จากวงดนตรีสู่เส้นทางเดี่ยว: 4 ศิลปินปล่อยซิงเกิลพลิกบทบาทตัวเอง

จากวงดนตรีสู่เส้นทางเดี่ยว: 4 ศิลปินปล่อยซิงเกิลพลิกบทบาทตัวเอง
ความสนใจ|ร้องเพลง

ศิลปินไทยซิงเกิลใหม่: คลื่นโซโล่ที่กล้าเป็นทั้งคนร้องและโปรดิวเซอร์

ปรากฏการณ์ศิลปินโซโล่ไทยยุคใหม่ คือการที่ศิลปินไม่หยุดอยู่แค่บทบาทนักร้องหรือสมาชิกวง แต่ใช้ซิงเกิลใหม่เป็นสนามทดลองอำนาจสร้างสรรค์ของตัวเอง ตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์ เขียนเพลง ไปจนถึงนั่งเก้าอี้โปรดิวเซอร์อย่างเต็มตัว เพื่อให้เพลงทุกเพลงกลายเป็นตัวแทนตัวตนที่แท้จริง ทั้งในระดับเนื้อหาและเสียงดนตรี เป็นคลื่นการเปลี่ยนผ่านจากระบบอุตสาหกรรมที่เน้นทีมเบื้องหลัง ไปสู่ยุคที่ศิลปินไทยจับงานโปรดักชันด้วยมือของตัวเองอย่างชัดเจน

สี่ชื่อที่น่าจับตาในคลื่นนี้คือ TuiChayatorn จากวง LYKN, ภูวินทร์, BONDLOON และ ว่าน ธนกฤต ที่ต่างใช้ศิลปินไทยซิงเกิลใหม่ของตัวเองเป็นเครื่องประกาศว่า “ฉันไม่ใช่แค่คนร้อง แต่เป็นคนทำเพลงเต็มตัว” การขยับบทบาทสู่การเป็นโปรดิวเซอร์เพลงและนักเขียนเพลง ทำให้ภาพจำของพวกเขาเปลี่ยนจากคนหน้าเวทีเป็นเจ้าของวิสัยทัศน์เสียงอย่างแท้จริง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเพลงใหม่ไทยแลนด์ช่วงนี้จึงฟังมีน้ำหนักด้านตัวตนมากขึ้นกว่าที่เคย

TuiChayatorn กับ “ปล่อยใจ”: ซิงเกิลโซโล่ที่สะท้อนตัวตนผ่านเก้าอี้โปรดิวเซอร์

ในบรรดาศิลปินโซโล่ไทยที่กำลังก้าวออกจากเงาวงดนตรี TuiChayatorn หรือ ตุ้ย LYKN คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เขาเปิดตัว “ปล่อยใจ (Bloom)” เป็นซิงเกิลโซโล่แรกในอัลบั้ม REFLEXION เพลง POP R&B จังหวะช้าแต่ยังมีกรูฟให้โยกและเพอร์ฟอร์มได้ แนวคิดของเพลงคือโมเมนต์เมื่อเจอคนที่ใช่แล้วอยากชวนเปิดใจไปด้วยกันก่อนจะเดินต่อไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกขึ้น ซึ่งเป็นธีมที่จับความโรแมนติกในแบบคนรุ่นใหม่ได้ตรงและไม่หวานเลี่ยนเกินไป

สิ่งที่ทำให้ “ปล่อยใจ” สำคัญกว่าซิงเกิลเปิดตัวทั่วไป คือการที่ TuiChayatorn นั่งแท่นโปรดิวเซอร์เองและเข้าไปอยู่ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่คอนเซ็ปต์ เนื้อร้อง ทำนอง จนถึงเสียงดนตรี นี่ไม่ใช่แค่เพลงที่เขาร้อง แต่เป็นงานที่สะท้อนตัวตนทางดนตรีอย่างครบด้าน การเลือกกรูฟ POP R&B และใช้ภาพ “ชวนไปปล่อยใจ” แทนการจีบตรงๆ แสดงให้เห็นความตั้งใจสร้างงานที่ทั้งทันสมัยและเป็นภาพเขาเองเต็มที่ เพลงนี้จึงเป็นหลักฐานชัดว่าศิลปินไทยซิงเกิลใหม่รุ่นนี้อยากยืนยันบทบาทตัวเองในฐานะโปรดิวเซอร์เพลงไม่แพ้การเป็นไอดอลบนเวที

จากวงดนตรีสู่เส้นทางเดี่ยว: 4 ศิลปินปล่อยซิงเกิลพลิกบทบาทตัวเอง

“BLACK CARD” ของภูวินทร์: เมื่อคนคลั่งรักกลายเป็น Co-Producer

หันมาดูฝั่ง Pop R&B ที่หวานแต่มีจังหวะสนุก ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน หรือ PHUWIN จากค่าย RISER MUSIC ส่งเพลงใหม่ “BLACK CARD” ในฐานะหนุ่มคลั่งรักสายเปย์ที่มอบสิทธิพิเศษให้คนรักเพียงคนเดียว เนื้อเพลงใช้สัญลักษณ์บัตร Black Card ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความพิเศษระดับเอ็กซ์คลูซีฟมาผูกกับหัวใจของคนคนหนึ่ง พร้อมท่อนฮุก “My Black Card, it’s all pass อนุญาตแค่เธอ” ที่ฟังเป็นคำสารภาพรักของคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน เพลงใหม่ไทยแลนด์เพลงนี้จึงตีความการเปย์ไม่ใช่เรื่องวัตถุ แต่คือการเปย์ความรู้สึกดีๆ แบบไม่จำกัดวง

จุดพลิกเกมอยู่ที่ภูวินทร์ไม่ได้ทำแค่ภาพศิลปินที่โตขึ้น แต่ยังรับหน้าที่เป็น Co-Producer ของเพลงนี้ด้วยตนเอง และมีส่วนร่วมเข้มข้นตั้งแต่การคิดธีมเนื้อร้อง การเขียนเนื้อและทำนองร่วมกับทีมโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงมืออาชีพ เพื่อให้เพลงสื่อสารตัวตน มุมมองความรัก และจิตวิญญาณศิลปินออกไปให้ลึกที่สุด การถือเก้าอี้โปรดิวเซอร์เพลงแบบนี้ แสดงว่าเขาไม่ยอมให้เพลงเป็นแค่โปรเจกต์ของค่าย แต่เป็นพื้นที่เล่าโลกภายในของตัวเองอย่างจริงจัง และนั่นทำให้ “BLACK CARD” เป็นมากกว่าซิงเกิลคลั่งรัก มันคือประกาศว่าเขาพร้อมควบคุมทิศทางงานของตัวเองแล้ว

BONDLOON: เกียรตินิยม ใบปริญญา และ EP ที่จบสมบูรณ์

ในอีกด้านหนึ่ง BONDLOON เลือกเส้นทางที่โหดไม่แพ้กัน คือการเดินสองสายทั้งการเรียนและการทำเพลงในเวลาเดียวกัน เขาทุ่มเทตลอด 4 ปี ทั้งด้านการเรียนและสร้างสรรค์ผลงานเพลงควบคู่กันไป ก่อนสำเร็จการศึกษาจาก Birmingham City University สาขา Sound Engineering and Production พร้อมคว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 (Second Class Honours, Division 1) และเป็นบัณฑิตสัญชาติเอเชียเพียงหนึ่งเดียวในรุ่นของหลักสูตรท่ามกลางนักศึกษานานาชาติ ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่าศิลปินรุ่นใหม่ไม่ได้มองดนตรีแค่ด้านศิลปะ แต่ลงทุนเรียนรู้ศาสตร์เสียงอย่างจริงจัง เพื่อมาจับงานโปรดักชันเองในอนาคต

แม้เพิ่งเรียนจบ BONDLOON ไม่พักเส้นทางดนตรีเลย ในเทอมสุดท้ายเขาทำเพลง “ฉันจะเป็นของเธอเสมอ” ประกอบซีรีส์ Your Dear Daddy เรียกแด๊ดสิธาร ก่อนกลับมาร่วมพิธีจบการศึกษา และใช้เพลง “หัวจ่ายเพลงรัก” ปิดจบ EP อัลบั้มแรก True Love อย่างสมบูรณ์ พร้อมยอดวิวและยอดสตรีมที่ตอบรับดี น่าสนใจตรงที่เขาไม่ได้มีแค่บทบาท Artist แต่ยังเป็น Songwriter, Music Producer และ Sound Engineer ในโปรเจกต์ของตัวเอง ทำให้ทุกเพลงใน EP นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของเพลงใหม่ไทยแลนด์สาย Global Pop ที่สร้างบนฐานความรู้ด้านเสียงจริงๆ ไม่ใช่แค่ความฝันอยากเป็นนักร้อง

ว่าน ธนกฤต – มาร์คคริส BUS: สนทนาความรักต่างวัยและภาพรวมของศิลปินเบื้องหลังยุคใหม่

ฝั่งเพลงช้า Ballad-Pop ผสม Pop-Rock ก็มีความเคลื่อนไหวสำคัญเช่นกัน ว่าน ธนกฤต หรือ ธนกฤต พานิชวิทย์ เปิดตัวซิงเกิล “เหตุผลของคำว่ารัก” โดยชวน มาร์คคริส BUS หรือ มาร์คคริส กฤษณ์ กัณฑกษี มาร่วมร้อง เพลงถูกออกแบบด้วยเสียงกีตาร์ Slow Rock โดย แชมป์ Crescendo เพื่อให้เป็นเหมือนบทสนทนาแลกเปลี่ยนมุมมองความรักระหว่างคนที่มีประสบการณ์และคนที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้ความสัมพันธ์ นี่คือการใช้โครงสร้างเพลงเป็นพื้นที่พูดคุยข้ามวัย ทำให้ความโรแมนติกไม่ถูกมองแค่ในมุมคนหนุ่มสาว แต่มีน้ำเสียงของคนที่ผ่านโลกมาแล้วเข้ามาสมทบด้วย

ว่านเล่าว่าการร่วมงานกับศิลปินรุ่นน้องไม่ใช่เรื่องใหม่ เขาเคยทำงานกับ SERIOUS BACON มาก่อน และต้องการเปิดรับพลังใหม่จากมาร์คคริสที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและการเรียนรู้ จึงส่งเดโมให้เลือก จนได้เพลงนี้ที่ต่างจากภาพจำหลักของมาร์คคริสในนามวง BUS การจับมือข้ามรุ่นและการให้ศิลปินรุ่นใหม่ทดลองสไตล์ใหม่ๆ เป็นอีกมิติหนึ่งของคลื่นศิลปินโซโล่ไทยยุคนี้ ที่ไม่กลัวจะท้าทายภาพจำเดิมของตัวเอง เมื่อมองภาพรวม ทั้ง TuiChayatorn, ภูวินทร์, BONDLOON และว่านกับมาร์คคริส ล้วนอยู่บนเส้นทางที่ศิลปินมีส่วนในโปรดักชันและการเขียนเพลงของตัวเองมากขึ้น เทรนด์นี้ทำให้เพลงใหม่ไทยแลนด์ไม่ใช่แค่สินค้าสำเร็จรูป แต่เป็นคำประกาศตัวตนที่มีเบื้องหลังจริงจังรองรับ

จากวงดนตรีสู่เส้นทางเดี่ยว: 4 ศิลปินปล่อยซิงเกิลพลิกบทบาทตัวเอง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!