รับแอปรับแอป

เช็กลิสต์เที่ยวนาโกย่า 2026 พาเด็กฟินทั้งครอบครัว สนุกครบสวนสนุก พิพิธภัณฑ์ และอควาเรียม

ก้องภพ แสนดี01-28

เปิดทริปนาโกย่า เมืองใหญ่ที่สายเที่ยวครอบครัวต้องเลิฟ

นาโกย่า (Nagoya) เมืองใหญ่ใจกลางญี่ปุ่นที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นสวรรค์ของครอบครัวสายเที่ยว โดยเฉพาะ บ้านที่มีเด็ก เพราะรวมทุกอย่างไว้ครบ ทั้งปราสาทเก่าแก่ สวนสนุกดัง พิพิธภัณฑ์สุดล้ำ อควาเรียมขนาดใหญ่ และแหล่งกิน–ช้อปที่เดินทางง่ายมาก

ปี 2026/2569 ถ้าใครวางแพลนไปญี่ปุ่นกับลูก ๆ หรือหลาน ๆ นาโกย่าคือหนึ่งในเมืองที่ควรถูกใส่ลงลิสต์แบบไม่ต้องลังเล

ไฮไลต์เที่ยวนาโกย่าสำหรับครอบครัว

มาดูภาพรวมสิ่งที่รอทุกคนอยู่ในนาโกย่า

  • ชมปราสาทนาโกย่า แลนด์มาร์กประจำเมือง และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

  • พาเด็ก ๆ ไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้าอะสึตะ ศาลเจ้าเก่าแก่และใหญ่ที่สุดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น

  • ช้อปปิ้งเพลินในย่านรอบสถานีนาโกย่าและซากาเอะ มีทั้งห้าง แฟชั่น และของฝาก

  • สนุกเต็มวันใน สวนสนุก LEGOLAND Japan และ Ghibli Park ดรีมแลนด์ของเด็ก ๆ

  • ชิมอาหารประจำเมือง เช่น ข้าวหน้าปลาไหลฮิตสึมะบุชิ กุ้งทอดไซส์ยักษ์ และปีกไก่ทอดรสเด็ด

ทำความรู้จักนาโกย่าแบบย่อ ๆ

นาโกย่า (Nagoya / 名古屋) คือเมืองหลักของจังหวัดไอจิ (Aichi) ในภูมิภาคชูบุ (Chubu) ตอนกลางของเกาะฮอนชู (Honshu) ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง โตเกียว (Tokyo) และ โอซาก้า (Osaka) ทำให้วางแผนทริปเชื่อมเมืองใหญ่ได้ง่ายมาก

เมืองนี้เป็นทั้งศูนย์กลางอุตสาหกรรม เมืองท่า และยังเป็นเมืองใหญ่ลำดับ 4 ของญี่ปุ่น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เต็มไปด้วยที่เที่ยวที่เหมาะกับเด็ก ทั้งสวนสนุก พิพิธภัณฑ์ และสวนสาธารณะ

นอกจาก ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) ที่เป็นหน้าเป็นตาของเมืองแล้ว นาโกย่ายังเป็นฐานออกเดินทางไปเมืองน่ารักอื่น ๆ เช่น ทาคายาม่า (Takayama) และหมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโก (Shirakawa-go) ได้ไม่ยาก เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่อยากเที่ยวหลายบรรยากาศในทริปเดียว

สำหรับเด็ก ๆ จุดเด่นของนาโกย่าคือ LEGOLAND Japan และ Ghibli Park ที่ขอรับรองเลยว่า เข้าทีเดียวจำไปทั้งปี!

TOP 5 ที่เที่ยวครอบครัวในเมืองนาโกย่า

1. ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)

ปราสาทนาโกย่าถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1612 โดยโทกุงาวะ อิเอยาสุ เป็นแลนมาร์กทางประวัติศาสตร์ที่เหมาะให้เด็ก ๆ ได้เห็นของจริง ไม่ใช่แค่จากหนังสือเรียน

สัญลักษณ์สำคัญของที่นี่คือรูปสลักปลาหัวเสือทองคำ “คินชาจิ (Kinshachi)” ที่อยู่บนหลังคาปราสาท เป็นจุดที่เด็ก ๆ ชอบถ่ายรูปมาก

ข้อมูลสำคัญ:

  • ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 500 เยน / เด็ก ฟรี

  • เวลาทำการ: 9:00–16:30 (เข้าก่อน 16:00)

  • วันหยุด: 29 ธันวาคม – 1 มกราคม

  • การเดินทาง: จากสถานี Nagoyajo (ทางออก 7)
    • Main Gate เดินประมาณ 10 นาที

    • East Gate เดินประมาณ 5 นาที

แนะนำให้มาช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศสวยมาก เด็ก ๆ วิ่งเล่นได้สบาย

2. ศาลเจ้าอะสึตะ (Atsuta Shrine)

ศาลเจ้าอะสึตะ (Atsuta Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตเก่าแก่และใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของญี่ปุ่น บรรยากาศร่มรื่น เดินสบาย เหมาะจะพาเด็กมาไหว้พระ ขอพร และเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบนุ่ม ๆ

ในพื้นที่ยังมีอาคาร Bunka-Den (Treasure Exhibition Hall) ที่เก็บโบราณวัตถุจำนวนมาก เหมาะกับเด็กโตที่สนใจประวัติศาสตร์

ข้อมูลสำคัญ:

  • เวลาทำการ: บริเวณศาลเจ้าเปิด 24 ชั่วโมง

  • ค่าเข้าชม:
    • พื้นที่ศาลเจ้า: ฟรี

    • Bunka-Den: 300 เยน

  • การเดินทาง:
    • สถานี Jingunishi เดินประมาณ 7 นาที

    • สถานี Meitetsu Jingumae เดินประมาณ 3 นาที

    • สถานี JR Atsuta เดินประมาณ 8 นาที

3. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า (Nagoya City Science Museum)

บ้านไหนมีลูกสายวิทย์หรือชอบทดลองห้ามพลาด พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า เพราะไม่ได้มีแค่ของตั้งโชว์ แต่เต็มไปด้วยโซนทดลองแบบ Interactive ที่เด็ก ๆ จะได้ลงมือเล่นเองจริง ๆ

ไฮไลต์เด็ด:

  • Brother Earth ท้องฟ้าจำลองที่ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในโลก

  • โซน Exploring Water เรียนรู้เรื่องน้ำแบบเล่นได้จริง

  • Tornado Lab ชมพายุทอร์นาโดสูงถึง 9 เมตร

  • Electric Discharge Lab ดูการปล่อยกระแสไฟจำลองฟ้าผ่า

  • Deep Freezing Lab สัมผัสออโรร่าในห้อง -30 องศาเซลเซียส

ข้อมูลสำคัญ:

  • เวลาทำการ: 9:30–17:00 (เข้าก่อน 16:30)

  • วันหยุด:
    • ทุกวันจันทร์ (หรือวันถัดไปถ้าเป็นวันหยุด)

    • วันศุกร์ที่ 3 ของเดือน (หรือที่ 4 หากตรงวันหยุด)

    • ช่วงปีใหม่ 29 ธันวาคม – 3 มกราคม

  • ค่าเข้าชม:
    • พิพิธภัณฑ์ + ท้องฟ้าจำลอง: ผู้ใหญ่ 800 เยน / เด็ก 500 เยน

    • เฉพาะพิพิธภัณฑ์: ผู้ใหญ่ 500 เยน / เด็ก 200 เยน

  • การเดินทาง: จากสถานี Fushimi (ทางออก 5) เดินประมาณ 5 นาที

ทริก: ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน เพราะแต่ละโซนมีให้เล่นเยอะมาก เด็ก ๆ มักไม่ยอมกลับง่าย ๆ

4. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่า (Port of Nagoya Public Aquarium)

ใครมีลูกหลงรักสัตว์ทะเล ที่นี่คือสวรรค์ชัด ๆ เพราะ อควาเรียมท่าเรือนาโกย่า เป็นหนึ่งในอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 อาคาร:

  • North Building: ที่อยู่ของโลมา วาฬเพชฌฆาต และวาฬเบลูกา พร้อมโชว์การแสดงที่เด็ก ๆ ชอบมาก

  • South Building: โชว์ปลาทะเลลึก เต่าทะเล และเพนกวินแบบใกล้ชิด

ข้อมูลสำคัญ:

  • เวลาทำการโดยประมาณ:
    • ช่วงปกติ: 9:30–17:30 (บางช่วงวันหยุดยาวเปิดถึง 20:00)

    • ช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม): 9:30–17:00

  • วันหยุด: ทุกวันจันทร์ (หรือวันถัดไปหากเป็นวันหยุด)

  • ค่าเข้าชม:
    • ผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลาย: 2,030 เยน

    • นักเรียนประถม–มัธยมต้น: 1,010 เยน

    • เด็กเล็ก: 500 เยน

  • การเดินทาง: จากสถานี Nagoyako (ทางออก 3) เดินประมาณ 5 นาที

5. LEGOLAND Japan – ดินแดนตัวต่อในฝันของเด็ก ๆ

LEGOLAND Japan คือไฮไลต์หลักของทริปครอบครัว มีเลโก้รวมกันกว่า 17 ล้านชิ้นกระจายอยู่ทั่วสวน สนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีเด็กวัยประถม–มัธยมต้น บอกเลยว่าคุ้มทุกนาที

ภายในสวนแบ่งออกเป็นหลายโซน เช่น

  • Factory ดูเบื้องหลังการทำเลโก้

  • Bricktopia โซนสร้างสรรค์สำหรับเด็กที่ชอบออกแบบ

  • Adventure โซนผจญภัย

  • Knights Kingdom ธีมอัศวินและปราสาท

  • LEGO City เมืองเลโก้จำลองให้เด็กฝึกเป็นคนขับเรือหรือคนขับรถ

  • Pirate Shores ธีมโจรสลัด

  • Miniland รวมเมืองดังของญี่ปุ่นที่สร้างจากเลโก้ทั้งเมือง

ข้อมูลสำคัญ:

  • เวลาทำการ: โดยทั่วไป 10:00–18:00 (ควรเช็คเวลาวันที่ไปอีกครั้ง)

  • ค่าเข้าชม (1 Day Pass):
    • ผู้ใหญ่: ประมาณ 4,500–7,400 เยน

    • เด็ก: ประมาณ 3,300–4,800 เยน

  • การเดินทาง: จากสถานี Kinjo Futo (สาย Aonami Line) เดินประมาณ 10 นาที

แนะนำให้เผื่อเวลา ทั้งวัน สำหรับ LEGOLAND เพราะเล่นจริง ๆ แล้วเวลาหมดไวมาก

ที่เที่ยวรอบนาโกย่าที่เด็ก ๆ จะปลื้ม

6. Ghibli Park – โลกอนิเมะที่กลายเป็นจริง

ใครเป็นแฟน Studio Ghibli ไม่ควรพลาด Ghibli Park สวนสนุกสไตล์นิ่ง ๆ แต่เต็มไปด้วยดีเทล เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของอนิเมะเลยทีเดียว เด็ก ๆ ที่เคยดูเรื่อง โตโตโร เจ้าหญิงโมโนโนเกะ หรือฮาวล์ จะตื่นตาตื่นใจมาก

สวนตั้งอยู่ใน Expo 2005 Aichi Commemorative Park แบ่งออกเป็น 5 โซนหลัก:

  • Ghibli’s Grand Warehouse

  • Hill of Youth

  • Dondoko Forest

  • Mononoke Village

  • Valley of Witches

ข้อมูลสำคัญ:

  • เวลาทำการ:
    • วันธรรมดา: 10:00–17:00

    • เสาร์–อาทิตย์ & วันหยุด: 9:00–17:00

  • วันหยุด: ทุกวันอังคาร (หรือวันถัดไปในกรณีเป็นวันหยุด)

  • ค่าเข้าชม (จองล่วงหน้า 2 เดือน ล็อกคิวทุกวันที่ 10 เวลา 14:00 น.):
    • วันธรรมดา: ผู้ใหญ่ประมาณ 3,500–7,300 เยน / เด็ก 1,650–3,650 เยน

    • วันหยุด: ผู้ใหญ่ประมาณ 3,800–7,800 เยน / เด็ก 1,900–3,900 เยน

  • การเดินทาง: จากสถานี Nagoya
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama ไปสถานี Fujigaoka

    • ต่อรถไฟ Linimo ไปลงสถานี Ai-Chikyuhaku Kinen Koen

    • ใช้เวลารวมประมาณ 46 นาที

7. Nagashima Resort – สวนสนุก + เอาท์เล็ต +ไฟประดับในทริปเดียว

Nagashima Resort ตั้งอยู่ในจังหวัดมิเอะ (Mie) แต่เดินทางจากนาโกย่าได้ง่าย จัดว่าเป็นเดย์ทริปสุดปังสำหรับครอบครัวที่อยากได้ครบทั้งสวนสนุก ออนเซ็น เอาท์เล็ต และชมไฟสวย ๆ ในที่เดียว

ในรีสอร์ทประกอบด้วย:

  • สวนสนุก Nagashima Spaland

  • ออนเซ็น Nagashima Spa Yuami no Shima

  • ห้างเอาท์เล็ต Mitsui Outlet Park Jazz Dream Nagashima

  • Nabana no Sato สวนดอกไม้สุดฮิตที่โด่งดังเรื่องงานไฟฤดูหนาว

ข้อมูลสำคัญ:

  • เวลาทำการ: แตกต่างตามแต่ละสถานที่ (ควรเช็คเว็บรีสอร์ทก่อนเดินทาง)

  • การเดินทาง: จาก Nagoya Meitetsu Bus Center
    • นั่งรถบัสไปลงป้าย Nabana no Sato ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

    • หรือไปลง Nagashima Onsen ใช้เวลาประมาณ 50 นาที

เหมาะมากถ้าอยากจัดวันพิเศษให้เด็ก ๆ ทั้งเล่นเครื่องเล่นและจบด้วยดูไฟสวย ๆ ตอนค่ำ

ช้อปปิ้ง & วิวเมืองที่เดินทางง่ายกับเด็ก

สำหรับครอบครัวที่พักแถวสถานีนาโกย่าหรือย่านซากาเอะ มีหลายจุดให้แวะช้อปและชมวิวแบบไม่ต้องเดินเยอะ

JR Central Towers & JR Gate Tower

คอมเพลกซ์ขนาดใหญ่ด้านบนสถานี JR Nagoya รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งออฟฟิศ ห้าง Takashimaya, โรงแรม Nagoya Marriott Associa Hotel, ร้านยอดนิยมอย่าง HANDS, BIC Camera, Uniqlo, GU และโซนร้านอาหาร

ยังมีโซนช้อปปิ้งใต้ดินชื่อ Gate Walk ที่เดินสบาย เหมาะกับการหาของกินและของฝากแบบชิล ๆ

Midland Square & Sky Promenade

Midland Square เป็นอาคารสูงที่สุดของนาโกย่าที่ความสูง 247 เมตร ภายในมีห้าง ร้านอาหาร และจุดชมวิวแบบ Open-air ชื่อ Sky Promenade ซึ่งอยู่สูงถึง 220 เมตร เด็กโตจะชอบมากเพราะได้เห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา

  • เวลาทำการ Sky Promenade: โดยทั่วไป 11:00–22:00 (เข้าก่อน 21:30 / เวลาอาจเปลี่ยนตามฤดู)

  • ค่าเข้าชม:
    • ผู้ใหญ่: 1,000 เยน

    • เด็ก: 300–500 เยน

  • การเดินทาง: จากสถานี JR Nagoya เดินประมาณ 3 นาที

ห้างช้อปปิ้งรอบสถานีนาโกย่า

Meitetsu Department Store – ห้างบนสถานี Meitetsu Nagoya แบ่งเป็นอาคารสำหรับผู้หญิง (Main Building) และผู้ชาย (Men’s Building) ด้านบนยังเป็นที่ตั้งของท่ารถบัส Meitetsu Bus Center ใช้ต่อรถไปเมืองอื่นได้สะดวก

Kintetsu Pass’e – ห้างวัยรุ่นบนสถานี Kintetsu Nagoya เน้นแฟชั่นผู้หญิง ชั้น 1 มีร้านขนมเมืองนาโกย่า ส่วนชั้นบน ๆ มีร้าน ONE PIECE และร้านซีดี Tower Records เด็กโตและแฟนการ์ตูนอาจติดอยู่ที่นี่นานเป็นพิเศษ

เที่ยวย่านซากาเอะ (Sakae) ให้ครบในวันเดียว

MIRAI TOWER – หอคอยเก่าก๊องที่รีโนเวตใหม่

Chubu Electric Power MIRAI TOWER (เดิม Nagoya TV Tower) ตั้งอยู่ในสวน Hisaya Odori Park เป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น แต่รีโนเวตใหม่จนกลายเป็นจุดชมวิวสุดชิค

  • ความสูงหอคอย: 180 เมตร

  • จุดชมวิว:
    • Sky Deck สูงประมาณ 90 เมตร

    • Sky Balcony สูงประมาณ 100 เมตร

ข้อมูลสำคัญ:

  • เวลาทำการ:
    • วันธรรมดา–เสาร์: 10:00–21:00 (เข้าก่อน 20:40)

    • วันอาทิตย์: 10:00–21:40 (เข้าก่อน 21:20)

  • ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,300 เยน / เด็ก 800 เยน

  • การเดินทาง: จากสถานี Sakae (ทางออก 3 หรือ 4) เดินประมาณ 3 นาที

Oasis 21 – หลังคายานอวกาศกลางเมือง

Oasis 21 เป็นอาคารดีไซน์ล้ำกลางย่านซากาเอะ จุดเด่นคือหลังคากระจกทรงวงรีขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า Spaceship-Aqua เหมือนยานอวกาศลอยอยู่บนฟ้า เด็ก ๆ จะตื่นเต้นกับการเดินเล่นบนดาดฟ้าและชมวิวรอบ ๆ

ด้านล่างเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และเป็นจุดขึ้นรถบัสไปสนามบินและเมืองอื่นได้ด้วย

  • เวลาทำการ: โดยทั่วไป 10:00–21:00

  • การเดินทาง: จากสถานี Sakae เดินเชื่อมมาได้โดยตรง

Sunshine Sakae – ชิงช้าสวรรค์กลางย่านช้อป

Sunshine Sakae ศูนย์การค้า 7 ชั้นที่มีจุดเด่นเป็นชิงช้าสวรรค์ Sky Boat สูง 52 เมตร ติดอยู่ด้านหน้าตึก เหมาะพาเด็กขึ้นไปชมวิวเมืองแบบไม่น่ากลัวเกินไป

  • เวลาทำการ:
    • ร้านค้า: เวลาเปิดแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน

    • Sky Boat: 10:00–24:00

  • ค่าเข้าชิงช้า: 300 เยน

  • การเดินทาง: จากสถานี Sakae (ทางออก 8) เดินเชื่อมมาได้เลย

วัด & ถนนช้อปแบบโลคอลที่เด็กเดินสนุก

วัดโอสึคันนง (Osu Kannon Temple)

วัดโอสึคันนง เป็นวัดพุทธชื่อดังของนาโกย่า ตัววัดเดิมสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1333 ก่อนจะถูกย้ายมาที่ปัจจุบันเพราะพื้นที่เดิมถูกน้ำท่วมบ่อย

  • เวลาทำการ: 6:00–19:00

  • ค่าเข้าชม: ฟรี

  • การเดินทาง: จากสถานี Osu Kannon (ทางออก 2) เดินประมาณ 1 นาที

ถนนช้อปปิ้งโอสึ (Osu Shopping Street)

ใกล้ ๆ วัดคือ ถนนช้อปปิ้งโอสึ ย่านเดินเพลินที่มีทั้งแฟชั่นวัยรุ่น ร้านของมือสอง ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า และร้านอาหารนับไม่ถ้วน บรรยากาศคล้ายย่าน Akihabara เวอร์ชันนาโกย่า

  • เวลาทำการ: ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–19:00

  • การเดินทาง: จากสถานี Osu Kannon (ทางออก 2) เดินประมาณ 3 นาที อยู่ติดกับวัดโอสึคันนง

อาหารขึ้นชื่อของนาโกย่า เด็กกินง่าย ผู้ใหญ่กินเพลิน

นาโกย่ามีเมนูประจำถิ่นที่อร่อยและค่อนข้างถูกปากคนไทย หลายเมนูเด็ก ๆ ก็ทานได้ไม่ยาก

  • Hitsumabushi – ข้าวหน้าปลาไหลที่มีวิธีกิน 3 สไตล์ในชามเดียว เด็กที่ชอบปลาจะหลงรักจานนี้

  • Ebi-Furai – กุ้งชุบแป้งทอดไซส์ยักษ์ กรอบนอกนุ่มใน กินกับทาร์ทาร์ซอสคือดีมาก

  • Nagoya Cochin – ไก่บ้านสายพันธุ์ดังของนาโกย่า เอาไปทำได้หลายเมนู

  • Tebasaki – ปีกไก่ทอดรสเข้มข้น หลายคนคุ้นเคยจากร้าน Yamachan ที่มีสาขาทั่วญี่ปุ่น

  • Misokatsu – ข้าวหมูทอดทงคัตสึที่ราดด้วยซอสมิโสะรสเข้ม เป็นเมนูที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่กินได้แบบไม่เผ็ด

ไอเดีย: ใช้วิธีให้เด็กเลือก “เมนูประจำเมือง” คนละจาน กลายเป็นกิจกรรมสนุกในมื้ออาหารไปในตัว

การเดินทางในเมืองนาโกย่า (เหมาะสำหรับครอบครัว)

สำหรับครอบครัว การเดินทางในนาโกย่าค่อนข้างเป็นมิตร มีทั้งรถไฟใต้ดิน รถบัสท่องเที่ยว และรถไฟสายพิเศษที่เชื่อมต่อสวนสนุกต่าง ๆ

  • Nagoya Municipal Subway

    • มี 6 สายหลัก ครอบคลุมแทบทุกจุดท่องเที่ยว

    • ค่าโดยสารเริ่มต้น 200 เยน (เด็ก 100 เยน)

    • มีบัตร Nagoya Subway 24-Hour Ticket ราคา 760 เยน (เด็ก 380 เยน) เหมาะมากถ้าจะตะลุยหลายที่ในวันเดียว

  • Me~guru Nagoya Sightseeing Route Bus

    • รถบัสสายท่องเที่ยวที่วิ่งวนจากสถานี Nagoya ทุก 30 นาที ตั้งแต่ 9:30–16:30

    • หยุดวิ่งทุกวันจันทร์ (หรือวันถัดไปถ้าเป็นวันหยุด) และช่วงปีใหม่

    • ค่าโดยสาร: เที่ยวละ 210 เยน (เด็ก 100 เยน) / One-Day Pass 500 เยน (เด็ก 250 เยน)

  • JR CENTRAL

    • สถานีหลักคือ JR Nagoya จุดศูนย์กลางของ Tokaido Shinkansen เชื่อมโตเกียว–นาโกย่า–เกียวโต–โอซาก้า

    • มีสาย Local เช่น Tokaido Main Line, Chuo Main Line, Kansai Main Line ใช้ต่อไปกิฟุหรือมิเอะได้

  • รถไฟเอกชน (Private Railways)

    • Meitetsu: ใช้เดินทางระหว่างสนามบินชูบุเซ็นแทรร์กับใจกลางเมือง รวมถึงเมืองรอบ ๆ

    • Kintetsu: ใช้เดินทางต่อไปยังนารา เกียวโต และโอซาก้า (มี Kintetsu Rail Pass ให้เลือก)

  • Aonami Line

    • วิ่งระหว่างสถานี Nagoya – Kinjofuto

    • ใช้ไปยังโซน LEGOLAND Japan ได้สะดวก

  • Linimo (Tobu Kyuryo Line)

    • รถลิเนียร์มอเตอร์แบบลอยได้สายแรกของญี่ปุ่น

    • วิ่งระหว่างสถานี Fujigaoka – Yakusa

    • ใช้เป็นเส้นทางหลักในการไป Ghibli Park

การเดินทางมานาโกย่าจากเมืองอื่นและจากไทย

จากเมืองอื่นในญี่ปุ่น

นาโกย่าตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง

  • โตเกียว (Tokyo) – ฝั่งภูมิภาคคันโต (Kanto)

  • โอซาก้า (Osaka) – ฝั่งภูมิภาคคันไซ (Kansai)

การเดินทางสะดวกมากด้วย

  • รถไฟ ชินคันเซ็น Tokaido Shinkansen ที่มีพาสครอบคลุม เช่น JAPAN RAIL PASS

  • รถไฟ JR สายต่าง ๆ จากเมืองอื่น

  • รถไฟสาย Kintetsu จากฝั่งคันไซ (มี Kintetsu Rail Pass ช่วยประหยัดค่าเดินทาง)

จากประเทศไทย

สามารถบินตรงจากกรุงเทพไปลงที่ สนามบินชูบุเซ็นแทรร์ (Chubu Centrair International Airport / รหัส: NGO) ใช้เวลาบินประมาณ 5.30–6 ชั่วโมง แล้วค่อยต่อรถไฟหรือรถบัสเข้าตัวเมืองนาโกย่า

สำหรับสายครอบครัว การบินตรงช่วยลดเวลาการเดินทาง เด็กไม่เหนื่อยมาก และถึงเมืองแล้วสามารถเริ่มทริปได้เลย

สรุป: ทำไมนาโกย่าถึงเหมาะกับทริปครอบครัวปี 2026

  • เดินทางง่าย อยู่ตรงกลางระหว่างโตเกียวและโอซาก้า

  • มี LEGOLAND Japan และ Ghibli Park ที่เด็ก ๆ หลงรัก

  • มีพิพิธภัณฑ์และอควาเรียมขนาดใหญ่ที่ได้ทั้งความสนุกและความรู้

  • เมืองไม่วุ่นวายเกินไป เดินทางในเมืองสะดวก เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

  • ของกินเยอะ ถูกปากคนไทยและเด็ก ๆ หลายเมนู

ถ้ากำลังวางแพลนญี่ปุ่นปี 2026 ลองเปิดใจให้นาโกย่าแล้วจัดทริปแบบ “เด็กฟิน ผู้ใหญ่ชอบ ครอบครัวแฮปปี้” รับรองว่ากลับมาพร้อมความทรงจำแน่น ๆ ทั้งบ้านแน่นอน