ซีรีส์เกี่ยวกับผู้บริหารเทค คืออะไร และทำไมเราถึงดูไม่หยุด
ซีรีส์เกี่ยวกับผู้บริหารเทค คือผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ชีวประวัติที่หยิบชีวิตผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัปและซีอีโอเทคโนโลยีมาเล่าเป็นดราม่า ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเล็กๆ ไอเดียในหอพัก ความทะเยอทะยาน การระดมทุน ไปจนถึงความล้มเหลว เสื่อมศรัทธา หรือคดีอื้อฉาว โดยเน้นด้านมืดด้านสว่างและผลกระทบต่อผู้คนรอบตัวมากกว่าด้านเทคนิคของเทคโนโลยี
สิ่งที่น่าสนใจคือ ฮอลลีวูดไม่ได้มองผู้ก่อตั้งเทคเป็นแค่คนทำธุรกิจอีกต่อไป แต่ยกระดับให้เป็นตัวละครดราม่าเต็มตัว เหมือนราชวงศ์หรือร็อกสตาร์ในยุคก่อน ภาพยนตร์ชีวประวัติผู้ก่อตั้ง และซีรีส์เกี่ยวกับผู้บริหารเทค จึงกลายเป็นไมโครจังค์ชั่นใหม่ของความบันเทิง ที่ใกล้ตัวคนดูมากกว่าที่คิด เพราะแพลตฟอร์มที่เรากดไลก์ กดแชร์ในทุกวัน ล้วนถูกสร้างโดยคนประเภทเดียวกับตัวละครบนจอเหล่านี้ เราจึงดูแล้วอดถามตัวเองไม่ได้ว่า ถ้าเป็นเรา จะตัดสินใจต่างจากเขาหรือไม่
Elizabeth Holmes เรื่องราวที่พิสูจน์ว่า “เรื่องจริงโกงเก่งกว่าเรื่องแต่ง”
หากต้องเลือกกรณีศึกษาหนึ่งที่อธิบายพลังของซีรีส์ Theranos ได้ชัดที่สุด ชื่อ Elizabeth Holmes ต้องโผล่มาเป็นอันดับต้นๆ เรื่องราวของผู้บริหารเทคหญิงที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะด้านเฮลท์เทค ก่อนถูกพิสูจน์ว่าโครงการของเธอไม่ได้ทำงานตามที่อ้าง กลายเป็นพล็อตดราม่าที่คนดูทั่วโลกติดหนึบ
ในซีรีส์จำกัดตอน The Dropout บนแพลตฟอร์มสตรีมมิง Amanda Seyfried รับบท Holmes ไล่ตั้งแต่ช่วงที่เธอเรียนอยู่ที่ Stanford ในปี 2003 การดรอปเรียนออกมาสร้าง Theranos จนถึงการล่มสลายของบริษัทในปี 2015 อันเป็นผลจากการเปิดโปงของสื่อ และตามมาด้วยคำตัดสินจำคุก 11 ปีจากคดีหลอกลวงนักลงทุน การเดินทางของผู้หญิงคนหนึ่งจากฮีโร่สู่ผู้ต้องขัง ทำให้ผู้ชมเห็นชัดว่า เส้นแบ่งระหว่างวิสัยทัศน์กับการหลอกลวงบางครั้งเลือนรางเพียงใด และตั้งคำถามว่าในโลกสตาร์ตอัปที่เน้น “เติบโตให้ไว” ใครกันแน่ที่ยอมร่วมมือผลักดันคำโกหกให้กลายเป็นจักรวาลธุรกิจ
จากซีรีส์ Theranos สู่สารคดีใหม่: เมื่อฮอลลีวูดกลับไปสบตาคนโกงอีกครั้ง
ความหลงใหลใน Elizabeth Holmes ไม่จบแค่การดัดแปลงเป็นซีรีส์ Theranos แบบดราม่าชีวิต เมื่อเร็วๆ นี้มีสารคดีชื่อ You Can See Everything ที่หันกล้องกลับไปหาตัวเธออีกครั้ง คราวนี้เป็นการพบกันระหว่าง Holmes กับนักแสดงตลกและเสียดสี Nathan Fielder ซึ่งเข้าไปถ่ายทำในบ้านที่เธอเช่า ก่อนที่เธอจะเข้าเรือนจำในปี 2023
ในตัวอย่างภาพยนตร์ Holmes มองตา Fielder และบอกว่าเธอไม่ได้พยายามหลอกเขา เขาถามกลับว่า “คุณจริงจังใช่ไหมตอนนี้” และเธอตอบยิ้มๆ ว่า “ฉันจริงเสมอ” โมเมนต์เล็กๆ นี้คือหัวใจของความดราม่า ผู้ชมรู้ว่าเธอถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงนักลงทุนจากบริษัทตรวจเลือด Theranos และกำลังรับโทษในเรือนจำของรัฐบาลกลาง แต่ตัวเธอกลับยังสร้างเรื่องเล่าใหม่ให้ตัวเองบนจอ สารคดีลักษณะนี้ทำให้คนดูต้องเผชิญหน้ากับคำถามไม่สบายใจว่า เรากำลังดูการสารภาพบาป หรือกำลังช่วยขยายเวทีให้คนโกงเล่าเรื่องของตัวเองอีกรอบกันแน่
บทบาทนักธุรกิจ: เมื่อดาราฮอลลีวูดต้องแสดงเป็นซีอีโอตัวจริง
อีกด้านหนึ่งของเทรนด์นี้คือการที่นักแสดงถูกผลักให้รับบทเป็นผู้ประกอบการและซีอีโอเทคในฐานะ “บทบาทนักธุรกิจ” เต็มตัว ไม่ใช่ตัวประกอบที่โผล่มาฉากเดียวแล้วหายไป การรับบท Elizabeth Holmes ของ Amanda Seyfried ใน The Dropout เป็นตัวอย่างสำคัญ เธอต้องแสดงตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นนักศึกษาที่ Stanford ไปจนถึงพ่อค้าฝันที่ยืนหน้าห้องประชุมบอกว่าเทคโนโลยีของ Theranos สามารถตรวจเลือดจากการเจาะนิ้วเพียงครั้งเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริง เครื่องดังกล่าวไม่สามารถทำงานได้ตามที่กล่าวอ้าง
เมื่อคนดูรู้ตอนจบแล้วว่า Holmes ถูกตัดสินจำคุก 11 ปีฐานหลอกลวงนักลงทุน การแสดงทุกฉากยิ่งหนักแน่นขึ้น เพราะเราไม่เพียงดูนักแสดงเปลี่ยนสำเนียงเสียง ท่าทาง และแววตา แต่กำลังดูการตีความว่า “คนโกงระดับยูนิคอร์น” คิดอะไรอยู่ในหัว การที่มีการคาดเดาว่า Seyfried อาจกลับมามีส่วนเกี่ยวข้องกับบทบาท Holmes อีกครั้งผ่านสารคดี You Can See Everything ยิ่งชี้ว่า ฮอลลีวูดกำลังสร้างหมวดการแสดงใหม่ที่พิเศษมาก คือการสวมบทผู้บริหารเทคตัวจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เสน่ห์มืดของซีรีส์เกี่ยวกับผู้บริหารเทค และสิ่งที่คนดูควรถามตัวเอง
ในเชิงดราม่า ซีรีส์และภาพยนตร์ชีวประวัติผู้ก่อตั้ง เทคมีทุกอย่างที่คนดูต้องการ ความฝันใหญ่กว่าเหตุผล ความเชื่อมั่นที่กลายเป็นหลงตัวเอง การระดมทุนที่เปลี่ยนเป็นแรงกดดันจนคนเริ่มยอมโกหกเล็กๆ แล้วกลายเป็นโกงครั้งใหญ่ Elizabeth Holmes เรื่องราว ของเธอคือการเตือนว่าโลกสตาร์ตอัปไม่ได้มีแค่ความสร้างสรรค์ แต่ยังเต็มไปด้วยแรงจูงใจที่บิดเบี้ยว และระบบที่พร้อมปิดตาให้กับคำถามยากๆ
สำหรับคนดู เทรนด์นี้ให้ทั้งความบันเทิงและบทเรียน แต่ก็มีความเสี่ยง เราอาจเริ่มมองผู้บริหารเทคทุกคนเป็นตัวละครร้ายหรืออัจฉริยะสุดโต่ง ทั้งที่ในชีวิตจริงมีพื้นที่สีเทามากกว่านั้น การดูซีรีส์ Theranos หรือผลงานอื่นในแนวเดียวกันจึงควรมาพร้อมคำถามสามข้อ หนึ่ง ใครได้ประโยชน์จากการเล่าเวอร์ชันนี้ สอง เรากำลังเห็นข้อเท็จจริงหรือการจัดฉาก และสาม ที่สำคัญที่สุด ถ้าเราเป็นพนักงาน นักลงทุน หรือผู้ใช้ในเรื่องนั้น เราจะตัดสินใจต่างจากตัวละครบนจอหรือไม่
