สงครามลดต้นทุนรถยนต์ เมื่อผู้เล่นเก่าต้องสู้ราคาถูกจากจีน
สงครามลดต้นทุนรถยนต์ คือปรากฏการณ์ที่ผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมทั้งญี่ปุ่นและยุโรปต้องเร่งปรับโครงสร้างต้นทุน กดราคาชิ้นส่วน และลดความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ เพื่อแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้าและรถพลังงานใหม่จากจีนที่มีราคาแข่งขันได้และเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้รูปแบบธุรกิจเดิมที่พึ่งพากำลังการผลิตขนาดใหญ่และโครงสร้างต้นทุนสูงเริ่มไม่ตอบโจทย์ตลาดรถยุคใหม่อีกต่อไป ประเด็นสำคัญในวันนี้คือการเปรียบเทียบทิศทาง ลดต้นทุนรถยนต์ ของสองค่ายใหญ่ ฮอนด้าแข่งจีน ด้วยการไล่บีบซัพพลายเออร์และหันไปเน้นไฮบริด ขณะที่ โฟล์คสวาเกนปรับโครงสร้าง อย่างรุนแรงด้วยการตัดพนักงานจำนวนมากและลดจำนวนรุ่นรถ ทั้งหมดสะท้อนว่าผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป และญี่ปุ่นยอมรับแล้วว่าต้นทุนสูงไม่ใช่จุดแข็งอีกต่อไป การอยู่รอดต้องเริ่มจากการฟังเสียงตลาดรถจีนที่ใช้ราคาเป็นอาวุธหลัก
ฮอนด้าแข่งจีนด้วยการบีบต้นทุนและหันกลับมาโฟกัสไฮบริด
ท่าทีของฮอนด้าชัดเจนว่าต้องการพลิกเกมจากการแพ้ต้นทุนในตลาดรถไฟฟ้าให้ได้ บริษัทตั้งเป้าลดต้นทุน 1.5 ล้านล้านเยนภายในปี 2573 ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่รุกหนักในหลายภูมิภาค ตามรายงานเดียวกัน ฮอนด้าเร่งผลักดันให้ซัพพลายเออร์ลดราคาชิ้นส่วนสำคัญลงถึง 30% ภายในปี 2030 โดยมุ่งไปที่ชิ้นส่วนปั๊มและตีขึ้นรูป ระบบไฟฟ้า และชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์หรือ SDV คำพูดที่น่าหยิบไปอ้างคือ ฮอนด้าตั้งเป้าลดต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญสามกลุ่มลง 30% ภายในปี 2030 เพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก กลยุทธ์นี้ไม่ได้มีแค่การบีบราคา แต่ยังรวมถึงการใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานร่วมกันมากขึ้น การหันไปใช้ผู้ผลิตลำดับรอง และการเปิดรับชิ้นส่วนจากจีนและอินเดีย เพื่อลดความพึ่งพาซัพพลายเออร์รายใหญ่รายเดิม สิ่งที่น่าสังเกตคือฮอนด้ายังยอมรับว่าขาดทุนหนักจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและจึงหันกลับมาเน้นรถไฮบริด โดยวางแผนเจเนอเรชันใหม่ 15 รุ่นทั่วโลกภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030 พร้อมแนวคิด Triple Half ลดทั้งต้นทุน ระยะเวลา และงานพัฒนาเหลือครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับปี 2025

โฟล์คสวาเกนปรับโครงสร้างด้วยการหั่นคนและลดรุ่นรถอย่างเจ็บปวด
ในอีกฟากหนึ่ง โฟล์คสวาเกนเลือกเส้นทางปรับโครงสร้างที่เจ็บปวดกว่า คือการตัดกำลังคนและลดความซับซ้อนของไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างหนัก แผนฟิวเจอร์ แพลน 2030 ที่คณะกรรมการกำกับดูแลอนุมัติ กำหนดให้บริษัทเตรียมลดตำแหน่งงานทั่วโลกเพิ่มประมาณ 50,000 ตำแหน่ง ต่อจากแผนเดิมที่เคยตกลงไว้แล้ว 50,000 ตำแหน่งในกลุ่มโฟล์คสวาเกน อาวดี้ ปอร์เช่ และบริษัทซอฟต์แวร์ คาเรียดในเยอรมนี เมื่อรวมกัน ตัวเลขการปรับกำลังคนอาจแตะ 100,000 ตำแหน่งในระยะหลายปีข้างหน้า แม้จะไม่ใช่การเลิกจ้างพร้อมกัน แต่ก็สะท้อนความตึงเครียดในอุตสาหกรรมรถยุโรปอย่างชัดเจน บริษัทใช้วิธีสมัครใจและเกษียณก่อนกำหนดเป็นหลัก โดยมีพนักงานตอบรับแล้วราว 37,000 คน พร้อมกันนั้นโฟล์คสวาเกนยังประกาศลดจำนวนรุ่นรถสูงสุด 50% และลดตัวเลือกรุ่นย่อยและอุปกรณ์ต่าง ๆ สูงสุด 75% เพื่อลดความซับซ้อนในการพัฒนาและผลิต การลดกำลังการผลิตจากเดิมที่ลงทุนรองรับราว 12 ล้านคันต่อปีให้เหลือประมาณ 9 ล้านคันต่อปี ก็เป็นการยอมรับว่าโลกไม่ได้ต้องการรถยุโรปในปริมาณเท่าเดิมอีกต่อไป ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 แม้รายได้จะอยู่ที่ 158.1 พันล้านยูโรใกล้เคียงปีก่อน แต่กำไรจากการดำเนินงานลดลงถึง 11.6% เหลือ 5.9 พันล้านยูโร แสดงชัดว่าต้นทุนและคู่แข่งจากจีนกำลังกดดันบริษัทอย่างต่อเนื่อง
รถจีนกับดาบสองคมของการหั่นราคา และแรงสะเทือนต่อซัพพลายเชนโลก
แรงกดดันที่ทำให้ฮอนด้าและโฟล์คสวาเกนต้องขยับ ไม่ได้มาจากยอดขายที่ชะลอตัวอย่างเดียว แต่เกิดจากการบุกตลาดของผู้ผลิตรถจีน โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานใหม่ แหล่งข่าวรายงานว่าผู้ผลิตจีนอย่าง BYD เพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็วทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาตินอเมริกา และยุโรป ด้วยการเปิดตัวรุ่นรถจำนวนมากและใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ก้าวหน้า พร้อมรักษาราคาที่แข่งขันได้สูง ผลคือผู้ผลิตญี่ปุ่นต้องหันมาเรียกร้องให้ซัพพลายเออร์ลดราคาอย่างจริงจัง ฮอนด้าได้จัดประชุมกับซัพพลายเออร์รายใหญ่ใกล้ศูนย์วิจัยและพัฒนาในเมืองอุสึโนมิยะ เพื่อแจกแจงเป้าหมายลดต้นทุนให้แต่ละราย และประกาศว่าจะจัดซื้อชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์จีนมากขึ้น ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนเองก็เริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงจากการหั่นราคาจนเกินเหตุในตลาดต่างประเทศ จึงออกแนวทางเตือนผู้ผลิตรถในประเทศไม่ให้ใช้กลยุทธ์การหั่นราคารุนแรงเกินไป เพราะอาจกระทบภาพลักษณ์และนำไปสู่มาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้า นี่คือดาบสองคมของราคาถูกที่สร้างโอกาสให้รถจีน แต่ก็ผลักให้ระบบซัพพลายเชนโลกต้องปรับสมดุลใหม่อย่างเจ็บปวด
บทสรุป ศึกต้นทุนที่กำลังนิยามอนาคตรถยนต์โลก
เมื่อมองภาพรวม ฮอนด้าและโฟล์คสวาเกนต่างกำลังดิ้นรนอยู่ในสนามเดียวกัน คือโลกที่ รถยุโรปและรถญี่ปุ่น ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ด้านแบรนด์เหนือรถจีนอีกต่อไป การ ลดต้นทุนรถยนต์ จึงกลายเป็นยุทธศาสตร์ระดับแกนกลาง ไม่ใช่แค่โครงการประหยัดเล็ก ๆ ในฝ่ายจัดซื้อ ฮอนด้าแข่งจีน ด้วยการรีเซ็ตซัพพลายเชน หันไปเน้นไฮบริด และใช้ดิจิทัลกับเอไอลดต้นทุนพัฒนา ในขณะที่ โฟล์คสวาเกนปรับโครงสร้าง ด้วยการลดคน ลดรุ่น และลดกำลังผลิตอย่างเข้มข้น เพื่อให้ตัวเองเบาขึ้นและพร้อมรับตลาดที่โตช้าลง คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าใครจะลดต้นทุนได้มากกว่ากัน แต่คือใครจะเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจไปสู่รูปแบบที่ยั่งยืนกว่า สอดคล้องกับโลกที่เทคโนโลยีซอฟต์แวร์และแบตเตอรี่กลายเป็นหัวใจของรถยนต์ มากกว่างานเหล็กและเครื่องยนต์แบบเดิม หากผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป และญี่ปุ่นยังคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางโดยไม่ปรับมุมมองให้เห็นบทบาทใหม่ของรถจีน การลดต้นทุนก็อาจกลายเป็นแค่การยืดเวลา ไม่ใช่การสร้างอนาคตใหม่ให้แบรนด์ของตน






