FEED X KHAOSOD AWARDS เวทีที่ยืนยันว่าซีรีส์ไทยไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว
FEED X KHAOSOD AWARDS คือเวทีรางวัลบันเทิงที่มุ่งยกย่องผลงานซีรีส์และละครซึ่งโดดเด่นทั้งด้านเนื้อหา การแสดง และการกำกับ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมนุษยศาสตร์และสื่อสารมวลชนร่วมตัดสิน ทำให้ผลรางวัลมีน้ำหนักมากกว่าความนิยมชั่วคราว แต่สะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมซีรีส์ไทยในช่วงเวลานั้น การตัดสินในสาขา ซีรีส์ – ละคร แบ่งมอบทั้งหมด 5 รางวัลแก่ผลงานและบุคลากรที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ
งานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ ICONSIAM HALL ในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยสาขาประเภทรางวัลแห่งปีคัดเลือกและตัดสินโดยคณะกรรมการเครือมติชนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก คำประกาศที่ว่า “สาขา ซีรีส์ – ละคร จำนวน 5 รางวัล มีผู้ได้รับรางวัล ดังนี้” คือประโยคที่เปิดทางให้ชื่อของผู้กำกับ นักแสดง และโปรดักชันเฮาส์ถูกอ่านออกมาอย่างภาคภูมิ และเป็นหมุดหมายว่าซีรีส์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่การแข่งขันคือเรื่องของคุณภาพ ไม่ใช่แค่เรตติ้ง
GMMTV คว้า 4 รางวัลใหญ่ โฟร์ท–ออฟ ขึ้นแท่นกำลังหลักสาย BL–GL
คำว่ารางวัลซีรีส์ไทยในปีนี้ คงหลีกเลี่ยงชื่อ GMMTV ไม่ได้ เมื่อบริษัทคว้า 4 รางวัลจากเวที FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 นี่ไม่ใช่แค่การกวาดถ้วย แต่คือการประกาศความสำเร็จของระบบการผลิตคอนเทนต์ที่ต่อเนื่องและชัดเจน ทั้งในระดับผู้บริหาร ผู้กำกับ นักแสดง และทีมสร้างคาแรกเตอร์
รางวัลเริ่มจากสถาพร พานิชรักษ์พงศ์ ที่ได้รับ Lifetime Achievement ซึ่งเปรียบเหมือนการยกย่องสายการบริหารที่ผลักดัน GMMTV มาถึงจุดนี้ ตามด้วยออฟ นพณัช ชัยวิมล ที่คว้ารางวัลผู้กำกับ BL–GL แห่งปีจาก Ticket To Heaven เด็กชายไม่ไปสวรรค์ เขาไม่เพียงเป็นผู้กำกับแต่ยังเป็นผู้บริหารฝ่าย Content Production ซึ่งมีเครดิตผลงานอย่าง แค่เพื่อนครับเพื่อน และ Last Twilight อยู่ในมือ การที่ชื่อของเขาถูกอ่านบนเวทีจึงเหมือนการยืนยันว่าความสำเร็จสาย Boys’ Love และ Girls’ Love ไม่ได้เกิดจากดาราดังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิธีคิดของคนทำงานเบื้องหลัง
สำหรับโฟร์ท ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล การรับรางวัลนักแสดง Boys’ Love แห่งปีจากบทแทนรักใน Ticket To Heaven คือการปลดล็อกภาพจำว่า BL ต้องพึ่งพาเคมีหวานอย่างเดียว บทของเขาถูกออกแบบให้ต่อสู้กับความเชื่อและศรัทธาในใจตนเอง ทำให้การแสดงไม่ใช่แค่การสื่อสารความรัก แต่เป็นการตั้งคำถามกับผู้ชมว่าระหว่างสิ่งที่เชื่อกับสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง เราเลือกอะไร นอกจากนี้ การที่ POLCASAN มาสคอตคู่เต–นิว คว้า Spotlight of the Year ยังชี้ให้เห็นว่า GMMTV เข้าใจวัฒนธรรมแฟนคลับยุคใหม่ซึ่งคาแรกเตอร์และมาสคอตมีพลังไม่แพ้ตัวศิลปิน

WeTV และ Shine The Series ยึดเวที BL ด้วยคุณภาพมากกว่าปริมาณ
ขณะที่ GMMTV เดินหน้าถล่มรางวัลในมุมโปรดักชันเฮาส์ฝั่งโทรทัศน์และออนไลน์ อีกฟากหนึ่ง WeTV ก็ใช้ WeTV ซีรีส์ ของตัวเองขึ้นยึดพื้นที่สาย BL แบบเฉียบคม Shine The Series ซึ่งเป็นผลงาน WeTV Original และผลิตโดย BeOnCloud คว้ารางวัล Top-Tier BL Series of the Year หรือซีรีส์ Boys’ Love ยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวทีเดียวกัน
คำกล่าวของผู้บริหาร WeTV ประจำประเทศไทยที่ขึ้นรับรางวัลร่วมกับผู้กำกับ ปอนด์ กฤษดา และนักแสดงนำ มาย ภาคภูมิ ชี้ชัดว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับภาพ บท การแสดง และองค์ประกอบทุกด้านของซีรีส์ Shine The Series มากกว่าการปล่อยคอนเทนต์จำนวนมาก ประโยคที่น่าจดจำคือ “แม้ว่าเราจะไม่ได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ทุกครั้งที่เราทำงาน เราตั้งใจที่จะสร้างผลงานที่มีคุณภาพและมีความหมาย” ซึ่งสะท้อนแนวคิดว่าตลาด BL เริ่มเดินไปสู่ยุคที่รางวัลซีรีส์ไทย มอบให้กับเรื่องที่สื่อสารความหมายได้ลึกกว่าการหวีดคู่

มาเบล สุชาดา – นาย ณภัทร ศิลปินการแสดงที่บอกว่า “สายหลัก” ยังสำคัญ
ท่ามกลางกระแส BL ที่เด่นชัด รางวัลในสาขาซีรีส์–ละครก็ส่งสัญญาณว่าเส้นหลักของวงการยังแข็งแรง ผู้ตัดสินมอบรางวัลนักแสดงชายแห่งปีให้แก่นาย ณภัทร เสียงสมบุญ จากเรื่อง หงสาวดี THE LAST DUEL และมอบรางวัลนักแสดงหญิงแห่งปีให้มาเบล สุชาดา สอนพันธ์ จากเรื่อง สอดสร้อยมาลา การเลือกทั้งสองคนสะท้อนว่าการแสดงเชิงละครกระแสหลักยังเป็นแกนกลางที่หล่อเลี้ยงภาพรวมของซีรีส์ไทย
นอกจากสองนักแสดงสายหลักแล้ว รางวัลในสาขาเดียวกันยังมอบให้นักแสดงสมทบแห่งปี มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล จาก สาธุ 2 และรางวัลผู้กำกับซีรีส์–ละครแห่งปีแก่นฐพล บุญประกอบ และจักริน เทพวงค์ จาก ทนายปีศาจ The Evil Lawyer ปิดท้ายด้วยรางวัลซีรีส์–ละครแห่งปีที่ตกเป็นของ ทนายปีศาจ The Evil Lawyer เช่นกัน เมื่อรวมกับการที่ GMMTV รับ 4 รางวัล และ WeTV ชนะรางวัลใหญ่ด้าน BL ปีนี้จึงเป็นภาพรวมที่บอกว่าอุตสาหกรรมไม่ได้เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง แต่เปิดพื้นที่ให้ทั้งโปรดักชันเฮาส์ใหญ่ แพลตฟอร์มสตรีมมิง และทีมผู้สร้างละครสายดั้งเดิมเดินไปด้วยกัน
รางวัลซีรีส์ไทยปีนี้กำลังบอกอะไรกับคนทำคอนเทนต์
เมื่อพิจารณาภาพรวมของรางวัลซีรีส์ไทยในปีนี้ ทั้งจากฝั่ง GMMTV รางวัล ที่กวาดถึง 4 ถ้วย WeTV ซีรีส์ ที่ยึดหมวด BL และการยกย่องนักแสดงสายละครของมาเบล สุชาดา กับนาย ณภัทร เราจะเห็นคำตอบชัดเจนว่ารางวัลไม่ได้ยกย่องแค่ความดัง แต่เน้นคุณภาพ ความหมาย และการทำงานร่วมกันของทั้งทีมเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
เวที FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 จึงทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนทิศทางวงการคอนเทนต์ การที่ผู้กำกับ BL–GL อย่างออฟ นพณัชได้รับรางวัลพร้อมนักแสดง BL อย่างโฟร์ท ขณะเดียวกัน Shine The Series ก็ชนะในหมวด BL โดยยืนยันว่า “เราไม่ได้สร้างผลงานออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ตั้งใจให้มีความหมาย” คือสัญญาณเตือนคนทำงานว่าการแข่งขันต่อจากนี้ไม่ใช่จำนวนตอนหรือจำนวนเรื่อง แต่คือความเข้มข้นของเรื่องเล่าและความละเอียดในทุกองค์ประกอบ ใครที่ยังคิดว่ารางวัลเป็นเพียงการเฉลิมฉลองคงต้องคิดใหม่ เพราะปีนี้รางวัลกำลังทำหน้าที่เป็นเข็มทิศให้ทั้งวงการ







