ภาพรวมตลาดไอโฟนปี 2026 กับงบไม่เกิน 20,000 บาท
ปี 2026 เป็นปีที่ตลาดไอโฟนคึกคักมาก เพราะมีทั้งรุ่นใหม่อย่าง iPhone 17 Series, iPhone Air, iPhone 17e รวมถึง iPhone 16 Series ที่ยังวางขายอยู่ ขณะเดียวกัน ราคาไอโฟนรุ่นเก่าหลายตัวก็ทยอยปรับลง ทำให้คนที่มีงบจำกัด โดยเฉพาะงบไม่เกิน 20,000 บาท มีทางเลือกหลากหลายทั้งเครื่องใหม่และมือสอง
จากข้อมูลราคาล่าสุดในไทย
iPhone 16e 128GB ราคาศูนย์อยู่ที่ 19,900 บาท
iPhone 15 128GB อยู่ที่ประมาณ 20,900 บาท
iPhone 14 128GB อยู่ที่ประมาณ 17,100 บาท
iPhone 13 128GB อยู่ที่ประมาณ 15,200 บาท
ส่วนในตลาดมือสอง/รีเฟอร์บิช จะมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น ทั้ง iPhone 15 Pro, 14 Pro, 13 Pro, 12 Pro Max ฯลฯ ที่ราคาลดลงมาจนเข้าพื้นที่งบหมื่นปลาย ถึงสองหมื่นต้น ๆ
แนวโน้มสำคัญคือ
รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว (16e, 17e, 17, 17 Pro ฯลฯ) มักมีราคาตั้งต้นเกิน 20,000 แต่จะเริ่มเห็นโปรแรงหลังเปิดตัวไปสักพัก หรือช่วง Double Day เช่น 11.11 / 12.12
รุ่นก่อนหน้าอย่าง iPhone 14, 15 เริ่มเป็น “ตัวคุ้ม” ทั้งมือหนึ่งและมือสอง เพราะยังรองรับ iOS ได้ยาว และบางรุ่นรองรับ Apple Intelligence
ตลาดมือสอง/รีเฟอร์บิชเติบโตมาก ทั้งจากร้านเฉพาะทาง เช่น apple house และจากแหล่งออนไลน์ ทำให้คนงบจำกัดมีโอกาสได้จับรุ่น Pro ในงบไม่เกิน 20,000
สำหรับผู้ใช้ในไทย จุดที่ต้องมองไม่ใช่แค่ราคาเครื่องเปล่า แต่รวมถึงโปรผ่อน 0% จากค่ายมือถือ / UFUND / ร้านใหญ่ ๆ ที่ช่วยให้ “งบเดือนละไม่เกิน 1,000–1,500 บาท” ก็สามารถเป็นเจ้าของไอโฟนรุ่นใหม่หรือรุ่นโปรได้
เจาะสเปกและจุดเด่นของ iPhone 16e ในงบ 20,000
iPhone 16e เป็นรุ่นที่ถูกออกแบบมาให้เป็น “ทางเลือกประหยัด” ในตระกูล iPhone 16 โดยข้อมูลราคาล่าสุดระบุว่า
iPhone 16e 128GB ราคา 19,900 บาท (สีดำ/ขาว)
iPhone 16e 256GB ราคา 23,900 บาท
ด้วยราคาเปิดตัวระดับนี้ 16e จึงเป็นไอโฟนรุ่นใหม่สุดที่สามารถซื้อได้ “ในงบไม่เกิน 20,000” แบบเครื่องศูนย์ ถ้าเลือกความจุ 128GB หรือใช้โปรลดเพิ่มจากค่ายมือถือ/ออนไลน์เข้าไปช่วย
สเปกพื้นฐาน iPhone 16e (จากข้อมูลในลิสต์ iPhone ปี 2025–2026)
หน้าจอ: OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ดีไซน์รอยบาก (ไม่ใช่ Dynamic Island)
ชิป: A18 (แรงกว่า A16/A15 ในรุ่นเก่าในลิสต์ราคาต่ำกว่า 20,000)
กล้องหลัง: 48MP Fusion เลนส์เดี่ยว ถ่ายได้ 1x และ 2x แบบคุณภาพใกล้ Telephoto ด้วยการครอปเซนเซอร์
พอร์ต: USB-C ตามมาตรฐานใหม่ ใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ง่าย
รองรับ: Apple Intelligence, iOS เวอร์ชันใหม่ได้อีกหลายปี
จุดเด่นของ 16e ในงบ 20,000
เป็นรุ่นใหม่สุดในกลุ่มราคาไม่เกิน 20,000 จากข้อมูลราคา UFUND
ได้ชิป A18 ที่แรงและประหยัดพลังงานกว่า A16/A15 ของรุ่น 15, 14, 13
ใช้ USB-C แล้ว ทำให้ ecosystem สายชาร์จง่ายขึ้นมาก
กล้อง 48MP Fusion คุณภาพสูง เทียบกับกล้องเดี่ยว 12MP ในรุ่นเก่าอย่าง SE หรือ 12
ระยะอัปเดต iOS ยาวที่สุดในกลุ่มนี้ ใช้ได้อีก 4–5 ปีขึ้นไป
ข้อควรคิดของ 16e
หน้าจอยังรีเฟรชเรต 60Hz ไม่ลื่นเท่ารุ่นที่มี ProMotion 120Hz (เช่น 13 Pro, 14 Pro, 17)
ดีไซน์รอยบาก ไม่ทันสมัยเท่า Dynamic Island ใน iPhone 15/16/17
วัสดุโดยรวมเป็นสายประหยัด ไม่พรีเมียมเท่ารุ่น Pro หรือ Air
ภาพรวมแล้ว 16e คือ “ตัวจบ” สำหรับคนที่เน้น
ได้ชิปใหม่สุดในงบ 2 หมื่น
อยากใช้ยาว 4–5 ปี
ไม่ซีเรียสเรื่องจอ 120Hz หรือดีไซน์โปรจัด ๆ
สำรวจไอโฟนรุ่นเก่าที่น่าซื้อในปี 2026
ถ้างบไม่เกิน 20,000 บาท การขยับไปเล่นไอโฟนรุ่นก่อนหน้า ทั้งมือหนึ่งและมือสองจะเปิดทางเลือกกว้างมาก จากข้อมูลหลายบทความในปี 2025–2026 สามารถสรุปรุ่นเก่าที่น่าสนใจได้ดังนี้
iPhone 15 (มือหนึ่ง/มือสอง)
ราคาอ้างอิงในไทย (เครื่องใหม่)
128GB: 20,900 บาท
256GB: 25,400 บาท
จึงถือว่า “ปริ่ม ๆ” งบ 20,000 ถ้าได้โปรลดเพิ่มก็สามารถกดลงมาต่ำกว่า 2 หมื่นได้ หรือเลือกเครื่องมือสองที่มีราคาอยู่ราว 11,000 – 13,000 บาท (จากข้อมูลบทความมือสอง)
จุดเด่น
ได้ Dynamic Island ดีไซน์ใหม่ ทันสมัยกว่า iPhone 14/13
พอร์ต USB-C ใช้สายร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้สะดวก
ชิป A16 Bionic ยังแรงสำหรับเกมและงานกราฟิกในปี 2026
กล้องหลัง 48MP + Ultra Wide 12MP คุณภาพสูง
สำหรับคนงบ 20,000
ถ้าอยากได้ดีไซน์ใหม่ + USB-C แต่ไม่ต้องใหม่สุด iPhone 15 มือหนึ่งช่วงโปร หรือมือสองสภาพดีคือทางเลือกคุ้มค่า
iPhone 14 (มือหนึ่ง)
ราคาในไทย
128GB: 17,100 บาท
256GB: 20,900 บาท
จึงเข้าเต็ม ๆ ในงบไม่เกิน 20,000 สำหรับรุ่น 128GB
จุดเด่น
ชิป A15 Bionic (เวอร์ชัน 5-core GPU) แรงกว่า A15 รุ่นใน iPhone 13
แบตอึด ใช้งานได้ทั้งวัน
กล้อง Dual 12MP คุณภาพดี พร้อม Photonic Engine และ Action Mode
แม้ยังใช้พอร์ต Lightning และรอยบากแบบเก่า แต่ด้วยราคาในไทยตอนนี้ iPhone 14 เป็นตัวเลือก “เซฟสุด” สำหรับคนที่ต้องการ
เครื่องใหม่แกะกล่อง ประกันศูนย์
ใช้ทั่วไป เล่นเกมหลัก ๆ ได้ดี
iPhone 13 และ 13 Pro (มือหนึ่ง/มือสอง)
ราคา iPhone 13 (เครื่องใหม่)
128GB: 15,200 บาท
256GB: 21,900 บาท
ราคา iPhone 13 Pro (มือสอง)
ช่วงประมาณ 13,300 – 25,900 บาท ตามสภาพและความจุ
13 (รุ่นธรรมดา)
ชิป A15 Bionic ยังลื่นสำหรับ iOS ปัจจุบัน
กล้องคู่ 12MP ถ่ายสวย เสถียร
แบตดีและซอฟต์แวร์รองรับไปได้อีกหลายปี
13 Pro (รุ่นโปร)
จอ ProMotion 120Hz ลื่นมาก (ข้อได้เปรียบเหนือ 16e / 15 / 14)
กล้อง 3 ตัว + Telephoto เหมาะกับสายถ่ายรูป/คอนเทนต์
วัสดุสแตนเลสและดีไซน์หรูระดับเรือธง
สำหรับงบไม่เกิน 20,000
iPhone 13 มือหนึ่ง: ตัวคุ้มสำหรับคนทั่วไปที่เน้นราคาย่อมเยา
iPhone 13 Pro มือสอง: ตัวโปรสุดคุ้มในตลาดมือสอง ถ้าเช็กเครื่องดี ๆ
iPhone 15 Pro มือสอง
บทความจาก apple house ชี้ว่าถ้าคุณมี “ไอโฟนงบ 20,000 ปี 2026” รุ่นที่น่าจับตาที่สุดคือ iPhone 15 Pro มือสอง เพราะ
เป็นรุ่นเริ่มต้นที่รองรับ Apple Intelligence ได้ครบ
ได้บอดี้ไทเทเนียม กล้อง 3 ตัว พร้อม Telephoto
ราคามือสองจากแหล่งเชื่อถือได้ “ถูกกว่ารุ่นใหม่เกือบครึ่ง” และอยู่ในช่วงงบหมื่นปลาย–สองหมื่นต้น
ในกลุ่มงบไม่เกิน 20,000 ถ้าเจอดีล 15 Pro มือสองในช่วง 18,000–20,000 จากร้านที่การันตีคุณภาพ นี่คือรุ่นที่ให้ฟีเจอร์ระดับ Pro ในงบเท่ารุ่นธรรมดาใหม่ ๆ
รุ่น SE และรุ่นจอใหญ่เก่า ๆ (12 Pro Max, 14 Plus ฯลฯ)
ในลิสต์ iPhone ราคาไม่เกิน 20,000 ยังมี
iPhone SE 3: มือหนึ่งราว 15,900 – 18,500 บาท เหมาะกับคนชอบ Touch ID และเครื่องเล็ก แต่ดีไซน์เก่า จอเล็ก
iPhone 12 Pro Max: มือสองราว 12,000–13,500 บาท ได้จอใหญ่ 6.7 นิ้ว วัสดุพรีเมียม กล้อง 3 ตัว แต่เป็น Lightning และชิป A14
iPhone 14 Plus: มือหนึ่งและมือสองราคาสองหมื่นต้น ให้จอใหญ่ 6.7 นิ้ว แบตอึดมาก เหมาะกับสายดูซีรีส์
สำหรับปี 2026 รุ่นเหล่านี้ยังน่าใช้ถ้าเจอราคาดีมาก แต่โดยรวมจะ “คุ้มเฉพาะบางสายใช้งาน” เช่น สายจอใหญ่ หรือคนเน้น Touch ID
เปรียบเทียบความคุ้มค่า iPhone 16e กับไอโฟนรุ่นเก่า
เมื่อเอา iPhone 16e มาเทียบกับตัวเลือกยอดนิยมในงบไม่เกิน 20,000 จะเห็นภาพชัดเจนขึ้น
1) เทียบด้านสเปกและประสิทธิภาพ
ชิปประมวลผล
16e: A18 (ใหม่กว่า และแรงกว่าชิป A16/A15 ใน 15, 14, 13)
15: A16 Bionic
14 / 13 / SE 3: A15 Bionic
13 Pro / 12 Pro Max: A15 / A14
ถ้าเน้น “อายุการใช้งาน + รองรับ iOS ใหม่” 16e ได้เปรียบชัดเจน
หน้าจอ
16e: OLED 6.1 นิ้ว 60Hz รอยบาก
15: OLED 6.1 นิ้ว 60Hz Dynamic Island
14 / 13: OLED 6.1 นิ้ว 60Hz รอยบาก
13 Pro: OLED 6.1 นิ้ว ProMotion 120Hz
12 Pro Max: OLED 6.7 นิ้ว 60Hz
ถ้าคุณให้ความสำคัญกับจอ 120Hz
iPhone 13 Pro มือสองยังเหนือกว่า 16e
ถ้าเน้นจอใหญ่
14 Plus หรือ 12 Pro Max ก็ให้ประสบการณ์จอใหญ่ดีกว่า 16e
กล้อง
16e: กล้องเดี่ยว 48MP Fusion ทำ 1x/2x ได้ แต่ไม่มี Ultra Wide/Telephoto
15: กล้อง 48MP + Ultra Wide 12MP
14 / 13: กล้องคู่ 12MP
13 Pro: กล้อง 3 ตัว 48MP + Ultra Wide + Telephoto
15 Pro มือสอง: กล้อง 3 ตัว 48MP ระดับโปร
สรุปกล้อง
ถ้าสายกล้องจริงจัง: 13 Pro หรือ 15 Pro มือสองให้มิติกว้างขวางกว่า 16e
ถ้าใช้งานทั่วไป: กล้อง 48MP เดี่ยวของ 16e เพียงพอ และดีกว่ากล้อง 12MP ของรุ่นเก่าหลายตัว
2) การรองรับ Apple Intelligence และ iOS
จากข้อมูล Apple House/UFUND
ฟีเจอร์ Apple Intelligence เริ่มรองรับตั้งแต่: iPhone 15 Pro / 15 Pro Max, iPhone 16 Series, iPhone 17 Series เป็นต้นไป
iPhone 16e (ชิป A18 + USB-C) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่รองรับ Apple Intelligence
iPhone 15 รุ่นธรรมดา, 14, 13 ไม่ได้ Apple Intelligence แบบครบเท่ารุ่น Pro/รุ่นใหม่
ดังนั้น ถ้าในงบไม่เกิน 20,000 คุณต้องการ “AI รุ่นใหม่ของ Apple” ทางเลือกจะอยู่ที่
16e มือหนึ่ง (19,900)
15 Pro มือสอง (ราคาประมาณ 18,000–20,000 จากบทความมือสอง)
3) ความคุ้มเมื่อเทียบราคา
ในไทย (ราคาเครื่องใหม่)
16e 128GB: 19,900
15 128GB: 20,900 (ต้องลดราคา/โปร)
14 128GB: 17,100
13 128GB: 15,200
ในตลาดมือสอง (ข้อมูลประมาณการจากบทความ)
15 Pro มือสอง: ~18,500–20,000
15 มือสอง: ~11,000–13,000
14 Pro มือสอง: ~13,000–15,000
13 มือสอง: ~7,000–9,000
12 Pro Max มือสอง: ~10,000–13,500
ภาพรวมความคุ้ม
ถ้าเน้น “ใหม่สุด + ชิปใหม่ + Apple Intelligence + ประกันศูนย์” → 16e คุ้มสุดในกลุ่มงบไม่เกิน 20,000
ถ้าเน้น “กล้องและจอโปร + AI + วัสดุพรีเมียม” และรับมือสองได้ → 15 Pro มือสองคือดีลที่แรงกว่า 16e ในมุมประสบการณ์ใช้งาน
ถ้าเน้น “ประหยัดสุดแต่ยังดี” → 13 มือหนึ่ง/มือสอง หรือ 14 มือหนึ่ง ให้ความคุ้มค่าดีมากต่อราคา
ส่องดีลน่าสนใจ: โปรค่ายมือถือ ร้านออนไลน์ และเครื่องศูนย์/เครื่องนอก
จากข้อมูลที่มีในบทความต่าง ๆ ปี 2025–2026 จะเห็นภาพดีลดังนี้
โปรช่วงเทศกาลและ Double Day
ราคาจะเริ่มปรับลงหลังเปิดตัวรุ่นใหม่ (ช่วงกันยายนของทุกปี)
ช่วง Double Day เช่น 11.11 / 12.12 มักมีโปรลดราคา iPhone รุ่นเก่าและรุ่นกลาง เช่น 14, 15, 16e
ร้านออนไลน์อย่าง Shopee / Lazada มักมีหน้าเช็กราคาล่าสุด สำหรับ iPhone 17, 17 Pro, 17e, 16, 16 Plus ฯลฯ
โปรจากร้านเฉพาะทาง (ตัวอย่าง: apple house)
apple house ให้บริการ
จำหน่าย iPhone มือสอง “สภาพนางฟ้า” ราคาคุ้ม พร้อมการันตีคุณภาพ
รับซื้อ/เทรดเครื่องเก่า ให้ราคารับซื้อสูงกว่าตลาดทั่วไป
มีระบบประเมินราคาออนไลน์ ส่งรายละเอียดเครื่องเช็กราคาได้
มีบริการหน้าร้านกว่า 9 สาขาทั่วไทย และผ่อน iPhone ได้
ในมุมคนงบไม่เกิน 20,000
ซื้อ iPhone 15 Pro มือสองจากร้านแบบนี้ จะได้เครื่องสวย + ประกันร้าน + ราคาหมื่นปลาย ซึ่งคุ้มมากเมื่อเทียบฟีเจอร์
โปรผ่อนจาก UFUND
UFUND นำเสนอการผ่อนไอโฟน
ไม่ใช้บัตรเครดิต
ดาวน์เริ่มต้น 0–15%
ผ่อนสูงสุด 48 เดือน ดอกเบี้ยคงที่เริ่ม 0.99% ต่อเดือน
เมื่อเช็กราคาไอโฟนล่าสุดจะพบว่า
iPhone 17 256GB: 29,900 บาท
iPhone Air 256GB: 32,900 บาท
iPhone 16 Pro 128GB: 33,700 บาท
แม้รุ่นเหล่านี้เกิน 20,000 บาท แต่ด้วยการผ่อนแบบ “ผ่อนไป ใช้ไป” ทำให้คนงบจำกัดสามารถขยับไปจับรุ่นสูงกว่า 16e หรือ 15 ได้ หากยอมมีภาระผ่อนรายเดือนเพิ่ม
ทริกเลือกซื้อไอโฟนงบไม่เกิน 20,000: มือหนึ่ง มือสอง และรีเฟอร์บิช
จากลิสต์ 10 อันดับ iPhone ราคาไม่เกิน 20,000 และบทความมือสอง สามารถสรุปแนวทางได้ดังนี้
มือหนึ่งในงบไม่เกิน 20,000
รุ่นที่มีโอกาสซื้อได้ในงบนี้แบบเครื่องใหม่ศูนย์ ได้แก่
iPhone 16e 128GB (19,900)
iPhone 14 128GB (17,100)
iPhone 13 128GB (15,200)
iPhone SE 3 (15,900–16,xxx ในลิสต์ราคามือหนึ่งปี 2025)
ทริกเลือก
เน้น iOS ระยะยาว → 16e หรือ 14/13 ตามงบ
เน้น ดีไซน์ใหม่กว่ารอยบากเก่า → 15 (ถ้ารอโปรให้ลงต่ำกว่าสองหมื่น)
เน้น ประหยัดสุดมือหนึ่ง → SE 3 แต่ต้องยอมรับจอเล็ก/ดีไซน์เก่า
มือสอง/รีเฟอร์บิชในงบไม่เกิน 20,000
รุ่นที่น่าสนใจ
iPhone 15 Pro มือสอง: ได้ A17 Pro, จอ 120Hz, กล้องโปร, USB-C
iPhone 13 Pro มือสอง: จอ ProMotion, กล้อง 3 ตัว, วัสดุสแตนเลส
iPhone 14 Pro มือสอง: กล้อง 48MP, Always-On Display, Dynamic Island
iPhone 12 Pro Max มือสอง: จอใหญ่ 6.7 นิ้ว, กล้อง 3 ตัว
ทริกเลือก
ใช้ร้านที่เชื่อถือได้ มีการันตีและตรวจเช็กเครื่องมาตรฐาน (เช่น apple house หรือ Apple Refurbished)
เลือกความจุอย่างน้อย 128GB เพื่อไม่ให้พื้นที่เต็มเร็ว
รีเฟอร์บิชจาก Apple
ข้อมูลจากบทความต่างประเทศระบุว่า Apple มี Official refurbished สำหรับ iPhone 15 Pro
ได้แบตเตอรี่ใหม่
เปลี่ยนเคสใหม่
ลง iOS ล่าสุด
นี่เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนต้องการเครื่องสภาพใกล้ใหม่ แต่ราคาย่อมเยากว่ามือหนึ่ง
ข้อควรระวังในการซื้อไอโฟนราคาดี
การตามหาไอโฟน “ราคาดี” ทั้งมือหนึ่งและมือสอง ต้องระวังหลายเรื่อง โดยบทความได้ให้เช็กลิสต์ไว้อย่างชัดเจน
1) ประกันและแหล่งซื้อ
ตรวจสอบประกันศูนย์จากหน้าเว็บ Apple ว่าหมดเมื่อไหร่
ถ้าเป็นประกันร้าน ควรอ่านเงื่อนไขให้ชัดเจน เช่น ครอบคลุมอะไรบ้าง
เลือกซื้อจากร้าน/แพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียง และมีรีวิวลูกค้าจริง
2) การเช็กเครื่องมือสอง
สิ่งที่ต้องดู
Battery Health: ถ้าต่ำกว่า 80% แนะนำต่อราคาเพราะมีโอกาสต้องเปลี่ยนแบต (ค่าเปลี่ยนราว 2,xxx–3,xxx บาท)
True Tone: เปิด–ปิดแล้วสีหน้าจอต้องเปลี่ยน ถ้าไม่เปลี่ยนอาจเป็นจอเทียบหรือจอเปลี่ยน
Face ID / Touch ID: ต้องใช้งานได้ปกติ เพราะซ่อมยากและแพง
สภาพภายนอก: รอยหนัก, ขอบเครื่องคด, เลนส์กล้องแตก – ล้วนมีผลต่อคุณภาพและราคาขายต่อ
3) เงื่อนไขผ่อน
สำหรับการผ่อนกับ UFUND หรือค่ายมือถือ
ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อน
เช็กว่ามีค่าธรรมเนียมแฝงหรือไม่
คำนวณยอดชำระต่อเดือนให้สอดคล้องกับงบรายได้จริง
4) ความจุและการใช้งานระยะยาว
ปี 2025–2026 แนะนำให้เริ่มที่ 128GB สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
รุ่น 64GB จะเต็มง่ายมากถ้าถ่ายรูป/วิดีโอเยอะ หรือเล่นเกมใหญ่ ๆ ต้องบริหารพื้นที่และ/หรือซื้อ iCloud เพิ่ม
สรุปคำแนะนำรุ่นที่น่าซื้อที่สุดในแต่ละช่วงงบ
อ้างอิงทั้งตารางราคาและคำแนะนำจากหลายบทความ สามารถแบ่งคำแนะนำตามช่วงงบได้ชัดเจน
งบไม่เกิน 20,000 บาท (ซื้อเครื่องใหม่/มือสองผสม)
อยากได้รุ่นใหม่สุดในงบนี้ → iPhone 16e 128GB (19,900 บาท)
ได้ชิป A18, USB-C, กล้อง 48MP, รองรับ Apple Intelligence
อยากได้ดีไซน์ใหม่ + USB-C + Dynamic Island ในราคาก้ำกึ่งสองหมื่น → iPhone 15 128GB (ต้องอาศัยโปรลด)
หรือ iPhone 15 มือสอง (~11,000–13,000) ถ้ารับมือสองได้
อยากได้ความคุ้มมือหนึ่งเน้นเสถียร → iPhone 14 128GB (~17,100)
เหมาะกับคนใช้งานทั่วไป เล่นโซเชียล/ดูหนัง/เกมหลัก ๆ
อยากได้ฟีล Pro ในงบไม่เกิน 20,000 (มือสอง) → iPhone 15 Pro มือสอง (~18,500–20,000)
ได้จอ 120Hz, กล้อง 3 ตัว, วัสดุไทเทเนียม, Apple Intelligence
เน้นประหยัดสุดแต่ยังใช้งานดี → iPhone 13 128GB มือหนึ่ง (15,200) หรือมือสอง (~7,000–9,000)
งบประมาณอื่น ๆ (จากภาพรวมบทความ)
งบประมาณ ~30,000 บาท → iPhone 17 (รุ่นที่คุ้มที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่)
งบประมาณ ~40,000 บาท → iPhone Air (ถ้าชอบเครื่องบางเบา) หรือ iPhone 17 Pro (ถ้าสายกล้อง)
งบ 40,000 ขึ้นไป → iPhone 17 Pro Max (ตัวจบจอใหญ่ กล้องดีที่สุด)
ข้อคิดก่อนตัดสินใจซื้อ
ถามตัวเองก่อนว่า “ใช้อะไรบ่อยที่สุด” เช่น ถ่ายรูป, เล่นเกม, ดูหนัง, ทำงาน หรือแค่โซเชียล
เลือกให้ตรงกับฟีเจอร์ที่ใช้จริง ไม่จำเป็นต้องตามรุ่นใหม่สุดเสมอไป
ถ้าต้องการเทคโนโลยีล่าสุดและ AI เต็มรูปแบบแต่มีงบจำกัด → 16e และ 15 Pro มือสองคือสองคำตอบหลักในปี 2026
ถ้าต้องการความคุ้มค่าแบบไม่ต้องคิดมาก → iPhone 17 สำหรับงบสูงกว่า, ส่วนงบไม่เกิน 20,000 ให้มอง 16e, 14, 13, หรือ 15 มือสอง ตามไลฟ์สไตล์
โดยรวมแล้ว ในปี 2026 คนงบไม่เกิน 20,000 บาทไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่รุ่นเก่ามาก ๆ อีกต่อไป แต่สามารถเลือกระหว่าง รุ่นใหม่ประหยัดอย่าง iPhone 16e และ รุ่น Pro มือสองอย่าง iPhone 15 Pro รวมถึง รุ่นคุ้มค่าอย่าง iPhone 14 และ iPhone 13 ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับอะไรที่สุดระหว่าง “ชิปใหม่, กล้อง, ดีไซน์, หรือราคา” นั่นเอง


ความคิดเห็น