ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

รันเวย์ที่ถักทอจากผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่โอต์กูตูร์ร่วมสมัย

รันเวย์ที่ถักทอจากผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่โอต์กูตูร์ร่วมสมัย
ความสนใจ|แฟชั่นโชว์

จากมรดกเส้นด้ายสู่เวทีนางงามสากล

Miss International Queen 2026 คือเวทีประกวดนางงามทรานส์ระดับนานาชาติที่ใช้แฟชั่นและวัฒนธรรมเป็นภาษากลางในการพูดถึงความเท่าเทียม เปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงทรานส์จากหลากหลายประเทศเล่าเรื่องตัวตนผ่านชุดราตรี ชุดประจำชาติ และงานออกแบบร่วมสมัย พร้อมยกระดับผ้าโขมพัสตร์ไทยและชุดไทยพระราชนิยมให้กลายเป็นชุดไทยสมัยใหม่ที่เชื่อมรากเหง้ากับโลกแฟชั่นโอต์กูตูร์ จนทำให้งานแฟชั่นโชว์ไม่ใช่แค่การเดินแบบ แต่เป็นการประกาศว่ามรดกผ้าไทยยังมีชีวิตและสามารถเติบโตไปกับสังคมที่เปิดกว้าง หัวใจของงานครั้งนี้ชัดเจนตั้งแต่ชื่อแนวคิด A Legacy in Every Thread การกล้าพาผ้าโขมพัสตร์ไทยขึ้นรันเวย์โลกไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่คือการบอกว่าผ้าไทยพร้อมยืนข้างมาตรฐานแฟชั่นสากลด้วยความภาคภูมิ งาน THE HIGH TEA HERITAGE จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ The Authors’ Lounge โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดย Miss International Queen 2026 ร่วมกับ Tiffany’s Show Pattaya กลายเป็นภาพจำสำคัญของการครบรอบ 20 ปีแห่งการขับเคลื่อนความเท่าเทียม

รันเวย์ที่ถักทอจากผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่โอต์กูตูร์ร่วมสมัย

27 สาวทรานส์และพลังของชุดไทยพระราชนิยม

จุดที่ทำให้งานนี้ทรงพลังกว่าการเดินแบบทั่วไป คือการที่อดีตมิสควีนและผู้เข้าประกวดจาก 27 ประเทศทั่วโลกสวมบทเป็นตัวแทนมรดกการแต่งกายแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้งสี่แบบ ตั้งแต่ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ไปจนถึงชุดไทยดุสิต แต่ละลุคไม่ได้แค่คัดลายผ้าและทรงชุด หากถูกออกแบบให้รับกับบุคลิกและตัวตนของควีนแต่ละคน เพื่อแสดงว่าชุดไทยไม่ใช่กรอบที่บีบความเป็นตัวเอง แต่คือเวทีที่ทำให้ตัวตนยิ่งโดดเด่น คำกล่าวหนึ่งที่ควรจดจำคือ การนำชุดไทยพระราชนิยมและผ้าโขมพัสตร์มาจัดแสดงบนเวทีเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่ารากทางวัฒนธรรมสามารถก้าวไปพร้อมกับความร่วมสมัย ขณะเดียวกัน ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเสนอชุดไทยขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ทำให้รันเวย์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ภาพสวย แต่เป็นหลักฐานว่าชุดไทยมีศักยภาพจะยืนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์โลกอย่างมั่นใจ

รันเวย์ที่ถักทอจากผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่โอต์กูตูร์ร่วมสมัย

สามดีไซเนอร์ไทยกับภารกิจเปลี่ยนผ้าโขมพัสตร์ให้เป็นโอต์กูตูร์

ผ้าโขมพัสตร์ไทยจากหัวหินที่มีประวัติยาวนานกว่า 78 ปี ถูกส่งต่อให้สามแบรนด์แฟชั่นไทยตีความใหม่ กลายเป็นงานโอต์กูตูร์ที่กล้าชนมาตรฐานแฟชั่นระดับโลก นี่คือช่วงเวลาที่คนรักผ้าไทยควรจับตา เพราะเรากำลังเห็นดีไซเนอร์ไทยไม่เพียงอนุรักษ์ แต่กล้าเสี่ยงออกจากโซนปลอดภัยของคำว่า "ชุดไทย" เพื่อสร้างชุดไทยสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์เวทีประกวดสากลอย่างแท้จริง LA BOUTIQUE ภายใต้การดูแลของ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล และ ภูริณัฐ วงศ์สถาพรสกุล เลือกตีความผ้าโขมพัสตร์ผ่านโครงชุดเฟมินีนจัดเต็ม เปิดรันเวย์ด้วยแซมมี่ ศิรภัสสร Miss International Queen 2011 และปิดช่วงแบรนด์ด้วย Midori Monét Miss International Queen 2025 ก่อนส่งต่อให้ KANAPOT โดยคณาพจน์ อุ่นศร และ NARONG โดยณรงค์ เกตุแก้ว เติมมิติใหม่ให้ผ้าโขมพัสตร์จากโครงสร้างคมกริบและรายละเอียดที่ยังคงความเป็นไทย แน่นอนว่าทุกลุคถูกขับให้สง่างามขึ้นด้วยไข่มุกจาก Prima Pearl แสดงชัดว่าความหรูหราร่วมสมัยสามารถเกิดจากรากงานพิมพ์ผ้าดั้งเดิมได้

รันเวย์ที่ถักทอจากผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่โอต์กูตูร์ร่วมสมัย

จากเจ้าพระยาสู่หัวหิน แฟชั่นที่พาเรื่องเล่าท่องเที่ยวเดินทาง

สิ่งที่ทำให้งานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ล้ำกว่าการจัดงานในโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา คือการถูกออกแบบให้เป็นแฟชั่นเจอร์นีย์ต่อเนื่องจากกรุงเทพฯ สู่หัวหิน เมืองชายทะเลต้นกำเนิดผ้าโขมพัสตร์ การพาผู้เข้าประกวดเดินทางไปยังถิ่นกำเนิดผ้าพิมพ์มือ ไม่ใช่แค่ทริปท่องเที่ยว แต่เป็นบทเรียนสดเรื่องภูมิปัญญา การลงมือพิมพ์ผ้า และบริบทของชุมชนที่ทำให้ผ้าหนึ่งผืนมีความหมายมากกว่าแพตเทิร์น งานนี้ถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้เข้าประกวดได้เรียนรู้เรื่องราวของผ้าโขมพัสตร์และสัมผัสเสน่ห์ของเมือง ก่อนนำประสบการณ์ไปถ่ายทอดผ่านสายตาผู้ติดตามทั่วโลก แน่นอนว่าการเดินทางเช่นนี้ช่วยเชื่อมแฟชั่นกับการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ ในมุมมองใหม่ที่ไม่ได้แยกกันเป็นคนละเรื่อง แต่ทำให้คนดูเห็นว่าการสนับสนุนผ้าไทยและเยือนเมืองต้นกำเนิด คือการร่วมรักษาวัฒนธรรมโดยตรง

รันเวย์ที่ถักทอจากผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่โอต์กูตูร์ร่วมสมัย

ทำไมรันเวย์นี้จึงสำคัญต่ออนาคตผ้าไทยและตัวตนหลากหลาย

เมื่อมองให้ลึก งาน THE HIGH TEA HERITAGE ไม่ใช่แค่การฉลอง Miss International Queen ครบรอบ 20 ปี แต่คือหมุดหมายที่บอกว่าผ้าโขมพัสตร์ไทยและชุดไทยพระราชนิยมพร้อมเปลี่ยนสถานะจาก "ชุดเช่าถ่ายรูป" เป็นแรงบันดาลใจระดับโอต์กูตูร์บนเวทีประกวดที่พูดเรื่องความเท่าเทียมอย่างจริงจัง ผู้จัดงานเองย้ำว่า Miss International Queen ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวด แต่เป็นพื้นที่ให้ผู้คนจากทั่วโลกได้รู้จักกันผ่านเรื่องราว ความสามารถ และตัวตนที่แตกต่าง ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราเห็นบนรันเวย์เมื่อผ้าไทยถูกใช้เล่าเรื่องความหลากหลาย ไม่ใช่กำหนดบรรทัดฐานเดียวของความงาม ตารางการแข่งขันที่ตามมาหลังจากงานนี้ ทั้ง National Costume & Talent Quest วันที่ 13 กันยายน ณ The Forum ชั้น G Gaysorn Amarin The World Equality Forum 2026 วันที่ 14 กันยายน ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และรอบ Preliminary กับ Crowning Finale ที่โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยาในวันที่ 17 และ 19 กันยายน ล้วนต่อยอดประเด็นเดียวกัน คือการใช้เวทีประกวดเป็นแพลตฟอร์มใหญ่ในการผลักดัน Thailand Pride ให้ผ้าไทย งานออกแบบไทย และชุดไทยสมัยใหม่เป็นภาษากลางใหม่ของโลกแฟชั่น หากผ้าโขมพัสตร์ไทยเดินได้ไกลถึงจุดนี้ นี่คือสัญญาณชัดว่ามรดกที่ดีไม่ควรถูกเก็บในตู้ แต่ควรถูกสวมใส่ เดิน และเล่าเรื่องบนเวทีที่คนทั้งโลกกำลังมองอยู่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!