ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Maximalism Takes Over เมื่อกราฟิกจัดเต็มและอุปกรณ์ประดับครองฤดูกาล Spring Summer

Maximalism Takes Over เมื่อกราฟิกจัดเต็มและอุปกรณ์ประดับครองฤดูกาล Spring Summer
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

แมกซิมาลิสม์คืออะไร และทำไม Spring Summer 2027 ถึงหันกลับมาหามัน

แฟชั่นแมกซิมาลิสต์คือแนวแต่งตัวที่เน้นความเยอะ ตั้งใจเล่นกับสีสัน ลายกราฟิกแฟชั่น และอุปกรณ์ประดับเสื้อผ้าแบบจัดเต็ม เน้นเลเยอร์ การผสมผสานลายและเนื้อผ้าที่ต่างกัน รวมถึงชิ้นสเตตเมนต์ที่ดึงดูดสายตา เพื่อสร้างลุคที่สะท้อนตัวตน ความสนุก และอารมณ์ร่วมมากกว่าความเรียบง่ายที่ปลอดภัย ฤดูกาล Spring Summer 2027 ถูกพูดถึงว่าเป็นจุดเปลี่ยนจากมินิมอลกลับสู่แมกซิมาลิสต์อย่างเป็นทางการ โดยแฟชั่นกำลังถูกหันออกจากความมินิมอลและกลับสู่มุมมองที่เน้นความมาก การตกแต่ง และการเล่นสนุกกับดีไซน์ กระแสนี้ไม่ได้เกิดแบบสุ่ม แต่สะท้อนความต้องการใช้การแต่งตัวเยียวยาความเฉื่อยชาจากยุคมินิมอลที่ลากยาวมาหลายซีซั่น

เมื่อกางปฏิทินเวทีแฟชั่นฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เราเห็นภาพชัดว่าดีไซเนอร์พร้อมเดินออกจากสถานีมินิมอลไปสู่อนาคตแมกซิมาลิสต์เต็มตัว หลายแบรนด์เปลี่ยนกางเกงธรรมดา รองเท้าแตะ และรองเท้าแซนด์เดิลให้เป็นเวอร์ชันปาร์ตี้ที่โดดเด่นและกลายเป็นหัวข้อสนทนาในตัวเอง การที่ซีซั่นหนึ่งถูกนิยามว่าเป็น “turning point” จึงไม่ใช่คำชมเกินจริง แต่คือการยืนยันว่ารสนิยมแฟชั่นทั่วโลกกำลังโหยหาความสนุก ความฟู และความตั้งใจในรายละเอียด การแต่งตัวไม่ใช่เรื่องของความเรียบแต่แพงอีกต่อไป แต่คือการเล่าเรื่องด้วยสี เส้น และชาร์มที่ดังก้องในทุกย่างก้าว

ลายกราฟิกแฟชั่นและเรื่องเล่าบนเสื้อผ้า จาก Dries Van Noten ถึง Marine Serre

จุดเด่นที่สุดของแมกซิมาลิสต์ใน Spring Summer 2027 คือการใช้ลายกราฟิกแฟชั่นแบบจัดเต็มทั้งตัว ตั้งแต่เสื้อยืดไปจนชุดเดรสและโค้ต บนรันเวย์ของ Dries Van Noten Julian Klausner สร้างโลกภาพยนตร์ในจินตนาการขึ้นมาเอง แล้วออกแบบโปสเตอร์โปรโมต ก่อนจะพิมพ์ลายโปสเตอร์เหล่านั้นลงบนเสื้อโปโลและชุดเดรสทรงหลวม นอกจากนี้ยังมีการพิมพ์สีกราฟิกและเครดิตภาพยนตร์ลงบนท็อป กระโปรง เดรส และโค้ตให้กลายเป็นชิ้นเล่าเรื่องเดินได้บนรันเวย์ ความตั้งใจคือทำให้การแต่งตัวรู้สึกเหมือนตัวละครที่หยิบชิ้นส่วนจากตู้เสื้อผ้าในวันยาวนานมาประกอบกันเป็นตอนหนึ่งของหนังชีวิต

กระแสกราฟิกไม่ได้หยุดอยู่ที่แบรนด์เดียว หลายแบรนด์เลือกใช้ทีเชิ้ตพร้อมสโลแกนและลายสีสันจัดจ้านเป็นดาวเด่น เช่นแบรนด์ที่ส่งเสื้อยืดข้อความและแพตเทิร์นสีสดบนรันเวย์ รวมถึงแจ็กเก็ตยีนส์และกางเกงเข้าชุดที่พิมพ์กราฟิกเต็มตัว และหมวกเบสบอลที่ถูกจับแต่งลายให้กลายเป็นชิ้นสเตตเมนต์ ทิศทางนี้สะท้อนความคิดว่าเสื้อผ้าไม่ใช่แค่ผืนผ้า แต่เป็นโปสเตอร์ ความทรงจำ และข้อความส่วนตัวที่เราสวมติดตัวตลอดวัน แมกซิมาลิสต์จึงไม่ใช่แค่ “เยอะ” เพื่อเยอะ แต่คือ “เยอะ” เพื่อให้ทุกลายทุกคำมีน้ำหนักของตัวมันเอง

อุปกรณ์ประดับเสื้อผ้าและรองเท้าแต่งเต็ม สัญญาณชัดของยุคแฟชั่นแมกซิมาลิสต์

ถ้าจะหาหลักฐานว่ารถไฟแฟชั่นออกจากสถานีมินิมอลแล้วมุ่งสู่อนาคตแมกซิมาลิสต์เต็มที่ ก็ต้องดูที่เท้าและอุปกรณ์ประดับเสื้อผ้า บนรันเวย์หนึ่งมีการนำคอสตูมจิวเวลรีและลูกปัดแก้วมาซ้อนทับกันอย่างสลับซับซ้อน รวมถึงเย็บติดเข็มกลัดและชาร์มลงบนเสื้อผ้าและรองเท้า ทำให้ทุกลุครู้สึกเหมือนตัวละครที่เปิดกล่องแต่งตัวแล้วหยิบทุกชิ้นที่รักมาประดับ รองเท้าปั๊มส้นไม้ถูกแมตช์กับกระเป๋าถือใบโอเวอร์ไซส์และถุงมือขับรถแบบข้างเดียว เพื่อดันภาพความเยอะอย่างตั้งใจแต่ไม่สูญเสียเสน่ห์แบบคลาสสิก

บนเวทีอื่น รองเท้าแต่งเต็มคือดาวเด่นและเป็นหนึ่งในคำยืนยันที่แรงที่สุดว่าแมกซิมาลิสม์กลับมาแล้ว รองเท้าส้นเข็มตกแต่งด้วยบรูชและสายโซ่สีทอง รวมถึงแซนด์เดิลประดับคริสตอลทั้งพื้น รองเท้าส้นตึกประดับคริสตอลเต็มตัว และรองเท้าปั๊มที่ออกแบบให้เกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งเมื่อเดิน ถูกนำเสนอในหลายแบรนด์ใหญ่ของซีซั่นนี้ คำพูดที่อ้างจากแหล่งข่าวหนึ่งที่น่าจดจำคือ “รองเท้าที่แต่งเต็มคู่นี้คือสัญญาณชัดเจนว่ารถไฟแฟชั่นออกจากสถานีมินิมอลแล้วและกำลังมุ่งหน้าไปสู่อนาคตแมกซิมาลิสต์” นี่คือแฟชั่นที่ยอมรับว่าเสียง ความแวววาว และการประดับคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์การแต่งตัว ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำให้เงียบลง

เสื้อผ้าสีสันสดใสและดอกไม้จัดเต็ม การแต่งตัวเพื่อความสุขล้วน ๆ

แมกซิมาลิสต์ฤดูกาลนี้ไม่หยุดแค่ลาย แต่ระเบิดสีเต็มพิกัด โทนสีในบางคอลเล็กชั่นไล่ตั้งแต่สีนิวทรัลฟอกซีดไปจนถึงสีเหลืองแอซิดและสีเทอร์ควอยซ์สว่างสดใส พร้อมประกายเมทัลลิกที่เล่นกับแสงสะท้อนสร้างบรรยากาศเหมือนฟิล์มภาพยนตร์เก่าที่ซ่อนความแฟนตาซีอยู่ใต้ผิวเรียบ ขณะเดียวกันสีส้มถูกพูดถึงว่าเป็นสีใหม่ของซีซั่น เสื้อเชิ้ตเดรสและกระโปรงโทนส้มซิตรัสถูกนำเสนอในหลายแบรนด์ใหญ่ ส่วนอีกแบรนด์หนึ่งส่งกางเกง ท็อป และถุงมือโทนส้มเข้มราววิตามินซีเข้มข้นลงบนรันเวย์ เสื้อผ้าสีสันสดใสกลายเป็นคำประกาศว่าความสุขและความกล้าในการแต่งตัวคือหัวใจของแฟชั่นยุคนี้

โทนสีจัดจ้านยังมาจับคู่กับดอกไม้ในรูปแบบใหม่ ดอกไม้สำหรับฤดูใบไม้ผลิอาจฟังดูธรรมดา แต่เมื่อถูกจัดเป็นพวงมาลัยและร้อยเข้าไปในเสื้อผ้า ความคิดแบบเดิมก็ถูกสั่นคลอน ในหนึ่งลุค ม็อติฟดอกไม้ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางของครีเอทีฟไดเรกเตอร์ถูกทอเข้าไปในเดรสส้มพลิ้วบางที่สวมทับกางเกงสีงาช้างอย่างอิสระ อีกแบรนด์นำลายดอกไม้ไปวางในกริดรูปแบบเรขาคณิตคู่กับคร็อปท็อป กางเกงขาสั้น และเทรนช์โค้ตคลาสสิก ขณะที่อีกแบรนด์เลือกให้บอดี้สูทสายฟ้าถูกประดับด้วยสวนดอกไม้ที่ร้อยอยู่รอบคอ ดอกไม้จึงไม่ใช่แค่ลายหวาน แต่กลายเป็นโครงสร้างของสเตตเมนต์ที่ประกาศว่าร่างกายคือสวนและการแต่งตัวคือการจัดดอกไม้ใหม่ทุกวัน

เมื่อดีไซเนอร์ปล่อยหมกมุ่นส่วนตัวลงบนรันเวย์ แฟชั่นกลายเป็นพื้นที่สารภาพใจ

สิ่งที่ทำให้แฟชั่นแมกซิมาลิสต์ใน Spring Summer 2027 น่าสนใจเป็นพิเศษคือการที่ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ใส่ความหลงใหลส่วนตัวลงในคอลเล็กชั่นอย่างไม่ปิดบัง Julian Klausner ยอมรับการหมกมุ่นกับความรู้สึก “แต่งตัวไปงานที่ไม่มีอยู่จริง” แล้วใช้เวลาทั้งซีซั่นคิดกับภาพนักแสดงสาวที่กำลังเดินทางกลับบ้านหลังถ่ายทำเสร็จ ก่อนจะถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาเป็นคอลเล็กชั่นสำหรับ Dries Van Noten ซึ่งนำเสนอในงาน Paris Fashion Week เขาและทีมถึงขั้นสร้างภาพยนตร์ที่ไม่มีการถ่ายทำจริง ออกแบบโปสเตอร์ และพิมพ์ลงบนเสื้อผ้าให้ลุคหนึ่งรู้สึกเหมือนถูกหยิบจากตู้เสื้อผ้าสามตู้ในวันเดียว นี่ไม่ใช่แค่การออกแบบ แต่คือการสารภาพความหมกมุ่นต่อโลกสมมติ

บนเวทีเดียวกัน ซีซั่นนี้ยังมีการพูดถึงคอลเล็กชั่นของ Chemena Kamali ที่ทำงานให้หนึ่งแบรนด์ดังซึ่งถูกลือว่าอาจเป็นคอลเล็กชั่นสุดท้ายของเธอ ในขณะที่ดีไซเนอร์รายอื่นตั้งแต่ผู้ชนะรางวัล LVMH อย่าง Julie Kegels ที่นำองค์ประกอบชุดชั้นในมาลอยอยู่เหนือเสื้อผ้าพร้อมใส่สต็อกกิ้งเป็นกางเกง ไปจนถึงทีมออกแบบในแบรนด์ใหญ่ที่หันมาสนุกกับกางเกงปาร์ตี้ ลายทางจัดเต็ม และคอมบิเนชันสีที่ไม่ธรรมดา ก็ล้วนสะท้อนอย่างเดียวกัน คือแฟชั่นกำลังเคลื่อนจากการตัดสินความดีงามด้วยความเรียบ ไปสู่การยกย่องความหมกมุ่นเฉพาะตัว การแต่งตัวจึงกลายเป็นพื้นที่ที่เรากล้าบอกโลกลึก ๆ ว่าเราชอบอะไร สนใจอะไร และอยากให้ตัวเองดูเหมือนใครในหนังเรื่องที่เรากำลังเขียนเองทุกวัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!