ตรวจสอบว่าร้านค้าที่จะใช้เข้าร่วมโครงการหรือไม่
ทดลองปลดล็อกบัตรผ่านเว็บ welfare.mof.go.th หรือให้ธนาคารกรุงไทยช่วยตรวจสอบระบบ
หากบัตรหาย / บัตรชำรุด
ไปทำบัตรประชาชนใหม่ที่อำเภอ/เขต/เทศบาล
เมื่อได้บัตรใหม่ สิทธิจะผูกกับบัตรใบใหม่โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
เปรียบเทียบสิทธิเดิมกับรอบใหม่ ปี 2569 และกลุ่มที่ได้สิทธิพิเศษ
ข้อมูลในปี 2569 สะท้อนว่า รัฐบาลมีการ “เสริม” สิทธิเดิมด้วยมาตรการชั่วคราวหลายช่วง โดยสามารถสรุปเปรียบเทียบได้ดังนี้
สิทธิพื้นฐาน (เดิม) ที่มีต่อเนื่อง
วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาท/เดือน
วงเงินค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/เดือน
ส่วนลดก๊าซหุงต้ม 80 บาท/3 เดือน
ช่วยค่าไฟสูงสุด 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน (ตามเงื่อนไขใช้ไฟ)
ช่วยค่าน้ำประปาสูงสุด 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาท/เดือน สำหรับผู้พิการที่เข้าเกณฑ์
สิทธิพิเศษรอบใหม่ ปี 2569
มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ 100 บาท/เดือน
ช่วง 13 เม.ย. 2569 – 12 พ.ค. 2569 (เชื่อมกับเงินเข้าเดือนพฤษภาคม)
โครงการไทยช่วยไทยพลัส (มิ.ย.–ก.ย. 2569)
เพิ่มวงเงินซื้อสินค้าให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ จาก 300 บาท เป็น 1,000 บาท/เดือน
(เพิ่ม 700 บาทต่อเดือน นาน 4 เดือน รวม 4,000 บาท)สิทธิอื่นของบัตร เช่น ค่าเดินทาง ก๊าซ ค่าไฟ ค่าน้ำ ยังมีต่อเนื่องตามเกณฑ์
กลุ่มที่ได้สิทธิพิเศษเฉพาะกลุ่ม
ผู้ถือบัตรและเป็นคนพิการ: ได้รับเงินเพิ่ม 200 บาท/เดือน (โอนเข้าบัญชี)
ผู้สูงอายุรายได้น้อย: ในบางช่วงมีมาตรการให้เงินเพิ่มสูงสุด 800 บาท (100 บาท/เดือน 8 เดือน) ตามที่ระบุในบางแหล่งข้อมูล
โดยสรุป รอบใหม่ปี 2569 ทำให้ผู้ถือบัตรได้วงเงินช่วยเหลือเฉพาะหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงมิถุนายน–กันยายน ที่วงเงินซื้อสินค้าเพิ่มเท่าตัวกว่าปกติ
คำแนะนำวางแผนใช้วงเงิน 1,000–1,230 บาทต่อเดือนให้คุ้มค่า
จากข้อมูลสิทธิในเดือนพฤษภาคม และช่วงมิถุนายน–กันยายน 2569 จะเห็นว่าผู้ถือบัตรมีวงเงินหมุนเวียนสำหรับค่าครองชีพหลัก ๆ อยู่ช่วงประมาณ 1,000–1,230 บาท/เดือน (ยังไม่รวมค่าไฟฟ้า–ค่าน้ำที่ใช้ในรูปแบบชดเชย) การใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดสามารถคิดเชิงวางแผนคร่าว ๆ ได้ดังนี้
จัดลำดับความจำเป็นก่อนเสมอ
ให้ความสำคัญกับการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมันพืช ของใช้พื้นฐานในบ้าน ก่อนของไม่จำเป็น
ใช้วงเงินเดินทางเพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายส่วนตัว
หากต้องเดินทางบ่อย ควรใช้สิทธิรถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้าให้เต็ม เพื่อประหยัดเงินสดที่ต้องควักจากกระเป๋าจริง
ใช้สิทธิส่วนลดก๊าซหุงต้มให้ครบตามรอบ
วงเงิน 80 บาท/3 เดือน แม้ไม่มาก แต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนได้ หากใกล้หมดรอบ ควรเช็กและใช้สิทธิก่อนหมดอายุ
ระวังสิทธิหมดอายุทุกสิ้นเดือน
เพราะวงเงินส่วนใหญ่ไม่สะสมข้ามเดือน หากปล่อยให้หมดรอบเท่ากับเสียโอกาสช่วยลดภาระตัวเอง
ติดตามประกาศใหม่อย่างสม่ำเสมอ
บางมาตรการ เช่น เงินช่วยพิเศษ 100 บาท หรือเงินเติมเฉพาะกิจอื่น ๆ จะมีระยะเวลาใช้งานชัดเจน หากรู้ทันเวลา จะวางแผนใช้ได้คุ้มค่าและไม่พลาดสิทธิ
สรุปสิทธิประโยชน์ และการติดตามข่าวอัปเดตจากภาครัฐ
ภาพรวมปี 2569 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถสรุปได้ดังนี้
- ผู้มีสิทธิหลักได้วงเงินช่วยเหลือรายเดือนหลายด้าน ทั้ง
ค่าอาหารและของใช้จำเป็น
ค่าก๊าซหุงต้ม
ค่าเดินทาง
ค่าไฟฟ้า–ค่าน้ำ (สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสิทธิ)
เดือนพฤษภาคม 2569 มีเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มชั่วคราว 100 บาท
- ช่วงมิถุนายน–กันยายน 2569 ภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส
วงเงินซื้อสินค้าเพิ่มจาก 300 เป็น 1,000 บาท/เดือน รวม 4,000 บาทใน 4 เดือน
คนพิการที่มีสิทธิในบัตรได้รับเงินเพิ่ม 200 บาท/เดือนอย่างต่อเนื่อง
ผู้ถือบัตรสามารถติดตามข่าวและประกาศอัปเดตได้จากช่องทางทางการ เช่น
เว็บไซต์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ: welfare.mof.go.th
เว็บไซต์ระบบบูรณาการสวัสดิการสังคม: govwelfare.cgd.go.th
- สอบถามรายละเอียดที่
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร 0-2109-2345
Call Center กรมบัญชีกลาง โทร 0-2270-6400 (วัน–เวลาราชการ)
สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ตามหมายเลขที่ระบุในเอกสารทางการ
การรู้โครงสร้างสิทธิให้ครบ และเข้าใจเงื่อนไขการใช้เงินอย่างละเอียด จะช่วยให้ผู้ถือบัตรใช้สวัสดิการได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ช่วยลดภาระค่าครองชีพทั้งในแต่ละเดือนและในระยะเวลาที่มีมาตรการพิเศษตลอดปี 2569 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ความคิดเห็น