รับแอปรับแอป

5 แท็บเล็ตซัมซุงน่าซื้อปี 2025 เลือกยังไงให้ตรงสายทำงาน–เรียน–ดูหนัง

ศุภวัฒน์ บุญศรี01-31

เลือกแท็บเล็ตรุ่นไหนดีในปี 2025?

ในยุคที่ทุกอย่างย้ายมาอยู่บนหน้าจอ ไม่ว่าจะทำงาน เรียน หรือเสพความบันเทิง แท็บเล็ตกลายเป็นอุปกรณ์หลักที่หลายคนต้องมีติดตัว แต่พอเข้าเว็บดูรีวิวหรือเดินเข้าร้านจริง รุ่นก็เยอะไปหมด จนตอบตัวเองไม่ถูกว่า แท็บเล็ตรุ่นไหนเหมาะกับเรา กันแน่

ถ้าคุณกำลังเล็งฝั่ง Samsung อยู่ บทความนี้สรุปให้แล้วแบบเน้น ๆ กับ 5 รุ่นน่าใช้ ครอบคลุมตั้งแต่สายกราฟิกจริงจัง ไปจนถึงแท็บเล็ตเพื่อการเรียนและใช้งานทั่วไป พร้อมแนวทางเลือกซื้อให้ได้เครื่องที่ตรงใจมากที่สุด

สรุป 5 แท็บเล็ต Samsung น่าซื้อ ปี 2025

ด้านล่างนี้คือไลน์อัป 5 รุ่นเด่นจาก Samsung ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ต่างกันออกไป ลองเช็กดูว่าคุณใกล้เคียงกับโปรไฟล์แบบไหนที่สุด

1. Galaxy Tab S9 LTE: สายทำงาน–เรียน ต้องการความคล่องตัวสูง

ถ้าคุณต้องพกแท็บเล็ตออกนอกบ้านบ่อย ทำงานนอกออฟฟิศ เรียนออนไลน์ หรือชอบย้ายที่อ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ และยังอยากต่อเน็ตได้ทุกที่ Galaxy Tab S9 LTE คือรุ่นที่ตอบโจทย์สุด ๆ

จุดเด่นคือรองรับสัญญาณ 5G ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ไม่ต้องพึ่ง Wi‑Fi เพียงอย่างเดียว แถมมาพร้อมหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 12.4 นิ้ว สีสันสวย คม และลื่นด้วยรีเฟรชเรต 120Hz ช่วยให้ทั้งการทำงานและการดูคอนเทนต์เป็นเรื่องสบายตา

ด้านประสิทธิภาพก็หายห่วง เพราะใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 ระดับเรือธง เหมาะกับคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องเปิดหลายแอปพร้อมกัน รวมถึงนักเรียน–นักศึกษาที่ต้องใช้ทั้งจดโน้ต ประชุมออนไลน์ และอ่านไฟล์เอกสารบนเครื่องเดียว

สเปกเด่น Galaxy Tab S9 LTE

  • ชิปประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 8 Gen 2 (4nm)

  • ระบบปฏิบัติการ : Android 13

  • หน้าจอ : Dynamic AMOLED 2X, รีเฟรชเรต 120 Hz

  • ขนาดหน้าจอ : 12.4 นิ้ว

  • หน่วยความจำ : RAM 12GB / ROM 256GB

  • กล้อง : หน้า 12MP / หลัง 13MP + 8MP

  • การเชื่อมต่อ : รองรับ 5G

  • แบตเตอรี่ : 11,200 mAh

2. Galaxy Tab S9 Wi‑Fi: เครื่องเล็กลง แต่ยังแรงครบสำหรับคนอยู่กับ Wi‑Fi

ถ้าคุณใช้งานส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน มหาวิทยาลัย หรือออฟฟิศ ที่มี Wi‑Fi ให้ใช้ตลอดเวลา ไม่ได้เน้นพกไปนอกสถานที่เยอะนัก Galaxy Tab S9 Wi‑Fi คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ประหยัดกว่า แต่ยังแรงและครบเครื่อง

หน้าจอ 11 นิ้ว ขนาดกำลังดีสำหรับการพกพา จะเรียนออนไลน์ ดูสไลด์ หรืออ่านอีบุ๊กก็สบายมือ ภายในยังใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 เหมือนรุ่น LTE ดังนั้นด้านความลื่นไหลไม่เป็นรองรุ่นพี่เลย

ที่สำคัญ ยังรองรับ S Pen แบบเต็มระบบ เหมาะมากสำหรับใช้เป็น แท็บเล็ตจดเลกเชอร์ หรือขีดเขียนเอกสารให้สายเรียน–สายทำงานได้ใช้ประโยชน์เต็ม ๆ ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า

สเปกเด่น Galaxy Tab S9 Wi‑Fi

  • ชิปประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 8 Gen 2 (4nm)

  • ระบบปฏิบัติการ : Android 13

  • หน้าจอ : Dynamic AMOLED 2X, รีเฟรชเรต 120 Hz

  • ขนาดหน้าจอ : 11 นิ้ว

  • หน่วยความจำ : RAM 8GB / ROM 128GB

  • กล้อง : หน้า 12MP / หลัง 13MP

  • แบตเตอรี่ : 8,400 mAh

3. Galaxy Tab S10 Ultra: ตัวท็อปสายกราฟิกและงานโปรเจกต์ใหญ่

ถ้าคุณเป็น สายวาดรูป ทำกราฟิก ตัดต่อ หรือเล่นหลายหน้าต่างพร้อมกัน แบบจริงจัง Galaxy Tab S10 Ultra คือรุ่นที่เกิดมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ

จุดเด่นคือหน้าจอใหญ่สะใจ 14.6 นิ้ว แบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียดระดับ WQXGA+ เหมาะทั้งสำหรับดูหนังระดับสูง หรือทำงานกราฟิกที่ต้องการความคมชัดและรายละเอียดเยอะ ๆ ใช้แทนจอทำงานพกพาได้แบบสบาย ๆ

ภายในใช้ชิป MediaTek Dimensity 9300+ ที่แรงเพียงพอสำหรับงานระดับจริงจัง จับคู่กับ RAM 12GB และ ROM 512GB แถมยังรองรับ microSD เพิ่มได้สูงสุดถึง 1.5TB คนทำงานโปรเจกต์ใหญ่ ไฟล์เยอะ ไม่มีคำว่าเต็มง่าย ๆ

สเปกเด่น Galaxy Tab S10 Ultra

  • ชิปประมวลผล : MediaTek Dimensity 9300+ (4nm)

  • หน้าจอ : Dynamic AMOLED 2X, รีเฟรชเรต 120 Hz

  • ขนาดหน้าจอ : 14.6 นิ้ว

  • หน่วยความจำ : RAM 12GB / ROM 512GB

  • กล้อง : หน้า 12MP (Wide) + 12MP (Ultra Wide) / หลัง 13MP + 8MP (Ultra wide)

  • การบันทึกวิดีโอ : สูงสุด 4K 30fps

  • แบตเตอรี่ : 11,200 mAh (ชาร์จเร็ว 45W)

4. Galaxy Tab S10+ (5G): คู่หูสายเรียนและพกไปทำงานนอกบ้าน

ถ้าคุณมองหาแท็บเล็ตที่ใช้ได้ทั้งเรียนออนไลน์ ทำงานนอกบ้าน ดูหนังฟังเพลง และยังต้องเบา พกสะดวก Galaxy Tab S10+ (5G) น่าจับตามองมาก

หน้าจอขนาด 12.4 นิ้ว ให้พื้นที่ใช้งานกำลังดีไม่ใหญ่เทอะทะเกินไป ใช้ชิป MediaTek Dimensity 9300+ บนระบบปฏิบัติการ Android 14 รุ่นใหม่ ช่วยให้การใช้งานต่อเนื่องลื่นไหล ทั้งทำงานเอกสาร เปิดหลายแอป หรือเรียนออนไลน์ทั้งวันก็เอาอยู่

ที่สำคัญ รองรับ 5G ทำให้ต่อเน็ตได้ทุกที่ เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานที่ไม่อยากถูกจำกัดด้วย Wi‑Fi ในอาคารเท่านั้น

สเปกเด่น Galaxy Tab S10+ (5G)

  • ชิปประมวลผล : MediaTek Dimensity 9300+ (4nm)

  • ระบบปฏิบัติการ : Android 14

  • หน้าจอ : Dynamic AMOLED 2X, รีเฟรชเรต 120 Hz

  • ขนาดหน้าจอ : 12.4 นิ้ว

  • หน่วยความจำ : RAM 12GB / ROM 256GB

  • กล้อง : หน้า 12MP / หลัง 13MP + 8MP (Ultrawide)

  • การเชื่อมต่อ : รองรับ 5G

  • แบตเตอรี่ : 10,090 mAh (ชาร์จเร็ว 45W)

5. Galaxy Tab S10+ Wi‑Fi: สายคอนเทนต์–งานเอกสาร ใช้ในบ้านเป็นหลัก

สำหรับคนที่ใช้งานในบ้านหรือออฟฟิศเป็นหลัก เน้นทำเอกสาร วาดภาพ ตัดต่อวิดีโอ และดูคอนเทนต์ความละเอียดสูง Galaxy Tab S10+ Wi‑Fi คือรุ่นที่ตอบโจทย์แบบคุ้ม ๆ

ดีไซน์บางเบา จับถือไม่หนักจนเกินไป หน้าจอ 12.4 นิ้ว แบบ AMOLED 2X ความละเอียด 2800 x 1752 ให้ภาพคม สีสวย เหมาะทั้งสายดูหนังและสายสร้างผลงานคอนเทนต์ในเครื่องเดียว ภายในให้ RAM 12GB และ ROM 256GB พร้อมรองรับ microSD เพิ่มได้สูงสุด 1.5TB

ระบบเสียงดี รองรับวิดีโอความละเอียดสูง และยังมีชาร์จเร็ว 45W ช่วยลดเวลารอชาร์จ เหมาะกับคนที่ต้องใช้งานทั้งวันแบบไม่อยากเสียเวลา

สเปกเด่น Galaxy Tab S10+ Wi‑Fi

  • ชิปประมวลผล : MediaTek Dimensity 9300+ (4nm)

  • หน้าจอ : Dynamic AMOLED 2X, รีเฟรชเรต 120 Hz

  • ขนาดหน้าจอ : 12.4 นิ้ว

  • หน่วยความจำ : RAM 12GB / ROM 256GB

  • กล้อง : หน้า 12MP (Ultra Wide) / หลัง 13MP + 8MP (Ultra wide)

  • การบันทึกวิดีโอ : สูงสุด 4K 30fps

  • แบตเตอรี่ : 10,090 mAh (ชาร์จเร็ว 45W)

วิธีเลือกซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดี ให้ตรงกับสไตล์การใช้งาน

ก่อนจะตัดสินใจจ่ายเงินให้รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ลองย้อนกลับมาดูความต้องการของตัวเองให้ชัดเจนก่อน เพราะ แท็บเล็ตที่ดีที่สุด ไม่ใช่รุ่นที่แรงที่สุด แต่คือรุ่นที่ใช้แล้วตรงกับชีวิตคุณที่สุด

1. วัตถุประสงค์การใช้งานคืออะไร?

เริ่มจากตอบคำถามนี้ให้ได้ก่อน

  • ใช้เพื่อเรียน จดเลกเชอร์ อ่านสไลด์

  • ใช้ทำงานเอกสาร ประชุมออนไลน์ ทำงานนอกออฟฟิศ

  • ใช้ทำกราฟิก วาดรูป ตัดต่อแบบจริงจัง

  • ใช้ดูหนัง เล่นเกม หรือเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก

เมื่อรู้ว่าตัวเองเน้นอะไร คุณจะเลือกสเปกด้านอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น ถ้าเน้นเรียน–จดโน้ต อาจโฟกัสไปที่ S Pen และน้ำหนักเครื่อง แต่ถ้าเน้นกราฟิกจ๋า ก็ควรให้ความสำคัญกับหน้าจอและชิปประมวลผลเป็นพิเศษ

2. ขนาดหน้าจอและความละเอียด

ขนาดหน้าจอส่งผลกับทั้งความสะดวกในการใช้งานและการพกพาโดยตรง

  • ถ้าเน้นดูหนัง ทำงานหลายหน้าต่าง หรือวาดรูปจริงจัง จอใหญ่ตั้งแต่ 12.4 นิ้วขึ้นไปจะให้พื้นที่การทำงานที่สบายตา

  • ถ้าเน้นพกไปเรียนหรือไปทำงานข้างนอกบ่อย ขนาดประมาณ 11 นิ้วจะลงตัวกว่า ถือถนัดกว่า และยังให้ภาพคมชัดเต็มตาอยู่

ความละเอียดจอก็สำคัญสำหรับสายดูหนังและสายงานภาพ ยิ่งความละเอียดสูง ภาพยิ่งเนียนสบายตาเวลาใช้งานนาน ๆ

3. RAM และ ROM เท่าไหร่ถึงจะพอ?

  • RAM มีผลกับความลื่นไหลเวลาเปิดหลายแอปพร้อมกัน หรือเล่นเกม ถ้าใช้งานหนักหน่อย แนะนำให้มองที่ 8GB ขึ้นไป

  • ROM คือพื้นที่เก็บไฟล์รูป วิดีโอ เอกสาร แอปต่าง ๆ

    • ถ้าไม่ได้เก็บไฟล์เยอะ 128GB มักจะเพียงพอ

    • ถ้าคุณเป็นสายคอนเทนต์ หรือทำงานที่ต้องเซฟไฟล์ใหญ่ ๆ บ่อย ๆ เลือก 256GB ขึ้นไป จะสบายใจกว่า และอย่าลืมดูว่ารุ่นนั้นรองรับ microSD เพิ่มความจุได้หรือไม่

4. กล้องและฟีเจอร์เสริมที่ช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น

แม้หลายคนไม่ได้ซื้อแท็บเล็ตมาเพื่อถ่ายรูปเป็นหลัก แต่กล้องหน้า–หลังที่คุณภาพโอเคก็ยังจำเป็นสำหรับ

  • ประชุมออนไลน์

  • วิดีโอคอล

  • สแกนเอกสารหรือถ่ายเอกสารประกอบการเรียน

ฟีเจอร์เสริมก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เช่น

  • S Pen สำหรับจดโน้ต วาดภาพ รีวิวงาน

  • Samsung DeX ที่ช่วยให้ใช้งานแท็บเล็ตในโหมดคล้ายคอมพิวเตอร์ เหมาะกับคนที่อยากใช้แท็บเล็ตเป็นเครื่องทำงานจริงจัง

ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้แท็บเล็ตเครื่องเดียวกลายเป็นอุปกรณ์สารพัดประโยชน์ได้มากขึ้น

5. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและแบตเตอรี่

ลองเช็กไลฟ์สไตล์ตัวเองให้ดีว่า

  • ต้องการออนไลน์ตลอดเวลาหรือไม่?

  • ใช้นอกบ้านบ่อยแค่ไหน?

ถ้าคุณต้องพร้อมออนไลน์ตลอดเวลา รุ่นที่รองรับ 5G หรือ LTE จะตอบโจทย์มากกว่ารุ่นที่รองรับเฉพาะ Wi‑Fi เพราะไม่ต้องวิ่งหาสัญญาณทุกครั้งที่ต้องใช้งาน

ส่วนแบตเตอรี่ ถ้าเน้นใช้งานทั้งวัน ทั้งเรียน ประชุม และดูคอนเทนต์ต่อเนื่อง แนะนำให้เลือกความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ เพื่อให้ ใช้ได้ยาว ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องชาร์จบ่อย และถ้ามีชาร์จเร็วก็ยิ่งดี เพราะช่วยลดเวลารอในวันที่ต้องใช้งานหนัก

สรุป: แท็บเล็ตรุ่นไหนดีสำหรับคุณ?

การจะเลือกซื้อแท็บเล็ตสักเครื่องในปี 2025 ไม่ใช่แค่ดูว่ารุ่นไหนกำลังฮิต แต่ควรดูให้ชัดว่า มันเข้ากับวิธีใช้ชีวิตของคุณมากแค่ไหน

  • ถ้าเน้นพกพา ออกนอกสถานที่บ่อย และต้องมีเน็ตติดตัวตลอดเวลา รุ่นที่รองรับ 5G/LTE จะตอบโจทย์

  • ถ้าใช้ส่วนใหญ่ที่บ้านหรือที่ทำงาน มี Wi‑Fi พร้อมตลอด รุ่น Wi‑Fi อย่าง Galaxy Tab S9 Wi‑Fi หรือ S10+ Wi‑Fi ก็ช่วยเซฟงบได้

  • ถ้าทำงานกราฟิก ตัดต่อ หรือเน้นดูคอนเทนต์จอใหญ่ ๆ Galaxy Tab S10 Ultra คือตัวเลือกที่ควรมองเป็นอันดับต้น ๆ

ไม่ว่าคุณจะเน้นเรียน ทำงาน หรือเสพความบันเทิง แท็บเล็ตจาก Samsung ก็มีตัวเลือกที่ครอบคลุมหลากหลายระดับราคา เคล็ดลับคือให้เริ่มจากการรู้ตัวเองก่อน ว่าใช้ทำอะไรบ่อยที่สุด แล้วค่อยเลือกสเปกให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง แค่นี้โอกาสพลาดก็แทบไม่มีแล้ว