ตลาดรองเท้าวิ่งหลังโควิด ดีมานด์สุขภาพดันรีเทลกลับมาบูม
ตลาดรองเท้าวิ่งคือส่วนหนึ่งของธุรกิจค้าปลีกกีฬาและอุปกรณ์วิ่งที่รวมร้านรองเท้าวิ่งมัลติแบรนด์และร้านเฉพาะทาง ครอบคลุมทั้งสินค้าสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่ นักวิ่งสายแฟชั่น และนักวิ่งสายแข่งขัน โดยตลาดนี้ขับเคลื่อนจากความต้องการรองเท้าที่เหมาะกับสรีระ ฟังก์ชั่นการซับแรง และภาพลักษณ์ไลฟ์สไตล์ ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ต้องขยายสาขาร้านกีฬาและลงทุนประสบการณ์หน้าร้านแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ก่อนโควิด มูลค่าตลาดร้านค้าอุปกรณ์กีฬาอยู่ที่ราว 35,000 ล้านบาท แต่ช่วงการแพร่ระบาดปี 2021 ตัวเลขหายไปจนเหลือเพียง 25,000 ล้านบาท การล็อกดาวน์และการปิดสนามวิ่งทำให้รองเท้าวิ่งกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยชั่วคราว อย่างไรก็ตามการกลับมาของเทรนด์สุขภาพ การวิ่งมาราธอน และกีฬาไฮบริดทำให้ตลาดรีเทลกีฬาเข้าสู่เส้นทางฟื้นตัวอีกครั้ง ปี 2023 มูลค่าตลาดดีดกลับขึ้นมาราว 32,000 ล้านบาท และคาดว่าจะกลับแตะระดับ 35,000 ล้านบาทเท่าก่อนโควิดในปีล่าสุด ภาพนี้สะท้อนชัดว่าคนไม่เพียงกลับไปออกกำลังกาย แต่ยอมลงทุนกับรองเท้าคู่ที่ตอบโจทย์เฉพาะทางมากขึ้น

Supersports รีโนเวตร้านรองเท้าวิ่ง ดันรายได้หมื่นล้านจากประสบการณ์หน้าร้าน
ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดรองเท้าวิ่งกำลังพิสูจน์ว่าหน้าร้านยังสำคัญกว่าที่คิด Supersports ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดรีเทลกีฬาอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนประมาณ 25% ในตลาดรวม เลือกเดินเกมลงทุนรีโนเวตร้านแทนการเปิดสาขาใหม่จำนวนมาก สะท้อนมุมมองว่าคีย์สำเร็จของร้านรองเท้าวิ่งยุคนี้ไม่ใช่แค่โลเคชั่น แต่คือประสบการณ์การเลือกซื้อที่ตอบโจทย์ทั้งสายสุขภาพและนักวิ่งจริงจัง ก่อนโควิด บริษัทรายนี้มีมูลค่าตลาดอยู่ในจังหวะดี แต่เมื่อตลาดหดเหลือ 25,000 ล้านบาทในปี 2021 การฟื้นตัวมาที่ 32,000 ล้านบาทในปี 2023 ทำให้ผู้บริหารวางเป้ารายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาทภายในปี 2026 จากธุรกิจรีเทลกีฬาในเครือ กลยุทธ์จึงชัดเจนคือทุ่มงบลงทุนรีโนเวตร้านรูปแบบ Supersports 3.0 ด้วยงบประมาณรวม 250 ล้านบาทในหลายสาขาใหญ่ เพื่อเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อบิลให้โตขึ้นถึง 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับรูปแบบเดิม หัวใจของคอนเซ็ปต์ใหม่คือการจัดหมวดหมู่รองเท้าวิ่งและอุปกรณ์แบบ Category Leader มีมุม Running ที่รวมรองเท้า ASICS Nike และแบรนด์อื่นในพอร์ตเดียวกัน พร้อม Immersive Technology อย่าง 3D Scan จาก Safesize และ Pressure Plate วิเคราะห์ท่าวิ่ง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้หารองเท้าที่เหมาะกับสรีระเท้ามากที่สุดภายในร้านเดียว
7 Days Sport เร่งขยายสินค้าวิ่งญี่ปุ่น-ยุโรป สร้างรันคลับแทนโฆษณาออนไลน์
ขณะที่รีเทลสายแมสอย่าง Supersports เน้นรีโนเวตสโตร์ ผู้เล่นเฉพาะทางอย่าง 7 Days Sport เลือกเจาะตลาดรองเท้าวิ่งและอุปกรณ์วิ่งผ่านการขยายพอร์ตสินค้าจากญี่ปุ่นและยุโรปควบคู่ไปกับการสร้างชุมชนรันคลับ กลยุทธ์นี้สะท้อนความคิดว่าความจงรักภักดีต่อแบรนด์ในตลาดรองเท้าวิ่งไม่ได้เกิดจากโปรโมชัน แต่เกิดจากการวิ่งด้วยกันและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ผู้บริหาร 7 Days Sport ซึ่งเป็นผู้นำเข้าแบรนด์สายวิ่งและคอมเพรสชั่นอย่าง YAMAtune T8 Injinji Compresssport เป็นต้น มองว่าตลาดสินค้าวิ่งเติบโตเฉลี่ยราว 6% ต่อเนื่อง และยังมีศักยภาพโตได้อีกมากจากเทรนด์สุขภาพและสายสะสมอุปกรณ์วิ่งที่ต้องการรองเท้าและชุดวิ่งสีไม่ซ้ำเพื่อโพสต์ลงโซเชียล การเข้ามาของแบรนด์ระดับโลกและการตั้งโรงงานของผู้ผลิตอุปกรณ์ไฮเทคในประเทศยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นระยะยาวของตลาดนี้ แทนที่จะเทงบโฆษณาออนไลน์เพียงทางเดียว บริษัทผันงบมาสู่กิจกรรมออฟไลน์ สร้างรันคลับของตนเองชวนลูกค้าที่ใช้สินค้าต่าง ๆ ในเครือมาวิ่งและทำกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่ยอดนิยมอย่างสวนลุมพินี สวนหลวง ร 9 และบึงหนองบอน ทำให้ร้านรองเท้าวิ่งกลายเป็นศูนย์รวมชุมชน ไม่ใช่แค่จุดขายของบนชั้นวาง

รองเท้า ASICS Nike แข่งนวัตกรรมใหม่ ดันคนกลับเข้าร้านรองเท้าวิ่ง
การขยายสาขาร้านกีฬาและการรีโนเวตร้านรองเท้าวิ่งจะไร้ความหมาย หากแบรนด์รองเท้าไม่สร้างสินค้าใหม่ที่ดึงคนกลับเข้าหน้าร้าน ช่วงนี้จึงเห็นการแข่งขันนวัตกรรมชัดเจนจากทั้งรองเท้า ASICS Nike และสายเทรลระดับสูงอย่าง ACG ที่ออกโมเดลใหม่เพื่อจับดีมานด์นักวิ่งตั้งแต่สายถนนจนถึงสายภูเขา ฝั่ง ASICS มี BLOOMSTRIDE รองเท้าวิ่งที่ออกแบบด้วยแนวคิด female-first fit จากข้อมูลสแกนเท้านักวิ่งผู้หญิงมากกว่า 2 ล้านครั้ง ตั้งใจให้รองรับทั้งการวิ่ง การเดิน และกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ในคู่เดียว ด้วยหน้ากว้างปลายเท้าและช่วงกลางเท้าที่กระชับ รวมถึงโฟม FF LUXE ที่ให้อารมณ์นุ่มเด้ง เหมาะกับคนที่ต้องการรองเท้าซ้อมและใส่เที่ยวในคู่เดียว ด้าน Nike ACG เปิดตัว Picklejus รองเท้าวิ่งเทรลระยะไกลที่พัฒนาร่วมกับนักวิ่งรายการ Chamonix จุดเริ่มต้นมาจากโจทย์ว่าทำอย่างไรให้นักวิ่งรับมือเส้นทางภูเขายาวกว่า 100 ไมล์ใน Mont Blanc โดยยังประหยัดแรงขึ้นเขา ลดแรงกระแทกลงเขา และรักษาความมั่นใจบนพื้นผิวที่เปลี่ยนตลอดเวลาในคู่เดียว หัวใจคือพื้น ZoomX แบบ Dual-Density และพื้น GOATEK รุ่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นเปียกอย่างมีนัยสำคัญ แม้บทความนี้ไม่ได้ลงรายละเอียดรองเท้า Peg-Plus 2 แต่แนวโน้มชัดเจนคือแบรนด์ใหญ่กำลังใช้ทุกโมเดลใหม่เป็นแม่เหล็กดึงผู้บริโภคให้กลับเข้าไปลองรองเท้าในหน้าร้าน ทั้งการทดสอบบนลู่วิ่ง การใช้ระบบสแกนเท้า และกิจกรรมเปิดตัวรุ่นใหม่ในชุมชนรันคลับ

บทสรุป ตลาดรองเท้าวิ่งกำลังเปลี่ยนจากการขายของสู่การขายประสบการณ์
เมื่อมองภาพรวม ตลาดรองเท้าวิ่งหลังโควิดไม่ได้ฟื้นตัวแบบเดิม แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างจากการขายสินค้าเป็นการขายประสบการณ์และชุมชน รีเทลขนาดใหญ่ทุ่มลงทุนรีโนเวตพื้นที่ให้กลายเป็นสนามทดลองรองเท้าวิ่งครบวงจร ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์เท้าและท่าวิ่ง เพิ่มหมวดสินค้าหลากหลายให้ตอบโจทย์ทั้งสายสุขภาพ สายแฟชั่น และสายแข่งขัน ขณะเดียวกันร้านเฉพาะทางใช้กลยุทธ์รันคลับและการขยายพอร์ตสินค้าจากญี่ปุ่นและยุโรปเพื่อสร้างตัวตนให้ชัดเจนในตลาดที่คู่แข่งแน่นขึ้นทุกปี จุดชี้เป็นชี้ตายของผู้ประกอบการร้านรองเท้าวิ่งต่อจากนี้ไม่ใช่แค่ราคา แต่คือคำถามว่า ร้านของคุณช่วยให้คนวิ่งได้ดีขึ้นอย่างเห็นผลหรือไม่ ตั้งแต่การเลือกฟิตที่เหมาะกับรูปเท้า ไปจนถึงการมีรองเท้า ASICS Nike และ ACG รุ่นใหม่ให้ลองในโลเคชั่นที่เชื่อมต่อกับสนามซ้อมจริง หากคำตอบยังไม่ชัด การไล่เปิดสาขาร้านกีฬาเพิ่มอาจกลายเป็นต้นทุนมากกว่ากำไร ในทางกลับกัน ผู้เล่นที่ยอมลงทุนกับการวิเคราะห์ข้อมูลนักวิ่ง การสร้างคอมมูนิตี้ และการทดลองรองเท้าในร้าน จะอยู่ในตำแหน่งได้เปรียบในตลาดรองเท้าวิ่งที่กำลังเติบโตอีกระลอก เพราะคนวิ่งยุคนี้ไม่ได้มองรองเท้าเป็นแค่สินค้าชิ้นหนึ่ง แต่เป็นเพื่อนร่วมเส้นทางสุขภาพระยะยาว






