ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

กฎคุมแพลตฟอร์มเรียกรถใหม่ เปลี่ยนเกมไรเดอร์และผู้ใช้แอป

กฎคุมแพลตฟอร์มเรียกรถใหม่ เปลี่ยนเกมไรเดอร์และผู้ใช้แอป
ความสนใจ|แอปมือถือ

กฎคุมแพลตฟอร์มเรียกรถคืออะไร และทำไมทุกคนต้องแคร์

กฎคุมแพลตฟอร์มเรียกรถ คือกรอบกฎหมายและข้อกำหนดที่ภาครัฐใช้กำกับดูแลแอปเรียกรถและบริการจัดส่งออนดีมานด์ เพื่อควบคุมค่าธรรมเนียมไรเดอร์ ความโปร่งใสของอัลกอริทึมแพลตฟอร์ม มาตรฐานความปลอดภัย และการออกแบบหน้าจอไม่ให้หลอกลวงผู้ใช้ รวมถึงป้องกันตลาดผูกขาดที่เกิดจากการเหลือผู้เล่นรายใหญ่น้อยรายในตลาดเดียวกัน

แก่นเรื่องของการออกกฎชุดนี้คือ ภาครัฐยอมรับแล้วว่าปล่อยให้แพลตฟอร์มเล่นตามเกมตัวเองต่อไปไม่ได้ เมื่อผู้เล่นจาก 5-6 รายเหลือเพียง 2 ราย กขค.จึงเร่งวางกติกากำกับแพลตฟอร์ม Ride-hailing และบริการจัดส่งออนดีมานด์ เพราะเมื่อเหลือยักษ์ใหญ่ไม่กี่เจ้า อำนาจต่อรองของไรเดอร์และผู้ใช้จะหายไปแทบหมด คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่ากฎใหม่เข้มแค่ไหน แต่คือเราจะยอมให้ชีวิตประจำวันของเราอยู่ในมืออัลกอริทึมที่ไม่มีใครตรวจสอบต่อไปหรือไม่

กฎคุมแพลตฟอร์มเรียกรถใหม่ เปลี่ยนเกมไรเดอร์และผู้ใช้แอป

จากตลาดผูกขาดสู่กฎเหล็กใหม่: รัฐกำลังจัดระเบียบอะไร

โครงสร้างตลาดที่กระจุกตัวคือเหตุผลหลักที่ทำให้กฎคุมแพลตฟอร์มเรียกรถถูกผลักดันอย่างจริงจัง เมื่อผู้เล่นในตลาดจากเดิม 5-6 ราย ลดเหลือเพียง 2 ราย กขค.มองว่าหากปล่อยนานกว่านี้ เสี่ยงที่ตลาดจะเหลือเพียงรายเดียวอย่างชัดเจน ในอีกด้าน ภาครัฐยังเห็นว่าธุรกิจนี้ไม่ได้เล็กๆ เพราะมีไรเดอร์มากถึงกว่า 400,000 ราย และมูลค่าธุรกิจสูงถึง 45,000 ล้านบาทในปี 68 คาดว่าจะเพิ่มมากกว่า 49,000 ล้านบาทในปี 72 เมื่อแพลตฟอร์มไม่ใช่แค่คนกลาง แต่กลายเป็นผู้ควบคุมเกมทั้งหมด กติกาจึงต้องถูกเขียนใหม่เพื่อให้ทุกฝ่ายแข่งขันอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ใครลดมาตรฐานความปลอดภัยหรือค่าใช้จ่ายได้มากกว่าก็ได้เปรียบ

กขค.วางโรดแมปชัดเจน ช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2569 จะเป็นระยะศึกษาโครงสร้างและพฤติกรรมตลาด พร้อมยกร่างมาตรฐานการให้บริการ จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและประชาชน ก่อนสรุปโครงการในวันที่ 23 กันยายน และเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อที่ประชุมในวันที่ 28 กันยายน 2569 เป้าหมายคือยกระดับจากแนวปฏิบัติ (Code of Practice) ไปสู่ข้อกำหนดที่มีผลบังคับจริง ซึ่งหมายความว่าหลังจากนี้ แพลตฟอร์มที่เคยชินกับการทดลองทุกอย่างในชีวิตคนอื่นอาจต้องเริ่มระวังมากขึ้น

ค่าธรรมเนียมไรเดอร์และอัลกอริทึมแพลตฟอร์ม จุดเปราะบางที่ต้องแก้

หัวใจของกฎใหม่คือการแตะจุดที่แพลตฟอร์มไม่อยากให้ใครแตะ ทั้งค่าธรรมเนียมไรเดอร์และอัลกอริทึมแพลตฟอร์ม กขค.ประกาศชัดว่าจะควบคุมการเรียกเก็บค่า GP ค่าโฆษณา และค่าโปรโมชันให้มีความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาเจ้าของร้านและไรเดอร์จำนวนมากร้องเรียนว่าถูกบังคับเข้าร่วมโปรโมชันและถูกเรียกค่า GP สูงกว่า 30% พร้อมปัญหาการปิดระบบและการจ่ายงานไม่เป็นธรรม ในด้านเทคโนโลยี กฎใหม่จะบังคับเพิ่มความโปร่งใสของระบบ ตั้งแต่การออกแบบหน้าจอที่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดหรือ Dark Patterns ไปจนถึงการจัดลำดับที่เอื้อประโยชน์ต่อบริการของตัวเองหรือ Self-preferencing รวมทั้งปัญหาความคลาดเคลื่อนของ GPS ที่ทำให้ระยะทางไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งกระทบทั้งราคาที่ผู้ใช้เห็นและรายได้ที่ไรเดอร์ได้จริง

อัลกอริทึมจัดสรรงานก็ไม่รอดจากการตรวจสอบอีกต่อไป มีกรณีร้องเรียนว่าไรเดอร์ได้รับเงื่อนไขว่าหากทำงานครบ 8 ชั่วโมงและได้จำนวนเที่ยวตามที่กำหนดจะได้รับโบนัส แต่เมื่อใกล้ถึงเป้าหมาย งานกลับถูกจัดสรรไปให้คนอื่น ซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา Dark Pattern คำประกาศที่ชัดเจนที่สุดคือ “แพลตฟอร์มไม่ได้เป็นแค่คนกลาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทั้งหมด เพราะมีบทบาทควบคุมการดำเนินการ และเมื่อเก็บค่าบริการจากผู้ที่เข้ามาให้บริการบนแพลตฟอร์ม ก็ต้องมีความรับผิดชอบร่วมด้วย” นี่คือการเปลี่ยนมุมมองจากแพลตฟอร์มเป็นเวทีกลาง ไปสู่การรับผิดร่วมในทุกผลลัพธ์ที่เกิดกับคนทำงานและผู้ใช้

สิทธิคนส่งอาหารในสนามจริง: บทเรียนจากไรเดอร์ Lalamove

หากอยากเข้าใจว่าทำไมกฎใหม่เรื่องสิทธิคนส่งอาหารจึงจำเป็น ต้องมองไปที่เสียงของไรเดอร์ในสนามจริง ไรเดอร์ Lalamove กว่า 200 คนรวมตัวกันเรียกร้องความเป็นธรรม หลังค่ารอบที่เคยเฉลี่ยอย่างต่ำกิโลเมตรละ 10 บาท ถูกปรับลดลงเหลือเพียงกิโลเมตรละ 3 บาท งานระยะไกล 100 กิโลเมตรที่เคยได้ประมาณ 950 ถึง 1,000 บาท ตอนนี้ค่าตอบแทนตั้งต้นเหลือแค่ 380 บาท แถมยังถูกหักค่าบริการแพลตฟอร์มอีก 20% ทำให้เงินที่เข้ากระเป๋าจริงเหลือเพียงประมาณ 220 ถึง 292 บาท ปัญหาคือการลดค่าตอบแทนแบบไม่มีเพดานขั้นต่ำและไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ไรเดอร์ต้องรู้เองจากการรับงานจริง นี่คือความไม่แน่นอนที่ไม่มีแรงงานกลุ่มไหนควรต้องเผชิญ

เมื่อคำนวณต้นทุนจริง ภาระยิ่งหนัก ไรเดอร์ระบุว่าต้องแบกค่าน้ำมันตกกิโลเมตรละ 1 บาท บวกค่าบริการระบบอีกกิโลเมตรละ 0.75 บาท ทำให้เหลือเงินเข้ากระเป๋าจริงแทบไม่ถึง 1.3 บาทต่อกิโลเมตร ยังไม่รวมค่าสึกหรอยานพาหนะและค่าใช้จ่ายระหว่างทาง ใครที่ต้องวิ่งระยะไกลไปพื้นที่ที่ไม่มีงานกลับ ยิ่งขาดทุนหนักกว่าเดิม ด้านสวัสดิการและภาษีก็ไม่สว่าง เมื่อก่อนระบบเคยหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% แต่ปัจจุบันแพลตฟอร์มหักเปอร์เซ็นต์ไปเต็มๆ 20% โดยไม่ได้นำส่งภาษี ทำให้ไรเดอร์ยังต้องไปยื่นเสียภาษีเองอีก 3% รวมแล้วถูกหักสูงถึง 23% โดยไม่มีสวัสดิการหรือประกันภัยที่เหมาะสมรองรับ ถ้าไม่มีกฎใหม่มาช่วยคุมโครงสร้างแบบนี้ แรงงานแพลตฟอร์มจะถูกรีดประสิทธิภาพจนหมดแรง

จากวันนี้ถึงกฎมีผลใช้: ผู้ใช้และไรเดอร์ควรทำอะไร

กฎคุมแพลตฟอร์มเรียกรถและเดลิเวอรี่จะไม่เกิดขึ้นข้ามคืน กขค.เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 69 ผ่านเว็บไซต์และอีเมล ก่อนนำความเห็นมาพัฒนาหลักเกณฑ์และกฎระเบียบ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนกันยายน 69 นั่นหมายความว่าช่วงเวลานี้คือจังหวะสำคัญที่เสียงของไรเดอร์ ร้านค้า และผู้ใช้จะเข้าไปอยู่ในตัวบทกฎหมายได้จริง สำหรับผู้ใช้ การอ่านเงื่อนไขราคา การสังเกตโปรโมชัน และการไม่ยอมรับ Dark Patterns เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะทุกครั้งที่เรายอมให้ระบบออกแบบมาให้กดง่ายจนลืมคิด เรากำลังยืนยันว่าพฤติกรรมนั้น “ใช้ได้” ในสายตาแพลตฟอร์ม

ฝ่ายไรเดอร์และคนส่งอาหารควรใช้โอกาสช่วงรับฟังความคิดเห็น เล่าเรื่องจริงในสนามให้ละเอียดที่สุด ทั้งกรณีค่าธรรมเนียมไรเดอร์ที่ไม่เป็นธรรม ปัญหา GPS คลาดเคลื่อน หรือการโดนอัลกอริทึมปิดโอกาสรับงาน เพราะถ้าเรื่องเหล่านี้ไม่ถูกบันทึกไว้ในกฎ การบังคับใช้จริงจะกลายเป็นแค่ทฤษฎี ท้ายที่สุด กฎใหม่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการถ่วงดุลตลาดผูกขาด หากสังคมไม่ตามดู ไม่ถามหาความโปร่งใสจากแพลตฟอร์ม และไม่สนับสนุนแรงงานที่ขับเคลื่อนระบบนี้อยู่ทุกวัน กฎที่เขียนดีแค่ไหนก็อาจกลายเป็นเสือกระดาษได้ไม่ยาก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!