จาก AI Access สู่ AI Capability จุดยืนใหม่ของการฝึกอบรม AI
การสร้าง workforce ที่พร้อม AI คือกระบวนการพัฒนาทักษะมนุษย์ AI ให้คนทำงานเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้เทคโนโลยี ไปสู่ผู้สร้างและออกแบบโซลูชันด้วย AI ผ่านการฝึกอบรม AI อย่างเป็นระบบ การเรียนรู้แบบลงมือทำ และเวที hackathon นวัตกรรม ที่เชื่อมคนจริง โจทย์จริง และเครื่องมือจริงเข้าด้วยกัน เพื่อให้องค์กรเดินหน้าองค์กร AI transformation ได้อย่างมีผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ทดลองใช้ตามกระแส งานสัมมนา AIS ACADEMY For THAIs 2026 ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนเข้าถึงองค์ความรู้ AI แล้วต่อยอดเป็นผลลัพธ์ ครอบคลุมระดับคน องค์กร เมือง และระบบนิเวศประเทศ ภายใต้แนวคิด MASTERING AI BEYOND BORDERS จุดสำคัญคือมอง AI จากมุมความสามารถของคนมากกว่าตัวเครื่องมือ กานติมา เลอเลิศยุติธรรมชี้ชัดว่า ประเทศกำลังขยับจาก AI Access ไปสู่ AI Capability และสิ่งที่ต้องเร่งสร้างไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่คือคนที่พร้อมเรียนรู้ ปรับตัว ตั้งคำถาม และตัดสินใจจากข้อมูล นี่คือเสียงเตือนว่า ถ้าองค์กรยังคิดแค่ซื้อเทคโนโลยีมาใช้ โดยไม่ลงทุนกับคน เทคโนโลยีจะกลายเป็นต้นทุนที่สูญเปล่า

สามแกนยุทธศาสตร์ พัฒนาทักษะคนไทยควบคู่องค์กร AI transformation
การฝึกอบรม AI ที่มีพลังต้องไม่หยุดอยู่ในห้องเรียน แต่ต้องเชื่อมไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งคนและระบบ AIS Academy วางตัวเองเป็นทั้งศูนย์ฝึกอบรมและเครื่องยนต์ยุทธศาสตร์ในยุค AGI ผ่านสามบทบาท The Connector The Catalyst และ The Ecosystem Builder เพื่อยกระดับทักษะมนุษย์ AI ให้ทันความเปลี่ยนแปลง นี่คือการประกาศชัดว่าทรัพยากรสำคัญที่สุดใน AI ไม่ใช่โมเดล แต่คือคน บนเวทีเดียวกัน ภารกิจนี้ถูกแปลงเป็นสามแกน AI Ready Thailand AI Ready Business และ AI Ready Skills เพื่อเชื่อมจากระดับประเทศลงสู่ธุรกิจและทักษะรายบุคคล ข้อมูลวิจัยจาก Pearson และ AWS ชี้ให้เห็นช่องว่างที่น่าเป็นห่วงว่า 67% ของงานในที่ทำงานถูกขับเคลื่อนด้วย AI เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่มีเพียง 14% ของบัณฑิตจบใหม่ที่มั่นใจว่าตัวเองใช้ AI ในงานจริงได้ ตัวเลขนี้ควรกลายเป็นแรงกดดันให้สถาบันการศึกษาและองค์กรเร่งออกแบบโปรแกรมพัฒนาทักษะคนไทยแบบใหม่ ที่เน้นการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการตัดสินใจจากข้อมูล มากกว่าการสอนให้กดปุ่มใช้เครื่องมือ

JUMP THAILAND Hackathon: พิสูจน์ว่า AI คือสนามลงมือทำไม่ใช่แค่ทฤษฎี
ถ้าสัมมนาคือพื้นที่สร้างความเข้าใจ Hackathon นวัตกรรมก็คือสนามพิสูจน์ว่าเราแปลงความรู้เป็นผลลัพธ์ได้แค่ไหน JUMP THAILAND HACKATHON 2026 เปิดเวทีให้คนรุ่นใหม่เอา AI มาแก้โจทย์การศึกษา AI for the Future of Thai Education มีผู้สมัครถึง 603 ทีม รวม 2,504 คนจาก 67 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าความสนใจและพลังสร้างสรรค์ด้าน AI กำลังกลายเป็นกระแสจากฐานราก สิ่งที่สำคัญกว่าคำว่าประกวด คือรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างเน็กซ์เจเนอเรชั่นกับผู้บริหารที่มีประสบการณ์ ซึ่งถูกออกแบบให้คนเก่งเทคโนโลยีได้โค้ชจากคนจริงในองค์กร และในทางกลับกัน องค์กรได้เห็นศักยภาพของคนรุ่นใหม่แบบจับต้องได้ ทีม MAMO ที่ชนะเลิศด้วย Wathasin AI Speech Coach และทีมอื่นที่พัฒนา BrailleBox DEAFIN Education และ LearnLy คือหลักฐานว่าการฝึกอบรม AI ที่ดีที่สุดคือให้คนได้ลองแก้ปัญหาจริง ไม่ใช่เรียนอยู่ในสไลด์

สายเทคต้องลึกกว่าการใช้เครื่องมือ: บทเรียนจาก Agentic AI Conference
ขณะที่ฝั่งองค์กรทั่วไปกำลังเร่งปูพื้นฐาน AI Literacy ฝั่งนักพัฒนาก็ถูกผลักให้ก้าวไปอีกชั้นสู่โลก Agentic AI งาน LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE ภายใต้ธีม Build the Next-Frontier ชวนคนสายเทคมาเจาะลึกพรมแดนใหม่ของการพัฒนาซอฟต์แวร์ในยุคที่ AI ไม่ได้เป็นแค่ตัวช่วยเขียนโค้ด แต่เป็น Agent ที่คิด วางแผน และลงมือทำงานได้มากขึ้น เนื้อหา 18 หัวข้อสองแทร็กทั้ง DEEP TECH และ REAL-WORLD USE CASES เน้นตั้งแต่ AI Architecture Cloud Infrastructure ไปจนถึงการออกแบบระบบให้ AI Agent ทำงานได้อย่างปลอดภัย รวมถึงหัวข้อ Secure Agentic Development ที่สอนการใช้ AI Agent ตั้งแต่ระดับ workstation ถึง CI/CD นี่คือสัญญาณชัดว่า ทักษะมนุษย์ AI สำหรับนักพัฒนาไม่ได้มีแค่การรู้ภาษาโปรแกรม แต่ต้องเข้าใจระบบ คิดเป็นสถาปนิก และมีวินัยด้านความปลอดภัย การพัฒนาทักษะคนไทยในสายเทคจึงต้องขยับจากการกดใช้ API ไปสู่การออกแบบระบบเต็มรูปแบบ

AI Sovereignty และภารกิจระยะยาว: จากคน มหาวิทยาลัย สู่อุตสาหกรรม
ในภาพใหญ่ของระบบนิเวศ AI เสียงจากภาครัฐย้ำชัดว่า AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คืออธิปไตยความมั่นคงของประเทศ หากไม่มีเทคโนโลยีของตัวเอง เปรียบเสมือนยืมจมูกคนอื่นหายใจ แนวคิด AI Literacy 20 ล้านคนจึงถูกตั้งขึ้นเพื่อให้คนเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม และป้องกันไม่ให้อนาคตถูกกำหนดโดยแพลตฟอร์มต่างชาติ ยุทธศาสตร์ Local Intelligence ที่เน้นจุดแข็งด้านเกษตร Wellness และอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ถูกวางคู่กับการผลักมหาวิทยาลัยให้กลายเป็นศูนย์กลาง AI Transformation มี KPI ใหม่คือผลลัพธ์ทางรายได้และผลิตภาพจริงไม่ใช่แค่ผลงานตีพิมพ์ ภารกิจนี้ต้องเชื่อมโยงตั้งแต่มหาวิทยาลัย Startup ไปจนถึงโครงการ Deep Tech อย่างสยามซิลิกาในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ บทบาทของ AIS Academy ถูกมองให้เป็นฟันเฟืองสร้างคนรองรับ ecosystem นี้ และเมื่อมองกลับมาที่องค์กรแต่ละแห่ง สิ่งที่ควรทำวันนี้คือเลิกถามว่าเราจะซื้อ AI ตัวไหน แล้วหันมาถามว่าคนของเราต้องมีทักษะอะไรเพื่อเป็นผู้สร้าง ไม่ใช่ผู้ใช้







