ช่วงนี้ใครเล่นมือถือก็ต้องเจอข้อความชวนปวดหัว ทั้ง “พัสดุตกค้าง”, “คลิกด่วนเพื่อรับรางวัล”, หรือแม้แต่ข้อความสวมรอยเป็นบริษัทดังที่อ่านเผิน ๆ รู้สึกเหมือนจริงจนเกือบโดนปั่นหัวกันเป็นแถว
และใช่… ช่วงเวลาเผลอ ๆ หลังดูซีรีส์ยาวถึงตีสองนี่แหละ คือจังหวะที่มิจฉาชีพเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ
แล้ววันนี้ Google ดันปล่อยของใหม่เข้าอีกหนึ่งลูกเล่นใน Circle to Search ฟีเจอร์ที่หลายคนคุ้นเคยจากการวงบนหน้าจอเพื่อค้นหา แต่ตอนนี้มันล้ำกว่าเดิมเพราะสามารถ “สแกมดักสแกม” ได้ด้วย! บอกเลยว่าเหมือนมี AI ผู้ชำนาญคดีหลอกลวงคอยยืนคู่มือถือ ไม่มีโม้
Circle to Search คืออะไร? ทำงานยังไงในยุคที่สแกมมาไวกว่าเพลงขึ้นเทรนด์
ใครใช้ Android รุ่นใหม่ ๆ น่าจะคุ้นกับฟังก์ชันนี้อยู่แล้ว แค่แตะค้างแล้ววงสิ่งที่สงสัยบนหน้าจอ ระบบก็จะวิ่งไปหารายละเอียดแบบทันใจ ไม่ว่าจะเป็นชื่อซีรีส์ เพลงที่ดังใน TikTok หรือรองเท้าที่ไอดอลใส่ในงานอีเวนต์เมื่อคืน
ความง่ายขนาดนี้ทำให้หลายคนใช้อยู่ทุกวันแบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
แต่ในยุคที่สแกมเมอร์ก็ใช้ AI จนข้อความหลอกดูเนียนยิ่งกว่าสคริปต์หนังไซไฟ Google เลยหยิบ Circle to Search มาปัดฝุ่นอัปเกรดให้ฉลาดขึ้นอีกขั้น
ตอนนี้พอเจอข้อความน่าสงสัย ไม่ว่าจะเป็น SMS, แชต, เว็บปลอม หรือข้อความแนบลิงก์ที่อ่านแล้วรู้สึกขนลุกแปลก ๆ แค่เปิด Circle to Search แล้ววงบริเวณข้อความ ระบบจะโชว์ AI Overview พร้อมแจกแจงว่า “ทำไม” ข้อความนี้เข้าข่ายสแกม และจะต้องทำยังไงต่อ

จุดเด่นใหม่แบบจัดเต็ม: Circle to Search กลายเป็นเครื่องจับสแกมที่ผู้ใช้ไม่รู้ว่าต้องการจนได้ลอง
หลังจากลองใช้งานกับข้อความที่หลายคนมักโดนหลอก ตัวฟีเจอร์ใหม่นี้ก็แสดงให้เห็นความเก่งแบบที่ทำให้ต้องตาโต เพราะมันทำได้มากกว่าการจับผิดคำสะกดผิด
1. AI แยกโครงสร้างหลอกลวงให้แบบทีละข้อ
ข้อความน่าสงสัยจะถูกแยกเป็น bullet point เช่น
ส่งลิงก์แปลก
ขอข้อมูลส่วนตัว
อ้างชื่อบริการดังผิดฟอร์ม
ใช้ภาษาน่าสงสัย
ทำให้แม้คนไม่เก่งเทคโนโลยีก็ยังเข้าใจได้ทันที
2. มี “คำแนะนำถัดไป” ที่หยิบไปใช้ได้จริง
อย่างเช่น
ห้ามกดลิงก์
ห้ามตอบกลับ
รายงานผู้ส่ง
บล็อกทันที
เป็นคล้ายคู่มือเอาตัวรอดเฉพาะหน้าแบบสั้น กระชับ แต่ช่วยชีวิตได้
3. ไม่ต้องสลับแอปให้วุ่นวาย
เห็นข้อความน่าสงสัยในอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะ LINE, Messenger, แอปเว็บธนาคาร หรือคำเชิญแปลก ๆ ที่โผล่ขึ้นมา แค่ “วงบนหน้าจอ” แล้ว AI จะขึ้นข้อมูลทันที เหมือนมีเกราะกันสแกมที่ใช้ได้ในทุกสถานการณ์
4. ใช้ได้ผ่าน Google Lens ด้วย
ถ้าใครถนัดถ่ายหน้าจอไว้ก่อน ก็อัปโหลดภาพเข้า Lens แล้วให้ระบบวิเคราะห์ทีหลังได้เหมือนกัน
นี่คือสิ่งที่สะท้อนปรากฏการณ์ใหญ่ของโลกออนไลน์ตอนนี้
ดูเผิน ๆ ฟีเจอร์นี้อาจเหมือนแค่เพิ่มความปลอดภัย แต่จริง ๆ มันสะท้อนว่าตอนนี้ โลกออนไลน์กำลังเข้าสู่ยุคที่ AI ต่อสู้กับ AI แบบเต็มรูปแบบแล้ว
มิจฉาชีพเริ่มใช้โมเดลภาษาที่ทำให้ข้อความดูเหมือนมนุษย์จริง
มีการลอกเทมเพลตข้อความจากเว็บบริษัทจริง
มีการสร้างลิงก์ปลอมที่หน้าตาเหมือนต้นฉบับแทบแยกไม่ออก
ความล้ำแบบนี้ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปเริ่มหลงเชื่อได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก
Google เลยลงสนามจริงจังด้วยการปล่อยฟีเจอร์ที่ “อ่านเจตนาซ่อนเร้น” ในข้อความได้โดยตรง ซึ่งตอบโจทย์ยุคที่ภัยไซเบอร์ไม่ได้มาในรูปแบบครูพักลักจำอีกต่อไป แต่ใช้ AI ระดับสูงเข้ามาช่วยสร้างเนื้อหา
เทียบง่าย ๆ เหมือนซีรีส์ไซไฟที่มนุษย์ใช้ AI ต่อสู้ AI แต่คราวนี้เกิดขึ้นจริงตรงหน้า
รีวิวหลังใช้งาน: Circle to Search เวอร์ชันสแกมดีไหม? ช่วยได้จริงหรือเปล่า?
หลังลองใช้กับข้อความที่ชอบโผล่มาป่วนระหว่างดูหนังรอบดึก ปรากฏว่า Circle to Search ก็จับสแกมได้ค่อนข้างเป๊ะ โดยเฉพาะข้อความที่ปลอมตัวเป็นบริษัทขนส่งชื่อดังที่พิมพ์ภาษาไทยแปลก ๆ แบบ “พัสดุของคุนถูกระงับ” ซึ่งปกติผู้ใช้บางคนเผลอคลิกเพราะรีบ จนโดนหลอกแบบไม่รู้ตัว
จุดที่ชอบมากเป็นพิเศษ
ทำงานเร็ว ไม่ต้องออกจากแอป
แจกแจงเหตุผลแบบชัดเจน ไม่ใช่แค่บอกว่า “อาจเป็นสแกม”
ไม่ทำให้ผู้ใช้กลัวจนเกินเหตุ แต่ให้ข้อมูลแบบพอดี
มาพร้อมคำแนะนำที่ลงมือทำได้เลย ไม่ต้องเดา
จุดที่รู้สึกว่ายังอยากเห็นเพิ่ม
การวิเคราะห์ลิงก์เชิงลึก (เช่นประวัติการสร้างโดเมน)
การเตือนอัตโนมัติเมื่อมีข้อความที่คล้ายสแกมปรากฏ
แต่โดยรวมถือว่า Circle to Search เวอร์ชันนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง และทำหน้าที่เป็นตัวกรองระดับแรกสำหรับผู้ใช้ที่รับข้อมูลจากทุกทิศทางทั้งวัน
ผลกระทบต่อผู้ใช้ Android: ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริม แต่คือเกราะกันสแกมประจำเครื่อง
อัปเดตใหม่ยังมาพร้อมกับความสามารถอื่น ๆ ใน Android 16 QPR2 เช่น
ออกจากกรุ๊ปแชตที่ไม่ต้องการได้เร็วขึ้น
ทำเครื่องหมายการโทรออกว่า “ด่วน” ได้
ระบบความปลอดภัยเสริมหลายส่วนที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้มากกว่าเดิม
แต่พระเอกของงานนี้ยังคงเป็น Circle to Search ที่อัปเกรดให้ฉลาดขึ้นแบบรู้ใจผู้ใช้
และเมื่อ Google บอกว่า “จะปล่อยเมื่อระบบมั่นใจว่าคุณภาพตอบได้เหมาะสม” แปลว่าอาจใช้เวลาสักพักกว่าจะปล่อยเต็ม แต่พอถึงวันที่เปิดใช้งานครบทุกเครื่อง เชื่อเลยว่าอินเทอร์เน็ตจะปลอดภัยขึ้นอีกระดับแบบจับต้องได้จริง
สรุป: Circle to Search กับบทบาทใหม่—ผู้พิทักษ์มือถือในยุคสแกมเกลื่อนโลก
ยุคนี้ใคร ๆ ก็เสี่ยงโดนหลอก ไม่ใช่เพราะไม่ระวัง แต่เพราะสแกมมันฉลาดขึ้นแบบน่าตกใจ
Circle to Search เลยเข้ามาเป็นเหมือน “สายสืบ AI” ที่คอยสแกนความผิดปกติจากข้อความทุกมุมโลกออนไลน์ให้ผู้ใช้แบบทันใจ
มันไม่ได้แค่ทำให้การค้นหาง่ายขึ้น แต่ตอนนี้มันช่วยให้ผู้ใช้ปลอดภัยขึ้นด้วย
ต่อให้กำลังเผลอเพราะกำลังอินกับซีนสุดท้ายของหนัง ก็แค่ยกมือถือแล้ววงข้อความน่าสงสัย ระบบจะช่วยวิเคราะห์แบบไม่ต้องเดาเองให้เหนื่อย
ในมุมของคนชอบอัปเดตเทรนด์ บอกเลยว่าฟีเจอร์นี้คือ “ก้าวใหม่” ที่น่าจับตามาก เพราะมันอาจเป็นตัวอย่างแรก ๆ ของยุคที่มือถือช่วยเราคัดกรองภัยออนไลน์อัตโนมัติด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ
สิ่งที่น่าจับตาต่อไป
AI จะฉลาดพอเตือนแบบอัตโนมัติได้ไหม?
ระบบจะรองรับหลายภาษาและสไตล์การเขียนที่หลอกยากขึ้นแค่ไหน?
มิจฉาชีพจะปรับกลยุทธ์อย่างไรเมื่อต้องเจอ AI แยกโครงสร้างหลอกลวง?
โลกออนไลน์กำลังกลายเป็นเวทีต่อสู้ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ และฟีเจอร์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ใช้ทั่วโลกปลอดภัยขึ้นแบบจับต้องได้จริง

