ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

สามรุ่นใหม่ Smart EV บุกตลาดพรีเมียม ชนตรงกลุ่มราคารถไฟฟ้า 1.4 ล้าน

สามรุ่นใหม่ Smart EV บุกตลาดพรีเมียม ชนตรงกลุ่มราคารถไฟฟ้า 1.4 ล้าน
ความสนใจ|การเลือกและซื้อรถ

Smart EV คืออะไร และการกลับมาครั้งนี้ต้องการบอกอะไรตลาด

Smart EV คือแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างผู้ผลิตรถหรูสัญชาติเยอรมันและกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์รายใหญ่จากจีน มุ่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ที่เน้นดีไซน์ร่วมสมัย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความปลอดภัยระดับสูง เพื่อตอบโจทย์การเดินทางในเมืองและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความแตกต่างและภาพลักษณ์พรีเมียมในราคาที่แข่งขันได้

การเปิดตัว Smart EV ประเทศไทยอย่างเป็นทางการผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับกลุ่มธนบุรี และบริษัท ธนบุรีสตาร์ดัส จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและผู้จำหน่าย ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมร้อนแรงขึ้นทันที เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มแบรนด์จีนอีกหนึ่งราย แต่คือการกลับมาของชื่อ Smart ในฐานะแบรนด์ลูกครึ่งเยอรมัน–จีนที่ตั้งใจยืนในกลุ่มบนอย่างชัดเจน Mercedes-Benz AG และ Geely Holding Group ร่วมทุนกันในสัดส่วน 50:50 เพื่อเปลี่ยน Smart ให้เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมเต็มตัว โดยแบ่งบทบาทกันชัดเจนคือฝั่งเยอรมันดูแลการออกแบบภายใต้แนวคิด Styled by Mercedes-Benz ส่วนฝั่งจีนรับผิดชอบวิศวกรรมแพลตฟอร์มและการผลิต การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่ของเล่นเมืองเล็กเหมือนอดีต แต่คือการประกาศว่าพร้อมชนตรงกับรถญี่ปุ่นไฮบริดและ EV ระดับพรีเมียมในกลุ่มราคาเดียวกัน

สามรุ่นใหม่ Smart EV บุกตลาดพรีเมียม ชนตรงกลุ่มราคารถไฟฟ้า 1.4 ล้าน

สามรุ่นรวด Smart #1 #3 #5 กับกลยุทธ์ราคารถไฟฟ้า 1.4 ล้านถึง 1.7 ล้าน

หัวใจของการบุกตลาดครั้งนี้คือการเปิดตัวพร้อมกันสามรุ่น ได้แก่ Smart #1 Smart #3 และ Smart #5 ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมเจเนอเรชันใหม่ครบไลน์อัป โดยตั้งราคาแบบจงใจเข้าไปอยู่กลางสมรภูมิรถญี่ปุ่นไฮบริดและ EV ระดับพรีเมียมที่คนจำนวนมากกำลังเล็งอยู่ Smart #1 เอสยูวีไฟฟ้าพรีเมียมขนาดคอมแพ็ค รุ่น premium เคาะราคา 1,449,000 บาท ซึ่งกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของกลุ่มราคารถไฟฟ้า 1.4 ล้าน ที่หลายคนใช้เป็นจุดเริ่มต้นพิจารณาเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

ถัดขึ้นไป Smart #3 เอสยูวีไฟฟ้าพรีเมียมสไตล์สปอร์ตคูเป้ รุ่น premium ตั้งราคา 1,549,000 บาท ส่วน Smart #5 เอสยูวีไฟฟ้าพรีเมียมขนาดกลาง รุ่น premium อยู่ที่ 1,749,000 บาท กล่าวได้ว่า Smart วางตัวเองเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ไม่ใช่ EV ราคาประหยัด และเลือกชนตรงกับกลุ่มลูกค้าที่เคยมองรถญี่ปุ่นไฮบริดหรือ EV ในช่วงราคาใกล้เคียงกัน การตั้งราคาชัดเจนแบบนี้คือการส่งสัญญาณว่าแบรนด์มั่นใจในภาพลักษณ์และคุณค่าที่ให้มากกว่าตัวเลขบนสติ๊กเกอร์

สามรุ่นใหม่ Smart EV บุกตลาดพรีเมียม ชนตรงกลุ่มราคารถไฟฟ้า 1.4 ล้าน

ดีเอ็นเอเยอรมัน–จีนและเครือข่ายเบนซ์ ทำไม Smart ถึงกล้าบอกว่าตัวเองพรีเมียม

จุดต่างสำคัญของ Smart EV เมื่อเทียบกับแบรนด์จีนรายอื่นคือการเป็นผลผลิตจากการออกแบบของทีม Mercedes-Benz Global Design ที่เน้นความหรูหราและดีไซน์ร่วมสมัย ผสานกับเทคโนโลยีแพลตฟอร์มไฟฟ้าและการผลิตจาก Geely ซึ่งรับผิดชอบด้านวิศวกรรมทั้งหมด นี่คือดีเอ็นเอแบบลูกครึ่งเยอรมัน–จีนที่พยายามรวมข้อดีของทั้งสองโลกเข้าด้วยกัน Smart ทั้งสามรุ่นถูกออกแบบให้สะท้อนแก่นของแบรนด์ D.N.A. ที่ประกอบด้วย Designed with Love ใส่ใจรายละเอียด No Compromise on Safety เน้นความปลอดภัย และ Amazing Drives เน้นประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก

สิ่งที่ทำให้ภาพพรีเมียมชัดขึ้นคือช่องทางจำหน่าย Smart EV ประเทศไทย ผ่านกลุ่มธนบุรีและเครือข่ายโชว์รูม Mercedes-Benz ทั่วประเทศ โดยจะใช้รูปแบบ Shop-in-Shop ภายในโชว์รูมเบนซ์ในเฟสแรก 10 แห่ง ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองสำคัญ พร้อมแฟลกชิปโชว์รูม Smart บนถนนสาทรที่เตรียมเปิดให้บริการภายในเดือนพฤศจิกายน เพื่อรองรับทั้งงานขายและบริการหลังการขาย การได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่เดียวกับแบรนด์หรูยุโรปคือการย้ำว่าตัวเองไม่ใช่ EV จีนราคาถูก แต่คือรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่ต้องการลูกค้าที่ใส่ใจไลฟ์สไตล์และประสบการณ์การเป็นเจ้าของมากกว่าตัวเลขส่วนลด

สามรุ่นใหม่ Smart EV บุกตลาดพรีเมียม ชนตรงกลุ่มราคารถไฟฟ้า 1.4 ล้าน

Smart #1 #3 #5 ตอบโจทย์คนใช้จริงแค่ไหน เมื่อเทียบกับ EV และไฮบริดในกลุ่มเดียวกัน

หากมองจากมุมผู้ใช้จริง Smart พยายามแบ่งบทบาทของแต่ละรุ่นให้ชัด Smart #1 คือรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเมืองอย่างคล่องตัว มีมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 200 กิโลวัตต์ หรือ 272 แรงม้า แรงบิด 343 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.7 วินาที แบตเตอรี่ 66 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้สูงสุด 440 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP และรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 150 กิโลวัตต์ ภายในรองรับ 5 ที่นั่ง มีหน้าจอ 12.8 นิ้ว มาตรวัดดิจิทัล 9.2 นิ้ว HUD 10 นิ้ว ระบบเสียง Beats 13 ลำโพง และระบบ ADAS ครบชุด

Smart #3 เน้นภาพสปอร์ตคูเป้ เอสยูวี หลังคาลาด กระจกประตูไร้กรอบ ใช้มอเตอร์ 272 แรงม้าเท่ากับ #1 แต่ทำอัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 5.8 วินาที แบตเตอรี่ 66 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้สูงสุด 455 กิโลเมตร รองรับชาร์จ DC 150 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในราว 30 นาที ภายในมีไฟ Ambient Light ระบบ S-Pedal ขับแบบแป้นเดียว ระบบกรองอากาศ N95 และชุดช่วยจอดพร้อมเซนเซอร์ 12 จุด ส่วน Smart #5 เป็นเอสยูวีไฟฟ้าพรีเมียมขนาดกลางที่ขยายพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่สัมภาระให้เหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางแบบ Outdoor Adventure เมื่อเทียบกับ EV และไฮบริดญี่ปุ่นในกลุ่มราคาใกล้กัน จุดขายของ Smart คือสมรรถนะจัดเต็ม เทคโนโลยีครบ และภาพลักษณ์ที่ดูหรูหรากว่าในสายตาหลายคน

ทำไม Smart เลือกเวลานี้ และอนาคตของแบรนด์ในตลาดพรีเมียมจะไปทางไหน

การเลือกเปิดตัวตอนนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่เน้นความยั่งยืน ความนิยมของ EV อยู่ในระดับสูง และรูปแบบการใช้ชีวิตในเมืองที่เปลี่ยนไปทำให้ความต้องการรถที่อัจฉริยะ ประหยัด และมีเอกลักษณ์ด้านดีไซน์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน Smart จึงใช้กลยุทธ์ Year of Opening New Frontiers ในการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล และมองตลาดนี้เป็นฐานสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คำกล่าวที่จับต้องได้คือ “การเปิดตัว Smart อย่างเป็นทางการในตลาดนี้คือก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทไม่ได้มองตลาดนี้เป็นเพียงสนามทดลอง

ในระยะสั้น แผนเปิดแฟลกชิปโชว์รูม Smart บนถนนสาทรภายในเดือนพฤศจิกายน และขยาย Shop-in-Shop ในโชว์รูม Mercedes-Benz 10 แห่งภายในเดือนธันวาคม จะเป็นตัวชี้วัดว่าตลาดพรีเมียมพร้อมเปิดรับแบรนด์ลูกครึ่งเยอรมัน–จีนมากแค่ไหน หากยอดตอบรับดี เรามีโอกาสเห็นการขยายเครือข่ายและรุ่นย่อยเพิ่มเติมในอนาคต แต่หากลูกค้ายังยึดติดกับแบรนด์ญี่ปุ่นหรือแบรนด์หรูยุโรปเดิม Smart อาจต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านมูลค่าขายต่อและบริการหลังการขายมากขึ้น สุดท้ายแล้ว Smart EV ประเทศไทย จะกลายเป็นตัวเลือกหลักในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคจะให้คะแนนกับดีไซน์ เทคโนโลยี และภาพลักษณ์มากกว่าชื่อแบรนด์เดิมที่คุ้นเคยเพียงใด

สามรุ่นใหม่ Smart EV บุกตลาดพรีเมียม ชนตรงกลุ่มราคารถไฟฟ้า 1.4 ล้าน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!