ราคาแบตเตอรี่ลดลงคืออะไร และเปลี่ยนความหมายของรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกอย่างไร
ราคาแบตเตอรี่ลดลง หมายถึงแนวโน้มต้นทุนการผลิตชุดแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ถอยต่ำลงต่อเนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การผลิตจำนวนมาก และการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ระดับภูมิภาค ส่งผลโดยตรงให้รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกลง ระยะวิ่งต่อการชาร์จเพิ่มขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายใหม่โดยเฉพาะค่ายอีวีจากเอเชียรุกเข้ามาเขย่าตลาดรถยนต์เดิมที่ยึดติดกับเครื่องยนต์สันดาปมานาน เมื่อมองจากภาพใหญ่ ราคาแบตเตอรี่ลดลงกำลังเดินสวนทางกับความผันผวนของราคาลิเทียม แร่หลักในการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งถูกผลักดันโดยยอดขายรถอีวีทั่วโลกที่เพิ่มจาก 2.2 ล้านคันในปี 2019 เป็น 6.3 ล้านคันในปี 2021 สัญญาณนี้ชัดเจนว่าอีวีไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่มุ่งสู่การเป็นมาตรฐานใหม่ของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และทุกฝ่ายตั้งแต่ผู้ผลิตรถ ผู้ผลิตชิ้นส่วน จนถึงผู้กำหนดนโยบายต้องรีบปรับตัว หากไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลังในคลื่นเปลี่ยนผ่านครั้งนี้

ตลาดอีวีไทยพุ่งแรง แต่อำนาจต่อรองอยู่ในมือค่ายต่างชาติ
ตัวเลขยอดขายยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในตลาดอีวีไทยกำลังพิสูจน์ว่าอีวีเข้าใกล้การเป็นรถกระแสหลักมากกว่ารถแฟชั่น 7 เดือนแรกปี 2569 ยอดขายรถยนต์นั่ง BEV อยู่ที่ 125,411 คัน เพิ่มขึ้น 97.39% จากช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็น 30.88% ของตลาดรถยนต์ในประเทศ นี่คือการเติบโตที่ผู้ผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปไม่มีทางทำได้ในเวลาอันสั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าทั้งปี 2569 ยอดขาย BEV ในไทยอาจเพิ่มขึ้นถึง 71% แตะ 210,000 คัน และส่วนแบ่งตลาดอาจขยับจาก 20% เป็นราว 31% ภายในปีเดียว ประโยคที่ควรถูกยกมาเน้นคือ “การเติบโตของ BEV ในไทยเป็นการโตที่กินส่วนแบ่งตลาดจากรถเครื่องยนต์สันดาปโดยตรง” เพราะเบื้องหลังยอดขายคือแรงกดดันต่อโรงงานผลิตเครื่องยนต์ ท่อไอเสีย และชิ้นส่วนเฉพาะของรถใช้น้ำมันที่กำลังถูกท้าทายอย่างหนัก

ค่ายอีวีจีนใช้ต้นทุนกดราคาบุก และทำไมผู้เล่นเดิมถึงเริ่มเสียเปรียบ
หากพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกในวันนี้ หลายคนย่อมนึกถึงค่ายจากจีนก่อนใคร ไม่ใช่เพราะแค่ทำราคาได้ต่ำ แต่เพราะสามารถส่งมอบสเปกระยะวิ่งและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริงได้พร้อมกัน ข้อมูลล่าสุดระบุว่ารถ BEV ที่ขายในไทยกว่า 91% เป็นรถสัญชาติจีน และส่วนแบ่งตลาดรถจดทะเบียนใหม่ของค่ายจีนอาจขยับจาก 23% เป็น 32% ในปี 2569 นี่ไม่ใช่การแทรกซึม แต่คือการสลับตำแหน่งผู้นำ ราคาที่แข่งขันได้ของค่ายจีนส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างต้นทุนแบตเตอรี่ที่ต่ำกว่า ด้วยทั้งเทคโนโลยีเซลล์และขนาดการผลิต รวมถึงข้อตกลงทางการค้าที่เปิดให้บางค่ายนำเข้า BEV จากจีนด้วยภาษีนำเข้า 0% ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี ผลคือค่ายเดิมที่ยังพึ่งรถเครื่องยนต์สันดาปต้องเผชิญแรงบีบทั้งจากด้านเทคโนโลยีและราคา ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยจำเป็นต้องเร่งย้ายจากห่วงโซ่เดิมไปสู่ชิ้นส่วนด้านมอเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบจัดการพลังงาน หากไม่อยากถูกลดบทบาทในยุคอีวี

เมื่อราคาแบตเตอรี่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว: ลิเทียมผันผวนกับความเสี่ยงระยะยาว
แม้ภาพรวมราคาแบตเตอรี่ลดลงจะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกลง แต่ในเชิงโครงสร้าง ต้นทุนไม่ได้ลดลงอย่างราบรื่น เนื่องจากราคาลิเทียม แร่หลักที่อยู่ในใจกลางเซลล์แบตเตอรี่ มีความผันผวนสูงอย่างน่ากังวล Benchmark Market Intelligence เผยว่าราคาลิเทียมในเดือนมิถุนายนปีนี้ขึ้นมาอยู่ที่ 62,000 ดอลลาร์ต่อตัน จาก 10,000 ดอลลาร์เมื่อต้นปี และเคยพุ่งแตะ 78,000 ดอลลาร์ในเดือนเมษายน ซึ่งเท่ากับเพิ่มขึ้นราว 6 เท่าในเวลาไม่กี่เดือน ความผันผวนนี้ไม่ได้มาจากตลาดอีวีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความต้องการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอื่น ไม่ว่าจะเป็นระบบกักเก็บพลังงาน อุปกรณ์สื่อสาร และอุตสาหกรรมอวกาศ แปลว่าผู้ผลิตรถและผู้ผลิตแบตเตอรี่ไม่อาจพึ่งพาตลาดซื้อขายวัตถุดิบแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องคิดถึงการลงทุนเหมือง การรีไซเคิล และการพัฒนาเคมีแบตเตอรี่ทางเลือก เพื่อล็อกต้นทุนในระยะยาว ไม่เช่นนั้นราคาแบตเตอรี่ลดลงในวันนี้อาจกลายเป็นเพียงช่วงพักหายใจสั้นๆ ก่อนเผชิญต้นทุนรอบใหม่ที่สูงกว่าเดิม

อีวีจะโตอย่างยั่งยืนได้หรือไม่ ขึ้นกับการเชื่อมโยงตลาดโลกและโครงสร้างภาษี
ภาพของตลาดยานยนต์พลังงานไฟฟ้าไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะในไทย แต่เป็นกระแสระดับโลก รายงานการวิเคราะห์ตลาดอีวีในอเมริกาเหนือคาดว่ามูลค่าตลาดจะขยับจาก 95.05 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 เป็น 102.66 พันล้านดอลลาร์ในปี 2569 และต่อเนื่องถึง 150.92 พันล้านดอลลาร์ในปี 2574 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 8.01% แรงขับเคลื่อนหลักมาจากต้นทุนแบตเตอรี่ที่ลดลง ระยะวิ่งที่เพิ่มขึ้น และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ สำหรับไทย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าตลาดอีวีจะเติบโตหรือไม่ เพราะตัวเลขแสดงชัดแล้วว่ามาแน่ แต่คือจะเติบโตแบบสร้างมูลค่าในประเทศมากแค่ไหน โครงสร้างภาษีรถยนต์และมาตรการจูงใจหากออกแบบดีจะช่วยให้ราคาแบตเตอรี่ลดลงถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคในรูปของรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก โดยไม่ทำลายฐานการผลิตเดิมเกินจำเป็น สุดท้ายแล้ว ผู้กำหนดนโยบายต้องยอมรับความจริงว่าโลกย้ายไปข้างหน้าแล้ว การลังเลอาจทำให้ไทยติดอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าต่ำ ขณะที่ผู้อื่นกอบโกยมูลค่าเพิ่มจากคลื่นอีวีลูกนี้ไปเต็มๆ






