SS27: นิยามสุดท้ายของ Glenn Martens ที่กลั่นจากแก่นแท้ Diesel
คอลเล็กชัน Diesel SS27 ของ Glenn Martens คือแฟชั่นโชว์ส่งท้ายตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ที่รวมท่าทีดิบดุ ผิวผ้าขาดวิ่น และความเซ็กซี่ที่ไม่ขอโทษใคร เขาใช้รันเวย์เพื่อประกาศว่าตัวตนของ Diesel ไม่ได้อยู่ที่ยีนส์อย่างเดียว แต่อยู่ที่ทัศนคติแบบฉีกกรอบ สนุก และเปิดพื้นที่ให้ทุกคนรักร่างกายตัวเองผ่านเสื้อผ้าที่กล้าเผยผิว กล้าเล่นกับข้อจำกัดทางเพศและรูปร่าง โดยไม่มองความเป๊ะเป็นมาตรวัดความสวย
สารหลักของโชว์นี้ชัดตั้งแต่วินาทีแรก Glenn Martens Diesel ไม่ได้เลือกจบแบบเรียบร้อย แต่ปิดตำแหน่งด้วยคอลเล็กชันที่ดื้อดึงต่อบรรทัดฐานความเรียบร้อยในวงการแฟชั่น เขาเดินออกจากเวทีใน Milan Fashion Week ด้วย SS27 collection finale ที่พูดตรงว่าความดิบ ความยุ่ง ความเซ็กซี่ และการแสดงตัวตนแบบไม่ขออนุญาตคือหัวใจของแบรนด์นี้ การตัดสินใจเช่นนี้ทำให้โชว์อำลาของเขาไม่ใช่แค่การแสดง แต่เป็นคำประกาศจุดยืนของ Diesel ในยุคหลัง Martens ว่าจะยังยืนบนเส้นทางดื้อรั้นและเปิดกว้างต่อร่างกายทุกแบบ

รันเวย์สีแดง เสียงคราง และพลังปาร์ตี้ที่ประกาศความดื้อของ Diesel
สิ่งที่ทำให้โชว์ SS27 ถูกพูดถึงไม่หยุดคือบรรยากาศที่ Glenn Martens ปรุงขึ้นบนรันเวย์ โชว์จัดใน Milan Fashion Week วันอังคารที่ 22 กันยายน เวลา 16.00 น. บนรันเวย์ที่อาบด้วยแสงสีแดงยั่วอารมณ์ กลางโชว์ โมเดลที่นั่งอยู่บนสแตนด์ลุกขึ้นส่งเสียงครางอย่างเปิดเผยกับเพลง Love to Love You Baby เป็นภาพที่เขาใช้บอกตรงว่าความปรารถนาและความรื่นรมย์ไม่ต้องถูกซ่อนหรือทำให้เรียบร้อยเพื่อเอาใจใคร
เพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตก่อนโชว์จากนักแสดง 200 คนของกลุ่ม (LA)HORDE ยิ่งตอกย้ำว่า Diesel ในสายตา Martens คือแบรนด์ที่ปาร์ตี้ต้องมาก่อน เขาเคยกล่าวว่า สำหรับ Diesel ปาร์ตี้คือเรื่องของการเปิดรับทุกคน การแสดงออกถึงตัวตน และความรื่นรมย์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ พลัง headbanging เสียงคราง และอ้อมกอดบนเวทีจึงไม่ได้มีไว้เพื่อเรียกกระแสเท่านั้น แต่เป็นการเฉลิมฉลอง body-positive design ที่ยอมรับความปรารถนาและการเคลื่อนไหวของร่างกายทุกแบบ ไม่ว่าจะแทบเปลือยหรือเต็มไปด้วยเลเยอร์ผ้าก็ตาม
Raw attitude และ distressed fashion textures ที่เปลี่ยนยีนส์ให้กลายเป็นทัศนคติ
เมื่อซูมเข้าไปที่เสื้อผ้า SS27 เราจะเห็นว่า Martens เล่นกับเนื้อผ้าและโครงสร้างแบบเอาจริง Raw Attitude และ distressed fashion textures ปรากฏชัดในทุกลุค ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอายกรันจ์ เสื้อเชิ้ตลายสก็อต แจ็กเก็ตโอเวอร์ไซซ์ หรือเลเยอริงที่ดูเหมือนผ่านการใช้งานมาแล้ว ความเซ็กซี่ในโชว์นี้ไม่ได้มาจากการทำให้ทุกอย่างดูเพอร์เฟ็กต์ แต่จากการยอมให้รอยขาด รอยเฟด และการเผยผิวแบบตรงไปตรงมาทับซ้อนกับซิลูเอตหลวมเท่ที่ให้ร่างกายหายใจได้เต็มที่
Martens นิยามคอลเล็กชันนี้ว่า ฉีกกรอบ เซ็กซี่ ลื่นไหล และสนุกสนาน พร้อมอัดแน่นด้วยเทคนิคเดนิมสุดสร้างสรรค์ เราเห็นเสื้อผ้าไฮบริดอย่าง pantasock ที่รวมกางเกงและถุงเท้าเข้าด้วยกัน สเวตเตอร์ไหมพรมที่แยกเปิดช่วงคอให้เห็นปกเสื้ออีกชั้น รวมถึงเดนิมเคลือบผิวที่หลอกตาให้ดูเหมือนหนังด้วยเทคนิคเลเซอร์และทรอมป์เลอย์ ทุกอย่างร่วมกันประกาศว่าดีไซน์ของเขาไม่ได้มองเดนิมเป็นแค่ผ้า แต่เป็นพื้นที่ทดลองความเป็นไปได้ของร่างกายและการแต่งตัว ที่ใครจะสวมแบบหลวม เปลือย หรือบิดเกลียวอย่างไรก็ได้
กล้วยไม้ รอยขาด และรอยยิ้มขบขันที่ผลักกรอบเซ็กซี่ให้ไกลขึ้น
หนึ่งในรายละเอียดที่คมที่สุดของโชว์นี้คือการใช้ดอกกล้วยไม้เป็นแรงบันดาลใจคัตเอาต์ ลวดลายดอกไม้ที่ตัดเป็นช่องบนผ้า ทำให้ขอบผ้าที่เหมือนขาดรุ่ยดูนุ่มลงและเป็นธรรมชาติ แม้มองไกลอาจคล้ายผ้าชำรุด แต่เมื่อเข้าใกล้จะเห็นว่าโครงดอกกล้วยไม้แฝงอยู่ในทุกช่องว่างบนเนื้อผ้า ดอกไม้ชนิดนี้ยังสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ยิ่งเน้นวิสัยทัศน์ความเซ็กซี่ของ Martens ที่ไม่แยกร่างกายออกจากความเป็นธรรมชาติและความหื่นอย่างตรงไปตรงมา
รายละเอียดที่สะท้อนอารมณ์ขันแบบดื้อรั้นคือกางเกงหนังสีดำที่ติดเข็มกลัดกล้วยไม้ประดับอัญมณีไว้ตรงกลางเป้าอย่างจงใจขบขัน ภาพนี้บอกชัดว่าเขามองเซ็กซี่เป็นพื้นที่เล่นไม่ใช่กรอบที่ต้องเคร่งครัด การผสมระหว่างรอยขาดตั้งใจ คัตเอาต์กล้วยไม้ และโครงสร้างผ้าที่จับย่นบิดเกลียว ทำให้ SS27 ไม่ใช่คอลเล็กชันโป๊เพื่อเรียกสายตา แต่เป็นบทสนทนาเรื่องการครอบครองร่างกายตัวเองอย่างสนุก ว่าคนสวมมีสิทธิขีดเส้นบางๆ ระหว่างความยั่วยวนและความขำขันด้วยตัวเอง ไม่ใช่ด้วยสายตาคนดู
มรดก 6 ปีของ Glenn Martens และคำถามใหญ่หลังปาร์ตี้จบ
เบื้องหลัง SS27 คือช่วงเวลา 6 ปีที่ Glenn Martens เข้ามาคุมทิศทาง Diesel ตั้งแต่ปี 2020 รับภาระหนักในการพลิกฟื้นแบรนด์ยีนส์ที่เคยรุ่งโรจน์ในปลายยุค 1990s ถึง 2000s แต่หลุดจากความนิยมของคนรุ่นใหม่ไปตามเวลา เขาร่วมกับผู้ก่อตั้ง Renzo Rosso ขุดคลังดีไซน์เก่ามาตีความใหม่ผ่านแคมเปญ Diesel x Diesel ดึงเสน่ห์เดนิมปลายยุค 1980s ให้กลับมาดูทันสมัย กล้าหาญ และเย้ายวนขึ้น จนทำให้ Diesel กลับมาครองใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลับสู่ศูนย์กลางบทสนทนาแฟชั่นระดับโลกอีกครั้ง
แม้เขาจะประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Diesel แต่ Martens ยังนั่งเก้าอี้คุม Maison Margiela ต่อไป ภายในอาณาจักร OTB Group เดียวกัน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังการแต่งตั้ง Andrea Rigogliosi เป็น CEO ของแบรนด์เมื่อช่วงต้นปี ขณะเดียวกัน ผู้สืบทอดตำแหน่งสร้างสรรค์ยังไม่ถูกประกาศ ทำให้ SS27 collection finale กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทั้งเฉลิมฉลองสิ่งที่เขาสร้าง และวางมาตรวัดยากสำหรับคนที่จะมารับช่วงต่อ มรดกของ Glenn Martens Diesel จึงไม่ได้มีแค่ภาพรันเวย์อลังการ แต่คือทัศนคติว่าดีไซน์เดนิมสามารถดื้อ หยาบ ยั่ว และโอบรับร่างกายทุกแบบได้ พร้อมกันในแบรนด์เดียว






