รับแอปรับแอป

เปิดขบวน SRT Royal Blossom เที่ยวอีสานสายยาวสุดหรู: ศรัทธา ออนซอน และรสแซ่บบนรางรถไฟ

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-29

นั่งรถไฟชมวิว แท็กความสุขระหว่างทาง

บางทีเสน่ห์ของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ที่เรื่องราวเล็ก ๆ ระหว่างรางรถไฟ วิวสองข้างทาง และผู้คนที่ได้พบเจอระหว่างทริปต่างหาก

การท่องเที่ยวด้วย เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ จึงกลายเป็นอีกวิธีเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งสายเที่ยว สายชิล และสายรักษ์โลกในทริปเดียว

รถไฟ: เที่ยวไกลแบบยั่งยืน โลกปลื้ม นักท่องเที่ยวก็รัก

การเดินทางด้วยรถไฟไม่ใช่แค่โรแมนติก แต่ยังเป็นหนึ่งในรูปแบบการเดินทางระยะไกลที่ยั่งยืนที่สุดในโลก

รถไฟรุ่นใหม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าเครื่องบินอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น เส้นทางลอนดอน–ปารีส หากบิน เครื่องบินปล่อยคาร์บอนราว 244 กิโลกรัมต่อผู้โดยสารหนึ่งคน แต่ถ้านั่งรถไฟกลับปล่อยเพียงประมาณ 15 กิโลกรัม หายไปเกือบ 90% ตามการประมาณการของ Eurostar

แปลว่า… แค่เปลี่ยนพาหนะจากเครื่องบินมานั่งรถไฟ ก็ช่วยโลกได้แบบเนียน ๆ แล้ว

เมื่อรถไฟไม่ใช่แค่ขนคน แต่ขนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ในไทย เราคุ้นเคยกับการเดินทางด้วยรถไฟมานาน การท่องเที่ยวโดยรถไฟจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการ ยกระดับรถไฟจากพาหนะขนส่ง สู่พาหนะขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

แผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ได้สนับสนุนงานวิจัยเพื่อพัฒนา เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟเชิงสร้างสรรค์ ครอบคลุม 3 ภูมิภาคใหญ่ของไทย

  • สายเหนือ

  • สายอีสาน

  • สายใต้

เป้าหมายคือออกแบบเส้นทางและกิจกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงรางรถไฟเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจบนฐานทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน พร้อมดึงเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนให้ทำงานร่วมกันจริงจัง

สายอีสาน: จากงานวิจัย สู่เส้นทางรถไฟสายยาวเส้นแรกของไทย

หนึ่งในโปรเจกต์สำคัญคือการพัฒนา การท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ทำร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนทุนจาก บพข. และกองทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

เส้นทางนำร่องสายอีสานถูกพัฒนาขึ้น 2 ช่วงหลัก คือ

  • สายอีสานตอนบน: ขอนแก่น – หนองคาย

  • สายอีสานตอนล่าง: นครราชสีมา – อุบลราชธานี

มีการจัดเดินรถรอบปฐมฤกษ์เพื่อลองเส้นทางจริงแล้ว ช่วงวันที่ 19–21 มกราคมที่ผ่านมา บนขบวนหรู SRT Royal Blossom ให้ทั้งนักวิจัย ทีมงาน และพาร์ทเนอร์ ได้เห็นศักยภาพเต็ม ๆ ว่า “รถไฟสายยาวเพื่อท่องเที่ยว” ทำได้จริง ไม่ใช่แค่ไอเดียสวยหรูในกระดาษ

รถไฟสายอีสาน: โอกาสใหม่ของการท่องเที่ยวและการเชื่อมต่อข้ามประเทศ

รถไฟสายอีสานถูกวางตัวให้สอดรับกับอนาคตรถไฟไทยที่กำลังจะมีทั้ง รถไฟรางคู่ และ รถไฟความเร็วสูง ทำให้ในอนาคตนักท่องเที่ยวสามารถ

  • มาด้วยรถไฟความเร็วสูงจากเมืองใหญ่

  • ต่อด้วยรถไฟรางคู่

  • แล้วขึ้นรถไฟท่องเที่ยวสายอีสานไปตามสถานีต่าง ๆ อย่างสะดวก

หากเชื่อมต่อกับเครือข่ายระหว่างประเทศได้เต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการเชื่อมกับรถไฟ ลาว–จีน เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปเวียงจันทน์ก็จะเปิดประตูสู่อีสานและจีนในทริปเดียว เพิ่มโอกาสดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยที่อยากข้ามแดนด้วยรางเดียวกัน

การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟสายยาวต้องใช้ทุนสูงและระบบจัดการเข้มแข็ง โปรเจกต์วิจัยที่ได้รับทุนจาก บพข. จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบให้ทุกอย่างเดินได้จริงในเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่แค่ทริปทดลองครั้งเดียวแล้วจบ

เบื้องหลังโปรแกรมทริป: ไม่ใช่แค่วาง route แต่คือวางระบบทั้งขบวน

การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานไม่ได้เกิดจากการสุ่มจุดเช็กอิน แต่มีการประชุมร่วมกับการรถไฟฯ หลายรอบเพื่อเคลียร์ทุกมิติ ทั้งด้านเทคนิค เวลา และความปลอดภัย

สิ่งที่ต้องคิดอย่างละเอียด ได้แก่

  • จะจอดที่สถานีไหนบ้าง

  • แต่ละจุดสามารถจอดได้นานแค่ไหน

  • จะไม่ไปรบกวนตารางเดินรถปกติของขบวนอื่น

  • จังหวะขึ้น–ลงรถ ทำกิจกรรม และกลับขึ้นขบวนต้องตรงเวลาเป๊ะ

นี่คือเสน่ห์ของ “รถไฟขบวนพิเศษเพื่อท่องเที่ยว” ที่ต้องบาลานซ์ทั้งประสบการณ์และระบบเดินรถจริงบนเครือข่ายหลักของประเทศ

จากต้นแบบสายเหนือ สู่การต่อยอดสายอีสาน

ก่อนหน้าสายอีสาน มีการทดลองและพัฒนาเส้นทางรถไฟสายเหนือที่จังหวัดลำปาง โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม จนกลายเป็นต้นแบบให้ บพข. ขยายผลสู่ภูมิภาคอื่น

มหาวิทยาลัยมหาสารคามเคยพัฒนา BCG Happy Model สำเร็จ จึงถูกมองว่าเหมาะสมในการออกแบบเส้นทางเชิงสร้างสรรค์สำหรับสายอีสาน โดยมีทีมจากสายเหนือคอยเป็นพี่เลี้ยง ช่วยแชร์ทั้งประสบการณ์จริงและบทเรียนหลังบ้าน

หนึ่งในจุดท้าทายสำคัญคือ การออกแบบเส้นทางให้รองรับโจทย์อนาคตของ รถไฟสายอีสานที่ต้องเชื่อมกับรถไฟลาว–จีน ทั้งในเชิงโครงข่าย การตลาด และประสบการณ์นักท่องเที่ยว

รถไฟไม่ใช่แค่จอดส่งคน แต่จอดสร้างรายได้ให้ชุมชน

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญจากฝั่งการรถไฟฯ คือ อยากให้สถานีรถไฟกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของชุมชน ไม่ใช่เพียงจุดขึ้น–ลงผู้โดยสาร

รูปแบบกิจกรรมที่ออกแบบร่วมกัน เช่น

  • ตลาด 5 นาที ที่บ้านห้วยราช จ.บุรีรัมย์

    • ชาวบ้านขนผัก ผลไม้ ของกินพื้นบ้านจากชุมชนขึ้นรถไฟ

    • ลงมาขายหน้าสถานีระหว่างขบวนท่องเที่ยวจอด

  • เปิดพื้นที่ให้ชุมชนมาขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ทุกครั้งที่มีการจัดทริปท่องเที่ยวผ่านชุมชนนั้น ๆ

หลังจากรอบปฐมฤกษ์ ทีมงานเก็บข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อนำมาประเมินและปรับปรุงทั้งเส้นทางและกิจกรรม ก่อนยื่นแผนต่อไปยังบอร์ดท่องเที่ยวของการรถไฟฯ

จาก MOU สู่ Action Plan และ Business Plan ที่เดินหน้าได้จริง

เมื่อได้ลงนาม MOU กับการรถไฟฯ แล้ว ทีมวิจัยและภาคีได้จัดทำ Action Plan ที่ลงลึกทุกตัวเลขและรายละเอียด เช่น

  • ความถี่ในการจัดทริป

  • จำนวนผู้โดยสารต่อรอบ

  • รายได้ที่สร้างได้ต่อทริปและต่อหัว

  • ค่าใช้จ่ายและค่าบริหารจัดการร่วมกับบริษัททัวร์

ต่อยอดด้วย Business Plan ในรูปแบบ Ecosystem Partnerships ที่ดึงทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ ได้แก่

  • ภาครัฐ: การรถไฟฯ หน่วยงานดูแลแหล่งท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยในแต่ละจังหวัด

  • ภาคเอกชน: บริษัททัวร์ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านของที่ระลึก ฯลฯ

หาก Action Plan ได้ไฟเขียว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการประสานงานกับการรถไฟฯ ก่อนเปิดให้บริการจริงเชิงพาณิชย์ในเดือนมกราคม 2569

ไฮไลต์ 2 เส้นทาง สายอีสาน: ศรัทธา มนตรา และออนซอนวิถี

รถไฟ SRT Royal Blossom ไม่ได้พาแค่ไปถึงเมือง แต่พาเราเข้าไปถึงหัวใจวัฒนธรรมอีสาน ผ่าน 2 คอนเซ็ปต์หลัก:

  • “ศรัทธา มนตราอีสาน” – สายอีสานตอนล่าง (นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี)

  • “ออนซอนอีสาน สำราญวิถี” – สายอีสานตอนบน (ขอนแก่น หนองคาย)

ทุกเส้นทางร้อยเรียงภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ทั้งอารยธรรมขอม ความหลากหลายชาติพันธุ์ และอุทยานธรณีโคราช รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวอันซีนที่เข้าได้สะดวกด้วยรถไฟเท่านั้น

อันซีนสายอีสานตอนล่าง: จากสะพานดำถึงลูกชิ้นยืนกิน

จุดเช็กอินน่าค้นหา

  • สะพานดำ จังหวัดศรีสะเกษ
    สะพานรถไฟข้ามห้วยสำราญที่สร้างด้วยโครงเหล็กตั้งแต่ปี 2471 เคยเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรและอาวุธในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 คู่กับสะพานขาวสำหรับคนและยานพาหนะ มีความเชื่อเล่น ๆ ว่าใครโสดมานั่งรถไฟลอดสะพานดำ จะได้มามีคู่ที่ศรีสะเกษ

  • สถานีรถไฟห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์
    ชุมชนชาวจีนโบราณที่เติบโตคู่กับการสร้างทางรถไฟสมัยรัชกาลที่ 5 มีชื่อด้านอาหารพื้นถิ่นและเป็นพื้นที่จัดงาน “มหกรรมว่าวอีสานบุรีรัมย์ นอนดูดาว ชมว่าวกลางคืน” ทุกปี ที่นี่มีธรรมเนียมการเสี่ยงทายความอุดมสมบูรณ์ผ่านว่าวแอก ซึ่งถูกขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ (รถไฟจอดให้นักท่องเที่ยวลงเดินและถ่ายภาพประมาณ 20 นาที)

  • สะพานดำท่าช้าง & ไม้กลายเป็นหิน
    บริเวณนี้เคยมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์เมื่อราวปี 2464 ชาวบ้านนำไม้กลายเป็นหินจากลำน้ำมูลไปถวายรัชกาลที่ 6 ก่อนที่กรมรถไฟหลวงจะนำมาประดับไว้เป็นอนุสรณ์คู่กับสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำมูลจนถึงปัจจุบัน

  • พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน
    สถานที่จัดแสดงซากช้างโบราณ ไดโนเสาร์ และไม้ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ อายุราว 800,000–320 ล้านปี เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ประเภทนี้ไม่กี่แห่งของโลก (รถไฟจะชะลอประมาณ 10 นาทีให้นั่งถ่ายรูปจากบนขบวนได้)

  • สถานีรถไฟนครราชสีมา
    จุดถ่ายรูปสุดคลาสสิกกับหัวรถจักรไอน้ำหมายเลข 261 รถไฟยุคต้นสมัยรัชกาลที่ 5 พร้อมโซนเดินชม–ช็อปสินค้าชุมชนโคราช

  • สถานีรถไฟบุรีรัมย์
    แฟนของกินห้ามพลาด “ลูกชิ้นยืนกิน” ของดังเมืองบุรีรัมย์ ที่ต้องยืนจิ้มยืนกินร้อน ๆ หน้าเตา พร้อมแวะ ตลาด 5 นาที ที่ชาวบ้านหาบเอาผลผลิต ขนม และอาหารพื้นบ้านขึ้นรถไฟมาขายหน้าสถานี เป็นการกระจายรายได้แบบถึงมือชุมชนจริง ๆ

Box Set บนรถไฟ: อีสานจัดเต็มทั้งรสชาติและเรื่องเล่า

เซตอาหารว่าง “Welcome to อุบลราชธานี”

เมนูในกล่องถูกออกแบบให้เล่าเรื่องอุบลราชธานีผ่านอาหารและขนม เช่น

  • ขนมบงกชมาศ เทียนกินได้
    ขนมดีไซน์ลายประจำยาม แกะจากแบบพิมพ์ครูเทียนวัดศรีประดู่ ใช้เม็ดบัว ไข่แดง และกลิ่นควันเทียน หอมละมุนตั้งแต่เปิดกล่อง

  • หลนเค็มบักนัทในแป้งชูส์
    ของหมักดองคู่ครัวอุบล นำมาหลนกับกะทิ หมูสับ และเนื้อสับปะรด เพิ่มรสเปรี้ยวสดชื่น กินคู่กับแป้งชูส์กรอบนอกนุ่มใน

  • ชาดอกบัว
    ชาเอิร์ลเกรย์ผสมน้ำเชื่อมดอกบัวหลวง สัญลักษณ์ประจำจังหวัดอุบลราชธานี จากร้านอาหารไทยที่เคยคว้ารางวัล Michelin BIB GOURMAND

อาหารกลางวัน “Welcome to เมืองย่าโมโคราช”

Box Set เมืองโคราชก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ประกอบด้วย

  • ข้าวเหนียวไก่ย่างท่าช้าง

  • คั่วหมี่โคราช

  • ขนมจีนน้ำยาประโดก 100 ปี

สร้างอารมณ์ “อีสาน” ให้ลอยอยู่บนขบวน

ประสบการณ์บนรถไฟไม่ได้มีแค่ภาพและรสชาติ แต่ยังใส่ใจไปถึงการแต่งกาย บรรยากาศ และเสียงดนตรี

  • ชุดของผู้ให้บริการ ใช้ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ โทนสีสื่อถึงอัตลักษณ์พื้นถิ่น

  • ภาชนะและบรรจุภัณฑ์ เน้นวัสดุธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และหาง่ายในพื้นที่

  • มีการแสดงดนตรีอีสานบนขบวน เช่น แคน พิณ กลองเล็ก เลือกเพลงลูกทุ่งและเพลงท้องถิ่นที่เล่าเรื่องเส้นทางและจังหวัดที่รถไฟกำลังวิ่งผ่าน

ของที่ระลึก: พกกลับบ้านได้ แต่อารมณ์คิดถึงอีสานพกกลับไม่ได้

ในแต่ละทริป จะมีการมอบของที่ระลึกที่สะท้อนความเชื่อและรากวัฒนธรรมอีสาน เช่น

  • พัดธุงใยแมงมุม – แทนความเชื่อเรื่องวิญญาณและบุญกุศล

  • กระเป๋าช้าง และกระเป๋าน้ำเต้าปุ้ง – ผูกกับตำนานพื้นบ้านและสัญลักษณ์ด้านจริยธรรม

  • พวงมาลัยผ้าขาวม้า – ยกระดับผ้าอีสานให้กลายเป็นของต้อนรับแขกอย่างมีเกียรติ

ออนซอนสายอีสานตอนบน: ดอกบัวแดง ลุ่มน้ำโขง และวิถีแบบม่วน ๆ

เส้นทางขอนแก่น–หนองคาย พาคนขึ้นรถไฟไปสัมผัสความงามของธรรมชาติ วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรม ผ่านธีม “ออนซอนอีสาน สำราญวิถี”

ไฮไลต์ปลายทางและวิวระหว่างทาง

  • ทะเลบัวแดง – หนองหาน
    ส่วนหนึ่งของบึงหนองหาน แหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่กว่า 28,000 ไร่ เต็มไปด้วยความหลากหลายของสัตว์น้ำและพืชน้ำ โดยเฉพาะ บัวสายหรือบัวแดง ที่จะบานเต็มผืนน้ำช่วงธันวาคม–กุมภาพันธ์ งดงามจนอยากลุกขึ้นยืนมองจากหน้าต่างรถไฟ

  • แม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย
    เส้นน้ำที่เป็นทั้งเขตแดนไทย–ลาวและประตูสู่อินโดจีน วิวริมโขงทำให้หนองคายเคยถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองน่าอยู่ที่สุดของโลก

เมนู “ออนซอน” บนรถไฟ: อ่านชื่อก็ยิ้มแล้ว

บนสายอีสานตอนบนยังมีการออกแบบ Box Set เมนูในธีม “ออนซอน” ทั้งชื่อและรสชาติ เช่น

  • “ออนซอนม่วนซื่น”
    ข้าวต้มมัด กล้วยทอด และขนมกรุบกรอบแนวฟิวชัน ที่ตั้งชื่อให้รู้สึกสนุกตั้งแต่ยังไม่เปิดกล่อง

  • “ออนซอนแซ่บนัว”
    เมนูฟิวชันอีสานที่ใช้วัตถุดิบพื้นถิ่น เช่น ไก่ ส้มแจ่ว ข้าวผัดจากปลานิล ผักสด และผลไม้ไทย จัดวางให้ทั้งสวยและกินเพลิน

  • “ออนซอนมั่นยืน”
    เซตของว่างที่เล่นกับความหมายของความยั่งยืน ผ่านข้าวแต๋น ข้าวเม่า และชามะเดื่อ จิบปิดท้ายแบบเบา ๆ ก่อนลงจากขบวน

ออนซอนเครื่องแต่งกาย & ดนตรีอีสานร่วมสมัยบนขบวน

เสน่ห์ของสายอีสานตอนบนยังอยู่ที่ดีเทลของชุดและเพลงบนรถไฟ

  • ชุดบริกรใช้ ลายผ้าซิ่นที่เล่าเรื่องอีสาน เสื้อสีชมพูเชื่อมโยงกับภาพทะเลบัวแดงและงานพืชสวนโลก ผ้าสไบปักสะท้อนความเคารพต่อพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง

  • เพลงหมอลำและลูกทุ่งอีสานถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์ Funky, Reggae, Esan Soul แต่ยังไม่ทิ้งกลิ่นอายดั้งเดิมของลำพื้น ลำเพลิน ลำหย่าว และลำเดิน

เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายอีสาน: เครื่องมือใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

การใช้เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายอีสาน ไม่ได้มีดีแค่การได้รูปสวย ๆ กับวิวต่างจังหวัด แต่มีผลเชิงโครงสร้างต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งภาค

  • ช่วยเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวที่กระจายอยู่หลายจังหวัด ให้เดินทางถึงกันได้ง่ายขึ้น

  • เป็นเครื่องมือเสริมโครงข่ายคมนาคมใหม่ ทั้งรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง

  • ปลดล็อกข้อจำกัดด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยว ที่อยากเที่ยวหลายจังหวัดในทริปเดียว

การท่องเที่ยวโดยรถไฟจึงถูกวางให้เป็นคีย์สำคัญ ในการทำให้แหล่งท่องเที่ยวอีสานกลับมาคึกคัก ดึงทั้งนักท่องเที่ยวจากจีนผ่านทางรถไฟลาว–จีน และนักท่องเที่ยวไทยที่อยากเดินทางด้วยรางไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

นี่ยังไม่รวมเสน่ห์ดั้งเดิมของอีสานที่มีครบทั้ง

  • แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

  • งานประเพณี เทศกาล และแหล่งท่องเที่ยวศรัทธา

  • วัดดังและเกจิอาจารย์ชื่อเสียงระดับประเทศ

  • ผู้คนอัธยาศัยดี ยิ้มง่าย และต้อนรับแขกแบบบ้าน ๆ แต่จริงใจ

บพข.: มือประสานทุกภาคส่วนบนรางเดียวกัน

เบื้องหลังความสำเร็จของเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสาน มีบทบาทสำคัญจากหน่วยสนับสนุนทุนอย่าง บพข. ที่ไม่ได้แค่ให้ทุนแล้วจบ แต่ทำหน้าที่เป็น ตัวกลางเชื่อมเครือข่าย ให้ทุกฝ่ายทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

  • ดึงมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาร่วมออกแบบและวิจัย

  • เชื่อมโยงคณาจารย์ นักวิจัย ภาคธุรกิจเอกชน และภาครัฐ

  • หนุนการต่อยอดจากเส้นทางสายเหนือ มาสู่สายอีสานและสายใต้

ภาพใหญ่ที่เกิดขึ้นคือ การใช้เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวใน 3 ภูมิภาค เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เห็นผลได้จริง ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ บนเวทีสัมมนา

จากญี่ปุ่น–ยุโรป สู่ต้นแบบสายอีสานบนแผ่นดินไทย

เมื่อมองภาพรวม การพัฒนา เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ ไม่ได้เป็นแค่โปรเจกต์ชั่วคราว แต่เป็นส่วนสำคัญของการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้แข่งขันได้ระยะยาว

ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นและหลายประเทศในยุโรป ใช้รถไฟท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมานาน ทั้งในมุมความสะดวก ความยั่งยืน และการสร้างแบรนด์ประเทศ

สายอีสานเองกำลังเดินบนเส้นทางเดียวกัน เพียงแต่ปรุงรสด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบ ศรัทธา มนตรา และออนซอนวิถีอีสาน

ปิดท้าย: ถ้าคุณชอบเดินเที่ยวในเมือง ลองเปลี่ยนมานั่งรถไฟเที่ยวทั้งภาคดูไหม

ใครที่เคยชินกับการเดินเล่นในเมือง ช้อปห้าง คาเฟ่ฮอปปิง ลองขยับออกจากขอบฟ้าเดิม แล้วให้ รถไฟ SRT Royal Blossom พาไปเดินเล่นกลางชุมชน ชิมของท้องถิ่น และนั่งฟังหมอลำบนรางรถไฟดูสักครั้ง

อาจจะค้นพบว่า… ความสุขของการเดินเที่ยว ไม่ได้มีแค่บนทางเท้าในเมือง แต่มีอยู่บนรางรถไฟที่พาคุณไปพบเมืองอื่น ผู้คนใหม่ ๆ และเรื่องราวอีกมากมายที่ยังรอให้คุณขึ้นไปสัมผัสด้วยตัวเองบนขบวนถัดไป"}