ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อแม่เหล็กสตาร์ทำให้ควอนตัมแวคคูมไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป

เมื่อแม่เหล็กสตาร์ทำให้ควอนตัมแวคคูมไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป
ความสนใจ|ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

ควอนตัมแวคคูมคืออะไร และทำไมแม่เหล็กสตาร์ถึงสำคัญ

ควอนตัมแวคคูมคือภาพของพื้นที่ว่างตามฟิสิกส์ควอนตัมที่ไม่ได้ว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยอนุภาคเสมือนที่เกิดขึ้นและดับไปอย่างรวดเร็ว สนามไฟฟ้าและแม่เหล็กในระดับเล็กมากสามารถกระตุ้นให้แวคคูมตอบสนองต่อแสงที่ผ่านเข้าไป ทำให้คุณสมบัติของแสงเปลี่ยนไปราวกับแวคคูมเป็นสสารชนิดหนึ่ง แนวคิดนี้ท้าทายสัญชาตญาณของเราเกี่ยวกับคำว่าว่างเปล่า และเป็นสนามทดสอบสำคัญของทฤษฎีฟิสิกส์สมัยใหม่ทั้งหมด

ใจความของข่าวนี้คือ แม่เหล็กสตาร์หรือ magnetar ไม่ได้เป็นเพียงดาวนิวตรอนแปลกประหลาด แต่กลายเป็นห้องทดลองธรรมชาติที่ผลักควอนตัมแวคคูมให้เผยตัว แม่เหล็กสตาร์มีสนามแม่เหล็กแรงที่สุดในเอกภพ ทำให้สามารถทดสอบเอฟเฟกต์ฮัยเซนเบิร์กที่นักฟิสิกส์ไล่ล่ามาเกือบเก้าทศวรรษได้ การสังเกตครั้งล่าสุดบอกเราอย่างตรงไปตรงมาว่า แนวคิดเรื่องแวคคูมที่เปลี่ยนแปลงแสงได้ไม่ใช่แค่คำทำนายเชิงทฤษฎีอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหลักฐานเชิงสังเกตที่จับต้องได้

เมื่อแม่เหล็กสตาร์ทำให้ควอนตัมแวคคูมไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป

เอฟเฟกต์ฮัยเซนเบิร์กและแสงที่เปลี่ยนไปในพื้นที่ว่าง

เกือบเก้าสิบปีก่อน แวร์เนอร์ ฮัยเซนเบิร์กเสนอว่าแม้แต่สุญญากาศที่สมบูรณ์ก็ไม่ควรถือว่าเป็นความว่างเปล่า แต่เป็นควอนตัมแวคคูมที่มีอนุภาคเสมือนปรากฏและหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อแวคคูมดังกล่าวอยู่ในสนามแม่เหล็กที่แรงมาก อนุภาคเสมือนเหล่านี้จะจัดแนวและทำให้แสงสองทิศทางสั่นไหวแตกต่างกัน คล้ายคริสตัลหักเหสองทาง ปรากฏการณ์นี้มีชื่อว่า vacuum birefringence หรือเอฟเฟกต์ฮัยเซนเบิร์กต่อควอนตัมแวคคูม

ประเด็นคือ สนามแม่เหล็กที่แรงพอจะทำให้เอฟเฟกต์นี้เห็นได้ ต้องแรงกว่าสนามที่เราสร้างบนโลกมากกว่า 100 ล้านเท่า ห้องทดลองมนุษย์จึงแทบหมดสิทธิ์ตรวจวัดแบบตรงไปตรงมา แนวคิดนี้เลยถูกผลักไปอยู่ในตำราเรียนมากกว่าถูกทดสอบจริง การที่ต้องรอถึงวันนี้ไม่ใช่เพราะฟิสิกส์ขาดจินตนาการ แต่เพราะธรรมชาติไม่ยอมให้เรายืมสนามแม่เหล็กระดับเหนือมนุษย์ได้ง่ายๆ และนั่นเองที่ทำให้แม่เหล็กสตาร์กลายเป็นตัวละครเอกของเรื่อง

แม่เหล็กสตาร์ 1E1547 และสัญญาณจากแสงวิทยุถึงเอ็กซ์เรย์

ทีมวิทยาศาสตร์นานาชาติใช้แม่เหล็กสตาร์ 1E 1547.0-5408 หรือ 1E1547 เป็นสนามทดลองเพื่อมองหา vacuum birefringence โดยสังเกตคลื่นวิทยุจากกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินร่วมกับข้อมูลเอ็กซ์เรย์จากภารกิจในอวกาศ จากนั้นนำข้อมูลทั้งหมดไปประมวลผลด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ งานวิจัยนี้นำโดย ราเชล อี สจ๊วต นักศึกษาฟิสิกส์ระดับบัณฑิตศึกษาที่ตีพิมพ์ผลงานในวารสารชั้นนำ

ผลที่ได้คือ แสงเอ็กซ์เรย์จากแม่เหล็กสตาร์มีโพลาไรเซชันสูงมาก และทิศทางการสั่นของคลื่นยังคงจัดแนวไปกับสนามแม่เหล็กของดาว เช่นเดียวกับคลื่นวิทยุที่วัดได้รอบดาวดวงเดียวกัน ทั้งสองสัญญาณนี้เป็นเบาะแสสำคัญว่าควอนตัมแวคคูมรอบแม่เหล็กสตาร์กำลังทำหน้าที่เหมือนตัวกลางที่บิดทิศทางการสั่นของแสง นี่คือคำพูดที่ควรจดจำจากงานชิ้นนี้ว่า “การตรวจจับ vacuum birefringence ต้องใช้สนามแม่เหล็กที่แรงกว่าสิ่งที่มนุษย์สร้างได้บนโลกมากกว่า 100 ล้านเท่า”

จากควอนตัมแวคคูมสู่แรงโน้มถ่วงควอนตัม: สองทฤษฎีใหญ่ที่ต้องคุยกัน

ฟิสิกส์ปัจจุบันยืนอยู่บนสองเสา คือกลศาสตร์ควอนตัมที่อธิบายโลกเล็กมาก และทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของไอน์สไตน์ที่อธิบายโครงสร้างของกาลอวกาศ แต่สองเสานี้ยังไม่เชื่อมกันอย่างสอดคล้อง นักฟิสิกส์จึงตามหาทฤษฎีแรงโน้มถ่วงควอนตัมที่จะรวมภาพทั้งสองให้เป็นเรื่องเล่าเดียว ควอนตัมแวคคูมที่ถูกสนามแม่เหล็กดัดแปลงจึงเป็นสนามทดสอบที่น่าสนใจเพราะแตะทั้งแสง สนาม และโครงสร้างของพื้นที่ว่างพร้อมกัน

ในอีกด้าน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคิวชู วอเตอร์ลู และสตอกโฮล์มพัฒนาเฟรมเวิร์กทางทฤษฎีที่ชี้ว่า บางสถานการณ์ที่เราคิดว่าเป็น “ซูเปอร์โพซิชันของแรงโน้มถ่วงควอนตัม” แท้จริงอาจตีความได้ว่าเป็นอนุภาคควอนตัมเคลื่อนไหวในสนามโน้มถ่วงแบบคลาสสิก แนวคิดนี้ทำให้เราระมัดระวังมากขึ้นว่าอะไรคือสัญญาณแรงโน้มถ่วงควอนตัมของแท้ และอะไรอาจเป็นเพียงวิธีเล่าที่ต่างกัน การมีทั้งหลักฐานจากแม่เหล็กสตาร์และกรอบทฤษฎีใหม่นี้จึงช่วยวางแผนการทดลองให้แยกสองกรณีออกจากกันได้ชัดขึ้น

แล้วชีวิตคนธรรมดาเกี่ยวอะไรกับควอนตัมแวคคูม

อาจดูเหมือนว่าการถกเถียงเรื่องควอนตัมแวคคูมและแรงโน้มถ่วงควอนตัมเป็นเรื่องไกลตัว แต่ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์บอกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า การทำความเข้าใจกฎพื้นฐานของธรรมชาติภายหลังกลายเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนชีวิตคนทั่วไป งานวิจัยที่แยกแยะบทบาทของแรงโน้มถ่วงและควอนตัมในวันนี้ เคยเป็นจุดเริ่มของระบบนำทางด้วยดาวเทียม เลเซอร์ และอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ในวันวาน

เฟรมเวิร์กใหม่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงควอนตัมให้แผนที่ชัดขึ้นว่าการทดลองแบบใดบ้างที่จะชี้ขาดได้จริงว่าแรงโน้มถ่วงต้องอธิบายแบบควอนตัมหรือไม่ ในขณะเดียวกัน การสังเกตแม่เหล็กสตาร์เพิ่มเติมและการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ที่ดีขึ้นจะช่วยแยกว่าคลื่นแสงที่เห็นนั้นมาจาก vacuum birefringence หรือกระบวนการทางฟิสิกส์อื่น นักวิจัยเองยอมรับว่า เมื่อมีข้อมูลใหม่และแบบจำลองที่อัปเดต เราอาจไปถึงเส้นชัยที่ฮัยเซนเบิร์กเริ่มไว้เกือบเก้าทศวรรษก่อน คำถามไม่ใช่ว่าแนวคิดนี้มีผลต่อชีวิตคนหรือไม่ แต่คือเมื่อไรผลลัพธ์จะเดินทางมาถึงเท่านั้น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!