รับแอปรับแอป

Circle to Search อัปเกรดใหม่! ตรวจจับ “ข้อความหลอกลวง” ด้วย AI แบบเรียลไทม์ ปิดจุดอ่อนที่หลายคนพลาดโดยไม่รู้ตัว

ชัยวัฒน์ อินทร์12-04

ช่วงนี้ใครเล่นมือถือก็ต้องเจอข้อความชวนปวดหัว ทั้ง “พัสดุตกค้าง”, “คลิกด่วนเพื่อรับรางวัล”, หรือแม้แต่ข้อความสวมรอยเป็นบริษัทดังที่อ่านเผิน ๆ รู้สึกเหมือนจริงจนเกือบโดนปั่นหัวกันเป็นแถว
และใช่… ช่วงเวลาเผลอ ๆ หลังดูซีรีส์ยาวถึงตีสองนี่แหละ คือจังหวะที่มิจฉาชีพเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

แล้ววันนี้ Google ดันปล่อยของใหม่เข้าอีกหนึ่งลูกเล่นใน Circle to Search ฟีเจอร์ที่หลายคนคุ้นเคยจากการวงบนหน้าจอเพื่อค้นหา แต่ตอนนี้มันล้ำกว่าเดิมเพราะสามารถ “สแกมดักสแกม” ได้ด้วย! บอกเลยว่าเหมือนมี AI ผู้ชำนาญคดีหลอกลวงคอยยืนคู่มือถือ ไม่มีโม้


Circle to Search คืออะไร? ทำงานยังไงในยุคที่สแกมมาไวกว่าเพลงขึ้นเทรนด์

ใครใช้ Android รุ่นใหม่ ๆ น่าจะคุ้นกับฟังก์ชันนี้อยู่แล้ว แค่แตะค้างแล้ววงสิ่งที่สงสัยบนหน้าจอ ระบบก็จะวิ่งไปหารายละเอียดแบบทันใจ ไม่ว่าจะเป็นชื่อซีรีส์ เพลงที่ดังใน TikTok หรือรองเท้าที่ไอดอลใส่ในงานอีเวนต์เมื่อคืน
ความง่ายขนาดนี้ทำให้หลายคนใช้อยู่ทุกวันแบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

แต่ในยุคที่สแกมเมอร์ก็ใช้ AI จนข้อความหลอกดูเนียนยิ่งกว่าสคริปต์หนังไซไฟ Google เลยหยิบ Circle to Search มาปัดฝุ่นอัปเกรดให้ฉลาดขึ้นอีกขั้น

ตอนนี้พอเจอข้อความน่าสงสัย ไม่ว่าจะเป็น SMS, แชต, เว็บปลอม หรือข้อความแนบลิงก์ที่อ่านแล้วรู้สึกขนลุกแปลก ๆ แค่เปิด Circle to Search แล้ววงบริเวณข้อความ ระบบจะโชว์ AI Overview พร้อมแจกแจงว่า “ทำไม” ข้อความนี้เข้าข่ายสแกม และจะต้องทำยังไงต่อ


จุดเด่นใหม่แบบจัดเต็ม: Circle to Search กลายเป็นเครื่องจับสแกมที่ผู้ใช้ไม่รู้ว่าต้องการจนได้ลอง

หลังจากลองใช้งานกับข้อความที่หลายคนมักโดนหลอก ตัวฟีเจอร์ใหม่นี้ก็แสดงให้เห็นความเก่งแบบที่ทำให้ต้องตาโต เพราะมันทำได้มากกว่าการจับผิดคำสะกดผิด

1. AI แยกโครงสร้างหลอกลวงให้แบบทีละข้อ

ข้อความน่าสงสัยจะถูกแยกเป็น bullet point เช่น

  • ส่งลิงก์แปลก

  • ขอข้อมูลส่วนตัว

  • อ้างชื่อบริการดังผิดฟอร์ม

  • ใช้ภาษาน่าสงสัย
    ทำให้แม้คนไม่เก่งเทคโนโลยีก็ยังเข้าใจได้ทันที

2. มี “คำแนะนำถัดไป” ที่หยิบไปใช้ได้จริง

อย่างเช่น

  • ห้ามกดลิงก์

  • ห้ามตอบกลับ

  • รายงานผู้ส่ง

  • บล็อกทันที
    เป็นคล้ายคู่มือเอาตัวรอดเฉพาะหน้าแบบสั้น กระชับ แต่ช่วยชีวิตได้

3. ไม่ต้องสลับแอปให้วุ่นวาย

เห็นข้อความน่าสงสัยในอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะ LINE, Messenger, แอปเว็บธนาคาร หรือคำเชิญแปลก ๆ ที่โผล่ขึ้นมา แค่ “วงบนหน้าจอ” แล้ว AI จะขึ้นข้อมูลทันที เหมือนมีเกราะกันสแกมที่ใช้ได้ในทุกสถานการณ์

4. ใช้ได้ผ่าน Google Lens ด้วย

ถ้าใครถนัดถ่ายหน้าจอไว้ก่อน ก็อัปโหลดภาพเข้า Lens แล้วให้ระบบวิเคราะห์ทีหลังได้เหมือนกัน


นี่คือสิ่งที่สะท้อนปรากฏการณ์ใหญ่ของโลกออนไลน์ตอนนี้

ดูเผิน ๆ ฟีเจอร์นี้อาจเหมือนแค่เพิ่มความปลอดภัย แต่จริง ๆ มันสะท้อนว่าตอนนี้ โลกออนไลน์กำลังเข้าสู่ยุคที่ AI ต่อสู้กับ AI แบบเต็มรูปแบบแล้ว

  • มิจฉาชีพเริ่มใช้โมเดลภาษาที่ทำให้ข้อความดูเหมือนมนุษย์จริง

  • มีการลอกเทมเพลตข้อความจากเว็บบริษัทจริง

  • มีการสร้างลิงก์ปลอมที่หน้าตาเหมือนต้นฉบับแทบแยกไม่ออก

ความล้ำแบบนี้ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปเริ่มหลงเชื่อได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก
Google เลยลงสนามจริงจังด้วยการปล่อยฟีเจอร์ที่ “อ่านเจตนาซ่อนเร้น” ในข้อความได้โดยตรง ซึ่งตอบโจทย์ยุคที่ภัยไซเบอร์ไม่ได้มาในรูปแบบครูพักลักจำอีกต่อไป แต่ใช้ AI ระดับสูงเข้ามาช่วยสร้างเนื้อหา

เทียบง่าย ๆ เหมือนซีรีส์ไซไฟที่มนุษย์ใช้ AI ต่อสู้ AI แต่คราวนี้เกิดขึ้นจริงตรงหน้า


รีวิวหลังใช้งาน: Circle to Search เวอร์ชันสแกมดีไหม? ช่วยได้จริงหรือเปล่า?

หลังลองใช้กับข้อความที่ชอบโผล่มาป่วนระหว่างดูหนังรอบดึก ปรากฏว่า Circle to Search ก็จับสแกมได้ค่อนข้างเป๊ะ โดยเฉพาะข้อความที่ปลอมตัวเป็นบริษัทขนส่งชื่อดังที่พิมพ์ภาษาไทยแปลก ๆ แบบ “พัสดุของคุนถูกระงับ” ซึ่งปกติผู้ใช้บางคนเผลอคลิกเพราะรีบ จนโดนหลอกแบบไม่รู้ตัว

จุดที่ชอบมากเป็นพิเศษ
ทำงานเร็ว ไม่ต้องออกจากแอป
แจกแจงเหตุผลแบบชัดเจน ไม่ใช่แค่บอกว่า “อาจเป็นสแกม”
ไม่ทำให้ผู้ใช้กลัวจนเกินเหตุ แต่ให้ข้อมูลแบบพอดี
มาพร้อมคำแนะนำที่ลงมือทำได้เลย ไม่ต้องเดา

จุดที่รู้สึกว่ายังอยากเห็นเพิ่ม

  • การวิเคราะห์ลิงก์เชิงลึก (เช่นประวัติการสร้างโดเมน)

  • การเตือนอัตโนมัติเมื่อมีข้อความที่คล้ายสแกมปรากฏ

แต่โดยรวมถือว่า Circle to Search เวอร์ชันนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง และทำหน้าที่เป็นตัวกรองระดับแรกสำหรับผู้ใช้ที่รับข้อมูลจากทุกทิศทางทั้งวัน


ผลกระทบต่อผู้ใช้ Android: ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริม แต่คือเกราะกันสแกมประจำเครื่อง

อัปเดตใหม่ยังมาพร้อมกับความสามารถอื่น ๆ ใน Android 16 QPR2 เช่น

  • ออกจากกรุ๊ปแชตที่ไม่ต้องการได้เร็วขึ้น

  • ทำเครื่องหมายการโทรออกว่า “ด่วน” ได้

  • ระบบความปลอดภัยเสริมหลายส่วนที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้มากกว่าเดิม

แต่พระเอกของงานนี้ยังคงเป็น Circle to Search ที่อัปเกรดให้ฉลาดขึ้นแบบรู้ใจผู้ใช้

และเมื่อ Google บอกว่า “จะปล่อยเมื่อระบบมั่นใจว่าคุณภาพตอบได้เหมาะสม” แปลว่าอาจใช้เวลาสักพักกว่าจะปล่อยเต็ม แต่พอถึงวันที่เปิดใช้งานครบทุกเครื่อง เชื่อเลยว่าอินเทอร์เน็ตจะปลอดภัยขึ้นอีกระดับแบบจับต้องได้จริง


สรุป: Circle to Search กับบทบาทใหม่—ผู้พิทักษ์มือถือในยุคสแกมเกลื่อนโลก

ยุคนี้ใคร ๆ ก็เสี่ยงโดนหลอก ไม่ใช่เพราะไม่ระวัง แต่เพราะสแกมมันฉลาดขึ้นแบบน่าตกใจ
Circle to Search เลยเข้ามาเป็นเหมือน “สายสืบ AI” ที่คอยสแกนความผิดปกติจากข้อความทุกมุมโลกออนไลน์ให้ผู้ใช้แบบทันใจ

มันไม่ได้แค่ทำให้การค้นหาง่ายขึ้น แต่ตอนนี้มันช่วยให้ผู้ใช้ปลอดภัยขึ้นด้วย
ต่อให้กำลังเผลอเพราะกำลังอินกับซีนสุดท้ายของหนัง ก็แค่ยกมือถือแล้ววงข้อความน่าสงสัย ระบบจะช่วยวิเคราะห์แบบไม่ต้องเดาเองให้เหนื่อย

ในมุมของคนชอบอัปเดตเทรนด์ บอกเลยว่าฟีเจอร์นี้คือ “ก้าวใหม่” ที่น่าจับตามาก เพราะมันอาจเป็นตัวอย่างแรก ๆ ของยุคที่มือถือช่วยเราคัดกรองภัยออนไลน์อัตโนมัติด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ

สิ่งที่น่าจับตาต่อไป

  • AI จะฉลาดพอเตือนแบบอัตโนมัติได้ไหม?

  • ระบบจะรองรับหลายภาษาและสไตล์การเขียนที่หลอกยากขึ้นแค่ไหน?

  • มิจฉาชีพจะปรับกลยุทธ์อย่างไรเมื่อต้องเจอ AI แยกโครงสร้างหลอกลวง?

โลกออนไลน์กำลังกลายเป็นเวทีต่อสู้ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ และฟีเจอร์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ใช้ทั่วโลกปลอดภัยขึ้นแบบจับต้องได้จริง