ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ราคา iPhone 18 ทำไมแพงขึ้นไม่หยุด เมื่อหน่วยความจำ DRAM ขาดตลาด

ราคา iPhone 18 ทำไมแพงขึ้นไม่หยุด เมื่อหน่วยความจำ DRAM ขาดตลาด
ความสนใจ|รวมมือถือแนะนำ

ราคา iPhone 18 ขึ้นเพราะอะไร ภาพรวมปัญหาที่ผู้ใช้ต้องรู้

ราคา iPhone 18 คือระดับราคาของสมาร์ทโฟนตระกูล iPhone รุ่นใหม่ที่สะท้อนต้นทุนชิ้นส่วน เทคโนโลยีภายใน และเงื่อนไขในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะหน่วยความจำ DRAM ที่มีผลโดยตรงต่อการกำหนดราคาและกลยุทธ์การขายของผู้ผลิต ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขเปิดตัว แต่เป็นสัญญาณสำคัญของทิศทางตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม

สัญญาณชัดเจนอย่างแรกคือการที่ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีแนวโน้มจะขึ้นราคาจากรุ่นก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายงานว่าราคาเปิดตัวจะสูงกว่ารุ่น iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max เดิม ขณะเดียวกันยังมีการพูดถึงราคาเริ่มต้นของรุ่น Pro ในระดับสูง และความเป็นไปได้ที่รุ่นอย่าง iPhone 18e จะต้องขยับราคาเปิดตัวขึ้นไปแตะระดับใกล้สมาร์ทโฟนเรือธงแบรนด์อื่น

ประเด็นสำคัญคือ การขึ้นราคา smartphone ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่ความโลภของแบรนด์อย่างที่หลายคนชอบสรุปง่ายเกินไป แต่เป็นผลรวมของความต้องการชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงจากโลกปัญญาประดิษฐ์ การต่อรองราคากับซัพพลายเออร์ และข้อจำกัดกำลังการผลิตที่กำลังบีบให้ผู้ผลิตเครื่องต้องตัดสินใจว่าจะแบ่งรับต้นทุน หรือผลักไปให้ผู้ใช้แบกรับ

ราคา iPhone 18 ทำไมแพงขึ้นไม่หยุด เมื่อหน่วยความจำ DRAM ขาดตลาด

หน่วยความจำ DRAM ขาดตลาดถึง 2028 ทำไมถึงดันต้นทุน iPhone พุ่ง

หัวใจของการขึ้นราคา smartphone รอบนี้คือปัญหาหน่วยความจำ DRAM ขาดตลาดยาว สถานการณ์ในตลาด DRAM ถูกอธิบายชัดว่ากำลังแย่ลงเรื่อยๆ และ Apple ถูกคาดการณ์ว่าจะต้องยอมรับราคาหน่วยความจำจากผู้ผลิตรายใหญ่ในระดับที่สูงกว่าที่เคยจ่ายอย่างมากในช่วงปี 2027 ข้อมูลหนึ่งระบุว่า Apple เคยจ่ายราว 1.50 ดอลลาร์ต่อกิกาบิต แต่ตัวเลขใหม่ถูกเสนอไว้ที่ประมาณ 2 ดอลลาร์ ซึ่งคือการเพิ่มขึ้นราวหนึ่งในสามของต้นทุนหน่วยความจำต่อหน่วย

ปัญหาไม่ใช่แค่ราคา แต่คือสมดุลอุปสงค์อุปทานที่ผิดรูป ความต้องการหน่วยความจำถูกประเมินว่าจะเพิ่มกว่า 36% ในปี 2027 ขณะที่กำลังผลิตเพิ่มได้เพียงราว 19% เท่านั้น ส่งผลให้การขาดแคลนมีแนวโน้มลากยาวอย่างน้อยถึงครึ่งแรกของปี 2028 ผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง Samsung SK Hynix และ Micron หันทรัพยากรไปยังเมมโมรีความเร็วสูงอย่าง HBM สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่กำไรมากกว่า ทำให้เมมโมรีสำหรับสมาร์ทโฟนถูกดันให้แพงขึ้นตามไปด้วย

ประโยคที่สะท้อนแรงกดดันนี้ได้ดีที่สุดคือ “หาก DRAM ในปี 2027 แพงขึ้นอีกหลายสิบเปอร์เซ็นต์ และการขาดตลาดไม่คลายลงแม้ในปี 2028 พื้นที่ที่ Apple จะอุดหนุนต้นทุนชิ้นส่วนให้ผู้ใช้ก็จะยิ่งหดตัว” นั่นหมายความว่า เมื่อช่องว่างในการแบกรับต้นทุนของผู้ผลิตเล็กลง โอกาสที่ราคา iPhone 18 และรุ่นถัดๆ ไปจะขยับขึ้นก็ยิ่งสูง

ราคา iPhone 18 ทำไมแพงขึ้นไม่หยุด เมื่อหน่วยความจำ DRAM ขาดตลาด

ข้อตกลงหน่วยความจำใหม่ ผลักต้นทุนการผลิต iPhone ไปไกลแค่ไหน

อีกชิ้นส่วนของภาพใหญ่คือข้อตกลงใหม่ด้านหน่วยความจำระหว่าง Apple กับซัพพลายเออร์อย่างผู้ผลิตรายใหญ่ที่เสนอราคา DRAM ใหม่ไว้ที่ราว 2 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ และ NAND ประมาณ 0.33 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันถึง 30–40% ความหมายตรงๆ คือ ต้นทุนการผลิต iPhone ในส่วนของหน่วยความจำเพิ่มขึ้นในระดับที่ผู้ผลิตจะเพิกเฉยไม่ได้อีกต่อไป

แม้จะยังไม่ชัดว่า Apple เซ็นยอมรับราคาที่สูงขึ้นเหล่านี้เต็มรูปแบบหรือยัง แต่มีรายงานจากห่วงโซ่อุปทานว่าผู้ผลิต iPhone อาจรับเงื่อนไขใหม่แล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ประกาศต่อสาธารณะว่าจะจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้กับราคาขายอย่างไร สิ่งที่เรารู้คือก่อนหน้านี้ Apple เคยปรับราคา Mac และ iPad เพิ่มอย่างน้อย 100 ดอลลาร์ บางรุ่นเพิ่มถึง 1,300 ดอลลาร์ และล่าสุดยังขึ้นราคา iPhone แต่ละรุ่นตั้งแต่ 100 ถึง 500 ดอลลาร์

ประโยคที่ควรจำคือ “ข้อตกลงของ Apple กลายเป็นราคาขั้นต่ำสำหรับซัพพลายเออร์ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Android อาจต้องซื้อหน่วยความจำในราคาที่เท่ากันหรือสูงกว่า เมื่อหน่วยความจำ DRAM เป็นต้นทุนฐานของทุกเครื่อง การขึ้นราคา smartphone จึงมีแนวโน้มเกิดเป็นวงกว้าง ไม่ใช่เฉพาะผู้ใช้ iPhone เท่านั้นที่ต้องรับแรงกระแทก

ราคา iPhone 18 กับผลต่อผู้ใช้ เมื่อสมาร์ทโฟนทุกค่ายหนีต้นทุนไม่พ้น

เมื่อเอาภาพทั้งหมดมาวางรวมกัน เราเห็นชัดว่าราคา iPhone 18 ไม่ได้ขยับขึ้นแบบเดี่ยวๆ แต่เป็นผลจากสองแรงกดสำคัญ หนึ่งคือการขาดตลาดของหน่วยความจำ DRAM ที่ยืดเยื้อไปถึงอย่างน้อยครึ่งแรกของปี 2028 ซึ่งดันต้นทุนชิ้นส่วนหลักให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สองคือข้อตกลงราคาหน่วยความจำชุดใหม่ที่ทำให้ต้นทุนต่อกิกะไบต์เพิ่มขึ้น 30–40% โดยตรง

ในทางปฏิบัติ Apple เคยพยายามดูดซับต้นทุนส่วนหนึ่งมานาน แต่รายงานหลายชิ้นระบุว่าปีล่าสุดบริษัทเริ่มขึ้นราคาสินค้าหลายสายแล้ว รวมถึง iPhone รุ่นใหม่ บางตลาดเห็นส่วนต่างราคา iPhone ระหว่างเจเนอเรชันสูงถึงหลักหลายพันในสกุลเงินท้องถิ่น แสดงว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนกำลังไต่ขึ้นไปสู่เพดานใหม่อย่างถาวร ไม่ใช่เพียงการขึ้นชั่วคราว

สำหรับผู้บริโภค สิ่งที่ควรทำไม่ใช่แค่บ่นว่าทำไมโทรศัพท์แพงขึ้น แต่ต้องวางแผนการเปลี่ยนเครื่องให้สอดคล้องกับวงจรสินค้าใหม่ที่ต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ หากราคา iPhone 18 และสมาร์ทโฟนระดับเรือธงทุกค่ายถูกผลักขึ้นไปอีกขั้น การเลือกความจุที่เหมาะสม การยืดอายุการใช้งาน และการเปรียบเทียบทางเลือกอย่างรอบคอบจะกลายเป็นเรื่องจำเป็น มากกว่าการตามอัปเกรดทุกปีเหมือนอดีต

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!